| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มนุษย์เป็นธรรมชาติ
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 9
สรุปว่า สถานะความเป็นไปของมนุษย์ในธรรมชาติตามกฏไตรลักษณ์ ดำรงอยู่ในกระบวนธรรมตามกระแสแห่งเหตุปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ตามองค์ประกอบธาตุพื้นฐาน หรือว่าสรรพสิ่งในธรรมชาติ ต่างก็ปรากฏความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และมิใช่ตัวตนหรือสิ่งที่จะยึดว่าเป็นตัวตนและของของตน
๒. การวิเคราะห์มนุษย์ตามนัยเบญจขันธ์
โดยการแบ่งมนุษย์ออกเป็นองค์ประกอบย่อย ๕ ส่วน ซึ่งเรียกชื่อตามภาษาทางพุทธธรรมว่า เบญจขันธ์ คือ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ แต่ละขันธ์มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๑. รูปขันธ์ แปลว่า กองแห่งรูป หมายถึงส่วนที่เป็นร่างกายของมนุษย์ ซึ่งเกิดจาก
การรวมตัวของธาตุ ๔ ที่เรียกว่ามหาภูตรูป คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และไฟ และรวมกับคุณสมบัติพร้อมด้วยคุณลักษณะของธาตุทั้ง ๔ ที่เรียกว่า อุปาทายรูปคือรูปซึ่งอาศัยมหาภูตรูปด้วย ในสังยุตตนิกาย พระพุทธเจ้าทรงอธิบายเกี่ยวกับรูปไว้ว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุไรจึงเรียกว่ารูป เพราะสลายไปจึงเรียกว่ารูป สลายไปเพราะอะไร สลายไปเพราะหนาวบ้าง สลายไปเพราะร้อนบ้าง เพราะหิวบ้าง เพราะกระหายบ้าง เพราะสัมผัสแห่งเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานบ้าง
โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี [17 ส.ค. 2548 , 09:51:26 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )
สลักธรรม 10
๒. เวทนาขันธ์ แปลว่า กองแห่งเวทนา ได้แก่ความรู้สึกทางอารมณ์ว่า เป็นสุข
เป็นทุกข์ หรือเฉย ๆ คำว่า อารมณ์ ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่จิตรับรู้โดยผ่านทางอายตนะภายในทั้ง ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ในสังยุตตนิกาย พระพุทธเจ้าทรงอธิบายเกี่ยวกับเวทนาไว้ว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุไรจึงเรียกว่าเวทนา เพราะเสวยอารมณ์จึงเรียกว่าเวทนา เสวยอารมณ์อะไร เสวยอารมณ์สุขบ้าง เสวยอารมณ์ทุกข์บ้าง เสวยอารมณ์ไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่สุขบ้าง
๓. สัญญาขันธ์ แปลว่ากองแห่งสัญญา ได้แก่ความจำได้หมายรู้ เป็นการกำหนดรู้เครื่องหมายหรือลักษณะของสภาวะธรรมทั้งหลาย สัญญามี ๖
ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคท่านพุทธโฆษาจารย์ ได้อธิบายเกี่ยวกับเหตุผลในเรื่องสัญญา
ขันธ์ไว้ว่า
สัญญาขันธ์ พึงทราบว่า เพราะรวมธรรมชาติที่มีความจำได้เป็นลักษณะสิ้นทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน
๔. สังขารขันธ์ แปลว่า กองแห่งสังขาร ได้แก่เจตสิกธรรม ซึ่งเป็นอารมณ์ที่เกิดกับ
จิตและมีเจตนาเป็นตัวนำสำคัญในการแต่งจิตให้ดีให้ชั่ว หรือเป็นกลาง ๆ แล้วส่งไปถึงพฤติกรรมของมนุษย์ทั้งทางกายและวาจาด้วย
ในวิสุทธิมรรค ท่านพุทธโฆษาจารย์ ได้ให้อธิบายเกี่ยวกับสังขารไว้ว่า
สังขารทั้งหลาย แม้เป็นอย่างเดียวโดยลักษณะ (แต่)ว่าโดยชาติก็เป็น ๓ คือ กุศล อกุศล อัพยากฤต ในสังขาร ๓ นั้น สังขารที่สัมปยุตด้วยกุศลวิญญาณจัดเป็นกุศลสังขาร ที่สัมปยุตด้วยอกุศลวิญญาณ จัดเป็นอกุศลสังขาร ที่สัมปยุตด้วยอัพยากฤตวิญญาณ จัดเป็นอัพยา กฤตสังขาร
๕. วิญญาณขันธ์ แปลว่า กองแห่งวิญญาณ ได้แก่ความรู้แจ้งอารมณ์ทางทวารทั้ง ๖
คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ซึ่งเป็นความรู้ที่เกิดจากอายตนะภายนอกมากระทบกับอายตนะภายใน แล้วทำให้เกิดผลคือ ความรู้หรือวิญญาณ ในที่นี้วิญญาณแบ่งเป็น ๖
ในสังยุตตนิกาย พระพุทธเจ้าทรงอธิบายเกี่ยวกับวิญญาณไว้ว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุไรจึงเรียกว่าวิญญาณ เพราะรู้แจ้งจึงเรียกว่าวิญญาณ รู้แจ้งอะไร รู้แจ้งรสเปรี้ยวบ้าง รสขมบ้าง รสเผ็ดบ้าง รสหวานบ้าง รสขื่นบ้าง รสไม่ขื่นบ้าง รสเค็มบ้าง รสไม่เค็มบ้าง
โดย ธีร์ [17 ส.ค. 2548 , 09:52:40 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |