มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มนุษย์เป็นธรรมชาติ




ความหมายของคำว่ามนุษย์
คำว่า “มนุษย์” หมายถึง สัตว์ที่รู้จักใช้เหตุผล, สัตว์ที่มีจิตใจสูง, คน
ผู้รู้ศัพทศาสตร์ทางพระพุทธศาสนา ได้ให้คำนิยามความหมายของคำว่ามนุษย์ไว้ดังนี้
คำว่า “มนุษย์” หมายถึง ผู้มีใจสูง ได้แก่คนผู้มีมนุษยธรรม เช่น เมตตา กรุณา เป็นต้น, สัตว์ที่รู้จักคิดเหตุผล, คน
คำว่า “มนุษย์” มีความหมายเป็น ๒ ประการ คือ
๑. มนุษย์ หมายความว่า ผู้รู้จักเหตุรู้จักผล รู้ดีชั่ว รู้จักประโยชน์และมิใช่ประโยชน์
๒. มนุษย์ หมายความว่า บุคคลผู้มีใจสูง (มีคุณธรรม ความเป็นมนุษย์)
มนุษย์ ในความหมายว่า ผู้รู้จักเหตุรู้จักผล รู้จักดีชั่ว รู้จักประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ และอีกนิยามหนึ่ง คือ เป็นผู้มีใจสูง ตามความหมายเหล่านี้ มีนัยแสดงถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์ตามลำดับ และมีความเกี่ยวโยงกับหลักพุทธธรรม ซึ่งเป็นคำสอนเดิมแท้ของพระพุทธเจ้า



ธรรมชาติของชีวิตมนุษย์คือ เป็นสัตว์ที่ต้องฝึกและฝึกได้ การที่มนุษย์เราจะมีชีวิตที่ดีงาม เราจะต้องศึกษาฝึกฝนพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นไป ในระบบการดำเนินชีวิตของเราซึ่งประกอบด้วยพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา เมื่อเราฝึกฝนพัฒนามีการศึกษา ก็ทำให้การดำเนินชีวิตของเราดีขึ้น แต่ถ้าเราไม่เรียนรู้ไม่ฝึก เราที่เป็นมนุษย์นั้นก็จะดำเนินชีวิตให้ไม่ดีเลย ทั้งนี้เพราะมนุษย์อยู่ด้วยสัญชาตญาณอย่างเดียวไม่พอ


โดย ธีร์ (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ส.ค. 2548 , 09:26:21 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11


จึงสรุปได้ว่า การวิเคราะห์และให้ความหมายมนุษย์ โดยแยกองค์ประกอบออกเป็นส่วนย่อย ๕ ส่วน ดังกล่าวแล้วคือ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ ซึ่งเรียกว่าเบญจขันธ์นั้น เมื่อย่อลงแล้วก็คือ รูปกับนาม หรือกายกับจิตนั่นเอง ตามทรรศนะพระพุทธศาสนา มองมนุษย์ในฐานะที่มีศักยภาพฝึกฝนอบรมได้ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นั้นต้องพัฒนาทั้งทางกายและทางจิตไปพร้อม ๆ กัน
๓. การวิเคราะห์มนุษย์ตามนัยของอายตนะ
ในคัมภีร์สุตตันตปิฏก ทีฆนิกาย ได้ถือเอาอายตนะของมนุษย์เป็นหลักในการวิเคราะห์
คือมองมนุษย์ในฐานะที่เป็นการรวมหรือประชุมกันเข้าของอายตนะภายใน ๖ ประการ คือ ๑) จักขุ ๒) โสต ๓) ฆานะ ๔) ชิวหา ๕) กาย ๖) มโน
เมื่อพูดถึงอายตนะภายในแล้ว พระพุทธศาสนาก็มักจะกล่าวถึงอายตนะภายนอกเป็นคู่กันด้วยเสมอ ซึ่งมี ๖ ประการเช่นกัน คือ ๑) รูป ๒) เสียง ๓) กลิ่น ๔) รส ๕) โผฏฐัพพะ ๖) ธรรมารมณ์ ถ้าเรานำเอาอายตนะภายในและอายตนะภายนอกมาจับคู่กันก็จะได้ ๖ คู่ หรือได้อายตนะ ๑๒ และอาจย่อลงได้เป็น ๒ ส่วน คือ กายและจิต



๔. การวิเคราะห์มนุษย์ตามนัยแห่งธาตุ
พระพุทธศาสนามองมนุษย์ในฐานะเป็นสิ่งที่เกิดจากการรวมตัวกันเข้าของธาตุทั้ง
๖ หรือธาตุ ๑๘ ดังนี้ ธาตุ ๖ ประกอบด้วย
๑. ปฐวีธาตุ ธาตุดิน
๒. อาโปธาตุ ธาตุน้ำ
๓. เตโชธาตุ ธาตุไฟ
๔. วาโยธาตุ ธาตุลม
๕. อากาสธาตุ ธาตุอากาสหรือช่องว่าง
๖. วิญญาณธาตุ ธาตุวิญญาณหรือธาตุรู้
ธาตุ ๑๘ ประกอบด้วย
๑. จักขุธาตุ ๒. รูปธาตุ ๓. จักขุวิญญาณธาตุ
๔. โสตธาตุ ๕. สัททธาตุ ๖. โสตวิญญาณธาตุ
๗. ฆานธาตุ ๘. คันธธาตุ ๙. ฆานวิญญาณธาตุ
๑๐. ชิวหาธาตุ ๑๑. รสธาตุ ๑๒. ชิวหาวิญญาณธาตุ
๑๓. กายธาตุ ๑๔. โผฏฐัพพธาตุ ๑๕. กายวิญญาณธาตุ
๑๖. มโนธาตุ ๑๗. ธัมมธาตุ ๑๘. มโนวิญญาณธาตุ


โดย ธีร [17 ส.ค. 2548 , 09:54:37 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 12


๕. การวิเคราะห์มนุษย์ตามนัยของปฏิจจสมุปบาท
หลักคำสอนที่เกี่ยวกับมนุษย์และสรรพสิ่งในพระพุทธศาสนานั้น จะเริ่มด้วยกฏสากลหรือหลักการแม่บท โดยครอบคลุมความจริงของปรากฏการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สามารถที่จะอธิบายกระบวนการต่าง ๆ ของชีวิต โลก และจักวาล โดยไม่อิงอยู่กับอำนาจลึกลับใด ๆ ที่นอกเหนือไปจากตัวมนุษย์ ในทางตรงข้ามกลับเริ่มต้นและสิ้นสุดลงที่ตัวมนุษย์นี้เอง ก็เพราะทั้งหลายดำรงอยู่ในฐานะภาวะสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน สถานะของมนุษย์จึงเป็นไปตามกฏ ปฏิจจสมุปบาท จะเห็นได้จากพุทธพจน์ที่แสดงหลักปฏิจจสมุปบาทไว้ในรูปของกฏธรรมชาติ ที่เป็นกระบวนการของชีวิตอันเป็นธรรมชาติภายในตัวมนุษย์ ดังนี้
พระตถาคตทั้งหลายจะเสด็จอุบัติขึ้นก็ตาม ไม่เสด็จอุบัติขึ้นก็ตาม ธาตุ (หลัก) อันนั้นคือ ธัมมฐิติ ธัมมนิยาม อิทัปปัจจัย ก็ดำรงอยู่ พระตถาคตย่อมตรัสรู้ ทั่วถึงซึ่งธาตุอันนั้น ครั้นแล้วย่อมตรัสบอก ทรงแสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผยจำแนก กระทำให้ตื้น แลตรัสว่า ท่านทั้งหลายจงดู ดังนี้ เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยจึงมีสังขาร ภิกษุทั้งหลาย ความจริงแท้ ความไม่คลาดเคลื่อน ความไม่เป็นอย่างอื่น มูลเหตุแน่นอนในธาตุอันนั้น ดังพรรณนามาฉะนี้แล เราเรียกว่าปฏิจจสมุปบาท



พุทธพจน์ตามนัยนี้ แสดงให้เห็นปฏิจจสมุปบาทในฐานะเป็นหลักสำคัญ คือ ๑. เป็นการดำรงของสิ่งทั้งหลาย (ธัมมฐิติ) ๒. เป็นแนวทางของสิ่งทั้งหลาย (ธัมมนิยาม) ๓. ความเป็นปัจจัยของกันและกัน (อิทัปปัจจัยตา) สรุปได้ว่า สถานะความเป็นไปของสิ่งทั้งหลายในกระแสของภาวะสัมพันธ์ จะเป็นส่วนสำคัญในการอธิบายสถานะมนุษย์ นั่นหมายถึง หลักคำสอนเรื่องปฏิจจสมุปบาทนี้ สามารถใช้อธิบายสิ่งต่าง ๆ ภายนอก ในฐานะของกฏสากล และสิ่งที่ดำรงอยู่ภายในฐานะกฏธรรมชาติเชิงประยุกต์ เพื่อใช้อธิบายและแก้ไขปัญหาความทุกข์ของมนุษย์



โดย ธีร์ [17 ส.ค. 2548 , 09:56:57 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 13


ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ๒๕๒๕, (กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์อักษรเจริญทัศน์, ๒๕๓๑), หน้า ๖๒๔.
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต), พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์, (กรุงเทพฯ : มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๘), หน้า ๒๑๓.
สมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์ ปุณฺณกมหาเถร), สมเด็จฯ คิด เขียน พูด เทศน์, (กรุงเทพฯ : ธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด พิมพ์โดยเสด็จพระราชกุศล ในการออกเมรุพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระธีรญาณมุนี, ๒๕๒๗), หน้า ๑๕๘.
พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต), ถึงเวลาพัฒนาคนกันใหม่, (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ธรรมสภา ๒๕๔๐), หน้า ๓๐.
สํ.ส.๑๕/๕๕๔/๑๙๐.
สํ.ส.๑๕/๕๕๔/๑๙๐, ขุ.มหา.๒๙/๘๖๕/๔๘๑.
มหามกุฏราชวิทยาลัย, ธัมมปทัฏฐกถาแปล ภาค ๒ จิตตวรรควรรณา พิมพ์ครั้งที่ ๗, (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย ๒๕๑๒), หน้า ๒๒๔.
องฺ.ติก. ๒๐/๕๗๖/๓๒๒.
ขุ.มหา. ๒๙/๑๓๑/๘๗.

โดย tvb [17 ส.ค. 2548 , 10:02:36 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 14


พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต), พุทธธรรม ฉบับปรับปรุงและขยายความ, (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณ์ ๒๕๓๘), หน้า ๗๐/๑-๒.
ขุ.ปฏิ. ๓๑/๗๙/๓๔.
สํ.ขนฺธ. ๑๗/๑๒๗–๑๒๘/๖๔.
ขุ.ปฏิ.๓๑/๗๙/๓๓.
สํ.นิ. ๑๖/๒๓๑/๑๐๔.
ขุ.ปฏิ. ๓๑/๗๙/๓๓.
สํ.ขนฺธ. ๑๗/๔๒/๒๑.
อภิ.วิ.๓๕/๑/๑.
สํ.ขนฺธ.๑๗/๙๕/๔๗.
สุนทร ณ รังษี, พุทธปรัชญาจากพระไตรปิฎก, (กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,๒๕๔๓), หน้า ๑๐๒.
สํ.ขนฺธ.๑๗/๑๕๙/๘๖.
สํ.สฬา.๑๘/๔๓๔/๒๖๖ เวทนา ๕ อย่างคือ ๑) สุขเวทนา สุขกาย ๒) ทุกขเวทนา ทุกข์กาย ๓) โสมนัสเวทนา สุขใจ ๔) โทมนัสเวทนา ทุกข์ใจ ๕) อุเบกขาเวทนา ไม่สุขไม่ทุกข์ เฉย ๆ.
สํ.ขนฺธ.๑๗/๑๕๙/๘๖.
มหามกุฏราชวิทยาลัย, วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๓ ตอน ๑, (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๒๒), หน้า ๑๙.
มหามกุฏราชวิทยาลัย, วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๓ ตอน ๑, อ้างแล้ว, หน้า ๑๙.
สํ.ขนฺธ.๑๗/๑๕๙/๘๗.
ที.มหา.๑๐/๒๙๒/๒๖๗.
มหามกุฏราชวิทยาลัย, วิสุทธิมรรคแปล, ภาค ๓ ตอน ๑, อ้างแล้ว, หน้า ๑๓๒.
ม.อุ.๑๔/๖๘๓/๓๗๒, ที.ปา.๑๑/๓๑๙/๒๔๗.
อภิ.ยมก.๓๘/๗๙๔/๒๗๓.
สํ.นิ. ๑๖/๖๑/๒๕.
พระราเชนทร์ วิสารโท (ไชยเจริญ),การศึกษาเชิงวิเคราะห์หลักพุทธธรรม
กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในพระพุทธศาสนา}บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ๒๕๔๖หน้า38


โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี [17 ส.ค. 2548 , 10:04:32 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 15

ขอบพระคุณ คุณธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี อย่างมาก ที่ได้นำ บทความที่เป็ฯประโยชน์ อย่างยิ่ง ที่เราสามารถ มองพระพุทธศาสนา ในแง่วิทยาศาสตร์ อย่างผสมกลมกลืน ไม่ขัดแย้ง.

เป็น สัจจธรรม ในขั้น โลกียะ จนถึง อริยสัจจ์ขั้น
โลกุตระ .

ขออนุโมทนา สาธุๆ

โดย อหิงสา. [22 ส.ค. 2548 , 06:43:44 น.] ( IP = 4.254.228.220 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org