มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หลักธรรมและกฏธรรมชาติ






หลักกรรมและธรรมชาติ


ครั้งหนึ่ง พระพุทธองค์ ทรงประอยู่ที่กัมมาสทัมมนิคม..แคว้นกุรุ พระอานนทเถระ ได้เข้าเฝ้าพระองค์แล้วกราบทูลว่า

น่าอัศจรรย์จริงน่าประหลาดจริงพระเจ้าข้า ที่ปฏิจจสมุปบาทอันลึกล้ำคัมภีรภาพนี้ ปรากฏแก่ข้าพระองค์เหมือนเป็นของตื้นๆ เป็นเรื่องง่ายๆเท่านั้น

พระพุทธองค์จึงตรัสเตือนว่า อานนท์..เพราะหมู่สัตว์ไม่เข้าใจ ไม่รู้แจ้งแทงตลอดในปฏิจจสมุปบาทนี้ หมู่สัตว์จึงยุ่งเหยิงกัน.. เหมือนเส้นด้ายเหมือนกลุ่มด้าย สับสนเหมือนหญ้าปล้อง จึงไม่ล่วงพ้นอบาย ทุคคติ วินิบาต สังสารวัฏฏ์ไปได้


โดย ศาลาธรรม...นำมาฝาก [23 ส.ค. 2548 , 14:29:45 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

จากพระพุทธพจน์นี้..จะเห็นได้ว่าปฏิจจสมุปบาท มีความสำคัญเป็นพิเศษ จะเห็นเป็นของง่ายๆหาควรไม่ เพราะถ้าไม่รู้ ไม่เข้าใจปฏิจจสมุปบาท ก็เท่ากับไม่รู้ตัวเองไม่รู้จักชีวิตคือไม่รู้จักทุกข์

เมื่อไม่รู้จักทุกข์..ก็ไม่รู้จักเหตุให้เกิดทุกข์.. ไม่รู้จักที่ดับทุกข์..ไม่รู้จักข้อปฏิบัติที่ทำให้ถึงที่ดับทุกข์ได้.

ถ้ารู้จักปฎิจจสมุปบาท ก็ชื่อว่ารู้จักตัวเอง รู้จักชีวิต..คือรู้จักทุกข์เหตุให้เกิดทุก์.. ที่ดับทุกข์. และข้อปฏิบัติ ที่จะทำให้ถึงที่ดับทุกข์จึงย่อมจะพ้นทุกข์ได้

โดย ศาลาธรรม [23 ส.ค. 2548 , 14:30:23 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

แต่คำว่า รู้ในที่นี้.. ไม่เพียงเรียนรู้หรือรู้เพราะศึกษา เพราะได้ด้วยสัญญาคือความจำได้หมายรู้เท่านั้น แต่หมายถึงรู้เห็นประจักษ์ ด้วยวิปัสสนาญาณ หรือมรรคญาณ

คือรู้ครบบริบูณ์ ด้วยอำนาจ ญาณทั้ง ๓ ได้แก่.. สัจจญาณ..กิจจญาณ.. และ กตญาณ

รู้ความจริงว่า ทุกข์ (คือ..ชีวิต) เป็นอย่างนี้ เหตุให้เกิดทุกข์เป็นอย่างนี้ ที่ดับทุกข์เป็นอย่างนี้ ข้อปฏิบัติที่จะทำให้ถึงที่ดับทุกข์เป็นอย่างนี้ การรู้เช่นนี้เรียกว่ารู้ด้วยสัจจญาณ

รู้กิจที่ควรทำว่า ..ทุกข์เป็นสิ่งควรกำหนดรู้ เหตุให้เกิดทุก์เป็นสิ่งที่ควรละ ที่ดับทุกข์เป็นสิ่งควรทำให้แจ้ง ข้อปฏิบัติที่จะทำให้ถึงที่ดับทุกข์เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ ควรเจริญ ให้เกิดขึ้น การรู้เช่นนี้เรียกว่ารู้ด้วย กิจจญาณ

รู้กิจที่ทำเสร็จไปแล้ว ว่าทุกข์ได้กำหนดรู้แล้ว เหตุให้เกิดทุกข์ก็ละได้แล้ว ที่ดับทุกข์ก็ทำให้แจ้งแล้ว ข้อปฏิบัติที่จะทำให้ถึงที่ดับทุกข์ก็ได้ปฏิบัติตามได้เจริญให้เกิดขึ้นแล้ว การที่ว่ารู้ด้วยกตญาณ เช่นนี้จึงจะรวมความว่า..ที่ว่ารู้นั้นหมายถึงรู้จริงๆ และทำได้จริงๆ จึงจะเรียกว่ารู้จักปฏิจจสมุปบาท

โดย ศาลาธรรม [23 ส.ค. 2548 , 14:31:05 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

ความลำดับขั้นตอนที่ยกมานี้ จะทำให้เห็นความสำคัญของปฏิจจสมุปบาท ที่เป็นอารมณ์ของการปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

"ปฏิจจสมุปบาท" เป็นหลักธรรมที่แสดงในรูปของกฏธรรมชาติ ว่าด้วยการที่สิ่งทั้งหลายอาศัยการเป็นปัจจัยต่อกัน เพื่อการเกิดมีขึ้น และเป็นหลักธรรมที่แสดงการเกิด-ดับ ของทุกข์ที่อาศัยปัจจัยต่อเนื่องกัน โดยมีหลักว่า.....

เมื่อสิ่งนี้มีอยู่ สิ่งนี้ย่อมมี เพราะความเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น
เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ย่อมไม่มี เพราะความดับแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้ย่อมดับ

โดย ศาลาธรรม [23 ส.ค. 2548 , 14:31:37 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

ปฏิจจสมุปบาท มีชื่อเรียกได้หลายชื่อ ได้แก่ ....

ธัมมฐิติ (ความดำรงอยู่ตามปัจจัย)
ธัมมนิยาม (ความแน่นอนตามธรรม)
อิทัปปัจจยตา (ความมีสิ่งนี้เป็นปัจจัย)
ตถตา (ความเป็นจริงอย่างนั้น)
อวิตถตา (ความเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นเช่นนั้น)
อนัญญถตา (ความไม่เป็นอย่างอื่น)
ปัจจยาการ (อาการตามปัจจัย)

โดย ศาลาธรรม [23 ส.ค. 2548 , 14:34:26 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

"ปฏิจจสมุปบาท" แจกแจงเป็นองค์ประกอบ ๑๒ หัวข้อ ได้แก่...
"อวิชชา".. เป็นปัจจัย.."สังขาร".. จึงมี
"สังขาร".. เป็นปัจจัย.. "วิญญาณ" ..จึงมี
"วิญญาณ" ..เป็นปัจจัย.. "นามรูป".. จึงมี
"นามรูป".. เป็นปัจจัย.."สฬายตนะ".. จึงมี
"สฬายตนะ"..เป็นปัจจัย.."ผัสสะ".. จึงมี
"ผัสสะ".. เป็นปัจจัย.. "เวทนา".. จึงมี
"เวทนา".. เป็นปัจจัย.. "ตัณหา".. จึงมี
"ตัณหา".. เป็นปัจจัย.."อุปาทาน" ..จึงมี
"อุปาทาน" ..เป็นปัจจัย.."ภพ".. จึงมี
"ชาติ".. เป็นปัจจัย.."ชรา มรณะ"..จึงมี
ความโศก คร่ำครวญ ทุกข์ โทมนัส คับแค้นใจจึงมีพร้อม ความเกิดแห่งทุกข์ทั้งปวงจึงเกิดมีขึ้น

องค์ประกอบนี้เป็นปัจจัยสืบเนื่องอาศัยกันไป.. เป็นวงกลม.. ไม่มีต้น.. ไม่มีปลาย คือ ไม่มีตัวต้นเหตุเริ่มต้น
...การยกเอา "อวิชชา" ตั้งไว้เป็นข้อแรก ก็เพื่อให้ง่ายต่อการอธิบายทำความเข้าใจ เพราะทุกสรรพสิ่งในโลกต่างล้วนเป็นปัจจัย อาศัยกันและกันเกิดขึ้น คือ สิ่งหนึ่งย่อมเป็นปัจจัยให้เกิดอีกสิ่งหนึ่งได้

ด้วยความปรารถนาดีจาก พี่เณร

โดย ศาลาธรรม [23 ส.ค. 2548 , 14:35:19 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณค่ะ สำหรับธรรมอันลึกซึ้ง และ กฏแห่งธรรมชาตินี้ น่าศึกษายิ่งนัก

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ส.ค. 2548 , 16:41:44 น.] ( IP = 203.151.140.116 : : 203.113.39.9 )


  สลักธรรม 7


ขอบคุณมากค่ะ สำหรับกฏธรรมชาติ ที่นับว่าสำคัญยิ่งต่อการเข้าใจตนเองและผู้อื่น

โดย พี่ดา [24 ส.ค. 2548 , 09:18:16 น.] ( IP = 61.91.196.222 : : )


  สลักธรรม 8

เป็นเรื่องที่ควรศึกษาและทำความเข้าใจ
ขอบคุณมากค่ะ

โดย เซิ่น [24 ส.ค. 2548 , 22:07:00 น.] ( IP = 61.91.126.112 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org