มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คุณสมบัติของผู้สอนที่ดี





คุณสมบัติของผู้สอนที่ดี


p>

การสอนของพระพุทธเจ้าเป็นกรรมวิธีในการสอนเร้าร้อนให้ผู้เรียนเกิดความรู้ในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ต่ำลงไปจนถึงสูงสุด นับตั้งแต่สมมติสัจจะถึงอริยสัจจะเพื่อให้เขาได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี พระพุทธเจ้าทรงเป็นครูชั้นยอดพระองค์หนึ่งในบรรดาคุณสมบัติของพระองค์นั้น โดยตรงคือ ทรงเป็นสารถีผู้ฝึกคนที่ไม่มีผู้เทียมเท่าและพระองค์ทรงเป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
คุณสมมติของครูตามแบบอย่างพระพุทธองค์ครูที่ดีตามหลักพุทธศาสตร์ควรจะมีคุณสมบัติ ๖ อย่างด้วยกันเป็นหลักดังนี้
๑. มีความกรุณาเป็นพื้นฐานของจิตมีความสงสารต่อผู้เรียนเป็นหลักในการสั่งสอนการสอนของพระองค์เป็นลักษณะของการมุ่งช่วยเหลือให้พ้นจากทุกข์เป็นหลัก และการไม่หวังผลตอบแทน
๒.มีความอดทน ใจเย็น พระองค์มีความอดทนเป็นเลิศแม้ครั้งหนึ่งพระองค์เสด็จเข้าไปบิณฑบาตในนิคมที่อยู่ของอัคคิกภารทวาชพรหามณ์ผู้เคร่งครัดในศาสนาพราหมณ์กำลังทำการบูชาไฟ เมื่อเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จมา เขาได้ส่งเสียงร้องบอกว่าหยุดอยู่นั้นแหละคนหัวโล้น สมณหยุดอยู่นั้นคนถ่อยซึ่งเป็นคำเรียกที่ดูถูกเหยียดหยามมากแต่พระพุทธเจ้าก็ได้ตรัสถามว่าไปอย่างปกติว่าพราหมณ์ท่านรู้จักคนถ่อยหรือ ? หรือ ธรรมที่ทำให้เป็นคนถ่อยหรือ ? เมื่อบอกว่าไม่รู้พระองค์ทรงแสดงพระธรรมแก่เขาจนปฏิญาณตนเป็นอุบาสกในที่สุด ที่เป็นตัวอย่างว่าพระบรมศาสดาของเราทรงมีความอดทนเป็นเลิศและพระองค์มีความใจเย็นเป็นที่สุดอีกด้วย


โดย ธีร์ (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 ส.ค. 2548 , 10:06:53 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


คุณสมบัติของผู้สอนที่ดี



๓.มีความยุติธรรมไม่เห็นแก่หน้า พระพุทธเจ้าพระองค์ทรงมีความยุติธรรมที่สุดครั้งหนึ่งพระองค์ทรงรับนิมนต์ไปฉันที่บ้านของนครโสเภณีชื่อว่าอัมพปาลีไว้แล้วต่อมามีคนหนึ่งซึ่งมียศบรรดาศักดิ์ใหญ่กว่ามานิมนต์แต่พระองค์หาได้ทรงรับไม่ตรัสบอกลิจฉวีวาพระองค์รับนิมนต์ไว้แล้วเป็นลักษณะของพระองค์ให้ความสำคัญและเท่าเทียมกันเป็นลักษณะของครูที่มี เป็นเฉพาะพระองค์



๒.มีความรอบคอบ พิจารณาอย่างถี่ถ้วนไม่ตัดสินใจอย่างหุนหันพลันแล่นความรอบคอบของพระพุทธองค์ทรงแสดงออกมาในพระดำรัสในพระสูตรหนึ่งว่า “ดูก่อนจุนทะแม้หากวาสิ่งที่เป็นอดีตไม่เป็นจริง ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ตถาคตก็ไม่พยากรณ์สิ่งนั้น แม้หากว่าสิ่งที่เป็นอดีต เป็นจริงเป็นของแท้แต่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ตถาคตก็ไม่ทรงพยากรณ์แม้สิ่งนั้น แม้หากว่าสิ่งที่เป็นของจริง เป็นของแท้ประกอบด้วยประโยชนตถาคตย่อมรู้กาลเพื่อจะพูดสิ่งนั้น” ยกตัวอย่างข้อความในพระสูตรเป็นลักษณะของความรอบคอบของพระพุทธองค์


โดย ธีร (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 ส.ค. 2548 , 10:09:07 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 2


คุณสมบัติของผู้สอนที่ดี



๕. มีความประพฤติน่าเคารพบูชา พระพุทธเจ้าในฐานะผู้ทรงสั่งสอนธรรมของพระองค์ที่มีต่อมวลมนุษย์ทั้งนั้นไม่เพียงแต่ให้ความรู้อย่างเดียวแต่พระองค์มุ่งตั้งอยู่ในแบบอย่างที่ดีแก่มวลมนุษย์
๖. รู้จักภูมิสติปัญญาของนักเรียน พระพุทธเจ้าทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในการประเมินผลของการสอนก่อนที่พระองค์จะสอนหรือว่าโปรดใครพระพุทธองค์ทรงไตรตรองในการโปรดและผลของการสอนทุกครั้งแบบอย่างที่ดีของพระองค์ในตลอดพระชนมายุของพระองค์เป็นข้อปฏิบัติหนึ่งในห้าข้อที่พระพุทธเจ้าทรงกระทำเป็นเวลา ๔๕ พรรษา พระพุทธเจ้าได้ทรงพบว่าคนเรามี ๔ ประเภท ตามระดับสติปัญญา
(๑) อุคฆติตัญญู ผู้สามารถในการเรียนรู้ได้อย่างฉับพลัน เพียงแต่ยกหัวข้อขึ้นแสดงก็อาจรู้ได้ทันที
(๒) วิปจิตัญญู ผู้สามารถในการเรียนรู้ได้ ในเมื่อมีการอธิบายขยายความของหัวข้อที่ยกขึ้นไว้
(๓) เนยยะ ผู้สามารถในการเรียนรู้ พอแนะนำได้ กล่าวหรือสั่งสอนบ่อย ๆ และมีการทบทวนเป็นประจำในสิ่งที่ตัวผู้เรียน เรียนไว้
(๔) ปทปรมะ เป็นลักษณะของผู้เรียนที่ไม่สามารถจะแนะนำกันได้ประเภทนี้เป็นพวกที่เหมือนบัวจมใต้น้ำ


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 ส.ค. 2548 , 10:12:07 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 3


คุณสมบัติของผู้สอนที่ดี



พระพุทธวิธีในการสอน
๑. อิทธิปาฏิหาริย์ การใช้ความสามารถพิเศษเฉพาะตัวแบบฤทธิ์เดชปาฏิหาริย์ ปาฏิหาริย์ประเภทนี้พระพุทธเจ้าทรงใช้กับบุคคลประเภทปทปรมะ
๒. อาเทศนาปาฏิหาริย์ การดักใจโดยใช้คำพูดสั้น ๆ หรือทำอะไรบางอย่างปาฏิหาริย์ประเภทนี้ทรงใช้กับบุคคลประเภทอุคฆติตัญญูและวิปจิตัญญูเป็นพิเศษ
๓. อนุสาสนีปาฏิหาริย์ การสอนแบบ บรรยายหรือว่าเป็นการสนทนาถามตอบปัญหาปาฏิหาริย์ประเภทนี้ทรงใช้กับบุคคลประเภทเนยยะ การสอนแบบอนุสาสนีนั้นได้ผลเพราะพระพุทธเจ้าพระองค์ทรงใช้วิธีต่าง ๆ ตามแบบอย่างเหมาะสม เช่นแบบบรรยาย แบบสนทนา แบบถามปัญหา และการตอบปัญหา ทรงสอนโดยตามลำดับจากต่ำไปหาสูงเช่นอย่างอนุบุพพีกถา ทรงเริ่มต้นจากการประสบการณ์ของผู้ฟัง ทรงใช้ภาษาสำนวนอย่างง่ายทำให้เข้าใจได้ทันที ทรงทำให้นามธรรมเป็นรูปธรรมด้วยการอุปมาอุปมัย นิทาน เหตุการณ์ปัจจุบันและของจริงบางอย่าง ทรงเร้าอารมณ์ของคนฟังให้เกิดความกระตื้อรื้อรันในการปฏิบัติธรรมทั้งอารมณ์ด้วย ในการบรรยายพระองค์ทรงใช้สามวิธีการด้วยกัน



พระนรวาง สุวุฑฺฒิโก (ตามาง),กุศโลบายการสอนพุทธธรรมของอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยพุทธศักราช ๒๕๔๘ ,หน้า ๗-๘
เรื่องเดียวกัน, หน้า ๔๒.มหาปรินิพพานสูตร, ม.ที. ๑๐/๑๑๑.


โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 ส.ค. 2548 , 10:14:14 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 4


จากการศึกษาค้นคว้าวิธีการสอนของพระพุทธเจ้าเราจะได้พบว่าการสอนของพระพุทธเจ้า
พระพุทธองค์ทรงสอนเท่าที่จำเป็น แม้ว่าพระองค์จะมีพระนามว่าเป็นสัพพัญญู อันหมายถึงผู้รู้สิ่งทั้งปวง แต่สิ่งที่ไม่จำเป็นเพื่อกำจัดทุกข์พระองค์ก็ไม่ทรงแสดงดังที่ปรากฏในสีสปาวสูตรมีความว่า
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ประทับอยู่ ณ สีสปาวัน ใกล้กรุงโกสัมพี พระองค์ทรงหยิบใบประดู่ลาย ๒ - ๓ ใบไว้ในพระหัตถ์แล้วตรัสกะพระภิกษุทั้งหลายว่าใบประดู่ลายที่อยู่ในพระหัตถ์กับใบไม้ประดู่ลายที่อยู่บนต้นไม้อย่างไหนมีมากกว่ากัน พวกภิกษุได้กราบทูลว่าใบประดู่ลายที่อยู่ในพระหัตถ์ พระพุทธองค์ทรงตรัสกับพระภิกษุว่าใบไม้ประดู่ที่อยู่ในพระหัตถ์น้อยนิดเหมือนพระองค์ทรงรู้ธรรมะมาก แต่ในการสอนนั้น สอนเท่าที่จำเป็นเพื่อระงับดับทุกข์เหมือนใบ้ไม้ในกำพระหัตถ์ส่วนธรรมที่รู้แล้วมิได้ทรงแสดงเหมือนใบไม้ทั้งหมดในป่า การหาจุดพอดีเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้เกิดประโยชน์ในการทำงานบรรลุเป้าหมายในชีวิต ในการสอนของพระพุทธเจ้าจะมีเป้าหมายอย่างเห็นได้ชัดในการสอนคือ ฝึกฝนจริงเพื่อให้ใช้ปัญญาดำเนินชีวิตทางใดที่จะก่อให้เกิดปัญญาพระองค์ก็จะทรงสั่งสอนหรือในด้านการสอนเป็นปรากฏเด่นชัด



พระองค์เสด็จอุบัติในชมพูทวีปอันเป็นถิ่นแห่งนักปราชญ์ ศาสนาจารย์ และเจ้าลัทธิต่าง ๆ พระองค์ต้องเผชิญกับนักการศาสนาอื่น ๆ มาก ซึ่งแต่ละกลุ่มนั้นมาทั้งเรียนรู้และทดสอบในขณะเดียวกัน หลังจากที่พระองค์ได้ตรัสรู้แล้วพระองค์ก็ได้สั่งสอนเป็นเวลา ๔๕ พรรษาพระองค์ทรงใช้เวลา ตลอดชีวิตของพระองค์ ในการสั่งสอนและการสร้างสังฆมณฑลขึ้นมาเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการสั่งสอนและสืบทอดเจตนารมณ์ของพระองค์



โดย tvb (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 ส.ค. 2548 , 10:26:06 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 5


ผลงานด้านการสอนของพระพุทธองค์ที่สืบทอดกันมาถึงปัจจุบันก็คือ พระธรรมและวินัยในพระพุทธศาสนาซึ่งได้เจริญมาเป็นเวลานานนับสองพันกว่าปีและยังนับถือกันอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั้งในเอเชีย, อเมริกา, ยุโรปและแอฟริกาในปัจจุบันโดยมีคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนเป็นกำลังในการเผยแผ่ ดังที่พระองค์ตรัสไว้ว่า ภิกษุทั้งหลายสิ่งที่เรารู้แต่มิได้บอกเธอทั้งหลายมีมากเพราะว่าสิ่งนั้นไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ย่อมเป็นไปเพื่อความเบื่อหน่ายคลายกำหนัด ความดับ ความสงบ ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ นิพพาน เราบอกว่านี้ทุกข์ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาเราบอกเพื่อเหตุไร? เพราะสิ่งนั้นเป็นประโยชน์ย่อมเป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย......นิพพานเพราะเหตุนั้นแหละเราจึงบอกเธอทั้งหลาย... พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนเฉพาะเนื้อหาที่จำเป็นต่อผู้ฟังเท่านั้น เมื่อพระองค์ทรงพิจารณาเห็นว่าไม่จำเป็นสำหรบผู้ฟังหรืออาจไม่ได้เกิดประโยชน์แก่ผู้รับคำสอน ก็ไม่ทรงสอนสิ่งนั้นทรงสอนให้รู้ยิ่งกว่านั้นเห็นจริงเฉพาะเท่าที่จำเป็นแก่บุคคล เหมือนบิดามารดาแม้จะมีทรัพย์มากก็ตาม ย่อมให้เท่าที่จำเป็นแก่บุตรเท่านั้นกล่าวตามแบบแผนทั่วไป



การสอนของพระพุทธเจ้าเป็นการสอนให้รู้ในสิ่งที่พระองค์สอนและเกิดผลจริงจากการปฏิบัติในสิ่งนั้น
๑. พระองค์ทรงสอนให้รู้ยิ่งเห็นจริงในธรรมที่ควรรู้ควรเป็น
๒. ทรงสอนมีเหตุผลที่ผู้ฟังอาจตรองตามใจให้เห็นจริงได้
๓.ทรงสั่งสอนเป็นอัศจรรย์ที่ผู้ปฏิบัติย่อมได้รับผลตามสมควรแก่การปฏิบัติโดยแบ่งหลักการสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ๓ อย่าง คือ


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 ส.ค. 2548 , 10:28:39 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 6


๑. ทรงสั่งสอนโดยการปฏิวัติเป็นการเปลี่ยนแปลง หลักคำสอนดั้งเดิมของศาสนาอื่น ๆ มาประกอบการสอนและพระองค์ทรงรับรองตามที่เป็นจริงและเป็นประโยชน์
๒. ทรงสั่งสอนโดยการปฏิรูปเป็นการสอนโดยวิธีดัดแปลง ของเก่าที่ยังไม่ดีให้ดีขึ้นหรือของเก่ามีความหมายอย่างหนึ่งแต่นำมาแปลความหมายเสียใหม่เพื่อให้ตรงกับหลักเหตุผลของพระองค์
๓. ทรงสั่งสอนโดยตั้งหลักขึ้นใหม่ที่ยังไม่มีสอนในที่อื่นแต่ก็เป็นไปตามหลักสัจจธรรมที่ทรงค้นพบ
คุณสมบัติของผู้สอนในตามพุทธคุณและเห็นควรแยกเป็น ๒ ส่วน คือ เป็นคุณสมบัติที่ปรากฏออกมาภายนอกอันได้แก่บุคลิกภาพอย่างหนึ่งและคุณสมบัติภายในอันได้แก่คุณธรรมต่าง ๆ อย่างหนึ่ง ฯ



สํ. ม. ๑๙/๑๗๑๒/๔๓๔.
เสถียรพงษ์ วรรณปก, คิดเป็นทำเป็นตามแนวพุทธธรรม, (กรุงเทพฯ:ห้างหุ้นส่วนจำกัดอรุณการพิมพ์, พ.ศ. ๒๕๔๑), หน้า ๑๗.
พระนรวาง สุวุฑฺฒิโก (ตามาง),กุศโลบายการสอนพุทธธรรมของอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยพุทธศักราช ๒๕๔๘ ,หน้า 4-5


โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี [24 ส.ค. 2548 , 10:37:43 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 7

อนุโมทนาด้วยครับ

โดย เริงธรรม [8 ก.ย. 2548 , 10:09:30 น.] ( IP = 202.142.216.36 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org