มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ศึกษาวิจัยการกำเนิดเกิดขึ้นแห่งญาณ





ศึกษาวิจัยการกำเนิดเกิดขึ้นแห่งญาณ



ญาณเป็นปัญญาญาณที่เกิดจากการปฏิบัติ มิใช่เกิดจากการศึกษาเล่าเรียน หรือเกิดจากความเข้าใจในระดับปัญญาที่ใช้กันในโลกทั่วไป เพราะญาณและปัญญาในพระพุทธศาสนานั้นมีความหมายเดียวกันซึ่งเป็นสภาวะที่จิตรู้แจ้งเห็นจริงทั้งสมมติสัจจะและปรมัตถสัจจะตลอดไม่กลับกลาย หรือที่เรียกว่า รู้แจ้งในกองสังขาร



สำหรับกระบวนการให้เกิดญาณนั้น ผู้ปฏิบัติต้องดำเนินตามหลักของไตรสิกขาเท่านั้น ได้แก่ การรักษาศีล การปฏิบัติสมาธิ และปัญญา คือ การพิจารณาไตรลักษณ์ เนื่องจากหลักธรรมที่ได้แสดงไว้ในพระไตรปิฎกซึ่งนำเสนอไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหลักแห่งสมถะและวิปัสสนา สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ วิสุทธิ ๗ โพชฌงค์ ๗ มรรคมีองค์ ๘ เป็นต้น ล้วนแล้วสรุปลงในกระบวนการของศีล สมาธิ ปัญญาทั้งสิ้น ทั้งศีล สมาธิ และปัญญานั้นเป็นธรรมที่ส่งเสริมกันและกัน


โดย ธีร์ (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ส.ค. 2548 , 15:39:37 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ศึกษาวิจัยการกำเนิดเกิดขึ้นแห่งญาณ



ดังนั้นจึงพบว่า ไม่มีหนทางอื่นใดอีกที่จะทำให้เกิดญาณได้นอกจากแนวทางนี้ ถ้าหากปฏิบัติผิดไปจากนี้ก็จะไม่ใช่หนทางที่ถูกต้อง จะเห็นได้จากสมณะ พราหมณ์ในอดีตกาลก่อนกาลแห่งพระพุทธศาสนาก็พยายามอย่างยิ่งที่จะเข้าถึงญาณแต่ก็ไม่สามารถค้นพบญาณได้ เนื่องจากปฏิบัติไม่ครบองค์ ๓ ตามหลักแห่งไตรสิกขาดังกล่าว กล่าวได้ว่า ญาณ หรือ ปัญญา หรือวิปัสสนา หรือ ปัญญาญาณ หรือ ญาณทัศนะ เป็นไวพจน์ของกันและกันที่ใช้ในความหมาย ความเห็นแจ้งในสัจจะซึ่งเป็นผลของการปฏิบัติทั้งสิ้น



ญาณจึงเป็นหลักธรรมที่สามารถทำให้ผู้ปฏิบัติเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจได้ ทำให้ผู้ปฏิบัติรู้จักผลของสิ่งที่ดีสิ่งที่ชั่ว ทำแต่ความดีอย่างมั่นคง และเกรงกลัวต่อความชั่วอย่างแท้จริง มีจิตใจที่สะอาด บริสุทธิ์ รู้แจ้งสัจธรรม ขันธ์ ๕ ตามธรรมชาติโดยความเป็นไตรลักษณ์ คือ ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา ไม่เข้าไปยึดมั่นถือมั่นความเป็นตัวตนอันเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ สามารถกำจัดกิเลสอย่างหยาบไปจนถึงอย่างละเอียดได้อย่างหมดจด ทำให้ผู้ปฏิบัติซึ่งเป็นปุถุชนกลายเป็นพระอริยบุคคลได้ ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต มีจิตมุ่งตรงต่อพระนิพพาน


โดย T (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ส.ค. 2548 , 15:41:55 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 2


ศึกษาวิจัยการกำเนิดเกิดขึ้นแห่งญาณ



พระพุทธศาสนาได้ให้ความสำคัญแก่คำสอนของญาณนี้มาก เพราะมีความเห็นว่า ญาณนี้เป็นจุดเปลี่ยนแปลงที่อาจนำชีวิตและสังคมมนุษย์ไปสู่ความเจริญ หรือความเสื่อมก็ได้ ถ้าหากมนุษย์ไม่ประพฤติปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ คือจะทำให้เกิดความทุกข์ยากลำบากโดยประการต่าง ๆ ได้ หรือมิฉะนั้นอาจจะนำไปสู่ความดับทุกข์เข้าสู่พระนิพพานได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการประพฤติปฏิบัติของบุคคล หากมีการประพฤติปฏิบัติผิดก็จะทำให้เกิดความเดือดร้อน จะส่งผลทำให้เกิดทุกข์ได้ จิตของมนุษย์ก็เป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าจิตใจสงบ ผ่องใสเป็นสมาธิ อาจนำไปสู่สุคติ ความสุขได้ ตรงกันข้ามถ้าจิตเศร้าหมอง อาจนำไปสู่ความทุกข์ได้เหมือนกัน



ดังพุทธพจน์ที่ว่า สัตว์โลกถูกจิตนำไป ตกไปตามอำนาจของจิต อันเป็นวงจรของปฏิจจสมุปบาทสายให้เกิดความทุกข์ หากมองในแง่ธรรม เป็นเหตุให้การดำเนินชีวิตเป็นไปเนินช้า ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการกระทำความดีให้สำเร็จ ตกอยู่ในสังสารวัฏฏ์อันยาวนาน ในทางกลับกัน หากบุคคลเริ่มต้นชีวิตด้วยการประพฤติปฏิบัติ มีอุดมการณ์ หรือทัศนคติ มีความเชื่อความเข้าใจขั้นตอนในการปฏิบัติแล้วก็จะเป็นเหตุให้กระบวนการ ในการดำเนินชีวิต ความคิด ความปรารถนา ความเข้าใจถูกต้องตามไปด้วย อันเป็นเหตุให้วิถีชีวิตดำเนินไปตามทางสายกลาง คือ มัชฌิมาปฏิปทา หรืออริยมรรคมีองค์ ๘ ซึ่งเป็นทางดับทุกข์ด้วยเหตุดังกล่าว


โดย ธีร (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ส.ค. 2548 , 15:44:26 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 3


ศึกษาวิจัยการกำเนิดเกิดขึ้นแห่งญาณ



การดำเนินชีวิตตามทางสายกลางนั้น จำเป็นจะต้องฝึกฝนอบรมจิตให้เป็นสมาธิและการประพฤติปฏิบัติทำให้สัมมาทิฏฐิเกิดขึ้นก่อน จึงจะดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกต้องได้ ในทางพระพุทธศาสนาเถรวาทจึงมองเห็นการพัฒนาสัมมาทิฏฐิเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถ้ามนุษย์เราปฏิบัติตามมรรคมีองค์ ๘ จึงจะเกิดความรู้ คือ มรรคคามรรคญาณเกิดขึ้น
เมื่อมรรคญาณเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้ใดแล้ว บุคคลผู้นั้นก็จะกลายเป็นพระอริยบุคคล คือรู้แจ้งเห็นจริงในสิ่งทั้งหลายตามที่มันเป็นจริง ถ้ามองตามความเป็นจริงแล้ว บุคคลผู้มีญาณต้องมีการพัฒนาความรู้ และมีการพัฒนาปัญญาอยู่เสมอ การพัฒนาดังกล่าวนี้ คือการพัฒนาญาณให้สูงขึ้นไปนั่นเอง คือตั้งแต่โลกียญาณไปจนถึงระดับโลกุตตรญาณ หรือตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นบรรลุ มรรค ผล นิพพาน



ญาณเป็นหลักคำสอนที่เป็นสัจธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบเองคือหลักอริยสัจ ๔ เป็นคำสอนที่ช่วยให้พ้นทุกข์ เป็นหลักธรรมที่สอนให้เห็นถึงเหตุและผลของทุกข์สามารถดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมในคำสอนพุทธศาสนา ชีวิตของมนุษย์สังคมโลกทั้งหลายจะดำเนินไปในทางที่ดีหรือไม่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับการประพฤติปฏิบัติ หรือเรียกว่าการกระทำ การกระทำนั้นทางพระพุทธศาสนา เรียกว่า “กรรม” กรรมเกิดจากการกระทำของบุคคล บุคคลกระทำกรรมดี เรียกว่า “กุศลกรรม” กระทำกรรมชั่ว เรียกว่า “อกุศลกรรม” การกระทำดังกล่าวนี้ จะทำให้วิถีทางการดำเนินชีวิตของมนุษย์มีความแตกต่างกัน บุคคลผู้มีญาณและปัญญาจะได้เปรียบกว่าบุคคลผู้ไม่มี


โดย ธีร (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ส.ค. 2548 , 15:53:38 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 4


ศึกษาวิจัยการกำเนิดเกิดขึ้นแห่งญาณ



เพราะฉะนั้น ญาณและปัญญาเป็นความรู้ที่สามารถหยั่งรู้ความเกิดขึ้นของสรรพสิ่งทั้งหลาย ว่า ความเกิดเป็นทุกข์ และหยั่งรู้กิจคือหน้าที่ที่จะต้องทำ พร้อมทั้งสิ่งกระทำนั้นได้กระทำเสร็จสิ้นและถูกต้องแล้ว ญาณ สามารถรู้จักนามธรรม และรูปธรรม ยังแน่ใจว่าในโลกนี้มีเพียง รูปธรรมและนามธรรมเท่านั้น ที่มีสภาวะจริง เป็นจริง มีอยู่จริง สามารถพิสูจน์ได้จริง นอกจากนี้แล้ว ญาณยังรู้เหตุปัจจัยของนามรูป ว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ต่างก็เป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน



นอกจากนี้ ญาณยังรู้เห็น นามรูปเป็น อนิจจัง คือไม่เที่ยง ทุกข์ขัง ทนอยู่ไม่ได้ อนัตตา มีการบังคับไม่ได้ เพราะทั้งรูปและนามเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ดับไปเสมอ เมื่อผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมมี สติปัญญาจดจ่ออยู่กับนามรูปปัจจุบันแล้ว โลภะ โทสะ โมหะ ก็เกิดขึ้นไม่ได้ ผู้มีสติปัญญาฝึกฝนอบรมดีแล้วย่อมสามารถกันกิเลสไม่ให้เกิดขึ้นในจิตใจได้ เมื่อมีสติแก่กล้าขึ้นปัญญาก็มีมากขึ้น ญาณ วิชชา ปัญญา แสงสว่างเกิดขึ้น จึงเห็นความเกิดดับของนามรูปพร้อม ๆ กัน ผู้มีญาณและปัญญาจะมีความรู้ละเอียดมากขึ้น มีพละ ศรัทธา วิริยะ สติปัญญา กำลังแก่กล้าสามารถรอบรู้ ในรูปนามเกิดดับแจ่มแจ้งขึ้น เป็น อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา ก็เกิดญาณขึ้น มองเห็นสังขารทั้งหลายปรากฏเป็นของน่ากลัว พิจารณาเห็นความแตกสลายไปของสังขารเป็นสิ่งบกพร่องจะต้องระคนอยู่ด้วยความทุกข์ เกิดความเบื่อหน่ายไม่เพลิดเพลินเจริญใจ ย่อมปรารถนาจะพ้นไปจากสังขารเหล่านั้นพิจารณาหาทางเพื่อจะให้พ้นไปเสีย จึงยกเอาสังขารขึ้นมาพิจารณากำหนดด้วยพระไตรลักษณ์เพื่อมองอุบายที่จะปลดเปลื้องออกไปพิจารณาสังขารต่อไป


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ส.ค. 2548 , 15:55:20 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 5


ศึกษาวิจัยการกำเนิดเกิดขึ้นแห่งญาณ



ย่อมเกิดความรู้เห็นสภาวะตามความเป็นจริงว่า มีความเป็นอยู่เป็นของมันอย่างนั้นเป็นธรรมดาจึงวางใจเป็นกลางได้ เป็นการหยั่งรู้อริยสัจจ์ คือญาณที่มุ่งไปสู่พระนิพพานแล้ว เป็นญาณขั้นสุดท้ายของวิปัสสนาญาณ ต่อจากนั้น มรรคญาณก็เกิดขึ้น ทำให้สำเร็จเป็นพระอริยบุคคลต่อไป มรรคญาณเกิดขึ้น ผลญาณก็เกิดตามมา ในลำดับถัดไปจากมรรคญาณของความเป็นอริยบุคคล ความเป็นอริยบุคคลก็คือความเป็นผู้บริสุทธิ์หมดจดแห่งญาณทัสสนะที่เรียกว่า “ญาณทัสสนวิสุทธิ” ซึ่งเกิดจากการประพฤติปฏิบัติ ความเป็นอริยบุคคลย่อมเกิดขึ้นโดยวิสุทธินี้ เป็นการบรรลุจุดมุ่งหมายอันสูงสุดแห่งวิสุทธิ คือ ไตรสิกขา ๓ ศีล สมาธิ ปัญญา หรือการปฏิบัติพุทธธรรม ถัดจากนั้นก็จะเกิด ญาณ คือ มรรค ผล นิพพานอันเป็นอวสานบั้นปลายของชีวิต



การศึกษาวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาเรื่องของญาณตามคัมภีร์พระไตรปิฎกในทัศนะพุทธปรัชญาเถรวาท เป็นแนวความคิดทางด้านการพัฒนาจิต ฝึกฝนอบรมจิตเพื่อให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง พบว่า ญาณ ตามคำสอนทางพระพุทธศาสนาได้ให้แนวความคิด และขั้นตอนของการปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน ทุกด้าน คือ ในด้านสิ่งแวดล้อม ด้านตนเอง ด้านครอบครัวและสังคม ด้านศีลธรรมและคุณธรรม ด้านการศึกษา ด้านการประพฤติปฏิบัติเพื่อจุดหมายปลายทางสูงสุดในชีวิต
ดังนั้น หากบุคคลปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ แล้วน้อมนำเอาความรู้ที่ได้จากการศึกษา มาปฏิบัติและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ก็จะประสบผลสำเร็จในการพัฒนาชีวิตตามลำดับ คือ ตั้งแต่ระดับความดีขั้นพื้นฐาน ความดีระดับกลาง และความดีระดับสมบูรณ์สูงสุด



พระประชิต ธมฺมวโร ,มโนทัศน์เรื่องญาณในคำสอนพระพุทธศาสนาเถรวาท :
การศึกษาเชิงวิเคราะห์,หน้า101-103


โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ส.ค. 2548 , 15:58:50 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 6


กราบขอบพระคุณ แด่คุณธีรวัส ฯ ที่ได้นำมาเผยแพร่ แบ่งปันความรู้ ความเข้าใจ ในสาเหตุ แห่งการเกิด แห่งญาณ ในพระพุทธศาสนา..

โดย อหิงสา. [29 ส.ค. 2548 , 06:40:58 น.] ( IP = 4.228.240.174 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org