มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การพิทักษ์พระพุทธศาสนา (๓)







การพิทักษ์พระพุทธศาสนา (๓)


การอุปมาว่า การที่สติแม้เกิดขึ้นครั้งเดียวก็เหมือนกับเศษสตางค์ การอุปมาเช่นนี้ เป็นปริศนาธรรมอย่างไร

สติแม้เกิดขึ้นขณะเดียว ก็มีคุณค่าเหมือนกับเศษสตางค์ เช่น เมื่อเราเก็บเศษสตางค์ไว้ มากๆ ในกระปุกออมสิน มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน จึงเหมือนกระปุกออมสิน

จิตใจของเราเหมือนกัน ก็เหมือนกระปุกออมสิน ค่อยๆ ใส่ ท่านบอกว่า สติแม้มีขณะเดียวก็มีคุณค่ามากเหมือนเศษสตางค์ ที่อุปมาเช่นนี้ก็เพราะว่า เมื่อเก็บสตางค์เอาไว้มากๆ ก็เป็นเงินก้อนขึ้นมาได้ แต่เพราะว่าคนเรามักจะใจร้อน อยากจะบรรลุในชาตินี้และเดี๋ยวนี้ อยากนิพพานในชาตินี้ อยากมีดวงตาเห็นธรรม ฟังแล้วอยากจะเข้าใจเลย แต่สภาพที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้แล้ว ความรู้สึกอยากบรรลุในชาตินี้ อยากนิพพานในชาตินี้ อยากมีดวงตาเห็นธรรม แต่สภาพจิตใจในขณะนั้นไม่ได้เข้าใจอะไรเลย

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [13 ก.ย. 2548 , 09:44:59 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เพราะในความเป็นจริงแล้ว ปัญญาเริ่มเกิดขึ้นในขณะนี้ คือขณะที่กำลังฟังอยู่นี้เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ปัญญาจะเจริญได้อย่างไร เวลาเราดูโทรทัศน์ ก็เป็นชีวิตประจำวันเหมือนกัน พบปะผู้คนในชีวิตที่เราเจอเช้าสายบ่ายเย็น ประจำวัน แล้วลองมาคิดดูว่า ที่เรารู้จักสนิทสนมกันนี้ ก็จากทีละนิดทีละนิดสะสมเข้าไป

ฉะนั้น ให้เรามีความระลึกรู้สึกอยู่เสมอว่า พิสูจน์ด้วยใจของเราว่า พิจารณาสภาพธรรมขณะนั้น คือ ขณะที่เราเห็น ขณะที่เรารู้สึกตัว ขณะที่เรากระทำงานนี้อยู่นี่ แม้จะมีสติระลึกรู้สึกตัว แต่ในขณะเดียวมันก็เป็นการรู้ลักษณะที่แตกต่างออกไป

เรารู้จักคนมากมาย เราทักคน ๕ คน ในที่ทำงาน เราก็รู้ว่า ๕ คน มีลักษณะไม่เหมือนกัน ฉะนั้น แม้สติเกิดขึ้นเพียงขณะเดียว รู้ในลักษณะของอาการนั่ง ของอาการเดิน รู้อาการนั่งก็ไม่ใช่อาการเดิน ก็เหมือนกับการได้ความรู้จริงออกมาแล้วอย่างหนึ่ง

สะสมไปทีละน้อย มันก็เก็บไปทั่ว ฉะนั้น กว่าเราจะรู้จักคนทั้งบริษัทฯ เมื่อเริ่มเข้าไปทำงานใหม่นี้ ก็ต้องถามชื่อ คุณชื่ออะไร บางทีก็ลืม ด้วยการสัมผัส ธาตุไฟ มีลักษณะร้อนหรือเย็น ก็พิสูจน์ได้ด้วยกายสัมผัส หรือจิตใจ เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ เช่น รู้เห็น รู้ได้ยิน รู้กลิ่น รู้รส รู้ถูกต้อง รู้นึกคิด

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [13 ก.ย. 2548 , 09:45:38 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2

ความโลภ คือ ความยินดีติดใจในอารมณ์
ความโกรธ คือความไม่พอใจในอารมณ์ หรือเรียกว่า การประทุษร้ายอารมณ์
ความเมตตา คือ ความปรารถนาให้สัตว์ทั้งหลายมีความสุข
ความกรุณา คือ ความช่วยเหลือสัตว์ให้พ้นทุกข์

ด้วยเหตุนี้ คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น จึงสอนให้รู้จักลักษณะความจริงของธรรมชาติ ที่ใครๆ ก็สามารถพิสูจน์ได้ จึงเป็นคำสอนที่เป็นสาธารณะแก่มนุษยชาติทุกเพศ ทุกภาษา ทุกวัย ไม่เฉพาะแต่เป็นคำสอนของมนุษย์เท่านั้น เทวดา มาร พรหม ผู้มีปัญญาก็ศึกษาได้

พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ ได้สมญานามว่า “สตถา เทวา มนสฺสานํ ภควา” ทั้งนั้น เป็นพระบรมศาสดาเอกของโลก คือ ของมนุษย์ เทวดา พรหม ที่มีปัญญา เรียกว่า หมื่นโลกธาตุ ได้รับคำยกย่องหมด

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [13 ก.ย. 2548 , 09:46:08 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3

พระพุทธศาสนาปรากฏขึ้นในโลกได้ด้วยอะไร

พระพุทธศาสนาปรากฏขึ้นในโลกได้ด้วยพระพุทธคุณ ๓ ประการ พระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ

๑. พระปัญญาธิคุณ คือ สัพพัญญุตาญาณ ก็คือ ธรรมที่รู้ทั่วถึงทั้งปวง ไม่มีอะไรมาปกปิดพระองค์ได้

พระปัญญาธิคุณ เกิดขึ้นมาได้ เพราะอะไรอีก? พระปัญญาธิคุณ เกิดขึ้นมาได้ เพราะอาสายานุสญาณ คือ ปัญญาที่รู้อนุสัยกิเลส รู้ อัชฌาสัยอันอ่อนแก่หย่อนตึง ของไวไนยสัตว์ที่เคยอบรมมาแต่อดีตว่า คนนี้ คนนั้นได้เคยอบรมมาอย่างไร จึงได้เข้าไปสอนในลีลาต่างๆ เรียกลีลาชีวิต

พระพุทธศาสนา เกิดขึ้นมาในโลกนี้ ได้เพราะอะไรอีก? พระพุทธศาสนา เกิดขึ้นมาในโลกนี้ เพราะอินทริยโตปริยัติญาณ คือ ปัญญาที่พระองค์ทรงเจริญภาวนา รู้การเจริญภาวนาของเวไนยสัตว์ว่า สัตว์โลกต่างมีกรรมเป็นของตน แล้วทำความเจริญมาต่างๆ กันอ่อน – แก่, หย่อน – ตึง ต่างกันอย่างไร

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [13 ก.ย. 2548 , 09:46:41 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4

๒. พระมหากรุณาธิคุณ เป็นความกรุณาที่ไม่มีขอบเขตจำกัด ไม่เหมือน พ่อ – แม่ กรุณาต่อลูก ต่อญาติมิตร คนใกล้ชิดและที่ชอบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่จำกัดบุคคล ไม่จำกัดกาล ไม่จำกัดสถานที่ ถ้าจะโปรดให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้แล้วเป็นต้องไปโปรด แม้จะลำบากยากเข็ญอย่างไรก็ตาม

เริ่มตั้งแต่แรกที่พระองค์ตรัสรู้อนุตตร สัมมาสัมโพธิญาณ ทรงโปรดปัญจวัคคีย์ด้วย ธัมมจักฺถปวัตตนสูตร เป็นปฐมเทศนา “สพฺพปากสอาการนํ” เป็นต้น แสดงประกาศศาสนาตลอดกาล ๔๕ พระพรรษา แม้ใกล้เวลาจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระองค์ก็อุตสาหะเสด็จไปประทานเทศนาโปรดแก่ สุภัทปริพาชก ให้สำเร็จเป็นพระอรหันต์เป็นองค์สุดท้าย นี่จัดเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่จะมุ่งจะรื้อสัตว์ขนสัตว์ให้พ้นจากวัฏฏภัย

ทำไมพระองค์จึงมีพุทธประสงค์เช่นนั้น? ก็เพราะพระองค์ทรงเห็นว่า สัตว์โลกทั้งหลาย ต่างถูกกักขังอยู่ในสังสารวัฏมาเป็นเวลานานจนหาเบื้องต้นไม่ได้ กับคนที่ถูกเข้าคุก โดยมิรู้ว่าเราถูกเข้าคุกมาตั้งแต่อยู่ในท้อง แม่อยู่ในคุก เราก็อยู่ในคุกมาด้วย ฉะนั้น แม่เราติดคุกมาก่อน เวลาเราปฏิสนธิ เราก็ติดอยู่ในคุก ๒ ชั้น เลย แล้วเกิดในคุก แล้วยังไม่มีโอกาสรู้ว่าจะออกจากคุกเมื่อไร โถ! ลูกคนคุกทั้งหลาย

เมื่อจิตของพระองค์หยั่งรู้อย่างนี้ จึงสุดประมาณที่จะไม่กรุณาไม่ได้ แล้วแม่เราล่ะก็ยาก อยู่ในคุก ยายเราล่ะ ก็อยู่ในคุก ฉะนั้น เดนมนุษย์ที่อยู่ในคุกทั้งหลาย พวกที่เหลือเดนมนุษย์ พวกไม่เดนมนุษย์ เทวดา พรหม พระพุทธเจ้ารื้อหมด

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [13 ก.ย. 2548 , 09:47:03 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5

๓. พระบริสุทธิคุณ พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นในโลกนี้ก็เพราะพระปัญญาธิคุณ ถ้าขาดพระปัญญาธิคุณพระพุทธศาสนาไม่เกิด พระองค์ทรงประกาศศาสนาโดยมิหวังอามิสบูชา ทรงโปรดสัตว์ไม่เลือกวรรณะ ไม่ว่าจะเป็นคนมีหรือคนจน จะมีอำนาจวาสนา ยศถาบรรดาศักดิ์ คุณชื่ออะไร กว่าจะทักได้ทั้งบริษัทฯ ใช้เวลาเท่าไหร่

ฉะนั้น ในอิริยาบถน้อย อิริยาบถใหม่ ในอารมณ์น้อยอารมณ์ใหญ่ คือ เวทนา จิต และ ธรรม กว่าจะรู้จักตัวจริงถ้วนทั่ว ต้องอาศัยเวลาเหมือนการสะสมสติ และหยอดสตางค์นั่นเอง

อีกตัวอย่างหนึ่ง ก็คือ เวลาเราได้ยิน “คำต่างๆ” ก็เป็นขณะที่เข้าใจความหมายของคำ แต่ละคำ “เธอ” แปลว่า ไม่ใช่ฉันเธอ ขณะนี้แปลว่า คนหมู่มาก “เธอลูกพ่อ ฉันก็ลูกพ่อ" ปฏิเสธคนอื่นแล้ว มันก็มีความหมายเป็นคำๆ ไป

ต่างกับขณะที่รู้เพียงเสียง ความจริงการศึกษาแล้วการศึกษาอีก คือ เริ่มต้นใหม่ๆ จนกระทั่งรู้ชัด ขณะที่เรามีสติระลึกอยู่ ครั้งแรกก็เลือนลาง เข้าไปฝึกบ่อยๆ จนกระทั่งรู้ชัด เหมือนกัน ที่ห่างห้องปฏิบัติมา เวลาเข้าปฏิบัติจะประคองจิตยาก

เพราะสติถ้าเผื่อไม่ได้ฝึกมันบังคับยากแต่ก็เข้าปฏิบัติทุกปีแหละ แต่ที่นี้มันไม่ได้คุ้นกับระยะเวลาที่ยืดยาว เช่น วันนี้ใส่สลึงหนึ่ง อีกเดือนมาใส่อีกสลึงหนึ่ง มันจะถึงบาทเร็วไหม .. แม้เพียงขณะเดียวก็เหมือนเศษสตางค์ แต่ขณะเดียวที่ต่อๆ กันนี้ ๔ ขณะก็เป็น ๑ บาท ๔ บาท ๑ ตำลึง ๒๐ ตำลึงเป็น ๑ ชั่ง

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [13 ก.ย. 2548 , 09:47:29 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 6

ฉะนั้น อารมณ์ที่เราได้มันก็จะเป็นอารมณ์ที่เป็นปัจจุบัน อบรมให้เจริญเกิดขึ้นทุกวัน ถ้าปล่อยโอกาสการศึกษาให้ผ่านไปบ่อยๆ เพียงไรไม่เอาเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเรียนๆ ครูตาย หรือไม่เราก็ตาย การอ่านต่างกับการรู้

“การอ่านหนังสือ” กับ “การฟัง” ต่างกัน เวลาเราอ่านมักจะเพลิดเพลินไปกับเรื่องราว และก็คิดมากด้วย จินตนาการไปตามเรื่องด้วย แม้ในขณะที่เห็นซึ่งรู้ที่ประสาทตาด้วย นี่คือชีวิตประจำวัน

เราจะเห็นได้ว่า ชีวิตประจำวัน เราเห็น เราก็คิดตามไปด้วย ฟังแล้วก็คิดตามไปด้วย มันไม่ได้รู้อยู่ว่าอะไรเกิดขึ้น แสงหรือเสียง เราไม่ได้รู้แค่เสียง เราไม่ได้รู้แค่แสง เรารู้ไปในสมมติเลย เสียง แสง สมมุติ ฉะนั้น จึงไม่ได้รับสภาพความเป็นจริง

เราจะเห็นได้ว่า เราทุกคนจะต้องเดินทางไปอีกไกลแสนไกลกว่าจะประจักษ์แจ้งสภาพธรรมต่างๆ เพราะจะต้องสะสมความถี่ของสติ ความถี่ของปัญญา ความถี่ละเอียดนี้ เช่น ๑๐๕ AM กับ FM ความถี่ย่อมต่างกัน ฉะนั้น ความถี่ที่สูงย่อมรับคลื่นได้ดีกว่า คือ ทำบ่อยๆ ทำถี่ๆ ความชัดมันจะเกิดขึ้น เหมือนกับคลื่นเสียง คลื่นแสง

ฉะนั้น ที่ท่านอุปมาเหมือนเศษสตางค์นี้ก็คือ ใส่บ่อยๆ แก๊งค์หนึ่งๆๆ เดี๋ยวก็เต็ม พอเต็มแล้วมันก็เป็นปริมาณมากขึ้น คำว่า มากมาจากน้อย คำว่าน้อยมาจากมาก ฉันใดฉันนั้น


โปรดติดตามตอนต่อไป


ตอนที่ผ่านมา http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7865

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [13 ก.ย. 2548 , 09:49:42 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณค่ะ เดี๋ยวจะต้องสะสมสติแทนสตังแล้วละค่ะ วันละนิดดีกว่าไม่ทำเลย

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ก.ย. 2548 , 19:29:51 น.] ( IP = 203.151.140.117 : : 203.113.38.13 )


  สลักธรรม 8

สะสมความถี่ของสติ ความถี่ของปัญญา บ่อยๆ ให้มีกำลังมากขึ้นเรื่อยๆ
ขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น [13 ก.ย. 2548 , 21:00:39 น.] ( IP = 58.10.90.91 : : )


  สลักธรรม 9

ครับพี่เณรก็จะเร่งรีบให้รวดเร็วเลยครับ เพราะการสะสมสตินี้มีดอกผลที่งดงามมากๆเลยครับ



คุรั

โดย พี่เณร [14 ก.ย. 2548 , 09:10:11 น.] ( IP = 58.8.69.91 : : )


  สลักธรรม 10


อ่านตอนแรกก็ตกใจนะคะ
สติเกิดครั้งเดียวเหมือนเศษสตางค์..กำลังใจหดหายไปหมด

แต่อ่านต่อไป กลับกลายเป็นได้กำลังใจขึ้นมาแทน
ค่อยๆเก็บเศษสตางค์

ค่อยๆเก็บสะสม สติ วันละเล็กวันละน้อย แล้วต่อไปก็จะเพิ่มความถี่ให้มากขึ้นด้วยค่ะ

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อค่ะ

โดย พี่ดา [15 ก.ย. 2548 , 17:24:44 น.] ( IP = 61.91.196.118 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org