มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ลงลึกเรื่องอนัตตา





ลักษณะของอนัตตา




พระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทได้แสดงลักษณะของอนัตตา คือ ลักษณะที่ให้เห็นว่ามิใช่ตัวมิใช่ตน โดยสรุปแล้ว มีอยู่ ๕ ลักษณะด้วยกัน คือ
๑) เป็นของสูญ (สุญฺญโต) คือ เป็นเพียงการประชุมเข้าขององค์ประกอบที่เป็นส่วนย่อย ๆ ทั้งหลาย ว่างจากความเป็นสัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา หรือการสมมติเป็นต่าง ๆ ไม่มีตัวผู้สิงสู่อยู่ครอง ไม่มีตัวผู้สร้างสรรค์บันดาล ไม่มีตัวผู้เสวย นอกเหนือจากกระบวนธรรมแห่งองค์ประกอบทั้งหลายที่เป็นไปตามเหตุปัจจัยและอยู่นอกเหนือจากการสมมติ พูดง่าย ๆ ว่า ว่างจากความเป็นสัตว์ บุคคลตัวตนเราเขา จากความเป็นนั่น เป็นนี่ ที่กำหนดหมายกันขึ้นนั่นเอง



๒) เป็นสภาพหาเจ้าของมิได้ (อสฺสามิกโต) ไม่เป็นของใครจริง คือไม่เป็นตัวตนของใคร และไม่เป็นของของตัวตนใด ๆ ไม่มีตัวตนอยู่ต่างหากที่จะเป็นเจ้าของครอบครองสังขารธรรมทั้งหลาย มันเป็นเพียงกระบวนการของธรรมเองล้วน ๆ ซึ่งเป็นไปโดยลำพังตามเหตุปัจจัย
๒) ไม่อยู่ในอำนาจ (อวสวตฺตนโต) ไม่เป็นไปตามความปรารถนา ไม่ขึ้นต่อการบังคับบัญชาของใคร ๆ ไม่อยู่ในอำนาจของใคร ไม่ขึ้นต่อผู้ใด ไม่มีใครมีอำนาจบังคับมัน จะเรียกร้องหรือปรารถนาให้มันเป็นอย่างใด ๆ ไม่ได้ นอกจากทำการตามเหตุปัจจัย เช่น มันเกิดขึ้นแล้วจะสั่งว่าอย่าตั้งอยู่ มันตั้งอยู่แล้วจะสั่งว่าอย่าโทรม มันโทรมไปแล้วจะสั่งว่าอย่าเสื่อมสลายไม่ได้


โดย ธีร์ (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ก.ย. 2548 , 10:01:33 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ลักษณะของอนัตตา



๔) เป็นสภาวธรรมอันเป็นไปตามเหตุปัจจัย (ยถาปจฺจยปวตฺติโต) คือ เป็นสิ่งที่ขึ้นต่อเหตุปัจจัย ไม่มีอยู่โดยลำพังตัวเอง แต่เป็นไปโดยสัมพันธ์อิงอาศัยกันอยู่กับสิ่งอื่น ๆ ต่างเป็นปัจจัยแก่กันและกัน เรียกรวม ๆ ว่า กระบวนธรรมนั้นเป็นไปตามเหตุปัจจัย ไม่เป็นไปตามความปรารถนาของใคร และไม่อาจมีตัวตน ไม่ว่าจะเป็นตัวแกนภายในหรือตัวการภายนอก ที่จะขวางขืนหรือบงการบังคับมันได้



๕) โดยสภาวะของมันเองก็แย้งหรือค้านต่อความเป็นอัตตา (อตฺตปฏิกฺเขปโต) มีแต่ภาวะที่ตรงข้ามกับความเป็นอัตตา หมายความว่า ความเป็นกระบวนธรรม คือ การที่องค์ประกอบทั้งหลายสัมพันธ์กันดำเนินไปโดยความเป็นไปตามเหตุปัจจัยนั่นเอง เป็นการปฏิเสธอยู่ในตัวว่า ไม่มีตัวตนต่างหากซ้อนอยู่ที่จะมาแทรกบงการ หรือแม้แต่ขวางขืนความเป็นไปตามเหตุปัจจัย ตัวตนต่างหากเช่นนั้นมีไม่ได้ เพราะถ้ามี ก็ไม่อาจเป็นไปตามความบังคับบงการของตัวตนนั้น หรือกระบวนธรรมที่เป็นไปตามเหตุปัจจัยนั้นมีความสำเร็จสมบูรณ์พร้อมในตัวอยู่แล้ว ไม่จำเป็นและไม่อาจจะมีตัวการอย่างอื่นที่จะเข้ามาแทรกแซงสั่งการอีกได้


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ก.ย. 2548 , 10:04:14 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 2


ลักษณะของอนัตตา



สรุปว่า สิ่งทั้งหลายเป็นไปตามเหตุปัจจัยของมันเองตามธรรมดา เหตุปัจจัยมี มันก็เกิดขึ้น เหตุปัจจัยหมด มันก็ดับ ทรงตัวอยู่ไม่ได้ เรื่องอัตตา อนัตตานี้เป็นสิ่งที่มนุษย์ทั้งหลายควรที่จะทำความเข้าใจให้รู้ ให้ถูกต้องตามความเป็นจริงว่า สิ่งทั้งหลายเป็นอนัตตา มิใช่อัตตา เมื่อเรารู้ว่าสิ่งทั้งหลายมิใช่ตัวตนแล้ว ก็พยายามลดละมานะความถือตัวถือตน ไม่ทะนงตนว่าสำคัญกว่าคนอื่น สูงกว่าคนอื่น อันจะเป็นเหตุปัจจัยนำตัวเราให้คลายความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนที่หาความจีรังยั่งยืนไม่ได้เลย จะได้ใช้ชีวิตอยู่กับความจริงในโลกนี้อย่างรู้เท่าทัน ไม่หลงยึดติดในสิ่งสมมติ อันจะเป็นเหตุให้เข้าถึงนิพพานในที่สุดได้ ดังพระพุทธพจน์ว่า
“ผู้ที่ได้อนัตตสัญญาย่อมบรรลุนิพพาน อันถอนเสียได้ซึ่งอัสมิมานะ ในปัจจุบันทีเดียวฯ”

พระเทพเวที (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) , พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์ , (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย , ๒๕๓๑ ) , หน้า ๓๖๖.
อง. นวก. ๒๓ / ๒๐๕ / ๓๖๕.


โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ก.ย. 2548 , 10:08:23 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 3


ประโยชน์ที่เกิดจากการไม่มีอัตตา(อนัตตา)



เมื่อมนุษย์เข้าใจเรื่องอนัตตาในทางพระพุทธศาสนารู้และเข้าใจได้อย่างถ่องแท้แล้ว ย่อมนำมาซึ่งประโยชน์อย่างมากมายแก่บุคคลผู้นั้น เช่น
๑) ทำให้ละความเห็นแก่ตัว (ตัณหา)
เมื่อมนุษย์พิจารณาเห็นว่าตัวตนที่แท้ของเราไม่มีอะไรเป็นแก่นสาร มนุษย์จะเริ่มคิดถึงสิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่ตนเองอย่างแท้จริงนั่นคือ คุณงามความดี ก็จะพากันเร่งสร้างแต่บุญกุศลและ คุณงามความดี เพราะพิจารณาเห็นอนัตตาแห่งสังขารนั่นเองทำให้มนุษย์ลดความเห็นแก่ตัวลงไป จากที่เคยมีความโลภ (โลภะ) มาก อยากได้โน่น อยากได้นี่ อยากเป็นโน้น อยากเป็นนี้ ก็ลดลง เพราะไม่รู้จะอยากได้มาทำไม เพราะแม้กระทั่งตนเองก็ยังแปรเปลี่ยนหาสาระในตัวตนไม่ได้ และสิ่งที่อยากได้นั่นเองมันก็ไม่ยั่งยืน มีการแปรเปลี่ยนไปและดับสลายไปในที่สุด เหมือนกับตัวเราเช่นกัน เมื่อพิจารณาเห็นอนัตตาเช่นนี้ก็จะทำให้มนุษย์ไม่ประมาทในชีวิตเร่งสร้างแต่ความดีรู้จักทำประโยชน์ให้แก่สังคมมากขึ้น สามารถละความเห็นแก่ตัวได้อย่างเด็ดขาด ความโกรธ (โทสะ) และความหลง (โมหะ) ก็จะยิ่งลดน้อยลงไป เพราะเมื่อพิจารณาเห็นอนัตตาแล้ว มานะที่ยึดถือว่าเป็นตัวเป็นตนก็หายไป จะเป็นคนไม่โกรธง่าย จะไม่ถูกโมหะเข้าครอบงำ จะเป็นคนมีจิตใจมั่นคง ไม่กลัวผีที่คนทั่วไปกลัวกัน เพราะไม่มีตัวตนให้กลัวอีกต่อไป ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่า เมื่อมนุษย์รู้และ เข้าใจเรื่องอนัตตาได้อย่างถ่องแท้แล้ว ย่อมทำให้ลดละความโลภ ความโกรธ ความหลงได้อย่างแน่นอน โดยไม่ถือเอาแต่ประโยชน์ตนเองเป็นประมาณ ทำให้เห็นประโยชน์ในวงกว้างอันจะก่อประโยชน์ให้เกิดแก่สังคมโดยส่วนรวมด้วย


โดย ธีร์ (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ก.ย. 2548 , 10:36:38 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 4


๒) ทำให้มองโลกด้วยความเข้าใจอย่างถูกต้อง
เมื่อเข้าใจในอนัตตาได้อย่างชัดแจ้งแล้ว ความคิดของบุคคลนั้นจะกว้างไกล มีเหตุผล วางตนเป็นกลาง เพราะพิจารณาเห็นภาวะของสิ่งทั้งปวงในโลกนี้ มันเป็นไปตามเหตุและปัจจัยของมันเอง เราไม่มีอำนาจไปบังคับบัญชาให้เป็นไปตามอำนาจของเราได้ จึงทำให้เป็นคนที่วางตนเป็นกลางไม่เอาตนเองเป็นใหญ่ในการตัดสินใจทำอะไร เมื่อจะทำก็ทำไปตามหลักของเหตุและผลตามธรรมชาติของสิ่งทั้งปวงโดยไม่ยึดตัวเองเป็นใหญ่ และจะเข้าใจในชีวิตอย่างถ่องแท้ว่า ชีวิตของเราแท้ที่จริงก็ประกอบขึ้นมาจากส่วนต่าง ๆ ของธาตุ ๔ ขันธ์ ๕ อายตนะ ๖ เป็นต้น เป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ทำให้เป็นเช่นนั้น ไม่มีสิ่งใดส่วนใดเลยที่เราจะยึดถือว่าเป็นตัวตนของเรา เมื่อพิจารณาได้เช่นนี้ก็จะทำให้มองโลกและชีวิตมนุษย์ด้วยความเข้าใจ ไม่ทำลายล้างซึ่งกันและกัน ใช้ชีวิตได้อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ ไม่ทำลายธรรมชาติให้เสียสมดุล มีชีวิตอยู่รวมกับบุคคลอื่นในสังคมได้อย่างสงบสุข ไม่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ไม่ประหัตประหารซึ่งกันและกัน อยู่อย่างเมตตาเอื้ออารีต่อกัน อันจะทำให้สังคมที่น่าปรารถนาเกิดขึ้นได้ในโลกใบนี้ ถ้าทุกคนพิจารณาเห็นหลักอนัตตาได้อย่างเข้าใจแล้วนำไปปฏิบัติให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของแต่ละบุคคล


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ก.ย. 2548 , 10:38:55 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 5


๓) ทำให้เข้าใจปรมัตถธรรมที่เป็นสภาวธรรมที่แท้จริงได้
เมื่อมนุษย์เข้าใจหลักอนัตตาได้อย่างชัดแจ้งแล้ว ก็จะสามารถละความยึดมั่นถือมั่น (อุปาทาน) ในสิ่งทั้งปวง เพราะพิจารณาเห็นความไม่แน่นอน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไปในที่สุด แม้จิต เจตสิก รูป ซึ่งเป็นปรมัตถธรรม ที่เป็นสภาวธรรมที่แท้จริง ก็ยังมีความแปร ปรวน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไปเช่นเดียวกัน แล้วเราจะหาสาระอะไรกับสิ่งที่ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ทุกขณะเช่นนี้เล่า ก็จะเป็นเหตุให้เร่งปฏิบัติธรรมในระดับ โลกุตตรธรรมมุ่งไปที่ความหลุดพ้นจากกิเลสและกองทุกข์ทั้งปวง ในที่สุดก็จะได้พบจุดมุ่งหมายสูงสุดในทางพระพุทธศาสนา คือ พระนิพพาน อันเป็นความสงบอย่างยิ่ง ไม่สามารถหาได้ในโลกแห่งโลกิยวิสัยทั่ว ๆ ไปได้



๔) เป็นเครื่องยืนยันความถูกต้องของกระบวนการแห่งเหตุปัจจัย (อิทัปปัจจยตา)

เมื่อเข้าใจหลักอนัตตาได้อย่างชัดแจ้งแล้ว เรื่องอนัตตาจะเป็นเครื่องยืนยันความถูกต้องแห่งหลักจริยธรรมอื่น ๆ เช่น หลักกรรม หลักความหลุดพ้น โดยพิจารณาเห็นความจริงตามแนวแห่งปฏิจจสมุปบาท ว่าเพราะสิ่งนี้มีสิ่งนี้จึงมี เพราะสิ่งนี้ดับ สิ่งนี้จึงดับ เพราะสิ่งทั้งหลายไม่มีตัวตน ทุกสิ่งทุกอย่างจึงเป็นไปตามรูปกระแสแห่งเหตุปัจจัยที่สัมพันธ์ สืบเนื่องอิงอาศัยซึ่งกันและกันจึงเป็นไปได้ กรรมจึงเกิดมีขึ้นได้ เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่มีตัวตน ความหลุดพ้นจึงเกิดมีได้ อันเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าหลักอนัตตานั่นเองเป็นเครื่องยืนยันกระบวนแห่งเหตุปัจจัยที่เกิดขึ้น ประโยชน์ที่เกิดจากอนัตตานั้นมีมากมายที่นำมาแสดงไว้ที่นี้พอเป็นตัวอย่างเท่านั้น


โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ก.ย. 2548 , 10:40:10 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณมากครับคุณธีรวัส

โดย ผู้ใฝ่ใจในธรรม [14 ก.ย. 2548 , 17:50:58 น.] ( IP = 203.147.4.193 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org