มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๒)






สัญชาติญาณที่แสดงออกมาอย่างใด ก็นำมาศึกษาแล้วตีความของการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมนั้น ๆ แต่ไม่ทราบว่า สัญชาตญาณเกิดขึ้นได้อย่างไร

หรือในเรื่องจิตของบุคคลที่แสดงออก ซึ่งความรู้สึกสะเทือนใจ หรือแสดงปฏิกิริยาสนองตอบต่อสิ่งที่มาเร้าก็ศึกษาแต่เฉพาะการแสดงออกมาของกิริยาวาจา แล้วก็คาดคะเนเข้าไปถึงจิตใจเท่านั้นย่อมจะไม่ทราบว่า จิตใจมันทำงานอะไรกันอย่างไร

และแม้การนอนหลับซึ่งเกิดอยู่ต่อหน้าหรือเกิดอยู่เป็นประจำทุกรูปทุกนามก็ยังอธิบายไม่ได้

ดังนั้น ท่านก็จะเห็นได้ว่า วิชาการในทางโลกนั้นไม่มีหนทางเข้าถึงเรื่องความจริงของชีวิต หรือเรื่องจิตโดยพิสดารเลยทั้งนี้เพราะว่า ในวิสัยของปุถุชน ใช่วิสัยของนักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งหลายจะเข้าถึงได้

แม้ในปัจจุบันนี้เป็นสมัยที่วิทยาการทางโลกเจริญขึ้น ได้สร้างสรรสิ่งใหม่ ๆ แปลก ๆ อันน่าพิศวงขึ้นมามากมายก่ายกอง แต่ในเรื่องความจริงของชีวิตและเรื่องของจิตอันปรากฏเฉพาะหน้าโดยแท้จริงแล้ว เราเพิ่งจะถึง ก. ไก ข. ไข่ เท่านั้นเอง

ขอท่านได้ทดลองศึกษาพระอภิธรรมดูสักพัก ก็จะเห็นว่าผมมิได้เจตนาที่จะกล่าวเท็จ และมิได้นำพาท่านไปสู่เรื่องที่ปราศจากเหตุผลหรือข้อเท็จจริงอย่างใดเลย

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [19 ต.ค. 2548 , 15:02:35 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

มีนักศึกษาทางโลกจำนวนมากได้กล่าวว่า เขาได้ศึกษาวิชาชีววิทยา และจิตวิทยามาแล้วมากมายได้เหตุผลข้อเท็จจริงจากการทดสอบและจากตำราเล่มใหญ่ ๆ มิใช่น้อย เขามีความเข้าใจผิดคิดว่าได้ศึกษาวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตจริง ๆ ได้ศึกษาวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของจิตใจจริง ๆ

แต่ครั้นเขาได้มาศึกษาพระอภิธรรมจนมีความรู้บ้าง จึงได้พบว่า การศึกษาดังกล่าวมาเป็นการศึกษาเพียงพฤติกรรมอันเป็นการแสดงออกเท่านั้น เช่นชีวิตก็ย่อมแสดงให้เราทราบถึงการกิน การนอน การสืบพันธุ์ ตลอดจนความเป็นไปต่าง ๆ ของชีวิต

และเมื่อพูดเรื่องจิตในทางโลก ย่อมมุ่งหมายถึงการแสดงออกมาทางความคิดอ่านหรือความสะเทือนใจต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้ว

แต่ย่อมจะไม่ทราบว่าอะไรคือชีวิตที่แท้จริง ชีวิตมีความเป็นมาและเป็นไปอย่างไร ?

ทั้งย่อมไม่ทราบว่าในขณะที่เกิดความคิดหรือความสะเทือนใจต่าง ๆ นั้น ได้มีเหตุการณ์ที่สำคัญเกี่ยวกับร่างกายและจิตใจอะไรบ้าง?

ในขณะที่จิตทำงานนั้น มันได้ถ่ายทอดอะไรออกมาจากจิตใจอย่างไร?

และจิตใจให้กำลังพลังแก่ร่างกายอย่างไร?

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [19 ต.ค. 2548 , 15:03:50 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

ท่านนักศึกษาทั้งหลายท่านย่อมจะเข้าใจดีว่า ผู้ใดเมื่อไม่ความเข้าใจในสิ่งใด ก็จะแก้ปัญหาในสิ่งนั้นไม่ได้ เมื่อเราไม่ได้ศึกษาวิชาแพทย์ เราก็ไม่อาจรักษาคนไข้ได้ ถ้าเราไม่ได้ศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ เราก็จะค้นคว้าในเรื่องแสงเรื่องเสียงได้อย่างไร ถ้าเราไม่เคยเขียนหนังสือมาก่อนเลยสักตัว แล้วเราจะเป็นนักประพันธ์ขึ้นมาได้หรือ

ด้วยเหตุนี้เองชีวิตของเราแท้ ๆ เราเองก็ไม่เข้าใจและไม่ได้ศึกษามาก่อน แล้วจะแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตได้อย่างไรเล่า ดังนั้นท่านก็จะเห็นได้ว่า การกระทำทั้งหลายไม่ว่าในเรื่องอะไร จำจะต้องรู้จะต้องเข้าใจในเรื่องเหล่านั้นให้ถ่องแท้เสียก่อน จึงจะสามารถแก้ปัญหานั้น ๆ ได้

ท่านนักศึกษา ท่านก็มีการศึกษาวิชาการทางโลกมาเป็นอันมาก และได้มีประสบการณ์มากมากก็มิใช่น้อย เดี๋ยวนี้ ท่านแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตของท่านแล้วหรือ ท่านได้เห็นลู่ทางในเรื่องชีวิตของท่านทะลุปรุโปร่งแล้วหรือ

แน่นอนทีเดียว ท่านยังกำลังค้นหาอยู่ และแม้เวลานี้จะมีอายุ ๖๐, ๗๐, ๘๐ ปีแล้ว การค้นหาก็ยังมิได้ยุติลง ยังเลิกแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตไม่ได้ ยังรู้หนทางที่เป็นไปของชีวิตไม่ได้

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [19 ต.ค. 2548 , 15:04:43 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

เมื่อผู้ใดได้ศึกษาธรรมะ เฉพาะอย่างยิ่งพระอภิธรรมปิฏกที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตโดยแท้จริงแล้ว จึงจะทราบว่าหนทางที่ดีที่สุดของชีวิตนั้นคือการศึกษาเรื่องชีวิตให้เข้าใจนั่นเอง

เพราะว่าเมื่อเข้าใจชีวิตดีแล้ว ก็จะได้ทราบที่มาและที่ไปของชีวิตอันน่าอัศจรรย์ก็จะทราบว่า มีอะไรบ้างที่นับว่ามีสาระแก่นสาร อันชีวิตจะได้เข้าไปพึ่งพาอาศัยอย่างถาวร เมื่อเช่นนี้ จิตใจก็จะแช่มชื่นแจ่มใส อันไม่เคยได้คาดหวังไม่เคยได้รู้รสเช่นนี้มาก่อน

เมื่อได้ที่พึ่งที่มั่นคงถาวรก็ก่อให้เกิดความสุข ความเยือกเย็นใจ แม้ในยามทุกข์ร้อนหรือเจ็บป่วยก็จะไม่ดิ้นรนกระวนกระวายจนเกินควร ก็จะเข้ายึดหลักตามที่ได้ศึกษามา ย่อมจะพยายามบุกเบิกหนทางที่จะไปสู่ความหลุดรอดจากความทุกข์ หลุดรอดไปจากการเวียนว่ายตายเกิดเป็นกำไรด้วย เป็นการบำเพ็ญปัญญาบารมีไปทั้งในชาตินี้และชาติหน้าด้วย

ทั้งนี้ไม่เลือกว่าจะเป็นบุคคลชั้นไหนหรือมีงานอาชีพอะไร เช่น ทำราชการ ทหาร ตำรวจ หรืออาชีพส่วนตัว ก็ดี ก็ไม่เป็นเหตุสามารถขัดขวางการศึกษาเรื่องของชีวิตแต่ประการใด

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [19 ต.ค. 2548 , 15:05:44 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

ท่านผู้ศึกษาอาจใช้เวลาว่างวันละเล็กละน้อย เพื่อศึกษาชีวิตให้เข้าใจได้อย่างแตกฉานภายในเวลาไม่นานนัก แล้วท่านจะพบความจริงว่าเรื่องของชีวิตนี้น่าศึกษาเพียงไร ถ้าศึกษาไปพอสมควรแล้ว จะรู้สึกว่ามีความรู้อันไม่เคยได้เรียนรู้มาแต่ก่อนเกิดขึ้นเป็นอันมาก แล้วดูเหมือนมีชีวิตขึ้นมาใหม่ที่น่าภาคภูมิใจ

ผมขอให้ท่านทั้งหลายที่ยังไม่เคยได้ศึกษามาแต่ก่อนเลย ลองถามท่านนักศึกษาเก่า ๆ ดูว่า เขามีความสุขความเยือกเย็นใจเพียงใดปีกลายกับปีนี้มีความแตกต่างกันมากไหม ท่านจะได้รับคำอธิบายจากท่านนักศึกษาเก่า ๆ เขาจะเปรียบเทียบให้ท่านฟัง ความเยือกเย็นใจอย่างแปลกประหลาด ซึ่งอธิบายเป็นถ้อยคำได้ไม่ง่ายนัก ไม่เหมือนกับความสุขที่ได้รับในทางโลก

ในเรื่องนี้ท่านนักศึกษาที่ยังไม่เคยศึกษา ผมเชื่อแน่ว่าท่านไม่เคยประสบ ไม่เคยรู้รสของความสุขอันนี้ทุกท่านถ้าไม่เคยศึกษาเรื่องของชีวิตแล้ว จะไม่รู้จักความสุขในเรื่องนี้ได้อย่างแท้จริง ท่านจะมีความสุขเพียงว่าไปเที่ยวสนุก ๆ ไปกินอาหารอร่อย ๆ ไปดูอะไรที่เพลิดเพลิน คิดเรื่องอะไรที่มีความพอใจ และทำอะไรต่ออะไรที่ท่านเคยคิดว่าท่านมีความสบาย ท่านก็จะได้เพียงเท่านั้น

แต่ท่านจะไม่มีความสุขอีกชนิดหนึ่งดังเช่นผู้ที่เคยศึกษามาแล้ว หรือกำลังศึกษาอยู่ได้รับ นั่นก็คือความรู้สึกเยือกเย็นใจอย่างประหลาด มีความรู้สึกว่าชีวิตนี้มีค่า ชีวิตนี้มีความหมาย ได้ที่พึ่งยึดเกาะอย่างมั่นคง จึงเบาสบายคลายจากความเร่าร้อน ซึ่งเป็นไปโดยอัตโนมัติ

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [19 ต.ค. 2548 , 15:06:31 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

ขอให้ท่านทั้งหลายลองพิจารณาดูชีวิตของตนเองที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ แล้วตั้งคำถามขึ้นในใจว่า ชีวิตของเรานี้มีความเป็นมาอย่างไร ต่อไปข้างหน้าจะเป็นอย่างไรชีวิตนี้มาจากไหน ต่อไปข้างหน้าจะไปไหน ทำไมในบางคราวจึงมีความรู้สึกว่าว้าเหว่ใจขึ้นมา มีความรู้สึกคล้าย ๆ กับว่า ชีวิตนี้ตกอยู่ในความเปล่าเปลี่ยวเสียเหลือเกิน ไม่มีที่พึ่งพาทางใจอันจะทำให้เกิดความมั่นคงได้ หรือมีความรู้สึกว่าชีวิตนี้ยังขาดอะไรสักอย่างยังไม่สมบูรณ์ แล้วก็ครุ่นคิดในเรื่องเหล่านี้ไปต่าง ๆ นานา

แต่เมื่อได้ศึกษาพระอภิธรรมปิฎกแล้ว ความคิดต่าง ๆ เหล่านี้ก็หายไปทีละน้อย ๆ ชีวิตจะมีความหมายมากขึ้น จะมีความสุขความเยือกเย็นใจเป็นอันมาก ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อท่านผู้ใดได้ศึกษาแล้ว จึงมิอาจนิ่งเฉยอยู่ได้ ต้องหาทางขยายความดีของพระอภิธรรมนี้ไปยังญาติมิตรต่อไป

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [19 ต.ค. 2548 , 15:07:02 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6

ผมมาบรรยายพระอภิธรรม ที่พุทธสมาคมฯ นี้ มาทุกเสาร์ทุกอาทิตย์ เกือบทั้งปีไม่ค่อยได้ขาดเลย โดยไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีมาแล้ว

การที่ทำได้เช่นนี้ก็เพราะพระอภิธรรมนั้นมีคุณค่ามากมายเหลือเกิน หรือพูดได้ว่าหาค่ามิได้ ทำให้ท่านนักศึกษาได้รับความสุขใจ ผมเป็นผู้บรรยายก็มีความสุขใจ ยิ่งท่านนักศึกษาบางท่านบอกว่าเมื่อก่อนที่ยังไม่ได้เรียน ฐานะความเป็นอยู่ครอบครัวไม่ดี มีรายได้ไม่พอ ลูกเต้าหลายคนผมเดือดร้อนทางใจเหลือเกิน นอนไม่ค่อยหลับ เป็นห่วงครอบครัวว่าจะยากจนอดอยากประเดี๋ยวจะเป็นอย่างนั้นจะเป็นอย่างนี้

ครั้นมาศึกษาพระอภิธรรมประมาณ ๑ ปี ก็ไม่ได้คิดอย่างเก่าแล้ว การนอนหลับก็เป็นปกติดี ความเจ็บไขได้ป่วยอันเนื่องมาจากความทุกข์ ความกังวลก็หายไปมาก นี่ก็เป็นเหตุสำคัญเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมเกิดกำลังใจบรรยายพระอภิธรรมมานานนับสิบปีไม่ได้คิดจะเลิก แม้ผู้บรรยายท่านอื่น ๆ ที่ตามหลังผมมาและบรรยายอยู่ในเวลานี้ ก็ได้บรรยายกันมาคนละหลาย ๆ ปี ก็ด้วยเหตุผลอันเดียวกัน

โปรดติดตามตอนต่อไป



ตอนที่ผ่านมา http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=8073

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [19 ต.ค. 2548 , 15:07:47 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณค่ะ
ดูเหมือนว่า อยากให้พระอาจารย์อยู่หน้าชั้นเรียนในขณะนี้จริงๆ เป็นความรู้สึกที่ตรงใจอย่างยิ่ง
เพราะรู้ว่ารสแห่งอภิธรรมนั้นเป็นรสอันเลิศ
ยิ่งศึกษาก็รู้ว่าคำว่าชีวิต คืออะไร
เพราะเข้าไปตามรู้ในพระสัพพัญญูของพระพุทธองค์
จึงประเสริฐยิ่งนัก

โดย น้องอุ๊ [19 ต.ค. 2548 , 17:30:58 น.] ( IP = 221.128.98.231 : : )


  สลักธรรม 8

ไม่มีความรู้เรื่อง อภิธรรมเลย อยากจะศึกษาอยู่เหมือนกันแต่ไม่ทราบจะเริ่มยังไงดี ข้อติดตามตอนต่อไปด้วยคนครับ.......อ้อ ผมเพิ่งผ่านมาใหม่ครับ........ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยคนครับ

โดย ธี [20 ต.ค. 2548 , 09:23:36 น.] ( IP = 217.22.116.43 : : )


  สลักธรรม 9



คุรั

อ่านต่อครับ และจะเข้ามาอ่านอีกครั้งหลังงานวันนี้เสร็จครับผม

โดย พี่เณร [20 ต.ค. 2548 , 09:40:29 น.] ( IP = 58.8.69.105 : : )


  สลักธรรม 10

มาติดตามอ่านสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ

โดย เซิ่น [20 ต.ค. 2548 , 12:18:52 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org