มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๓)






ตามที่ผมได้ยกตัวอย่างนี้ขึ้นมาก็เพื่อชี้ให้เห็นว่า พระอภิธรรมนี้ได้ช่วยให้ความรู้แก่เราอย่างลึกซึ้งช่วยให้ชีวิตแจ่มใสรื่นเริงใจ ทำให้ชีวิตมีความหมาย ไม่เปล่าเปลี่ยวว้าเหว่ คล้ายกับได้ที่ยึดเหนี่ยวที่ดีที่สุดมาเป็นเพื่อนคอยติดตามไปทุกหนทุกแห่งไม่ว่าที่ไหนแม้จะนอนป่อยเจ็บอยู่ในโรงพยาบาลหรืออยู่ในเรื่องจำ ซึ่งมีคนอยู่มากเหมือนกันบอกว่าช่วยให้เดือดร้อนน้อยลง

ตามที่ผมยกเรื่องราวเกี่ยวกับความสุขที่ได้รับจากการศึกษาพระอภิธรรมมาแสดงนี้ก็เพื่อชี้ให้เห็นว่า ประโยชน์ที่ว่านี้เป็นประโยชน์อันคุ้มค่าที่จะเสียสละเวลามาเรียนสัปดาห์หนึ่งในวันอาทิตย์เพียง ๑ หรือ ๒ ชั่วโมงเท่านั้น เราทำงานช่วยคนอื่นมาตลอด ๗ วัน เรามาสละเวลาให้ตัวเองจริง ๆ เพียง ๑ หรือ ๒ ชั่วโมงเท่านั้น ย่อมไม่มากเลย

มีท่านนักศึกษาบางท่านที่มาใหม่ ๆ ผมขอให้พยายามมาศึกษาเรื่อย ๆ อย่าขาดเสีย บางท่านบ่นว่ามีธุระมาก ไม่ว่างเลย อย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอมาศึกษาไม่ช้าไม่นานพอมีความรู้ความเข้าใจขึ้นบ้างเล็กน้อย ก็ต้องมาศึกษาเป็นประจำ ธุระต่าง ๆ ที่ว่าไม่ว่างนั้น ก็หาทางจัดแจงให้ว่างจนได้

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ต.ค. 2548 , 11:20:13 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

ตามธรรมดาชีวิตของเรานี้ ย่อมจะมีเหตุต่าง ๆ เข้ามาพัวพันทำให้เราต้องได้รับความลำบาก หรือได้รับการกระทบกระเทือนอยู่ตลอดเวลา เหตุต่าง ๆ นั้นผมขอแยกออกไปเป็น ๓ ประการด้วยกัน คือ

๑. เหตุจากบุคคลอื่นที่เข้ามาพัวพันกับเรา

๒. เหตุที่มาจากธรรมชาติ

๓. เหตุที่มาจากตัวของเราเอง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ต.ค. 2548 , 11:21:22 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

เหตุที่เกิดมาจากคนอื่น

ก็เพราะว่าบุคคลทั้งหลายที่มีชีวิตขึ้นมาแล้วจะอยู่แต่ลำพังคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยบุคคลอื่นร่วมด้วย อาจจะเป็นญาติมิตรหรือบุคคลที่ไม่รู้จักมาก่อนมารวมกัน

เมื่อบุคคลหลายคนมาพัวพันแล้วแต่ละคนย่อมมี โลภะ โทสะ โมหะ มาด้วยกันแต่ละคนย่อมมีความคิดเห็นคนละอย่างสองอย่าง ซึ่งมักจะไม่เหมือนกันตามแต่อำนาจของการอบรมและสิ่งแวดล้อมที่ได้รับมา

ด้วยเหตุนี้ย่อมจะขัดแย้งกันอยู่เสมอ บางครั้งก็ก่อความสะเทือนใจให้เกิดขึ้น นอกจากความเห็นขัดแย้งกันแล้ว ก็มาจากความปรารถนาของสามี ภรรยา บุตร ธิดา ที่เราไม่สามารถสนองความต้องการได้

บางทียังเกี่ยวกับธุรกิจการงานหรือผลประโยชน์ขัดกันอีก เช่นคนหนึ่งก็ค้าอยู่ติดกันและขายของอย่างเดียวกัน ย่อมกระทบกระเทือนต่อกันบ้าง เป็นต้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ต.ค. 2548 , 11:22:12 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

ใคร ๆ ก็มีความปรารถนาที่จะให้ชีวิตของตนมีความสุขเท่าที่จะเป็นไปได้ และพยายามที่จะกระทำทุก ๆ ทางตามกำลังอำนาจของความปรารถนาที่คอยหนุนอยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้ ต่างคนจึงได้พยายามต่อสู้กันอย่างสุดฝีมือ เพื่อหวังว่าจะได้มีความเป็นอยู่ดีที่สุดตามที่ตนปรารถนาหรือวาดภาพเอาไว้

เมื่อแต่ละคนต่างมีความปรารถนาด้วยกัน มีจุดหมายปลายทางอันเดียวกันดังนี้แล้ว จึงต้องต่อสู้เอารัดเอาเปรียบกันเป็นสามารถ มือใครยาวก็สาวเต็มที่ เหตุเพราะความเจริญทางวัตถุมีมากขึ้น เมื่อผู้คนเกิดมากขึ้น ความเบียดเบียนจึงต้องมีมากขึ้นด้วย ดังนั้นจึงหนีไปไม่พ้นจากความทุกข์ร้อนกังวลห่วงใย ความเศร้าเสียใจ ไปจนถึงรบราฆ่าฟันกันตาย โลกนี้จึงหาสันติได้ยากยิ่ง

โลกของเราทุกวันนี้มีความเจริญมากขึ้น แต่จิตใจหาได้เจริญตามไปไม่ ทั้งจิตใจและวัตถุจะเจริญควบคู่กันไปไม่ได้เลย วัตถุเจริญขึ้นไปมากเพียงใด จิตใจก็ย่อมบังเกิดความเห็นแต่ตัว ขาดความเมตตากรุณากันมากขึ้นเพียงนั้น เครื่องจักรกลยังเดินอยู่ต่อไป หัวใจของคนก็คิดที่จะเอารัดเอาเปรียบเบียดเบียนกัน ก็หนักหน่วง รุนแรงต่อไป

ในไม่ช้านี้ก็อาจจะถึงระบบกดปุ่ม เมื่อถึงเวลานั้น หัวใจของคนก็จะถูกกดให้ปวดร้าวย่อยยับ แล้วชีวิตทั้งหลายก็จะกลายเป็นเสมือนเครื่องจักรกลที่รู้จัดกดปุ่มได้อันหนึ่ง และทุก ๆ ชีวิตก็อาจมีราคาค่างวดไม่เกินไปกว่าเครื่องจักเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่ง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ต.ค. 2548 , 11:23:07 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

เมื่อมีการต่อสู้เบียดเบียนกันหนักขึ้น ต่างคนก็หวังจะให้ชีวิตของตนเป็นไปอย่างดีที่สุด จิตใจจึงได้มีแต่ความรุ่มร้อนอยู่เป็นนิตย์ คิดนึกแก้ปัญหาและกังวลใจอยู่ไม่ได้หยุด

อำนาจจิตก็จะก่อให้เกิดความป่วยเจ็บออกมาทางกาย เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่นท้องอือเฟ้อ อาหารไม่ย่อย เป็นแผลที่ทางเดินอาหาร ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ วัณโรค จึงต้องรักษาคนป่วยที่เนื่องมาจากจิตเสีย ๓ คน ในจำนวน ๕ คน

เพราะความครุ่นคิดกังวลทุกข์ร้อนมีอยู่ประจำ บางคนก็ทนอยู่ในความทุกข์เหล่านี้ไม่ได้ สุขภาพของจิตจึงได้เสื่อมลง จนกลายเป็นโรคประสาท โรคจิต ไปจนถึงการฆ่าตัวตาย

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ต.ค. 2548 , 11:23:58 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 5

>เหตุที่มาจากธรรมชาติ

ที่ทำให้เราลำบากเร่าร้อนวุ่นวาย เช่น อัคคีภัย หรือแผ่นดินไหว และน้ำท่วม หรือมิฉะนั้นก็เกิดจากความวิปริตแปรปรวนของดินฟ้าอากาศทำให้ ร้อนไป เย็นไป ไม่เป็นปกติ ทำให้ต้องลำบากนานาประการ

ท่านลองพิจารณาดูว่าเราจะต้องแก้ปัญหาจากคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องพัวพันกับเราแล้ว เรายังต้องแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับดินฟ้าอากาศที่เป็นไปตามธรรมชาตินี้อีกด้วย เมื่อยู่ที่นี่ร้อนไปก็ย้ายไปที่นั่นเมื่อยุงชุมก็ต้องหามุ้งมากาง เมื่อป่วยเจ็บก็ต้องดิ้นรนหายารักษา เหล่านี้เป็นต้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ต.ค. 2548 , 11:24:54 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 6

เหตุที่มาจากตัวเราเอง

เป็นเหตุสำคัญอีกอย่างหนึ่งอันเกิดจากการต่อสู้กับตัวของเราเอง ซึ่งมาจาก ๒ ทางด้วยกัน ทางหนึ่งมาจากทางกาย อีกทางหนึ่งมาจากทางจิตใจ

เหตุที่มาจากทางกายก็คือ เราจะต้องประคบประหงมบำรุงปรุงแต่งร่างกายของเราอยู่ตลอดเวลา เมื่อสกปรกก็ต้องอาบน้ำ แปรงฟัน ล้างหน้าให้สะอาด แม้กระนั้นมันก็ไม่ได้ดังใจ แต่ก็สามารถแก้ปัญหาให้จบสิ้นลงได้ นอกจากที่กล่าวมาแล้ว เมื่อหิวก็ต้องไปหาอาหารกิน กินแล้วก็ต้องถ่าย ต้องไปเที่ยวเตร่และพักผ่อน ไปจนถึงหลับนอน และวนเวียนทำเช่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เหตุนี้จึงนับว่าเป็นความลำบากในการแก้ปัญหาให้แก่ร่างกายของเราเองอยู่ตลอดเวลา โดยไม่มีวันสร้างซา

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ต.ค. 2548 , 11:25:51 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 7

น่าประหลาดเหลือเกิน ที่ตัวของเราแท้ ๆ เรายึดถือว่าเป็นร่างกายของเราจริง ๆ แต่ทว่าเรายังบังคับอะไรมันไม่ได้เลยสักนิด

เราอยากนั่งสบาย นั่งนานนัก ก็ทนไม่ไหว ต้องเดินเพราะความปวดเมื่อยมันบังคับเรา อยากนอนให้เป็นสุข นอนนานนักก็ไม่ได้จะต้องพลิกไปพลิกมาเพื่อแก้ทุกข์ เราไม่อยากให้ร่างกายของเราแก่เลย แต่เราก็ต้องค่อย ๆ แก่ลงไปทีละน้อยๆ แก่ลงไปทุกวันไม่มีหยุดหย่อน เราไม่อยากจะให้เจ็บปวด มันก็เจ็บปวดขึ้นมาจนได้ แม้ในที่สุด เราไม่อยากตาย แต่ก็ต้องตาย

ผมกล่าวตามความเป็นจริงเช่นนี้ก็เพื่อให้เห็นว่า ร่างกายของเรานี้ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของเราเลย มันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยไม่ฟังใครทั้งนั้น เราต้องแก้ไขความทุกข์ให้แก่มันอยู่ตลอดเวลา

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ต.ค. 2548 , 11:26:39 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 8

ความทุกข์นั้นมิได้หมายถึงความลำบากที่ไม่มีเงินจะใช้ ไม่มีบ้านจะอยู่ หรือร้อนอกร้อนใจอะไรเท่านั้น หากแต่หมายรวมถึง ความทุกข์คือความทนอยู่ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแปลงไปมาอยู่เสมอทั้งรูปนามรวมลงไปด้วย

เมื่อเราตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ต้องล้างหน้า อาบน้ำ แปรงฟัน เราทำไปทำไม เราทำไปเพราะต้องแก้ทุกข์นั่นเอง ด้วยเหตุว่าถ้าไม่แปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัว ก็จะเข้าสังคมกับเขาไม่ได้ แน่ละ เราต้องได้รับความลำบาก เพื่อแก้ปัญหาทุกข์ร้อนอยู่เรื่อยไป และจะต้องทำอย่างนั้นโดยไม่มีวันจบสิ้น จนตลอดชีวิตคือตั้งแต่เกิดไปจนกระทั่งตาย

ท่านทั้งหลายย่อมจะเห็นได้แล้วว่า เพียงร่างกายเท่านั้นยังทำให้เกิดความลำบากมากมายถึงเพียงนี้

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ต.ค. 2548 , 11:27:26 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 9

ทางจิตของเราก็เหมือนกัน ประเดี๋ยวมีความโลภ ประเดี๋ยวมีความโกรธ บางทีเกิดความเสียใจเศร้าหมอง กลุ้มอกกลุ้มใจในเรื่องต่าง ๆ ร้อยแปดประกายประดังกันเข้ามากระทบกระเทือนใจให้เราหวั่นไหวไม่เป็นปกติ

ถึงแม้บางท่านจะร่ำรวยอย่างล้นเหลือ มีตึกรามบ้านช่องใหญ่โต มีข้าทาสบริวารพ้อม แต่ยังไม่วายที่จะมีเสียงร้องร่ำให้กระซิกกระซี้ภายในตึกนั้น เพราะอะไร? เพราะความทุกข์เข้าถึงได้ไม่เลือกหน้าใคร ติดตามไปทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะมีฐานะจนหรือร่ำรวย จะมียศถาบรรดาศักดิ์หรือหาไม่ ความทุกข์มีได้ทั้งนั้น หลบหลีกรอดรั้วรอดกำแพงเข้าถึงตัวได้หมด

นอกจากนี้เรายังจะต้องสู้ขับเคี่ยวกับความโลภ ความโกรธ ความหลงของเราเอง เราจะต้องพยายามปรนเปรอใจของเราตลอดเวลา เช่นเรามีความปรารถนาอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้น แต่ไม่สามารถทำให้สมความปรารถนาได้ ก็ต้องขับเคี่ยวต่อสู้เพื่อให้ได้มา

เช่นฐานะไม่ค่อยดี แต่อยากได้เครื่องโทรทัศน์สักเครื่องหนึ่ง เพราะเบื่อที่จะต้องไปเที่ยวดูตามชาวบ้านเขา กลุ้มอกกลุ้มใจอยากจะได้จนถึงกับเร่าร้อนก็มี จนบางทีต้องซื้อเงินผ่อน หรือคอรัปชั่นเอามา จึงเป็นการต่อสู้ดิ้นรนกับความปรารถนาของเราเอง

ซึ่งแน่ละต้องลำบากหรือเมื่อไม่ค่อยมีอาหารกิน หรือจะกินให้ดี ก็จะต้องต่อสู้กับจิตใจของตัวเองกับเงินในกระเป๋าที่มีอยู่เพียงเล็กน้อย แน่ทีเดียวต้องลำบากอีก นอกจากที่ผมได้กล่าวมาแล้วอำนาจแห่งความทะยานอยาก เช่นความทะยากอยากจะเป็นเศรษฐีร่ำรวยเงินทอง อยากใหญ่โตมีอำนาจมาก ๆ อยากจะเป็นข้าราชการชั้นสูง

ถ้าความทะยานอยากเกิดขึ้นแก่จิตเมื่อใดก็ให้พยายามถดถอยลงมาเสีย จะได้ร้อนใจน้อยลงสักหน่อย แต่จะไม่สำเร็จง่ายนักต้องพยายามที่จะต่อสู้และอดทน ทั้งนี้เพราะว่ามันมีอำนาจมากจึงเป็นเหตุให้เราต้องใช้ความคิด ซึ่งบางทีถึงกับนอนไม่หลับก็มี

โปรดติดตามตอนต่อไป



ตอนที่ผ่านมา http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=8081

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ต.ค. 2548 , 11:28:21 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 10

การศึกษาพระอภิธรรม ช่วยคลายความทุกข์ทั้งหลายที่เกิดขึ้น ให้ลดน้อยลงได้
ขอบคุณมากค่ะ...ที่นำมาให้อ่าน

โดย เซิ่น [20 ต.ค. 2548 , 12:38:43 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org