มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๔)







เท่าที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดเพียงย่อ ๆ นี้ ก็เพื่อให้ท่านนักศึกษาได้เห็นว่าชีวิตของเรานี้ตกอยู่ในความลำบากและตกอยู่ในความกลัวตั้งแต่กลัวเรื่องเล็กน้อยจนถึงเรื่องใหญ่ยิ่งตั้งแต่แม้จะข้ามถนนสักหน่อยเราก็กลัวรถจะชน ไปจนถึงความอดอยากป่วยเจ็บทุพพลภาพจนถึงกลัวความตาย

เราตกอยู่ในความกลัววันยังค่ำ กลัวว่าได้เห็นสิ่งที่ไม่ดี ได้ยินเสียงที่ไม่เป็นมงคล แม้มาเรียนธรรมะก็กลัวว่าจะไม่สนุกแล้วเกิดง่วงนอน ด้วยเหตุนี้เองขอให้ท่านนักศึกษาลองพิจารณาว่าเราอยู่ในฐานะยากลำบากหรือไม่ ที่ต้องตกอยู่ในความกลัวตั้งแต่สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงสิ่งใหญ่ ๆ ดังนี้

ถ้าเราไม่ได้เกิด ไม่ได้มีชีวิตขึ้นมาแล้วจะเป็นอย่างไร เราก็ไม่ต้องแก้ปัญหา ไม่ต้องกิน ไม่ต้องนอน ไม่ต้องคิดให้เสียสมอง ไม่ต้องเกิด ไม่ต้องตาย ไม่ต้องกลัวอะไรสักอย่าง ไม่ต้องเราร้อนใจอะไรสักนิด ท่านนักศึกษามีความเห็นเป็นอย่างไร เราเกิดขึ้นมาดี หรือไม่ต้องเกิดขึ้นมาดีกว่า

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 ต.ค. 2548 , 14:08:20 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

แม้เราจะอยู่ภายในตึกอันโอ่อ่าน่าสบาย แต่ภายในใจนั้นรุ่มร้อนราวกับไฟ แม้เราจะสร้างห้องมีเครื่องปรับอากาศที่จะบังคับได้ตามชอบใจ แต่เราก็เร่าร้อนอยู่ภายในจนแทบทนไม่ไหว ด้วยอำนาจของความปรารถนาที่หาขอบเขตมิได้

แม้เราจะสร้างปราการขึ้นให้แข็งแกร่งสักเพียงใด ปราการที่ว่าแข็งแกร่งนั้นก็มักจะถูกความปรารถนาเข้ามาทำลายจนย่อยยับไป แล้วเราก็ตกอยู่ในฐานะต้องพยายามดับความปรารถนา หรือพยายามให้สมความปรารถนานั้นจนได้ ทั้งนี้ก็เพราะดวงจิตของเรานั้นหาใช่นักโทษที่อยู่ภายในที่กักกันไม่

เราไม่ทราบว่า เหตุใดเราจึงได้ยากจนขัดสนนัก สู้อุตส่าห์พากเพียรพยายามเท่าไร ๆ ฐานะความเป็นอยู่ก็ไม่เห็นดีขึ้นสักที เมื่อเราไม่ทราบต้นเหตุอันแท้จริง เราจึงได้แต่โทษนั่นโทษนี่ โทษคนนั้นโทษคนนี้ให้วุ่นวายไป

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 ต.ค. 2548 , 14:09:20 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2

เราไม่ทราบว่า เหตุใดจึงได้ร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมาไม่ขาดสาย เต็มไปด้วยความสมบูรณ์พูนสุขทุกประการ เมื่อเราไม่ทราบถึงต้นเหตุอันแท้จริง ไม่ทราบถึงจังหวะของชะตากรรมตามความเป็นจริง จึงได้คิดว่า เป็นเพราะเราเป็นนักธุรกิจตัวยง ความคิดความอ่านของเราฉลาดเฉลียวกว่าคนอื่นซึ่งได้ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด จึงได้กำเริบเสิบสานทะเยอทะยาน

เราไม่ทราบว่า เหตุใดเราจึงมีรูปร่างไม่น่ารัก ใครเห็นใครทักแล้วยังเมินหน้าหนี ดูอยู่ตลอดวันจะหาส่วนที่เป็นเสน่ห์เร้ารึงใจชวนให้มองไม่มีเลย เมื่อเราไม่มีหนทางทราบได้เช่นนี้ เราจึงได้ลงโทษตัวเองว่าเป็นคนโชคร้าย ผีสางนางไม้หรือซาตานที่ประสงค์ไม่ดีมาปั้นแต่งขึ้นด้วยความเกลียดชัง จึงได้เศร้าเสียใจตลอดมา

เราไม่ทราบว่า เหตุใดเราจึงมีรูปร่างหน้าตาสวยสดงดงามนัก มีส่วนสัดอันเหมาะสม ใคร ๆ ก็มองกันด้วยความชื่นชม เพราะทั้งร่างเกือบจะหาที่ติไม่ได้เลย เมื่อเราหาหนทางทราบต้นเหตุอันลึกซึ้งนี้ไม่ได้ ก็เข้าใจไปว่า เทวดา อินทร์ พรหม ยม นาค ผู้มีจิตเมตตาตนแต่งขึ้นมา หรือไม่ก็เป็นเพราะความบังเอิญ คิดแล้วจึงได้ภาคภูมิใจ ใจก็จะเตลิดไปไกล หนีความเร่าร้อนไปไม่ได้อีก

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 ต.ค. 2548 , 14:10:05 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3

เราไม่ทราบว่า การที่เรากระทำการคดโกงคอรัปชั่น หาทางให้ได้มาซึ่งประโยชน์อันมิชอบธรรมอยู่บนความทุกข์ยากของคนอื่นอยู่เสมอจะบังเกิดผลสนองตอบแก่เรา เพราะเคยได้กำไรอันเกิดแต่การกระทำนั้นเห็นทันตาอยู่เสมอมา ซึ่งทำให้การกินอยู่หลับนอนเที่ยวเตร่ดีขึ้นเป็นลำดับ เราจึงกล้าหาญกระทำลงไปเรื่อย ๆ และจะกระทำให้ดียิ่งขึ้นถ้ามีโอกาส ทั้งนี้ก็เพราะเรื่องของกรรมนั้นเร้นลับยากที่ผู้ศึกษา (ที่มีความสนใจน้อย) จะเข้าถึงความจริงได้ จึงก่อความเร่าร้อนต่อ ๆ ไป

เราไม่ทราบว่า การกระทำดีต่าง ๆ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จะมีผลอันเป็นความดีแก่เราได้ เพราะได้รับแต่ผลร้อยสนองตอบการกระทำดีเหล่านั้นอยู่ร่ำไป ผลที่ได้กระทำดีตามเหตุที่ได้กระทำดี ไม่ค่อยจะโผล่หน้าขึ้นมาให้เห็น เหตุนี้จึงได้เศร้าเสียใจ เบื่อหน่ายท้อถอยที่จะกระทำดีอีกต่อไป

ความร้อนของไฟนั้นย่อมจะร้อนไม่เลือกหน้า ไม่เลือกสถานที่ ไม่เลือกเวลา ทั้งไม่ฟังเสียงใครห้ามปราบทั้งนั้น ในเรื่องของชีวิตก็เหมือนกัน ไม่ว่าใครจะศึกษามีความเข้าใจมาอย่างไร หรือไม่ได้ศึกษามาเลย จะมีความทุกข์หรือความสุข (ทางโลก) สักเท่าใด จะมียศฐาบรรดาศักดิ์หรือไม่มี จะยากจนหรือร่ำรวย ทั้งไม่เลือกที่เลือกเวลา ความทะยานอยากย่อมจะก่อความเร่าร้อนขึ้นทั้งนั้น ทั้งจะกำเริบเสิบสานขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่หยุดยั้ง

และนอกจากจะก่อความเร่าร้อนให้ในชาตินี้แล้ว ในพระพุทธศาสนายังแสดงว่า อำนาจของควาททะยานอยากอันเป็นตัณหา ยังก่อกำลังอำนาจผลักส่งให้ไปเกิดในภพภูมิต่าง ๆ เป็นการสร้างความทุกข์ความเร่าร้อนต่อ ๆ ไป ชาติแล้วชาติอีก


โปรดติดตามตอนต่อไป



ตอนที่ (๓) http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=8086

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 ต.ค. 2548 , 14:12:44 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

ขอบคุณมากครับจะติดตามต่อไปนะครับ

โดย ผู้สนใจในธรรม [21 ต.ค. 2548 , 15:29:24 น.] ( IP = 203.147.4.193 : : )


  สลักธรรม 5

มาเข้าห้องเรียนต่อค่ะ ขอบพระคุณนะคะ

โดย น้องอุ๊ [21 ต.ค. 2548 , 18:55:19 น.] ( IP = 61.47.97.50 : : )


  สลักธรรม 6

มาศึกษาต่อค่ะ..ขอบคุณมากค่ะ

โดย เซิ่น [21 ต.ค. 2548 , 19:31:52 น.] ( IP = 61.91.127.40 : : )


  สลักธรรม 7

มาครับ.........

ขอบคุณครับ

โดย ธี [21 ต.ค. 2548 , 20:12:37 น.] ( IP = 217.22.115.116 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org