มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๗)






ในวันนี้ ผมเพียงนำทางเพื่อให้ท่านได้เห็นหน้าตาของพระอภิธรรมเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น

เพื่อให้ท่านได้ทราบถึงประโยชน์จะได้นำมาประกอบการตัดสินใจว่า สมควรจะเริ่มต้นศึกษากันหรือยัง ควรจะสละเวลาที่มีค่าเพียงสัปดาห์ละไม่กี่ชั่วโมงนี้หรือหาไม่

ถ้าเห็นสมควรก็ขอให้มาศึกษาเป็นประจำ ผมขอให้ท่านสละเวลามาศึกษาให้ติดต่อกันสัก ๒ เดือน รวมกันเข้าก็ ๘ ครั้งเท่านั้น แล้วต่อจากนั้นไป ถ้าท่านเห็นว่าไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไร ไม่คุ้มค่ากับการเสียเวลามาก ท่านจะหยุดเสียก็แล้วแต่ใจของท่าน

ทั้งนี้ก็เพื่อให้ท่านทดลองดูว่าการศึกษาพระอภิธรรมจะมีประโยชน์จริงหรือไม่ เป็นวิชาการที่น่าศึกษาเพียงใดเท่าที่ผมได้บรรยายอยู่ที่พุทธสมาคมฯ นี้มานานแล้ว สังเกตเห็นว่ามีท่านนักศึกษาบางท่านพอมาฟังเริ่มต้นครั้ง ๒ ครั้ง ต่อจากนั้นบางทีก็ไม่มาอีกเลย ซึ่งเป็นการน่าเสียดายอย่างยิ่ง

ผมเหลือเวลาในตอนท้ายเพื่อเปิดโอกาสให้ท่านได้ซักถาม เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้แสดงความคิดเห็นอะไรบ้าง เพราะว่าบางทีผมพูดฝ่ายเดียวก็ไม่ทราบความคิดเห็นของท่านว่ามีความคิดเห็นอย่างไร หรือว่าท่านจะถามปัญหาอะไรที่คิดมาจากบ้านก็ได้ หรือจะขอร้องให้ผมวางแนวการบรรยายอย่างไรก็ขอเชิญ

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [24 ต.ค. 2548 , 13:09:43 น.] ( IP = 202.183.134.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ถาม ในพระพุทธศาสนานั้นว่า เมื่อโลกเราถูกสร้างขึ้นใหม่ ๆ มีพรหมลงมาเกิดก่อน จะเป็นเหตุผลที่ตรงต่อความเป็นจริงหรือไม่? มีแสดงไว้ในพระอภิธรรมบ้างไหม?

ตอบ พระนักศึกษาท่านถามในเรื่องของพรหม ผมอยากจะตอบคำถามนี้ทั้งหมด แต่เรื่องนี้ค่อนข้างยืดยาวผมขอถือโอกาสตอบเพียงย่อ ๆ เท่านั้น เพราะต่อไปท่านก็จะได้ศึกษา เมื่อเราศึกษากันถึงเรื่องนี้โดยตรงเสียก่อนแล้วจึงค่อยพูดกันใหม่

อีกประการหนึ่ง ถ้าผมบรรยายเรื่องพรหมมากนัก ท่านนักศึกษาใหม่ ๆ อาจจะตกใจว่า เรื่องพรหมอะไรกัน เหมือนเมื่อหลายปีมาแล้ว ผมชวนท่านผู้หนึ่งให้มาศึกษาพระอภิธรรม ที่ผมชวนมาก็เพราะผมรู้จักกับเขา เขามานั่งฟังสักพักหนึ่งในวันนั้น เป็นวันที่ศึกษาถึงปริจเฉกที่ ๕ ต้องกล่าวเรื่องเทวดา ผมก็ลืมไปว่าเขานั่งอยู่ที่นั่นด้วย

ผมพูดถึงเรื่องเทวดาแต่ไม่ใช่เป็นการเริ่มเรื่องเป็นเรื่องเทวดาที่ต่อมาจากคราวก่อน ๆ ดังนั้น เหตุผลในเรื่องเทวดาก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก ตั้งแต่วันนั้นมา ท่านผู้นั้นก็ไม่มาอีกเลย ผมไปพบเข้าเขาก็บอกว่า "พูดเรื่องเทวดาอะไร เป็นการเพ้อฝัน เทวดาไม่มีจริง ๆ เขาบอกว่าเขาฟังต่อไปไม่ไหว"

แล้วพูดว่า "ผมเป็นนักศึกษาไปเมืองนอกเมืองนามาเรียนอะไรหลายอย่าง ทุกอย่างก็เป็นเรื่องที่ประกอบด้วยเหตุผล ข้อเท็จจริง จะมาเพ้อฝันเป็นเรื่องเทวดา ผมทนไม่ไหว"

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [24 ต.ค. 2548 , 13:10:10 น.] ( IP = 202.183.134.39 : : )


  สลักธรรม 2

ผมก็อธิบายว่า เรื่องของเทวดาในพระอภิธรรมนั้นมีจริง ๆ แต่ไม่ใช่เทวดาอย่างที่คนทั้งหลายพากันเข้าใจ เพียงแต่ชื่อว่าเทวดาไปซ้ำกันเข้า พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนเรื่องเพ้อฝัน

การแสดงเรื่องเทวดาก็เป็นการแสดงถึงสัตว์ประเภทหนึ่งที่มีร่างกายละเอียดเป็นปรมาณู (ปรมาณูในทางธรรมะ) นอกจากนั้นยังได้นำไปเข้าถึงเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์ ที่เรากำลังศึกษากันอยู่ในปัจจุบันนี้ เขาก็ได้รับฟัง

เรื่องพรหมนี่ก็เหมือนกัน ผมจึงตอบย่อ ๆ สั้น ๆ เพียงว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงถึงเรื่องพรหมจริง นอกจากเรื่องพรหมแล้วก็ควรจะเติมเรื่องพรหมลิขิตเข้าไปด้วยตามที่มีผู้เข้าใจ และเชื่อถือกันมาว่าพรหมนั้นมี ๔ หน้า แล้วมีตัวสีเขียว พรหมนั้นสร้างชีวิต สร้างสรรสิ่งสารพัดทั้งปวงขึ้นมาทั้งสิ้น จะให้ใครสุขสบาย หรือทุกข์ร้อนอย่างไร เวลาไหน ก็เป็นฝีมือของพรหมนั้น

ในพระอภิธรรมปิฎกมีสอนเรื่องพรหม แต่มิได้มีพรหม ๔ หน้า มิได้มีพรหมตัวเขียว และมิได้ลิขิตชีวิตสัตว์ หรือทำให้สัตว์ทุกข์หรือสุขได้ตามชอบใจของพรหม รายละเอียดเรื่องนี้มีมาก แต่ผมตอบเพียงเท่านี้คงจะไม่มีใครหาว่ากำลังเพ้อฝัน แล้วหนีหายไปไม่ยอมมาศึกษาในวันต่อไปเป็นแน่

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [24 ต.ค. 2548 , 13:10:27 น.] ( IP = 202.183.134.39 : : )


  สลักธรรม 3

ถาม เพราะอะไรจึงว่าไม่มีเกิดอีก เป็นอมตธรรม ?

ตอบ อมตธรรม คือธรรมอันไม่ตายนั้นมีความหมายได้หลายนัย ส่วนที่ผมได้แสดงไปแล้ว ผมหมายถึงการพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด เพราะว่าเมื่อไม่เกิด แล้วก็ไม่ตายนั่นเอง มีความมุ่งหมายว่า ต้องทำชีวิตของเราให้พ้นจากการเกิด เมื่อพ้นจากการเกิด ก็พ้นจากความตายไปด้วย

ท่านที่บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ เมื่อ จิต เจตสิก รูป สลายตัวลงแล้ว คือตาย ก็จะไม่มีการสืบต่อไป เกิดได้อีกต่อไป ย่อมพ้นจากการเกิดแล้ว คือ เข้าถึงอมตธรรมนั่นเอง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [24 ต.ค. 2548 , 13:10:44 น.] ( IP = 202.183.134.39 : : )


  สลักธรรม 4

ถาม เมื่อเราเอาเรื่องธรรมะไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งพอพูดถึงธรรมะแล้ว นักศึกษาคุยกัน หัวเราะกัน ไม่ค่อยสนใจ ทำไมจึงเป็นดังนั้น? ทำไมคนสมัยนี้จึงไม่ชอบธรรมะเหมือนในครั้งพุทธกาล

ตอบ คนส่วนมากกล่าวว่า ที่มหาวิทยาลัยนั้นนักศึกษาไม่สนใจในธรรมะเท่าใดนัก ผมคิดว่าผู้บรรยายธรรมะไม่สอดคล้องกับปัญญาของผู้รับ เพราะสถานที่แห่งนั้น นักศึกษาเป็นผู้มีปัญญา มีเหตุผลมาก ถ้าผู้แสดงธรรมะเอาเรื่องศีลธรรมจรรยาเบื้องต้นไปแสดง หรือเอานิทานชาดกไปเล่า หรือนักศึกษาถามว่าคนตายแล้วไปเกิดได้อย่างไร ก็หาทางหลีกเลี่ยงไม่ตอบ หรือตอบไปโดยขาดเหตุผล นักศึกษาจะมีความสนใจอย่างไรได้

ผมเอาพระอภิธรรมไปแสดงที่จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยหลายครั้ง นักศึกษาสนใจกันมาก เลิกบรรยายแล้วยังตามผมไปจนถึงรถ เพื่อซักถามต่อไปอีก ที่พูดว่าทำไมคนทั้งหลายในสมัยนี้จึงไม่พากันศึกษาให้มาก ก็เพราะคนในสมัยนี้ไม่ใช่คนในสมัยพุทธกาล ยิ่งขณะนี้วัตถุกำลังเจริญ คนก็เพลิดเพลินไปกับวัตถุโดยไม่ต้องคิดพิจารณาในปัญหาที่ลึกซึ้งอะไร

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [24 ต.ค. 2548 , 13:11:02 น.] ( IP = 202.183.134.39 : : )


  สลักธรรม 5

ความจริงเรื่องชีวิตในพระอภิธรรมลึกซึ้งมากเหลือเกิน ถ้าไม่เอาใจใส่จริง ๆ แล้ว การศึกษาก็จะเป็นได้โดยยาก เหมือนเราเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เราจะเกณฑ์คนทั้งหลายให้ชอบวิชาวิทยาศาสตร์เบื้องต้น เช่น เรื่องแสง เรื่องเสียง เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ไม่ใช่เรียนได้ง่าย ๆ นอกจากนี้ยังต้องเรียนวิชาต่าง ๆ เพื่อให้เป็นผู้ที่ประกอบไปด้วยความรู้กว้างขวาง ทั้งมีเหตุผลดีด้วย

ดังนั้นผู้ที่ศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ก็มีจำนวนจำกัดเหมือนกัน อย่างไรก็ดีถ้าในอดีตชาติ ไม่ได้อบรมปัญญาบารมีมาให้เพียงพอ หรือชาตินี้อกุศลยังมีกำลังมากอยู่แล้ว ถึงจะพูดอย่างไรก็ไม่มีทาง เพราะว่าเขายังไม่สนใจหรือไม่ศรัทธา แต่ในวันนี้กลับตรงกันข้าม แม้จะยังอยู่ในท่ามกลางวัตถุที่กำลังเจริญอย่างสูงสุด ท่านทั้งหลายยังอุตส่าห์มานั่งศึกษากันเป็นจำนวนมาก จึงนับว่าเป็นกุศลอย่างยิ่ง และกุศลเป็นแรงผลักส่งมาเป็นแน่

นักศึกษาทุกท่านที่มีความเข้าใจดีพอใช้ เขาก็จะกระจายความรู้ของเขาออกไปอยู่เรื่อย ๆ และในที่สุดจะกว้างขวางมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น พุทธสมาคมฯเปิดการบรรยายครั้งแรก มีนักศึกษาประมาณ ๔๐ คน เรียนไปเรียนมาเหลือประมาณ ๒๐ คน ค่อย ๆ หายไปทีละคนสองคน แต่เดี๋ยวนี้ถ้ารวมทั้งนักศึกษาต่างจังหวัด ที่เรียนโดยอาศัยหนังสือจากวารสาร "ชีวิต" ที่อภิธรรมมูลนิธิจัดพิมพ์ออกสู่มือประชาชน ก็มิใช่จำนวนร้อยสองร้อย แต่เป็นจำนวนพัน ๆ

ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับวันเริ่มเปิดโรงเรียนพุทธสมาคมฯเรามีชั้นเรียนชั้นเดียว จนถึงวันนี้ เป็นเวลา ๑๒ ปีแล้ว เราก็มีชั้นเรียนหลายชั้นและผู้บรรยายหลายคน แล้วยังได้ขยายการศึกษาไปยังอีกหลายจังหวัดด้วย ท่านนักศึกษาบางท่านไปเปิดการบรรยายขึ้นใหม่ก็มี แต่อย่างไรก็ดี จะเอาจำนวนของผู้ที่มีความสนใจเหมือนโรงหนัง ที่ผู้ดูพากันเข้าแย่งซื้อตั๋วนั้นยาก เพราะว่าเรื่องของพระอภิธรรมนั้นลึกซึ้งยิ่งนัก ต้องศึกษามาก ต้องสนใจ และต้องใช้ความคิดพิจารณามากจึงจะเข้าใจได้ ผู้ศึกษาเริ่มต้นไปไม่กี่คราวพากันท้อถอยเสียก็มีอยู่เป็นอันมาก

โปรดติดตามตอนต่อไป



ตอนที่ (๖) http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=8100

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [24 ต.ค. 2548 , 13:13:02 น.] ( IP = 202.183.134.39 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณครับ

โดย ผู้ใฝ่ใจในธรรม [24 ต.ค. 2548 , 15:37:55 น.] ( IP = 61.91.89.70 : : )


  สลักธรรม 7

มารออ่านต่อครับ.........ขอบคุณครับ

โดย ธี [25 ต.ค. 2548 , 07:32:10 น.] ( IP = 217.22.116.108 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org