มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทำไมไม่แยกสมถกรรมฐานออกจากวิปัสสนา




ในทีฆนิกาย มหาสติปัฎฐานสูตร

ดูเหมือนว่าอารมณ์ที่เป็นสมถกรรมฐาน

ก็รวมอยู่ในมหาสติปัฎฐาน ๔ ด้วย

เช่น อานาปานสติ อสุภกรรมฐาน และ กายคตาสติ ก็รวมอยู่ในกายานุปัสสนา

ทำไมไม่แยกสมถกรรมฐานออกจากวิปัสสนา

กรรมฐาน ไม่ควรให้ปะปนกันละครับท่านพอจะทราบไหมครับผม

โดย โคจรธรรม [14 ก.พ. 2545 , 23:07:15 น.] ( IP = 203.170.128.84 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail


  สลักธรรม 1



พระผู้มีพระภาค ทรงแสดงธรรมทุกประการที่มีจริงด้วยพระมหากรุณาคุณ
พระองค์ทรงรู้จริตอัธยาศัยของบุคคลทั้งหลาย
ฉะนั้น จึงทรงแสดงธรรมอนุเคราะห์โดยนัยประการต่างๆ

พระองค์ทรงแสดงกุศลธรรมทุกประเภท


การเจริญสมถภาวนาและวิปัสสนาภาวนานั้น
ต่างกัน แต่บางกรรมฐานก็เป็นอารมณ์ได้
ทั้งในการเจริญสมถภาวนา
และในการเจริญวิปัสสนาภาวนา
เช่น อานาปานสติ
ปฏิกูลมนสิการ
ก็เป็นอารมณ์ของสมถภาวนาได้
และก็เป็นอารมณ์ของวิปัสสนาภาวนาด้วย

สภาพธรรมที่มีจริงเป็นอารมณ์ของสติได้ทั้งนั้น

เมื่อศึกษาพระธรรมท่าน ก็จะเห็นว่า
มีหลายสิ่งในโลกที่เตือนให้ระลึกถึงสภาพความจริง


เช่น เราอาจจะระลึกถึงส่วนต่างๆ ของร่างกาย
เช่น ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง…เป็นต้น
ในชีวิตประจำวัน..เราไม่ได้สังเกตุส่วนต่างๆ
ของร่างกายเหล่านี้บ้างเลยหรือ

ทุกคนมีผม เล็บ ฟัน หนัง ไม่จริงหรือที่ส่วนต่างๆ
ของร่างกายเป็นปฏิกูลเป็น แปรปรวน?

ทำให้ระลึกถึงความไม่เที่ยงได้
เราหลงลืมสติกันเสมอ
แต่ความปฏิกูลของผม เล็บ ฟัน หนัง
และส่วนอื่นของร่างกาย
ก็ทำให้ระลึกถึงสภาพความจริงได้

ทำให้สติระลึกรู้สภาพธรรมที่ปรากฏในขณะนั้น
สติอาจจะระลึกรู้นามธรรมที่ใคร่ครวญธรรม

แล้วสติก็ระลึกรู้ลักษณะของนามธรรมและรูปธรรมอื่นๆ
ที่ปรากฏทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
ขณะที่พิจารณาสภาพธรรมก็มีความสงบ
ไม่มีโลภะ โทสะ และโมหะ


เราไม่ควรติดข้องในความสงบขณะนั้น
และไม่ควรตั้งใจให้สงบเพื่อให้เกิดสติมากๆ
ความสงบก็เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
ถ้าไม่ยินดีติดข้องในความสงบนั้น
ก็ย่อมจะระลึกรู้สภาพธรรมที่ปรากฏในขณะนั้นได้

อารมณ์ที่ทำให้สติระลึกรู้สภาพธรรมที่ปรากฎนั้น
ต่างกันตามอัธยาศัยของบุคคลที่สะสมมาต่างๆ กัน

ด้วยเหตุนี้พระผู้มีพระภาคเจ้า
จึงทรงแสดงธรรมทุกอย่างที่มีจริง
บางคนก็มีอัธยาศัยที่จะระลึกถึงอสุภ

เมื่อเห็นคนตายหรือสัตว์ตายก็ทำให้ระลึกถึงความไม่เที่ยง
สำหรับบางคนนั้นการระลึกถึงอสุภ
หรือความปฏิกูลของร่างกายย่อมไม่เกื้อกูล
แต่มีอัธยาศัยในการระลึกถึงความตาย (มรณสติ)
การคิดถึงอายุของชีวิตที่ไม่ยืนยาวทำให้ผู้นั้น
ละคลายโลภะ และโทสะลงได้


โลกเต็มไปด้วยสิ่งที่เตือนให้เจริญสติ
ฉะนั้นจึงไม่ควรเป็นทุกข์เศร้าหมอง
ไปกับสิ่งใดๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต
ทุกสิ่งเป็นสติปัฏฐานได้ทั้งสิ้น
เวลาส่องกระจกเห็นตัวเองแก่ลง
ก็เป็นสิ่งที่เตือนให้เจริญสติ
เวลาเห็นผมหงอกของตัวเอง
หรือของคนอื่นก็เป็นสติปัฏฐานได้
ในชีวิตประจำวันไม่มีสิ่งที่ปฏิกูล
น่าเกลียดมากมายหรอกหรือ?

ตัวอย่างเช่น เส้นผมในอาหาร
กลิ่นปากของตัวเองและของคนอื่น เป็นต้น


สิ่งเหล่านั้นเตือนให้ระลึกรู้สภาพธรรม

ในขณะนั้นได้ ทำให้เกิดสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สุด
ในชีวิต คือการเจริญปัญญาค่ะไม่มีสภาพธรรมใดที่ไม่อยู่ในมหาสติปัฏฐาน
การเจริญมัคค์มีองค์ ๘ นั้นไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก

ชีวิตประจำวันของเราเป็นธรรมที่ใกล้ตัวที่สุด
ที่สติระลึกรู้ได้ตลอดเวลา

ทุกสิ่งในโลกเป็นเครื่องเตือนให้เจริญมัคค์มีองค์ ๘ จนกว่าจะบรรลุธรรมที่ดับโลภะ โทสะ และโมหะไงค่ะ


ด้วยความปรารถนาดีค่ะ

โดย ดอกแก้ว [15 ก.พ. 2545 , 00:23:47 น.] ( IP = 203.170.128.84 : : )


  สลักธรรม 2

อาจารย์ตอบได้ดีมากเลยครับ

โดย เฉลิมศักดิ์ [15 ก.พ. 2545 , 04:22:23 น.] ( IP = 203.147.22.14 : : 203.147.22.14 )


  สลักธรรม 3


อ่านคำตอบท่านอาจารย์ทบทวนไปมาอยู่หลายครั้ง และคิดว่าจะต้องอ่านอีกหลายๆครั้งจึงจะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย ปราณีค่ะ [15 ก.พ. 2545 , 09:14:13 น.] ( IP = 10.199.199.95 : : 10.199.199.95 )


  สลักธรรม 4

เข้าใจมากค่ะ ทำไมบางกรรมฐานก็เป็นอารมณ์ได้ ทั้งในการเจริญสมถภาวนา
และในการเจริญวิปัสสนาภาวนา

ชอบคำที่ว่า " โลกเต็มไปด้วยสิ่งที่เตือนให้เจริญสติ "
แต่เพราะการไม่ได้ฝึกสติ ไม่ได้เจริญปัญญา
จึงทำให้ไม่สามารถละกิเลสได้

ขอบพระคุณค่ะ

โดย วิภา เลิศจังตระกูล [15 ก.พ. 2545 , 21:02:31 น.] ( IP = 192.168.16.106 : : 192.168.16.106 )


  สลักธรรม 5

สภาพธรรมนำกำหนด
กิเลสลดหมดความงาม
ไหลเลื่อนเคลื่อนตามยาม
หยุดมิได้ปัจจัยมี

ยึดถือคือหลงติด
เป็นภัยพิษคิดถ้วนถี่
คิดธรรมนำใจดี
ปัญญาเด่นเน้นจริงเป็น....

โดย ดอกสารภี [22 ก.พ. 2545 , 18:33:19 น.] ( IP = 202.28.25.183 : : 202.28.25.183 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org