| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๑๖)
สลักธรรม 1
ถ้ามีผู้ใดมาบอกกับท่านว่า มีธรรมชาติอยู่อย่างหนึ่ง เป็นอยู่อย่างอิสระ โดดเดี่ยวไม่มีอะไรมาปะปนเลย เป็นสิ่งกายสิทธิ์ ไม่มีเกิด ไม่มีดับ อาศัยอยู่ในร่างกายของคน ของสัตว์ เมื่อคนหรือสัตว์ตายลงแล้วก็ล่องลอยไปเที่ยวหาที่เกิดใหม่ได้ และเกิดใหม่อยู่เรื่อยๆไปเช่นนี้
ท่านจะคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ เหลือที่จะติดตามไปด้วยหรือไม่ ท่านจะเชื่อถือธรรมชาติที่ผิดธรรมชาตินี้หรือไม่ (อำนาจของจิตมีอย่างไรโดยพิสดาร ท่านจะได้ศึกษาต่อไปภายหลัง)
แน่นอน อย่างน้อยท่านก็จะต้องสงสัย และความสงสัยนี้ก็เกิดขึ้นแก่ชาวโลกทั่วไป เป็นไปอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่โลกนี้อุบัติขึ้นมาแล้วแตกทำลายลงไปก็ยังหาคำอธิบายให้เข้าใจในเหตุผลไม่ได้ว่า เหตุใดจึงมีสิ่งที่ผิดธรรมชาติเหล่านั้น
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [2 พ.ย. 2548 , 08:31:50 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 2
ปรมัตถธรรมได้ขุดค้นเรื่องเร้นลับเหล่านี้ออกมา พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามิได้สร้างธรรมชาติขึ้น แต่ได้อธิบายธรรมชาติที่ลึกซึ้งนี้ไปตามความเป็นไปของมัน โดยพระองค์ได้แสดงว่า จิตใจนั้นมิได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวลำพัง แต่มีเจตสิก ซึ่งแปลว่าเป็นธรรมชาติที่ประกอบกับจิต กระทำให้จิตเป็นไปต่างๆเกิดร่วมด้วย
ถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆ ก็เหมือนกับศาลาที่เรานั่งกันอยู่หลังนี้ ที่จะเรียกว่าเป็นศาลาได้ มันก็จะมีของหลายอย่างมารวมกัน และของแต่ละอย่างนั้นก็มีคุณภาพ มีปริมาณและมีการงานต่างๆ กัน
เช่น เสามีหน้าที่ค้ำยัน ฝามีหน้าที่ยึดโยงและกั้นเป็นขอบเขต หลังคากันแดดกันฝน และตะปูมีหน้าที่ตรึงทุกๆส่วนมิให้กระจัดกระจายออกไป ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้แล้ว คำว่าศาลาก็หาบังเกิดขึ้นไม่ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [2 พ.ย. 2548 , 08:32:14 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 3
เจตสิกก็เหมือนกัน ย่อมจะมีหลายประเภทประกอบร่วมกัน ทำงานต่างๆคนละอย่างตามหน้าที่
บางครั้งขณะที่เห็น ที่ได้ยิน เจตสิกเหล่านี้เข้ามาช่วยกัน รวมทั้งสิ้นหลายสิบประเภท เหมือนกับวงกลมวงใหญ่ที่เปรียบเสมือนจิต แล้วมีวงกลมเล็กๆที่เปรียบเสมือนเจตสิกเกาะกุมกันอยู่ภายใน (ซึ่งท่านจะได้ศึกษาโดยละเอียดภายหลัง) โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [2 พ.ย. 2548 , 08:32:38 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 4
๔. วัตถุรูปเป็นที่ตั้งที่อาศัยของจิต
เราทั้งหลาย ไม่ว่าท่านนักศึกษาหรือผมหรือใครๆ มิได้อยู่นิ่งๆเฉยๆแต่ในบ้าน หากจะต้องออกไปทำธุรกิจต่างๆมิได้หยุดหย่อน ดังนั้น บ้านเรือนจึงต้องมีประตูสำหรับที่เราจะออกไปภายนอก เพราะถ้าใช้หน้าต่างเป็นทางเข้าออกก็คงจะไม่สะดวก เรามีหน้าต่างเอาไว้มากมายก็เพื่อใช้เป็นช่องทางมองดูออกไปภายนอก เอาไว้ให้แสงสว่างเข้ามาและให้อากาศถ่ายเทได้
ด้วยเหตุนี้เอง คงจะไม่มีบ้านของใครเลยที่มิได้มีประตูแม้แต่บานเดียว แม้แต่กระท่อมเล็กๆหรือบ้านตุ๊กตาก็ไม่ยกเว้น และเพื่อจะให้เกิดความสะดวกสบายยิ่งขึ้น บางบ้านจึงมีประตูตั้งหลายประตู
จิตใจของเราก็ไม่ต่างอะไรกัน มีกำลังของความว่องไวอย่างเหลือแสน พูดให้ว่าเร็วยิ่งกว่าปรอท มันมีความขยันหมั่นเพียรในการงานก็มากเหลือเกิน บางครั้งก็ทำงานตลอดวันยังค่ำโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ยิ่งเป็นงานที่สนุกหรือได้ผลประโยชน์สมใจด้วยแล้วทำ ๓ วัน ๓ คืนก็ไม่บ่น โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [2 พ.ย. 2548 , 08:33:06 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 5
อย่างไรก็ดี การงานทั้งหลายที่จิตใจกระทำนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าจิตใจไม่มีประตูที่จะออกไป จิตใจก็ต้องมีประตูสำหรับออกไปทำงานเหมือนกัน
ทวารซึ่งได้แก่ประตูที่จิตออกไปตั้งทำงานนั้นเรียกว่า วัตถุ แต่ไม่ใช่คำว่าวัตถุสสารเหมือนในวิชาการทางโลกที่นำคำนี้จากภาษาบาลีมาใช้ แล้วไปกำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นเสียใหม่ ทำให้การบรรยายธรรมเป็นไปด้วยความยากลำบาก
หากแต่หมายถึงที่ที่จิตเกิดขึ้น หรือเป็นประตูที่จิตออกมาทำงาน เช่น เรียกว่า จักขุปสาท = ปสาทตา เป็นต้น แต่คำว่าปสาท หรือประสาท ก็เป็นอีกคำหนึ่งที่ในทางธรรมะมิได้มุ่งหมายเหมือนกับในวิชาทางแพทย์ที่ดึงประสาทออกมาได้เป็นเส้นๆ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [2 พ.ย. 2548 , 08:34:35 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 6
จิตออกมาที่ประตูเพื่อทำงาน ๖ อย่างด้วยกัน และออกมาทำงานแต่ละประตูด้วยงานเฉพาะเท่านั้น คือ
ทำงานเห็นที่จักขุปสาท = จักขุทวาร
ทำงานได้ยินที่โสตปสาท = โสตทวาร
ทำงานได้กลิ่นที่ฆานปสาท = ฆานทวาร
ทำงานลิ้มรสที่ชิวหาปสาท = ชิวหาทวาร
ทำงานรู้สึกสัมผัสที่กายปสาท = กายทวาร
ทำงานคิดนึกที่ใจ = มโนทวาร โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [2 พ.ย. 2548 , 08:36:09 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 7
ตามที่ผมอธิบายมาแล้วทั้งหมดนี้ ท่านทั้งหลายก็จะเห็นได้ว่า จิตนั้นไม่ใช่เป็นสิ่งกายสิทธิ์ ไม่ใช่สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เราจะเข้าไปศึกษาถึงความเป็นไปของมันไม่ได้ แต่จิตนั้นเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งที่อาศัยเหตุเป็นแดนเกิดเหมือนสรรพสิ่งทั้งหลาย มิได้มีผู้ใดเสกสรรปั้นแต่งหรือบันดาลขึ้นมา
การที่ผมได้แสดงเหตุ ๔ ประการดังกล่าวมาแล้วว่า เป็นตัวการทำให้จิตเกิดขึ้นมาได้นั้น เป็นการแสดงในหลักการซึ่งเหตุปัจจัยต่างๆโดยละเอียดนั้นยังมีอีกมาก ที่ท่านนักศึกษาจะได้ศึกษาเป็นลำดับไป
โปรดติดตามตอนต่อไป
ตอนที่ (๑๕) http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=8152โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [2 พ.ย. 2548 , 08:37:54 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 8มาตั้งใจอ่าน พร้อมทั้งระลึกก้มกราบบูชาครูไว้ด้วยความเคารพสูงยิ่งครับ
และจะพยายามจดจำความรู้ความเข้าใจนี้ไว้ เพื่อการเดินทางชีวิตจะได้มีปัญญาบารมี พาไปให้ไม่หลงทางครับอาจารย์ที่เคารพ
![]()
![]()
โดย พี่เณร [2 พ.ย. 2548 , 09:51:09 น.] ( IP = 58.8.43.112 : : )
สลักธรรม 9มาศึกษาเพื่อสร้างความมีปัญญาต่อค่ะ...กราบขอบพระคุณค่ะ
โดย เซิ่น [2 พ.ย. 2548 , 17:55:01 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
สลักธรรม 10มาเรียนต่อนะคะ
การอธิบายถึงธรรมชาติของจิตนั้น ทำให้เกิดความกระจ่างกับชีวิตยิ่งขึ้นค่ะ กราบบูชาในพระคุณของท่านพระอาจารย์ค่ะโดย น้องอุ๊ [2 พ.ย. 2548 , 17:59:22 น.] ( IP = 221.128.102.46 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |