มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๑๘)







ในพระพุทธศาสนาแสดงเรื่องรูปว่า ประกอบกันขึ้นเป็นปรมาณู โดยแยกรูปให้เล็กลงๆเป็นลำดับ ตั้งแต่เม็ดข้าวสาร ๑ เม็ดแยกออกเป็นหลายสิบล้านส่วน ส่วนหนึ่งเหล่านั้นเรียกว่าปรมาณู

ทุกๆปรมาณูมิได้ติดกันมีปริจเฉทรูปคือช่องว่างคั่นอยู่ และทุกๆปรมาณูเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่เรื่อยๆ ด้วยอำนาจของอุณหเตโชคือความร้อน ด้วยเหตุนี้ รูปทั้งหลายจึงเป็นอนิจจังคือความไม่เที่ยง เป็นทุกขังคือความทุกข์ ด้วยทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ และเป็นอนัตตาคือไม่ใช่ตัวตนคนสัตว์ ทั้งไม่อาจบังคับบัญชาได้


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [4 พ.ย. 2548 , 09:58:38 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

นอกจากเรื่องรูปแล้ว ในพระพุทธศาสนายังได้แสดงถึงเรื่องจิตใจด้วยว่า มีความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ สลายตัวไปอยู่ตลอดเวลาโดยรวดเร็ว ดังนั้นจิตใจจึงอยู่ในฐานะที่เป็นอนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา เช่นเดียวกันกับรูป

ด้วยเหตุที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอนนั้น จึงเอาเป็นที่พึ่งไม่ได้ จึงเป็นทุกข์ ทั้งจิตใจก็ไม่ใช่คนไม่ใช่สัตว์ เป็นแต่ปรากฏการณ์ของธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อมีเหตุก็จะเกิดขึ้นมา แต่ไม่อาจบังคับบัญชาให้เป็นไปตามใจชอบ

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [4 พ.ย. 2548 , 09:59:30 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

ท่านนักศึกษาอาจสงสัยในเรื่องจิตใจที่ว่ามิได้เที่ยงแท้แน่นอน มีความเกิดดับอยู่เสมอเป็นนิจ ทั้งความเกิดขึ้น สลายตัวไปเหล่านี้ก็รวดเร็วเสียด้วย แม้ความเร็วของแสงที่ว่าเร็วมากอยู่แล้วก็ไม่อาจเทียบเคียงกันได้ เพราะแสงเดินทางได้เร็วเพียง ๑๘๖,๐๐๐ ไมล์ต่อวินาทีเท่านั้น ส่วนจิตใจมีความเกิดดับรวดเร็วแม้จะบอกว่าเป็นร้อยเป็นพันเท่าของแสงก็ยังนับว่าน้อยไป

ในเรื่องนี้ผมขอยกตัวอย่างจากเรื่องที่ผมได้เขียนเอาไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งเป็นการสนทนาระหว่างลุงกับหลานมาเปรียบให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [4 พ.ย. 2548 , 10:00:00 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

ลุง : ศาสนาในโลกนี้มีมากมาย ต่างก็มีหลักคำสอนต่างๆกัน แต่ในเรื่องของจิตนั้นบางศาสนาถือว่าเรามีวิญญาณ คือ โซล (Soul) สัตว์เดรัจฉานหามีโซลไม่ การที่จะไปเกิดชาติหน้านั้นแล้วแต่พระผู้เป็นเจ้า พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวเท่านั้นที่จะทรงบังคับบัญชาให้โซลของผู้ใดไปสวรรค์หรือลงนรก แม้จะไปอยู่ในที่นั้นชั่วนิรันดร

เหตุนี้ทุกคนจึงต้องคารวะอ่อนน้อม ยอมตัวลงอ้อนวอนเคารพนับถือพระผู้เป็นเจ้าเพื่อจะได้ทรงพระกรุณาช่วยให้หลุดรอด ช่วยใไถ่บาป ช่วยให้ได้ขึ้นสวรรค์


ศาสนาพราหมณ์บางลัทธิถือว่า เมื่อเราได้ปฏิบัติความดีความงามอยู่เสมอๆ ก็จะสามารถชำระล้างสิ่งสกปรกโสโครกรุงรังที่หุ้มห่ออาตมัน คือวิญญาณอมตะอยู่ ปฏิบัติเช่นนี้ทุกชาติๆไปนานๆ อาตมันก็จะบริสุทธิ์ผุดผ่องขึ้นทุกทีๆ ถ้าได้ตายไปแล้วหลายๆชาติ อาตมันจะหลุดออกมาได้จากโลกียธรรม แล้วก็จะไปรวมอยู่เข้ากับอาตมันใหญ่ เรียกปรมาตมัน

เขาถือว่าจิตคือตัวตนไม่มีวันตาย ที่เห็นตายก็แต่ร่างกายเท่านั้น ตัวตนของจิตเป็นของเที่ยงแท้ ถาวรมั่นคงไม่มีการแตกดับ ไม่มีการเสื่อมสลาย


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [4 พ.ย. 2548 , 10:01:16 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

ศาสนาอื่นโดยมากถือกันว่าในกายของเรานี้มีธรรมชาติอันเป็นทิพย์ หรือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือกายสิทธิ์ชนิดหนึ่ง สิงสถิตอยู่เป็นตัวตนของเราแท้ๆไม่รู้จักตาย เรียกว่า โซล ว่าอีโก้ ว่าจิต ว่าวิญญาณ ว่าอนัตตา และอาตมัน ทั้งนี้ตรงกันข้ามกับหลักของพระพุทธศาสนา

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องจิตไว้พิสดารกว่าศาสนาอื่นมากนัก แล้วยังมีเจตสิกอันเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญประกอบกับจิตอีกซึ่งศาสนาอื่นไม่มี ทั้งจิตก็มิได้คงทนถาวรอยู่ได้ ไม่มีวันตายเหมือนศาสนาอื่นเช่นอาตมัน จิตย่อมเกิดดับติดต่อกันอยู่เป็นนิจ ถี่ยิบไม่มีวันหยุดหย่อนกันเลยเป็นสันตติ คือการสืบต่อจิตที่ดับไปแล้วจะเป็นปัจจัยให้จิตใหม่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป แล้วก็เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดต่อๆไป คือ เกิด-ดับ-เกิด-ดับอยู่ไม่ขาดสายติดต่อกันไป เรื่องนี้หลานจะเข้าใจยากอยู่สักหน่อย แต่ถ้าเข้าใจดีแล้วก็จะเป็นกุศลอย่างยิ่ง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [4 พ.ย. 2548 , 10:02:14 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 5

หลาน : ผมไม่เข้าใจเรื่องสันตติและจิตเก่ากับจิตใหม่ ที่คุณลุงว่า เกิด-ดับ เกิด-ดับเลย


ลุง : จะยกตัวอย่างให้ฟังสักเล็กน้อย แต่จะหันเข้าหาวิชาวิทยาศาสตร์ที่หลานได้ศึกษามาบ้างเพื่อจะได้เข้าใจได้ดีขึ้น

ถ้าเรานำตะเกียงน้ำมันมาดวงหนึ่ง มีไส้มีน้ำมันพร้อม เมื่อเราจุดขึ้น หลานจะบอกได้หรือไม่ว่า ไฟที่จุดขึ้นใหม่ๆในครั้งแรก กับที่เห็นลุกอยู่เดี๋ยวนี้เป็นไฟดวงเดียวกัน


หลาน : ผมบอกไม่ได้ขอรับ เพราะไฟที่จุดขึ้นในครั้งแรกถ้าพูดตามทางวิทยาศาสตร์ก็ย่อมดับไปหมดแล้ว ไฟที่เห็นลุกอยู่ต่อๆมานั้น เป็นไฟดวงใหม่ซึ่งต้องอาศัยไฟในครั้งแรกเป็นเหตุให้ลุกขึ้น แต่ก็ต่อๆกันไปเรื่อยๆจนหมดน้ำมัน เหมือนน้ำก๊อกที่ไหลรินอยู่นั้นน้ำที่ไหลออกทีแรกย่อมผ่านไปแล้ว น้ำที่เห็นว่ากำลังไหลอยู่เดี๋ยวนี้ เป็นน้ำที่มาใหม่ แต่เราเห็นติดต่อเป็นสายเดียวกัน การที่เห็นมันเกิดติดต่อกันไปนั้น คือสันตติกระมังขอรับ

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [4 พ.ย. 2548 , 10:03:01 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 6

ลุง: ถูกของหลานแล้ว เมื่อเราจุดตะเกียงขึ้น น้ำมันที่ซึมขึ้นมาตามไส้ตะเกียงเมื่อได้รับความร้อน ก็จะระเหยเป็นไอแล้วไหม้ไป ตัวการที่ทำให้เกิดแสงสว่างขึ้นมาได้นั้นก็เป็นเพราะละอองของน้ำมันถูกความร้อนจัดจนสุกปลั่งจนเกิดความวิโรจน์ เป็นแสงสว่างแล้วก็กลายเป็นคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ไป

ความสุกปลั่งของละอองน้ำมัน ถ้าจะเปรียบก็เหมือนเหล็กที่ถูกเผาไฟจนสุกแดงนั่นเอง เหตุนี้น้ำมันจึงต้องซึมขึ้นมาเรื่อยๆติดต่อกันไป ขาดจังหวะไม่ได้ จนกว่าน้ำมันจะหมดตะเกียง ไอน้ำมันก็ถูกเผาอยู่เสมอไม่ขาดระยะ


ความเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปนี้รวดเร็วยิ่งนัก แล้วต่อเนื่องกันไม่ขาดตอนเสียด้วย ตาของเราจึงจับไม่ได้ เห็นแต่ไฟตะเกียงลุกโพลงอยู่ แต่ความจริงนั้นไฟที่จุดครั้งแรกดับไปเสียนานแล้ว แต่ไฟที่ลุกขึ้นครั้งแรกเป็นปัจจัยให้ไฟดวงหลังเกิดขึ้นแล้วก็ต่อๆกันไป ถ้าไฟดวงแรกมิได้ลุกขึ้น ไฟดวงหลังและดวงต่อๆมาก็จะมีไม่ได้

เหตุฉะนั้น เราจะว่าเป็นไฟดวงแรกหรือดวงหลังหาได้ไม่ เพราะถ้าไม่มีไฟดวงแรกเกิดขึ้น ไฟดวงหลังก็มีไม่ได้ และถ้าไม่มีไฟดวงหลังมาต่อไฟก็ดับกันหมด อาศัยกันเกิดดับอยู่เช่นนี้

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [4 พ.ย. 2548 , 10:03:23 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 7

ลุงจะเทียบให้เห็นง่ายๆอีกอย่างหนึ่ง เช่น ไฟฟ้าที่สว่างอยู่ในหลอดนั้น ความจริงมันเกิดดับอยู่เรื่อยโดยรวดเร็ว เราจับไม่ทัน ไฟฟ้าจะไหลต่อเนื่องกันไปมิได้ขาดสายเหมือนน้ำในลำธาร คือไฟฟ้าแล่นมาถึงหลอดทำให้เกิดแสงสว่างแล้วก็ดับไป ไฟฟ้าต่อๆมาก็ไหลแทนให้แสงสว่างแล้วดับต่อกันเรื่อยๆติดต่อกัน ถ้าเราปิดสวิทซ์ไฟเสีย ไฟก็จะดับทันที

ในต่างจังหวัดที่ไฟส่งมีกำลังอ่อน เราจะเห็นไฟฟ้าวิบๆอยู่ถี่ยิบ การที่เราเห็นไฟสว่างอยู่ตลอดเวลาโดยมิได้ดับเลยนั้น ก็เพราะมันเกิดดับรวดเร็วเหลือเกิน จนเราจับมันไม่ทัน ในไฟสลับที่เราใช้อยู่ตามบ้านนั้น เกิดดับรวดเร็วถึงวินาทีละ ๕๐ ครั้ง ตาของเราจึงเห็นความดับของมันไม่ได้


ในเรื่องความเกิดดับสืบต่อกันไปของจิจเป็นเรื่องละเอียดมาก ในระยะเริ่มต้นนี้ ขอให้ท่านนักศึกษาจำไว้เพียงเท่านั้นก่อน ยังเข้าใจไม่ดีหรือหาเหตุผลอะไรยังไม่ได้มากก็ไม่เป็นไร เพราะในปริจเฉท ๑ นี้ว่ากันด้วยเรื่องจิตทั้งนั้น ก็จะเข้าใจดีในดอกาสต่อไป


โปรดติดตามตอนต่อไป



ตอนที่ (๑๗) http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=8170

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [4 พ.ย. 2548 , 10:03:45 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 8



กราบบูชาท่านอาจารย์ที่เคารพนับถือยิ่งครับ

ผมเข้ามาอ่านด้วยใจที่จดจ่อ ศรัทธาในเนื้อหาสาระอย่างยิ่งครับ และพร้อมๆกับคิดตามเพื่อรู้ตามความจริงในขั้นปรมัตถ์ครับ

คำพูดที่ท่านอาจารย์กล่าวไว้ว่า...การเรียนพระอภิธรรมนั้น ไม่ใช่จะเรียนกันได้ทุกคน ต้องอาศัยบารมีเก่ามาด้วย ผมเห็นชัดเจนในเรื่องนี้เลยครับท่านอาจารย์

เพราะมีคนมากมายที่เข้ามาพบกับท่านอาจารย์ตั้งแต่เป็นฆารวาส จนกระทั่งอาจารย์บวชเป็นพระภิกษุ จวบจนวันนั้น ที่ 24 พ.ย.34 วันที่ไม่มีอาจารย์ให้ซักถามอีกต่อไป จนวันนี้เดี๋ยวบุคคลบางคนก็ยังไม่มาศึกษาเสียทีครับ เป็นเพราะอดีตไม่ได้สร้างสมบ่มปัญญามานั่นเอง ผมเห็นแล้วก็รู้สึกว่า..ผมเองจะไม่ปล่อยชีวิตให้เป็นเช่นนั้นเด็ดขาดครับอาจารย์.

กราบระลึกถึงพระคุณมาด้วยความอาลัยยิ่งครับ.


โดย พี่เณร [4 พ.ย. 2548 , 10:19:55 น.] ( IP = 58.8.69.250 : : )


  สลักธรรม 9

มาศึกษาต่อครับ.............

ผมเป็นคนรุ่นหลานท่านอาจารย์ ไม่มีโอกาสได้พบท่านอาจารย์ ก็ยังนับว่าโชคดีที่ท่านได้ถ่ายทอดไว้ให้แด่คนรุ่นหลัง.......... ขอกราบระลึกถึงคุณอาจารย์ครับ

โดย ธี [4 พ.ย. 2548 , 11:30:43 น.] ( IP = 217.22.116.206 : : )


  สลักธรรม 10

มาศึกษาต่อเพื่อเพิ่มความมีปัญญาต่อค่ะ
กราบระลึกพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [4 พ.ย. 2548 , 13:05:45 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org