| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
๏ คิด ๏
สลักธรรม 11อ่านแล้วเกินคำบรรยาย
แวะมาสวัสดีพี่ดอกแก้วค่ะ
โดย แสงไร้เงา [5 พ.ย. 2548 , 18:03:10 น.] ( IP = 61.90.12.205 : : )
สลักธรรม 12นึกความหลังฝังเรื่องเก่าเฝ้าแต่คิด
แล้วดวงจิตมิเศร้าตรมระทมหรือ
มัวนั่งหมองเหม่อมองซึมกระทือ
แล้วเอามือปิดหน้าบ้าหรือไง
อิอิ ไม่ได้ว่าพี่ดอกแก้วนาคับ กลอนมันพาไปอะคับ โทดทีๆ
โดย ปักษาวายุ [5 พ.ย. 2548 , 18:07:24 น.] ( IP = 61.90.12.205 : : )
สลักธรรม 13ความคิดนี่...ไวมากๆ นะครับพี่..และมันเป็นธรรมชาติของจิตที่จะคิดจะเที่ยวท่องไปสิบแปดตำบล...คือตา หู จมูก ลิ้นกาย ใจ คูณด้วยตัณหา 3 ห้ามไม่ได้ มันซัดส่ายตลอดเวลา..แต่ดึงได้ครับ...คือสติ ระลึกรู้นั่นเอง ดึงให้อยู่ในกรอบ
ถ้าใครเก่งถึงขนาด ความคิดเกิดปุ๊บ สติจับได้ทันที...นั่นแสดงว่าเป็นสติ ระดับสัมโพชฌงค์ หรือสัมมาสติในมรรค8...ผู้ปฎิบัติกรรมฐานเท่านั้นที่จะมีได้...
อย่างผม นี่ คิดจนเลยเถิดเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว ..... บางที สติ ยังไม่อุแว๊ เลยครับ..อิอิ
...เก็บความจาก ความทรงจำเก่าๆ จากหลวงพ่อ อาจารย์ หลายๆ ท่านที่เคารพนับถือครับ...
โดย dark side of mind [5 พ.ย. 2548 , 18:09:52 น.] ( IP = 61.90.12.205 : : )
สลักธรรม 14ใช่แล้วครับ บางทีไม่อยากคิดแต่มันก็อดคิดไม่ได้ เป็นอย่างนี้อยู่ร่ำไป แก้ไม่หายสีกทีต้องร้องเพลงไม่เอาน่าอย่าคิดมาก แล้วกระมัง
โดย ทานทองคำ [5 พ.ย. 2548 , 18:10:58 น.] ( IP = 61.90.12.205 : : )
สลักธรรม 15แอบมานั่งคิดอะไรเงียบคนเดียวนะครับพี่ดอกแก้ว
..เด๋วก็จะบินต่อแล้วครับ
โดย บินเดี่ยวหมื่นลี้ [5 พ.ย. 2548 , 18:11:54 น.] ( IP = 61.90.12.205 : : )
สลักธรรม 16@...น้องเมก ผู้ชายอารมณ์ดี...
ชีวิตที่ไม่พร้อมจึงตรอมตรม
ด้วยผสมเรื่องราวความร้าวฉาน
ปัจจัยสี่ไม่สมบูรณ์พูนสราญ
จึงเป็นเหตุกันดารในชีวี
ทั้งผิดหวังชิงชังเรื่องรักใคร่
ไม่ถูกใจไร้สรรเสริญเจริญศรี
มีปมด้อยต้อยต่ำช้ำฤดี
เหตุเหล่านี้ทำไฟรุมให้กลุ้มใจ
หากเพียบพร้อมด้วยทานเมื่อกาลก่อน
นั้นแน่นอนโภคทัพย์ย่อมหลั่งไหล
หากรักษาศีลดีทั้งกายใจ
ปวงโรคภัยผิดหวังไม่หลั่งมา
หากเจริญภาวนามานานเนิ่น
จะไม่เพลินหลงไปในโมหา
ขัดเคืองน้อยไม่ค่อยคิดโกรธา
มากเมตตาให้อภัยไร้แค้นกัน
แต่เพราะเราไร้ปัญญามาเป็นฐาน
การคิดอ่านจึงมีแต่หุนหัน
ไม่ยอมรับเหตุผลแห่งชีวัน
ไม่สร้างเหตุฤาผลนั้นจะได้มา
เมื่อคิดไปไร้หลักตระหนักจิต
จึงมุ่งคิดถือตนใหญ่นักหนา
ต้องการให้ทุกสิ่งสมอุรา
จึงต้องมากลุ้มจิตคิดมากเอย
สวัสดีค่ะน้องเมก..ผู้ชายอารมณ์ดี
ชอบกลอนของน้องเมกจังค่ะ ...ล้วนมีสาระที่กระชับ ทั้งเหตุและผล ในเรื่องของชีวิต ...ทาน ศีล ภาวนา จนกระทั่งถึงมรณานุสติ
ขอบคุณมากนะคะที่มาเขียนฝากไว้ค่ะ..น้องเมกโดย พี่ดอกแก้ว [5 พ.ย. 2548 , 18:14:08 น.] ( IP = 61.90.12.205 : : )
สลักธรรม 17@...ไรไก่...
ความฟุ้งซ่านงานหลักของนักคิด
หาใช่เป็นบัณฑิตที่คิดค้น
แต่ฟุ้งซ่านมากมายในเรื่องตน
แล้ววกวนคิดไปไร้ผลงาม
มีแต่ความกลุ้มใจเมื่อได้คิด
จนเป็นพิษหลอนใจไม่เข็ดขาม
ความอ่อนแอจึงได้เริ่มลุกลาม
เพราะเรื่องจริงใช่ตามที่คิดไป
ต้องหาหลักพักใจให้เลิกคิด
ไล่ฟุ้งซ่านจากจิตให้แจ่มใส
ย้ายอารมณ์ออกจากเรื่องร้าวใจ
มาอยู่ในเรื่องดีที่จิตตน
สวัสดีค่ะไรไก่..
แม้จะไม่มีใครมาขอร้อง ..แต่คนเราก็ชอบคิด ...และก็คิดไปในเรื่องที่ไม่ดีเสียเป็นส่วนใหญ่
พอคิดไปมากๆเข้าก็กลุ้ม แล้วก็จิตนาการไปต่างๆจนมิตรกลายไปศัตรูไปเลยก็มี หรือทำลายโอกาสดีๆไปอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะความคิดมาก
ความคิดเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมให้สงบในระยะเวลาอันรวดเร็วได้ เว้นแต่จะใช้เครื่องมือพิเศษด้วยการย้ายมาหาอารณ์ที่เป็นปัจจุบัน หรือเรื่องดีที่จะปิดประตูแห่งความคิดนั้นได้
ในทางพระพุทธศาสนาก็คือการเจริญภาวนานั่นเองค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ...บทกลอนสั้นๆที่บอกถึงธรรมชาตินักคิดได้อย่างชัดเจนโดย พี่ดอกแก้ว [5 พ.ย. 2548 , 18:23:27 น.] ( IP = 61.90.12.205 : : )
สลักธรรม 18@...น้องรุ่ง รัศมีตะวัน...
ชนเหล่าใดระวังจิตไปผิดที่
หาอารมณ์ที่ดีให้อาศัย
ด้วยการงานที่ดีมาตรึงใจ
ชนเหล่านั้นจักได้พ้นบ่วงมาร
เพราะจิตนี้มีที่อยู่ที่ปลอดภัย
คืออารมณ์ปัจจุบันในกรรมฐาน
พรั่งพร้อมศีลสมาธิปัญญาญาณ
จึงเบิกบานเพราะสำรวมสวมอินทรีย์
มีศรัทธามาเป็นใหญ่ในความเชื่อ
มีความเพียรระลึกเมื่อขึ้นวิถี
มีความมั่นคงงานการทำดี
มีปัญญาบ่งชี้อย่างชัดจริง
ภาพลวงตาจึงไม่มีที่จิตนั้น
และความคิดไม่ผันกิเลสสิง
มีอารมณ์ปัจจุบันให้พักพิง
ไร้โมหะแอบอิงในเรื่องกาม
เมื่อได้รู้ก็คือละผละจากหลง
หากรู้ซ้ำจะมั่นคงไร้คำถาม
รู้บ่อยบ่อยกิเลสเลิกติดตาม
เพราะความรู้ทดแทนความหลงนั่นเอง
สวัสดีค่ะน้องรุ่ง ..รัศมีตะวัน
ความสำรวม..จะช่วยระวังจิตไว้ได้มิให้ซัดส่ายไปในกามราคะ ซึ่งเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตของพระภิกษุที่ปรารถนาความสงบสุข...อินทริยสังวรศีล
และก็จริงอย่างที่น้องรุ่งกล่าว...
...ชนวนแห่งการคิด ทั้งหมดทั้งปวง
ม่ว่าดีหรือไม่ดี สุขหรือไม่สุข
เกิดจากการไม่รู้จักสำรวมสังวร..
จึงทำให้ความฟุ้งซ่านเกิดขึ้นมากมายในชีวิตของแต่ละคน แล้วก็กลายเป็นกำลังไปบงการให้มีการกระทำเกิดขึ้นเพื่อตอบสนอความคิดเหล่านั้น
โดย พี่ดอกแก้ว [5 พ.ย. 2548 , 18:26:11 น.] ( IP = 61.90.12.205 : : )
สลักธรรม 19น้องรุ่ง รัศมีตะวัน (ต่อนะคะ)
อนุโมทนาค่ะกับการพิจารณาภายนอกและภายในในการรับอารมณ์กระทบต่างๆ อย่างมีสติที่ไม่เสื่อมกำลัง และการมีความเพียรพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ปราศจากความยึดติด ..เพื่อให้พ้นจากอำนาจของตัณหาและอุปาทาน
ที่น้องรุ่งกล่าวมานั้น..ทำให้พี่ดอกแก้วนึกถึงปฏิจสมุปบาทไปเป็นลำดับ ....เงื่อนไปของการพ้นไปจากสังสารวัฏ ก็คือการตัดวัฏฏะที่ภายหลังการกระทบอารมณ์แล้ว..สติและปัญญาต้องออกมาทำงานแทนตัณหารวมถึงอภิชฌาและโทมนัสทันที
หากรับประทานอาหารแล้วรู้สึกอร่อย..ก็ย่อมมีความคิด"อยากกิน"ต่อ จึงทำให้เกิดการกินด้วยความ"อยาก"
หากรับประทานอาหารแล้วรับรู้เพียงรสอาหารที่เกิดขึ้นเท่านั้น มิได้มีความอร่อยหรือไม่อร่อยเข้าไปร่วมด้วย
อาการของการเคี้ยวก็จะเป็นไปตามปกติ จนละเอียดพอที่จะกลืนก็กลืนลงไป เมื่อกลืนลงไปแล้ว จึงเกิดการตักข้าวคำต่อไปเพราะ"รู้"ว่าสมควรแก่กาละ
อาการของความ"อยากกิน"ก็จะไม่เกิดในขณะที่ตักข้าวคำต่อไปนั่นเอง....
สิ่งที่น้องรุ่งเล่ามานี้จึงนับเป็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างเรื่องของความคิดกับรูปธรรม และการนำสติเข้าไปดูความเป็นไปของชีวิตตามปกติ
อาหารก็คือเรื่องของอาหารที่เป็นรูปธรรม ..ความพึงพอใจก็เป็นเรื่องของความพึงพอใจซึ่งเป็นนามธรรม และรู้จักจบเป็นเรื่องไปด้วยการมีสติอยู่กับงานตรงหน้าคือการเคี้ยวข้าวแต่ละคำ
อนุโมทนาในกุศลอีกครั้งค่ะน้องรุ่ง..และไม่มีะไรต้องขอขมาด้วย เพราะพี่น้องกันคุยกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันเป็นเรื่องที่ดีมาก
ขอความตั้งใจที่น้องรุ่งปรารถนา ความศรัทธาในพระรัตนตรัย และความเพียรที่เป็นไปเพื่อให้เกิดสติปัญญา
จงเป็นเสมือนพาหนะให้น้องรุ่งสำเร็จสมตามเจตนาที่ตั้งไว้โดยเร็วค่ะโดย พี่ดอกแก้ว [5 พ.ย. 2548 , 18:31:14 น.] ( IP = 61.90.12.205 : : )
สลักธรรม 20@...น้องอัลมิตรา...
ดีหรือชั่วอยู่ที่ตัวการคือจิต
เริ่มด้วยคิดแล้วทำตามที่หวัง
จะพ้นทุกข์หรือไม่พ้นจากรักชัง
คือจิตตังบัญชาว่าเลือกใคร
สวัสดีค่ะน้องอัลมิตรา..
สิ่งที่น้องรุ่งกล่าวกับสิ่งที่คุณพ่อของน้องอัลมิตราสอนไว้....คือหัวใจสำคัญของการฝึกจิต..เพราะจิตคือผู้กระทำความคิดทั้งปวง
เพราะแม้กระทั่งอรูปพรหมที่ไม่มีรูปร่างกายก็ยังสามารถใช้จิตคิด..กระทำอำนาจสมาธิได้สูงขึ้นได้ และก็กระทำจิตบริสุทธิ์ให้เกิดขึ้นได้ด้วยค่ะ
พระพุทธองค์ตรัสไว้เป็นคาถาธรรมบทเกี่ยวกับเรื่องจิตและความสำรวมนี้ไว้โดยสรุปว่า..หากใครไม่สังวรระวังจิตแล้ว ก็ยากที่จะหลุดรอดจากบ่วงมาร
ซึ่งบ่วงมารก็คือกิเลสทั้งหลาย รวมทั้งการเวียนว่ายตายเกิดนั่นเองค่ะ
ขอบคุณมากค่ะที่แวะมาอ่านและมาคุยกันโดย พี่ดอกแก้ว [5 พ.ย. 2548 , 18:33:48 น.] ( IP = 61.90.12.205 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |