มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๑๙)








จิตล่องลอยไปเกิดได้หรือไม่?

เมื่อจิตมีแต่ความเกิดดับสืบต่อเนื่องกันไปดังนี้แล้ว จิตก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะล่องลอยไปเที่ยวหาที่เกิด จิตมิได้ล่องลอยไป ทั้งการเกิดใหม่ก็มิได้มีแต่จิตใจเพียงอย่างเดียวดังที่ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจกัน ถ้าเช่นนั้นจิตไม่ไปเกิดดอกหรือ?

ในพระพุทธศาสนาถือว่า ตราบใดที่บุคคลยังมีกิเลสอยู่แล้ว ความเกิดก็ไม่มีปัญหา จะต้องเกิดอีกอย่างแน่นอนทีเดียว หากแต่ความเกิดอีกมิได้เป็นไปในรูปแบบของการล่องลอย หรือที่พูดกันว่าวิญญาณล่องลอยไปหาที่เกิดใหม่ หากแต่เป็นไปแบบของการสืบต่อ (สันตติ) ซึ่งมีทั้งจิตทั้งรูปที่เป็นปรมาณูเกิดร่วมกัน

เรื่องจุติปฏิสนธิ หรือการตายการเกิดนั้นเป็นเรื่องใหญ่ ท่านนักศึกษาจะได้พบตั้งแต่นี้ไปคราวละเล็กละน้อย จนถึงปริจเฉทที่ ๙ แต่ทว่าจะละเอียดลออยิ่งขึ้นเป็นลำดับ จะได้ศึกษาเรื่องของความตาย และชีวิตภายหลังความตายโดยพิสดารแล้วก็จะได้เหตุผลข้อเท็จจริง พร้อมทั้งจะมีความแน่นอนใจในการเกิดใหม่โดยไม่ต้องสงสัย

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [5 พ.ย. 2548 , 09:52:06 น.] ( IP = 58.136.205.66 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

จิตเป็นอะไร เป็นสสารหรือเป็นพลังงาน?

นักศึกษาได้ฟังผมบรรยายมาแล้วตามลำดับ ก็ย่อมจะเห็นได้ว่า จิตนั้นมิได้เป็นสสาร มิได้เป็นพลังงาน หากแต่เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่งซึ่งต้องอาศัยเหตุต่างๆ ทำให้เกิดขึ้นมาแล้วก็สลายตัวไปโดยรวดเร็วมาก มิได้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มิได้เป็นอมตะ มิได้เกิดขึ้นมาโดยการดลบันดาลของใคร และอยู่ในฐานะอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เช่นเดียวกับสรรพสิ่งทั้งหลาย

แต่อย่างไรก็ดี ถ้าท่านักศึกษาได้ศึกษาไปให้มากขึ้น ก็จะพบความจริงว่าจิตใจนั้นแม้ว่ามันจะมองไม่เห็นเป็นตัวเป็นตน ซ้ำยังถูกต้องไม่ได้ก็ดี แต่ถึงกระนั้นมันก็มีอำนาจหรือมีอิทธิพลหลายอย่าง เช่น รู้อารมณ์ก็ได้ เก็บบาปเก็บบุญเอาไว้ก็ได้ ทำหน้าที่ปฏิสนธิคือสืบต่อเกิดใหม่ในภพต่อไปก็ได้ เมื่อมีสมาธิดีมากๆแล้ว จะแสดงอิทธิบางอย่างก็ได้

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [5 พ.ย. 2548 , 09:52:45 น.] ( IP = 58.136.205.66 : : )


  สลักธรรม 2

จิตกับวิญญาณต่างกันหรือไม่?

ในปฏิสัมภิทาพระบาลีมหาวรรค แสดงว่าจิตนี้มีชื่อตั้ง ๑๐ ชื่อ เพื่อแสดงให้รู้ว่าจิตคืออะไร

ยํ จิตฺตํ มโน หทยํ มานสํ ปณฺฑรํ มนายตนํ มนินฺทฺริยํ
วิญฺญานํ วิญญาณกฺขนฺโธ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ อิทํ จิตฺตํฯ

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [5 พ.ย. 2548 , 09:54:40 น.] ( IP = 58.136.205.66 : : )


  สลักธรรม 3

ในอัฏฐสาลินีอรรถกถาอธิบายว่า

๑. ธรรมชาติใดย่อมคิด ธรรมชาตินั้นชื่อว่า จิต

๒. ธรรมชาติใดย่อมน้อมไปหาอารมณ์ ธรรมชาตินั้นชื่อว่า มโน

๓. จิตนั่นแหละได้รวบรวมอารมณ์ไว้ภายใน ดังนั้นจึงชื่อว่า หทัย

๔. ธรรมชาติคือฉันทะที่มีในใจนั่นเอง ชื่อว่า มานัส

๕. จิตเป็นธรรมชาติที่ผ่องใส จึงชื่อว่า ปัณฑระ

๖. มนะนั่นเองเป็นอายตนะ คือเป็นเครื่องต่อ จึงชื่อว่า มนายตนะ

๗. มนะอีกนั่นแหละที่เป็นอินทรีย์ คือความเป็นใหญ่ จึงชื่อว่า มนินทรีย์

๘. ธรรมชาติใดรู้แจ้งอารมณ์ ธรรมชาตินั้นชื่อ วิญญาณ

๙. วิญญาณนั่นแหละเป็นขันธ์ จึงชื่อว่า วิญญาณขันธ์

๑๐. มนะนั่นเองเป็นธาตุชนิดหนึ่งที่รู้แจ้งซึ่งอารมณ์ จึงชื่อว่า มโนวิญญาณธาตุ

ตามธรรมดาคนไทยเราก็ชอบตั้งชื่อคำว่าจิตนี้ออกไปหลายอย่าง และใช้กันมาจนชินเลยไม่ได้รู้สึกตัวว่าทำไมจึงได้ตั้งชื่อไว้ซ้ำๆกัน เช่น จิต ใจ หทัย มโน หัวใจ ดวงกมล เป็นต้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [5 พ.ย. 2548 , 09:55:33 น.] ( IP = 58.136.205.66 : : )


  สลักธรรม 4

เหตุใดจิตจึงมีถึง ๘๙ หรือ ๑๒๑ ประเภท

คนเป็นอันมากพากันเข้าใจไปตามสามัญสำนึกของตนว่า การกระทำบาปนั้นจะต้องมีผู้เสียหายหรือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เช่น จะต้องไปคดโกงคนอื่น ไปฆ่าสัตว์ หรือลักทรัพย์ เป็นต้น

ในการทำบุญก็เหมือนกัน มักจะพากันคิดว่า จะต้องมีผู้รับ จะต้องเป็นการทำบุญใส่บาตร จะต้องบริจาคสิ่งของให้เป็นทาน จะต้องสร้างวัด สร้างโรงพยาบาล

ความจริงหาได้เป็นดังกล่าวมานั้นไม่ เพราะการที่จะได้บาปนั้น ไม่จำเป็นที่ผู้ใดจะต้องเสียหายแล้วจึงจะได้บาป การที่บาปจะเกิดขึ้นนั้นอยู่ที่ตรงเจตนา การกระทำแก่ตนเองให้เกิดความเดือดร้อนก็รวมด้วย เช่นมีความเศร้าหมองใจ ครุ่นคิดแต่เรื่องไม่ดีจนนอนไม่หลับ หรือมีความโกรธแค้น เป็นต้น

บุญก็เหมือนกัน แม้แต่เพียงความปรารถนาดีต่อคนอื่น หรือแผ่ส่วนกุศลไปยังผู้อื่น ทำจิตใจให้อยู่ในสมาธิมีอารมณ์อันเดียว ตั้งใจไว้ว่าจะไม่พูดเท็จหรือจะไม่ทำบาป จิตเหล่านี้ก็ล้วนเป็นกุศลทั้งนั้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [5 พ.ย. 2548 , 09:56:34 น.] ( IP = 58.136.205.66 : : )


  สลักธรรม 5

ในปรมัตถธรรม บาปหรือบุญแม้แต่เพียงน้อยนิดเดียวก็จำจะต้องแสดงออกให้ทราบ เพราะไฟนิดเดียวก็ร้อน ทำให้ไฟไหม้ตลาดทั้งตลาดก็ได้ น้ำหยดเดียวก็แก้กระหายคลายความร้อนลงได้บ้าง

ด้วยเหตุผลดังนี้เอง จิตที่เกิดขึ้นแล้วเป็นบาปเป็นบุญ และที่ไม่บาปไม่บุญ (กุสลาธัมมา อกุสลาธัมมา อพยากตาธัมมา) จึงต่างกันเป็นชั้นๆหลายระดับ

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [5 พ.ย. 2548 , 09:57:27 น.] ( IP = 58.136.205.66 : : )


  สลักธรรม 6

จิตของสัตว์ทั้งหลายนั้นแตกต่างกันไปเป็นชั้นๆ คือ แตกต่างกันนิดหน่อยไปจนถึงแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน เพียงแต่โลภะคือความโลภตัวเดียวก็แยกจิตออกไปเป็นหลายอย่างเสียแล้ว เช่น

ความโลภเกิดขึ้นมาพร้อมกับความเห็นผิดว่า ความโลภนี้ไม่เป็นบาป
ความโลภเกิดขึ้นมาแม้จะเคยรู้ว่า ความโลภนี้เป็นบาป
ความโลภเกิดขึ้นมาพร้อมกับความยินดีมาก
ความโลภเกิดขึ้นมาพร้อมกับความยินดีน้อย

นอกจากนี้ จิตประเภทที่เป็นสมาธิ ก็ย่อมจะแตกต่างกับจิตของคนธรรมดา ดังนั้น จึงแยกออกอีกเป็นหลายประเภท

ด้วยเหตุนี้ เมื่อแจกแจงจิตออกไปแล้วจึงมีจำนวนมากมาย ผู้ศึกษาเข้าใจดีแล้วก็จะทราบว่าอารมณ์ของตนเกิดขึ้นแล้วเป็นจิตประเภทไหน มีคุณมีโทษมากหรือน้อยอย่างไร ควรจะปฏิบัติตนไปในทางใดจึงจะดีที่สุด

แต่เมื่อสรุปรวบยอดในประเภทต่างๆแล้ว ก็มี ๘๙ ประเภท แล้วยังมีจิตประเภทที่เป็นสมาธิ ตั้งแต่ขั้นต้นไปจนถึงขั้นสูงสุด เพิ่มขึ้นอีกจนรวมถึง ๑๒๑ ประเภท

คนที่ไม่เคยได้ศึกษาบางท่านจึงได้พูดว่า จิตอะไรมีตั้งร้อยตั้งพัน แล้วก็หันหลังกลับไปไม่ยอมศึกษา ดังนั้นผลประโยชน์อันเป็นคุณค่าแก่ชีวิตเหลือหลายจึงหลุดลอยไป จึงเป็นที่น่าเสียดายและเสียใจแทน



โปรดติดตามตอนต่อไป



ตอนที่ (๑๘) http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=8173

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [5 พ.ย. 2548 , 09:57:53 น.] ( IP = 58.136.205.66 : : )


  สลักธรรม 7

มาร่วมเรียนครับ...........
พระพุทเจ้าท่านกล่าวไว้อย่างละเอียดลึกซึ้ง
เป็นพระพุทคุณอันยิ่ง อยางหาประมาณมิได้

นะโม ตัสสะ ภาคาวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุททัสสะ............

ขอนอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทเจ้าพระองค์นั้น.....ด้วยเศียรเกล้า......

โดย ธี [5 พ.ย. 2548 , 16:48:23 น.] ( IP = 217.22.116.227 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ และผมจะไม่ปล่อยให้เวลาหลุดลอยไป อย่างน่าเสียดายอีกแล้วครับผม

กราบระลึกถึงพระคุณล้นเกล้าครับ.

โดย พี่เณร [8 พ.ย. 2548 , 06:24:33 น.] ( IP = 58.8.10.60 : : )


  สลักธรรม 9

มาศึกษาเพื่อเพิ่มปัญญาต่อค่ะ
กราบบูชาท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [9 พ.ย. 2548 , 12:47:57 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org