| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๒๓)
สลักธรรม 1
ในคราวที่แล้วผมได้แสดงให้นักศึกษาทราบว่า จิต"เห็น" เกิดขึ้นที่ประสาทตา จิต"ได้ยิน" เกิดขึ้นที่ประสาทหู จิต"ได้กลิ่น" เกิดขึ้นที่ประสาทจมูก จิต"ลิ้มรส" เกิดขึ้นที่ประสาทลิ้น จิตรับ"สัมผัส" ทางกาย เกิดขึ้นที่ประสาทกาย
เหล่านี้ย่อมแสดงว่า จิตเกิดขึ้นยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่งแน่นอน จิตมิได้โผล่ขึ้นมาลอยๆ เหมือนสิ่งของตกลงมาจากอากาศโดยไม่มีสาเหตุอันใด
จิตจะทำการเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส รู้สัมผัส ตามประสาทต่างๆดังกล่าวมาแล้วนั้น ตัวการที่มากระทบนี้ ในทางธรรมะเรียกว่า "อารมณ์" เกิดขึ้นทางปัญจทวาร คือประตูทั้ง ๕
นอกจากประตูทั้ง ๕ แล้วจิตจะเกิดขึ้นอีกทางหนึ่งเรียกว่า มโนทวารอันเป็นประตูที่ ๖ ซึ่งได้แก่ความนึกคิดนั่นเอง แต่ประตูที่ ๖ นั้นอยู่ที่ไหน
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [13 พ.ย. 2548 , 07:14:01 น.] ( IP = 58.136.209.65 : : )
สลักธรรม 2
ในธรรมบทมีแสดงถึงการสังวรและสภาพของจิตไว้ดังนี้
ทูรังคมํ เอกจรํ อสรีรํ คูหาสยํ
เย จิตฺตํ สญฺญเมสฺสนฺติ โมกฺขนฺติ มารพนฺธนาฯ
แปลความว่า ชนทั้งหลายเหล่าใด ระวังจิตซึ่งไปไกล ไปเดี่ยว ไม่มีสรีระ (รูปร่าง) มีคูหาเป็นที่อาศัยไว้ได้ ชนทั้งหลายนั้น จะพ้นจากเครื่องผูกแห่งมาร
นอกจากนี้มีวจนัตถแสดงว่า "หทนฺติ สตฺตา ตํตํ อตฺถํ อนตฺถํ วา ปูเรนฺติ เอเตนาติ หทยํ"
สัตว์ทั้งหลายย่อมทำสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ให้เกิดขึ้นโดยอาศัยรูปนั้น ฉะนั้นรูปที่เป็นเหตุให้สัตว์ทั้งหลายทำสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์นั้น จึงชื่อว่า หทยรูป
หมายถึงการงานทั้งหลายจะเกิดขึ้นมาได้จะต้องอาศัยหทยวัตถุรูป (ในปัญจโวการภูมิ) ถ้าไม่มีหทยวัตถุรูปแล้ว ย่อมทำการงานต่างๆ เช่น เห็น ได้ยิน คิดนึกไม่ได้เลย
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [14 พ.ย. 2548 , 09:07:40 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 3
อย่างไรก็ดี จิตจะเกิดขึ้นทำงานอยู่เสมอที่หทยวัตถุ และทำงานในที่นี้มากที่สุด นอกจากจิตจะขึ้นวิถีรับอารมณ์ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย เท่านั้น เต่ท่านนักศึกษาก็ต้องไม่ลืมว่า ในขณะเห็นและขณะได้ยิน เป็นต้น จิตจะทำงานที่ตาและที่หูก็จริงแต่ยังไม่รู้ความอะไร ได้ชื่อว่า "เห็น" หรือ "ได้ยิน" เท่านั้นเอง
และแม้ว่าขึ้นวิถีทำงาน การเห็น การได้ยิน จิตก็ทำงานที่หทยวัตถุเป็นส่วนมาก สำหรับในข้อนี้ท่านจะมีความเข้าใจดีในเวลาข้างหน้า เมื่อกล่าวถึงเรื่อง อเหตุกจิต แล้วจะได้ศึกษาถึงการงานที่จิตทำตามทวารต่างๆ ซึ่งมีภาพประกอบคำอธิบายด้วย โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [14 พ.ย. 2548 , 09:08:24 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 4
บุคคลเป็นอันมากพากันเข้าใจว่า มันสมองเป็นตัวจิต เพราะเห็นว่าสมองเป็นผู้บงการสั่งให้การงานต่างๆเกิดขึ้น เช่นสมองส่วนใดทำงานอะไร ถ้าไปรบกวนหรือทำให้เกิดความเสียหายแก่สมองส่วนนั้นแล้ว ความผันแปร ความวิปริตก็จะเกิดขึ้นได้กับร่างกายหรือจิตใจ
แต่ในพระพุทธศาสนาแสดงว่าสมองเป็นรูป ธรรมดารูปก็จะต้องเป็นอนารัมมณังแปลว่ารู้อารมณ์ไม่ได้ คิดนึกไม่ได้ รู้จักคิดรู้จักอ่าน รู้จักดี รู้จักชั่ว รู้จักบุญ รู้จักบาป ไปจนถึงรู้จักทำลายกิเลสของตนเองไม่ได้
หากแต่ความรู้สึกนึกคิดเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้กับธรรมที่เป็นนามที่เรียกว่า จิตใจ เท่านั้น ส่วนสมองเป็นสถานที่หรือทางแสดงออกของจิตใจอีกต่อหนึ่ง เหมือนประสาทกายเป็นทางออกของความรู้สึก เย็นหรือร้อน และรู้สึกเย็น ร้อนด้วยใจ ไม่ใช่ที่ตัวของประสาทกาย เป็นต้น โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [14 พ.ย. 2548 , 09:08:54 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 5
ในพระพุทธศาสนาแสดงว่า จิตใจ วิญญาณ หรือมโน นั้นเกิดอยู่ภายในหัวใจ หรือภายในกล้ามเนื้อหัวใจที่โตเท่ากำมือบุคคลและมีหน้าที่สูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกายนั่นเอง
แต่เป็นรูปของปรมาณูที่แฝงอยู่ภายในกล้ามเนื้อหัวใจอีกทีหนึ่ง มีขนาดที่เล็กมากจนไม่อาจเห็นได้ด้วยตา หรือแม้แต่จะส่องดูด้วยกล้องขยาย
เมื่อผมศึกษาพระอภิธรรมใหม่ๆ มีความรู้สึกไม่พอใจเลยที่พระอภิธรรมแสดงว่า จิตใจนั้นอยู่ในหัวใจ เพราะมีความเชื่อมั่นมาตั้งแต่เด็กว่า มันสมองของเรานี่เองที่เป็นจิตใจ
ฉะนั้น จึงได้พูดว่ามันสมองส่วนไหนที่ทำหน้าที่เห็นหรือได้ยิน คิดนึกหรือจำ ตลอดจนการเคลื่อนไหวอิริยาบถต่างๆ อยากจะให้ธรรมะย้ายจิตใจไปเป็นมันสมองเสียตามความเข้าใจเดิม เพราะความรู้อันใหม่มาขัดขวางความเข้าใจเดิมที่เชื่อมั่นจริงๆจังๆมาตั้งแต่เด็กๆ ตลอดจนมาเป็นครูอีกสิบกว่าปีก็ได้สอนนักเรียนอยู่เช่นนั้น โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [14 พ.ย. 2548 , 09:09:14 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 6
ครั้นศึกษาพระอภิธรรมมากขึ้น ได้เหตุผลข้อเท็จจริงมากขึ้น ก็ทนต่ออำนาจของเหตุผลจากพระอภิธรรมไม่ได้ เพราะพระอภิธรรมนั้นมีทฤษฎีที่จะเข้าถึงความลึกซึ้งจริงๆ ยิ่งไปถึงการปฏิบัติด้วยแล้ว คนไหนก็คนนั้น ย่อมจะต้องยอมจำนน
ในพระอภิธรรมแสดงไว้หมดสิ้น ถึงที่ๆจิตเกิด อันเรียกว่า หทยวัตถุ นั้น เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ใครเป็นผู้สร้างมันขึ้น สร้างขึ้นมาได้ด้วยวิธีใด ประกอบไปด้วยปรมาณูอย่างไร มีอะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้รูปอันเป็นที่อาศัยของจิตใจที่เรียกว่า หทยวัตถุ นี้เกิดขึ้นมา ในเรื่องเหล่านี้ท่านก็จะได้ศึกษาในโอกาสข้างหน้าต่อไป
โปรดติดตามตอนต่อไป
ตอนที่ (๒๒) http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=8203โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [14 พ.ย. 2548 , 09:09:42 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 7ขอบคุณมากครับ จะติดตามต่อไปครับ
โดย ผู้ใฝ่ใจในธรรม [14 พ.ย. 2548 , 16:48:48 น.] ( IP = 203.147.4.193 : : )
สลักธรรม 8มาติดตามอ่านอยู่เสมอครับ
โดย ธี [16 พ.ย. 2548 , 13:31:39 น.] ( IP = 217.22.116.18 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |