มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๒๖)







นอกจากนี้ ชอบมีผู้ตั้งคำถามว่า เหตุใดต้นพืชจึงโน้มเอนไปในทางที่มีแสงสว่าง ในเรื่องนี้ผู้ที่ช่างสังเกตก็จะเห็นอยู่เสมอว่า ถ้าปลูกพืชไว้ใกล้ชายคาบ้านแล้วมันจะเอนออกไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับบ้าน เพื่อหนีจากร่มเงาไปสู่แสงแดด จนดูเหมือนว่ามันมีจิตหรือธาตุรู้อะไรสักอย่าง ว่ามันต้องการเช่นนั้น แล้วจึงบังคับให้ต้นพืชค่อยๆเอนออกไป

ความจริงต้นไม้นั้นมันไม่รู้ ทั้งมันก็มิได้ตั้งใจที่จะให้เป็นเช่นนั้นด้วย แต่การที่มันเป็นไปได้ก็เป็นไปตามอัตโนมัติที่ประกอบด้วยเหตุผล เหมือนเครื่องยนต์ที่มิได้มีจิตใจแต่มันแล่นไปได้นั่นเอง

ตามหลักฐานความจริงของวิชาพฤกษศาสตร์ ต้นไม้จะเจริญเติบโตขึ้นตามทิศทางของแสงสว่าง คุณลักษณะเช่นนี้ก็เกิดจากการสะสมฮอร์โมน สำหรับความเจริญเติบโตทางด้านตรงกันข้ามกับที่ไม่มีแสงสว่างได้ถูกสะสมไว้จนมีจำนวนมากขึ้นเกินกว่าธรรมดา ฮอร์โมนที่เหลือเฟือเหล่านี้ ช่วยให้ปฏิกิริยาทางเคมีในพืชดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอ ฮอร์โมนนี้มีชื่อว่า อ๊อกซินส์ (auxins)

อ๊อกซินส์นี้เป็นฮอร์โมนของต้นไม้ที่รู้จักกันมานานแล้ว ในวงการวิทยาศาสตร์แขนงพฤกษศาสตร์มีความเชื่อว่า เซลล์ของพืชจะเจริญเติบโตได้ ในเมื่อมีอ๊อกซินส์อยู่ อ๊อกซินส์นี้เกิดอยู่ในเนื้อเยื่อของใบไม้และเกสรอ่อนๆ แล้วอ๊อกซินส์ก็จะถูกนำไปยังส่วนต่างๆของต้นไม้ในโอกาสต่อไป

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [19 พ.ย. 2548 , 14:13:33 น.] ( IP = 58.136.209.239 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อ๊อกซินส์จะหมุนเวียนไปทางด้านที่ไม่ได้รับแสงสว่างเป็นจำนวนมากกว่าทางด้านอื่น หมายความว่า ต้นไม้ทางด้านที่ได้รับแสงสว่างน้อย จะมีอ๊อกซินส์มากกว่าทางด้านที่มีแสงสว่างมาก

ด้วยเหตุนี้เอง เซลล์ของต้นไม้ทางด้านที่ทึบแสงจะต้องขยายตัวยาวออกไปมากกว่าทางด้านที่รับแสงสว่าง จึงเป็นเหตุทำให้ต้นไม้เอนหรือโค้งงอออกไปทางด้านที่มีแสงสว่างมาก จนเป็นเหตุทำให้ดูประหนึ่งว่า ต้นไม้ต้องการเอนออกไปเพื่อต้องการแสงสว่าง ราวกับว่ามันมีชีวิตจิตใจ


เรื่องของต้นไม้ที่หุบใบได้เมื่อกระเทือนก็ดี กินตัวแมลงได้ก็ดี เหล่านี้ผมได้เขียนลงไว้ในหนังสือหลายเล่มแล้ว เช่นในเรื่องความมหัศจรรย์ของชีวิตเป็นต้น จึงไม่ได้แสดงไว้อีกเพราะเกรงว่าจะเป็นการเสียเวลามาก

แต่ผมก็ขอเพิ่มเติมว่า บรรดานักวิทยาศาสตร์ทางฝ่ายพฤกษศาสตร์ มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องพืช ตลอดจนตำรับตำราทุกเล่มของเขา ผมยังไม่เคยพบเลยว่าท่านผู้ใด หรือหนังสือเล่มไหนแสดงว่าต้นไม้มีวิญญาณ

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [19 พ.ย. 2548 , 14:14:20 น.] ( IP = 58.136.209.239 : : )


  สลักธรรม 2

เรื่องของต้นไม้ว่าไม่มีวิญญาณหรือธาตุรู้นั้น ในปรมัตถธรรมก็มีหลักฐานยืนยันเอาไว้มาก เช่น ธาตุรู้นั้นได้แก่ มโนธาตุ ๓ วิญญาณธาตุ ๑๐ มโนวิญญาณธาตุ ๗๖ รวมกันเข้าก็มี ๘๙ นี้เท่านั้น ไม่ทราบว่าจะเอาธาตุรู้อันไหนไปใส่ให้ต้นไม้ได้อย่างไร

ธาตุรู้ทั้งหมดนี้ย่อมมีที่อาศัยเกิด เช่นที่จักขุวัตถุ โสตวัตถุ ฆานวัตถุ ชิวหาวัตถุ กายวัตถุ และหทยวัตถุ ถ้าไม่มีที่อาศัยเกิดแล้วก็จะเกิดธาตุรู้ขึ้นมาเองไม่ได้ หลักฐานตามสภาวธรรมมีอยู่ดังนี้ จึงไม่ทราบว่าจะเอาจักขุวัตถุ โสตวัตถุ ฆานวัตถุ ชิวหาวัตถุ กายวัตถุ และหทยวัตถุ ไปใส่ให้ต้นไม้ที่ตรงไหนดี ต้นไม้จึงจะเห็น ได้ยิน และคิดอะไรๆได้

ต้นไม้อาศัยอุตุเป็นแดนเกิด มนุษย์และสัตว์เดรัจฉานอาศัยกรรมเป็นแดนเกิด แล้วมีอุตุมีอาหารเข้าร่วมด้วย และอำนาจของกรรมนี้จะผลิตสร้างรูปซึ่งเป็นปรมาณูขึ้นเรียกว่ากรรมชรูป เป็นที่ตั้งอาศัยของจิตใจหรือธาตุรู้ และเป็นผู้ผลิตที่ตั้งของอิตถีภาวะ และปุริสภาวะ อันได้แก่ความเป็นหญิงความเป็นชายลงไปบนเซลล์ทั่วร่างกาย

สำหรับต้นไม้ผมก็ไม่เคยได้พบว่าตรงไหนเป็นที่ตั้งที่อาศัยของจิตใจหรือธาตุรู้ ตรงไหนแสดงว่าต้นไม้เป็นหญิงหรือเป็นชาย ส่วนเกสรตัวผู้ตัวเมียของต้นไม้นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องเพศอันเป็นเรื่องของพืชโดยเฉพาะซึ่งไม่เหมือนกับสัตว์ที่ผมก็เคยบรรยายไว้ในหนังสือเล่มอื่นแล้วเหมือนกัน

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [19 พ.ย. 2548 , 14:14:41 น.] ( IP = 58.136.209.239 : : )


  สลักธรรม 3

ถ้าต้นไม้มีวิญญาณหรือธาตุรู้แล้ว พุทธศาสนิกชนก็ไม่ควรจะไปตัดหรือไปเด็ดต้นไม้ใบไม้ตลอดจนผักหญ้ามาเป็นอาหาร เพราะเป็นการเบียดเบียนสัตว์ต้นไม้ จำทำให้สัตว์ต้นไม้ใบหญ้าทั้งหลายต้องตายไป เป็นการทำปาณาติบาต ดีไม่ดีอาจจะต้องไปลงนรกเข้าก็ได้

ถ้าต้นไม้มีวิญญาณหรือธาตุรู้แล้ว ต้นไม้ก็คงจะทำบาปทำบุญ ทำดีทำชั่วได้ ต้นไม้ตายลงไปแล้วจะไปเกิดที่ไหน จะไปรวมกันอยู่กับพวกอมนุษย์และสัตว์ทั้งหลายหรือเปล่า

ถ้าจะว่าต้นไม้ทำบาปรือบุญไม่ได้ เห็นหรือได้ยินก็ไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นก็คงจะเป็นภวังควิญญาณกระมัง แต่ภวังควิญญาณซึ่งเป็นธาตุรู้อันหนึ่ง ภวังควิญญาณเป็นชนิดทวารวิมุติอารมณ์ซึ่งรับอารมณ์โดยทั่วไปไม่ได้ แต่ก็ยังคงมีอารมณ์ซึ่งเป็นอดีตที่อาจจะเป็นอารมณ์บาปหรือเป็นบุญได้ ดังนั้นต้นไม้ก็คงจะต้องมีอารมณ์อยู่เสมอ ซึ่งอาจจะเป็นอารมณ์ที่เป็นบาปหรือเป็นบุญ ทั้งภวังควิญญาณก็จะต้องตั้งอยู่ ณ หทยวัตถุ (ในปัญจโวการภูมิ) แต่ต้นไม้ไม่ทราบว่าหทยวัตถุอยู่ที่ไหน


โปรดติดตามตอนต่อไป



ตอนที่ (๒๕) http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=8222

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [19 พ.ย. 2548 , 14:15:02 น.] ( IP = 58.136.209.239 : : )


  สลักธรรม 4

มาตามอ่านต่อครับท่านอาจารย์ที่เคารพและบูชา ยิ่งอ่านยิ่งแจ่มชัดในหลักกรรมและการอธิบายที่ทรงคุณค่าของท่านอาจารย์ครับผม.

โดย พี่เณร [20 พ.ย. 2548 , 07:22:58 น.] ( IP = 58.8.66.82 : : )


  สลักธรรม 5

มาติดตามอ่านต่อ..จะได้เข้าใจถูกต้องค่ะ
ขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [20 พ.ย. 2548 , 22:43:57 น.] ( IP = 58.10.90.206 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org