| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
อยากรู้เรื่องคนอาภัพ
สลักธรรม 1สวัสดีครับคุณสุเมศ อ่านคำถามของคุณแล้วรูสึกเห็นใจคุณและเข้าใจคุณมากๆเลยครับ แต่ก็ต้องขอเรียนให้ทราบด้วยเหตุผลตามความจริงนะครับว่า..
คำว่า.. คนอาภัพ ในทางโลกกับทางธรรมนั้นไม่เหมือนกัน
คนอาภัพทางโลกนั้นคือคนที่อยากได้อะไรหรืออยากเป็นอะไรแล้วก็ไม่สมหวัง อยากมีเพื่อนฝูงอย่างคุณผู้ถามเป็นต้น ก็ไม่ค่อยมี แล้วก็กล่าวว่าเป็นคนอาภัพ นี่เป็นความหมายของคนอาภัพทางโลก
แต่คนอาภัพทางธรรมนั้น หมายถึงคนที่ไม่อาจบรรลุมรรคผลในชาตินี้ ท่านเรียกว่า อภัพพบุคคล ได้แก่คน ๔ ประเภทคือ ...โดย พี่เณร [22 พ.ย. 2548 , 08:24:10 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )
สลักธรรม 2๑. คนที่เกิดด้วยอุเบกขาสันตีรณะอเหตุกกุศลวิบาก คือเกิดด้วยปฏิสนธิจิตที่เป็นผลของกุศลที่ไม่มีเหตุประกอบ เป็นกุศลที่มีกำลังอ่อน เกิดเป็นบ้าใบ้ ตาบอด หูหนวก ปัญญาอ่อนมาแต่กำเนิด คนพวกนี้เป็นคนอาภัพเพราะไม่อาจบรรลุมรรคผลได้ แม้จะได้หันเหชีวิตมาเจริญมรรคมีองค์ ๘ ก็ตาม
๒. คนที่ทำกรรมหนักชนิดที่เรียกว่าอนันตริยกรรม คือฆ่าแม่ ฆ่าพ่อ ฆ่าพระอรหันต์ ทำโลหิตพระพุทธเจ้าให้ห้อ ทำลายสงฆ์ให้แตกกัน คนที่ทำกรรม ๕ อย่างนี้ แม้อย่างใดอย่างหนึ่ง ท่านเรียกว่าอภัพพบุคคล เพราะแม้จะฉลาดอย่างไรก็ไม่อาจบรรลุมรรคผลได้ เพราะได้ทำกรรมหนักที่จะต้องนำไปสู่นรกทันทีเมื่อตายลง กรรมดีใดๆ ไม่อาจขวางกั้นกรรมหนักได้ กรรมหนักทั้ง ๕ นี้ต้องให้ผลก่อน
๓. เป็นมิจฉาทิฏฐิ คือเป็นคนมีความเห็นผิด ไม่เชื่อบุญเชื่อบาปเป็นต้น ใครจะชี้แจงแสดงเหตุผลอย่างไรก็ไม่ยอมเชื่อฟัง คนอย่างนี้เป็นคนอาภัพเช่นกัน เพราะไม่มีทางบรรลุมรรคผลในชาตินี้ได้
๔. คนที่แม้จะเกิดมาด้วยไตรเหตุ ไม่ทำกรรมหนัก เป็นสัมมาทิฏฐิ คือเชื่อบุญเชื่อบาปแล้ว แต่ว่าไม่มีศรัทธาประพฤติปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ ๘ หรือเป็นผู้เกียจคร้านไม่มีฉันทะในการทำกุศล พวกนี้พระพุทธเจ้าก็ตรัสว่าเป็นคนอาภัพเช่นกัน เพราะไม่อาจบรรลุมรรคผลได้
บุคคล ๔ พวกนี้แหละ คือคนอาภัพในความหมายของทางธรรมครับคุณสุเมศ.โดย พี่เณร [22 พ.ย. 2548 , 08:27:05 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )
สลักธรรม 3คุณสุเมศครับทั้งพี่เณรเอง และผู้ที่มาช่วยตอบคำถามที่บอดร์นี้ ..ก็ยังเป็นคนอาภัพในทางธรรมเช่นกันนะครับ
ฉะนั้นอย่าได้น้อยใจไปเลย เพราะคนที่ยังเป็นคนอาภัพเช่นเดียวกับเราท่าน ยังมีอีกมากเหลือเกิน คงจะเกือบทั้งโลกก็ว่าได้นะครับ
ก็ในเมื่อคนทั้งโลก มีคนที่บรรลุมรรคผลเป็นพระอริยะ พ้นจากการถูกเรียกว่าคนอาภัพน้อยมาก เพราะฉะนั้นอย่าได้น้อยใจไปเลย คุณเองก็มีพรรคพวกประเภทเดียวกันมากมายรวมทั้งพี่เณรด้วยละครับ
คราวนี้ขอพูดถึงคนอาภัพทางโลกบ้าง ซึ่งก็ได้ให้ความหมายของคำว่าคนอาภัพในทางโลกไว้แล้วว่า..
ได้แก่คนที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ ไม่สมหวังไปเสียทุกอย่าง อยากมีเพื่อนก็ ไม่มีเพื่อนเป็นต้น อันนี้จัดเป็นผลของอกุศลกรรมที่ทำไว้ คนที่ทำบุญไว้หลายๆ อย่าง คือทานก็ทำ ศีลก็รักษา ซ้ำเวลาทำทานรักษาศีลก็ไม่ทำคนเดียว เที่ยวชักชวนพรรคพวกเพื่อนฝูงญาติพี่น้องให้ทำทานรักษาศีลร่วมกับตนด้วย
การทำอย่างนี้แหละครับ เป็นเหตุให้เมื่อต้องการสิ่งใด ก็จะได้สิ่งนั้นตามประสงค์ การชักชวนคนอื่นๆ ให้ทำดี เป็นเหตุให้ได้บริวารมากครับผม
ในอดีตคุณคงทำบุญไว้น้อย เวลาทำแล้วไม่ได้ชักชวนคนอื่นๆ ด้วย คุณจึงขาดเพื่อนฝูง ถึงอย่างนั้นคุณก็อย่าน้อยใจในความอาภัพของคุณเลย เพราะเราไม่อาจแก้ไขสิ่งที่เราทำไปแล้วได้
เพราะฉะนั้นคุณต้องทำเหตุในชาตินี้ของคุณให้ดีให้ถูก เพื่อคุณจะได้ไม่ต้องเป็นอย่างนี้ในชาติต่อไป
ในปัจจุบันนี้ เราก็หาเพื่อนได้ไม่ยากเลย ถ้าเรามีเมตตาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่นอยู่เสมอ ใครๆ ก็อยากคบหาผู้นั้นโดย พี่เณร [22 พ.ย. 2548 , 08:35:39 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )
สลักธรรม 4พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ผู้ให้ย่อมผูกไมตรีไว้ได้ นั่นคือ ถ้าเราเป็นผู้ให้คือเผื่อแผ่อยู่เสมอแล้ว เป็นธรรมดาใครๆ ก็ย่อมจะรักใคร่เรา คุณสุเมศลองทำดูนะครับ รับรองว่าคุณจะมีเพื่อนมากมายจนคบไม่หวาดไหว
แต่ว่าการจะได้เพื่อนกินหรือเพื่อนแท้นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องของเพื่อนแท้ เราดูกันประเดี๋ยวประด๋าวไม่ได้ ต้องคบกันนานๆ จึงจะตัดสินใจ
คนอาภัพทางโลกไม่สำคัญหรอกครับ เรามีมิตรดี มิตรแท้ ที่จะชักนำเราไปในทางดี ไม่ประพฤติชั่ว มีเพียงคนสองคนก็พอแล้ว
แต่คนอาภัพทางธรรมซิครับสำคัญมาก เพราะถ้าเราอาภัพทางธรรมอยู่ทุกๆ ชาติ เราก็ต้องพบกับความทุกข์ต่างๆ รวมทั้งการเป็นคนอาภัพเพื่อนฝูงด้วยอยู่ทุกๆ ชาติ
ถ้าเราพ้นจากความอาภัพทางธรรมเสียแล้ว ความอาภัพทางโลกจะมีได้อย่างไร เพราะฉะนั้นควรสนใจเรื่องความอาภัพทางธรรมดีกว่า แล้วทำตนให้พ้นจากความเป็นคนอาภัพในทางธรรมเสีย แล้วคุณจะไม่พบกับความอาภัพทั้งทางโลกและทางธรรมอีกเลยครับผม.
![]()
โดย พี่เณร [22 พ.ย. 2548 , 08:40:50 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )
สลักธรรม 5ขอบพระคุณพี่เณรขอรับที่มาให้ความรู้และกำลังใจ
...
ได้รับความรู้เรื่องความอาภัพแล้วคุณสุเมธก็ไม่ต้องเศร้าใจไปหรอกขอรับ..เพราะคุณสุเมธก็มีเพื่อนดีๆ อย่างพี่เณรแล้วไงขอรับ
และซาโยก็ยังเป็นเพื่อนอีกคน เพราะก็เป็นคนอาภัพด้วยเหมือนกันขอรับ
..ซาโยต้องขอบคุณคุณสุเมธมากเลยที่มาตั้งกระทู้ถาม ทำให้ซาโยได้คำเตือนใจดีๆ จากพี่เณรไปด้วย ...
"ถ้าเราพ้นจากความอาภัพทางธรรมเสียแล้ว ความอาภัพทางโลกจะมีได้อย่างไร
เพราะฉะนั้นควรสนใจเรื่องความอาภัพทางธรรมดีกว่า
แล้วทำตนให้พ้นจากความเป็นคนอาภัพในทางธรรมเสีย
แล้วคุณจะไม่พบกับความอาภัพทั้งทางโลกและทางธรรมอีกเลยครับผม"โดย ซาโย [22 พ.ย. 2548 , 09:35:01 น.] ( IP = 202.28.181.9 : : 10.9.27.47 )
สลักธรรม 6
ขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ
อ่านแล้ว พวกเราก็หัวอกเดียวกันทั้งนั้นเลย .คือยังเป็นอาภัพ
เห็นไหมค่ะ..คุณสุเมศ ..เราเป็นเพื่อนกันทั้งนั้นโดย พี่ดา [22 พ.ย. 2548 , 09:45:40 น.] ( IP = 61.91.198.61 : : )
สลักธรรม 7ขอบพระคุณพี่เณรค่ะ
ที่อธิบายความอาภัพทั้งทางธรรมและทางโลก
เราจึงต้องใช้ชีวิตที่ดี เพื่อกระทำตนให้พ้นจากความเป็นคนอาภัพในทางธรรมโดย เซิ่น [22 พ.ย. 2548 , 12:45:29 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
สลักธรรม 9
มาร่วมอ่านแล้วค่ะ อนุโมทนาสาธุค่ะ
โดย น้องฟู [25 พ.ย. 2548 , 15:56:39 น.] ( IP = 202.6.107.51 : : 10.1.64.106 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |