| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๓๑)
สลักธรรม 1
สัตว์ทั้งหลายย่อมมีตัณหาติดตัวมาด้วยกันทั้งนั้น และมีมากเสียด้วย ไม่ยกเว้นว่าจะเป็นท่านนักศึกษา ทั้งพระ ทั้งฆราวาส รวมทั้งผมด้วย เพราะเป็นสัญชาตญาณอันติดตัวมาตั้งแต่ไหนแต่ไร จะกันมันให้ออกไปก็ไม่สำเร็จ เพราะเราได้อบรมให้มันฝังประทับอยู่ในจิตใจอย่างแน่นหนามานับชาติไม่ได้ เพียงแต่กล่อมเกลามันบ้าง เพื่อให้อยู่ร่วมกันไปได้ในสังคมเท่านั้น
ก็เพราะตัวตัณหาอันเป็นความปรารถนาของหัวใจที่ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักจืดจางนี่เอง จึงได้ก่อให้เกิดการกระทำขึ้น ซึ่งสิ่งต่างๆ ตั้งแต่กระทำในเรื่องดีๆไปจนถึงเรื่องร้ายๆ และร้ายที่สุด จนถึงบางท่านรำพึงว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้เลยในหมู่มนุษย์ผู้ซึ่งยกตัวถือว่าตัวเจริญไปด้วยคุณธรรม ศีลธรรม และวัฒนธรรม
เช่นตัวอย่างที่ลงในหนังสือพิมพ์ว่า มีสามีภรรยาใจเหี้ยมโหดคู่หนึ่งหลอกเด็กสาวชาวบ้านนอกหลายคนมากักขังไว้ ถึงเวลาก็พาออกไปขายบริการทางเพศจนได้เงินทองมากมาย แต่ให้เด็กเหล่านั้นใช้คนละไม่กี่บาทต่อวันเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่เท่านั้น ทั้งใช้อำนาจขู่เข็ญ เฆี่ยนตี บีบบังคับให้ทำงานกับตน เวลาเดินทางไปหาลูกค้าก็เอามีดจ่อหลังอยู่ตลอดเวลา เสร็จแล้วก็พาเอาตัวมากักขังไว้ในที่ๆเหมือนทำไว้ขังสัตว์เลี้ยงก็ไม่ปาน โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [24 พ.ย. 2548 , 15:00:23 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 2
อำนาจของตัณหาซึ่งมีความแปลกประหลาดมหัศจรรย์นี้ จึงชื่อว่าเป็นตัวสนับสนุนให้การกระทำวิจิตรขึ้นมา เพื่อขอให้สมความปรารถนาเท่านั้น สัตว์ทั้งหลายก็จะทำอะไรได้สารพัด แม้การฆ่าคนตายคราวละมากๆเช่นระเบิดปรมาณู หรือจะต้องขายประเทศทั้งประเทศก็ยอมได้
ถ้าหากว่าตัณหา คือความติดใจในอารมณ์ต่างๆไม่มีเสียแล้ว การกระทำทั้งหลายก็จะไม่วิจิตรพิสดารอะไร ทั้งมิได้ชื่อว่าเป็นกรรม แต่กลายเป็นกิริยา ไม่มีผลอีกต่อไป เช่นพระอรหันต์ผู้ซึ่งได้ทำลายตัณหาของท่านเสียหมดสิ้นแล้วเป็นตัวอย่าง
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [24 พ.ย. 2548 , 15:00:42 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 3
๕. ตัณหาวิจิตรก็เพราะสัญญาวิจิตร
สัญญาคืออะไร สัญญาคือตัวการที่เก็บอารมณ์ต่างๆเอาไว้ สัญญาก็ได้แก่การที่จิตเกิดเห็น ได้ยิน หรือคิดในเรื่องอะไรก็ดี การเห็น การได้ยิน การคิดในเรื่องนั้นๆ ได้ถูกเก็บฝังประทับเอาไว้ในจิตใจไม่ได้สูญหายไปไหน เหมือนกับเราระลึกถึงเรื่องราวเก่าๆในสมัยเด็กๆ ขึ้นมาได้ แม้ว่าจะล่วงเลยเวลามาแล้วตั้งหลายสิบปีก็ตาม ทั้งนี้ก็ย่อมแสดงว่า เราล้วงเอาเรื่องเก่าๆที่เก็บไว้ในจิตใจออกมา
การที่ตัณหามีความวิจิตรพิสดาร ก็เพราะความมีสัญญา คือความจำนั่นเอง เช่น จำได้ว่าสิ่งนี้ไม่ดีตนไม่ชอบใจ จึงเกิดความดิ้นรนที่จะหามาใหม่ หรือสิ่งนี้ตนชอบใจมาก จึงกระเสือกกระสนทำลงไปด้วยประการต่างๆ เพื่อหวังจะได้สนองความต้องการหรือสนองตัณหาของตนไใยิ่งๆขึ้นไปอีก โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [24 พ.ย. 2548 , 15:01:04 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 4
ตัวอย่างที่เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เมื่อคนเห็นเงินเป็นพระเจ้าเพราะเงินจะหาอะไรเพื่อตัณหาของตนสมใจก็จะได้โดยง่าย จึงได้เกิดการกระทำต่างๆ ขึ้นเป็นอันมาก และสิ่งผลิตเป็นอันมากเหล่านี้จะมีขึ้นมาได้ก็เพราะได้จำเอาไว้ในใจว่าสิ่งนั้นดีมีคนชอบ สิ่งนี้ไม่ดีมีคนไม่ชอบ สิ่งนั้นทำอย่างไร จะทำให้ดีกว่าเก่าจะต้องทำอย่างไร เมื่อทำแล้วจะได้เงินมากเท่าไหน เหล่านี้เป็นต้น
ฉะนั้นท่านก็จะเห็นได้ว่า ถ้าสัญญาคือความจำไม่มีเสียตัวเดียวแล้ว การกระทำทั้งหลายก็จะไม่ประณีตไม่วิจิตร สิ่งผลิตทั้งหลายอันมีอยู่กลาดเกลื่อนในท้องตลาดในเวลานี้ก็จะไม่บังเกิดขึ้น การรบราฆ่ากันตายก็จะไม่มี ความพยาบาทมาดร้ายก็จะมีไม่ได้เลย เหตุนี้เองจึงได้ชื่อว่าตัรหาวิจิตรเพราะสัญญาวิจิตร คือความจำวิจิตร
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [24 พ.ย. 2548 , 15:01:29 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 5
๖. สัญญาวิจิตรก็เพราะจิตวิจิตร
สัญญาคือความจำดังที่กล่าวมาแล้ว มีความพิสดารหรือน่าอัศจรรย์ มันเกิดจำขึ้นมาได้โดยชาวโลกทั้งหลายหาได้ทราบไม่ว่า มันจำได้อย่างไร แล้วสิ่งที่จำเอาไว้นั้นมันโผล่ออกมาอย่างไร
เช่นถามว่า ท่านทั้งหลายมีสตางค์อยู่ในกระเป๋าหรือเปล่า ทุกๆท่านคงตอบว่ามี แต่ครั้นผมถามต่อไปว่า ทำไมถึงทราบว่ามีสตางค์อยู่ในกระเป๋า อะไรมันไปทำอะไรกันจึงได้คิดขึ้นมาได้
คำตอบที่ประกอบด้วยเหตุผลนี้เห็นจะไม่ง่ายนัก แต่ถ้าศึกษาพระอภิธรรมให้เข้าใจดี คำตอบต่อคำถามนี้ก็เป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ด้วยเหตุที่สัญญาคือความจำนี้เกิดอยู่ในจิต ดังนั้นจึงได้ชื่อว่า สัญญาวิจิตรขึ้นมาได้เพราะว่ามีจิตใจนั่นเอง โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [24 พ.ย. 2548 , 15:02:02 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 6
ถ้าจิตใจมิได้มีเสียแล้ว สัญญาคือความจำก็จะไม่บังเกิดขึ้น และเมื่อมีจิตใจวิจิตรแล้วจึงก่อให้สัตว์ทั้งหลายผู้ซึ่งมีจิตใจครองวิจิตรไปด้วย แล้วก็วนกลับไปข้อหนึ่งใหม่ ขอให้ท่านนักศึกษาจงได้พิจารณาดูตามที่ผมอธิบายไปแล้ว
ในวันนี้ผมก็ได้อธิบายเรื่องของจิตมาก็หลายเรื่องหลายราว เป็นเวลาพอสมควรแล้ว ผมขอให้ท่านที่มีความข้องใจสงสัยในเรื่องที่ผมอธิบายไปแล้วซักถามได้ทุกอย่าง
ถาม แต่เดิมมา ผมคิดว่าการศึกษาพระอภิธรรมก็คงจะเป็นการศึกษาศีลธรรม คงจะมานั่งสัปหงกเสียมากกว่า เมื่อมีเวลาว่างผมจึงได้มาลองฟังดูอย่างนั้นเอง แต่ครั้นได้ฟังมาตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ จึงเกิดความรู้ขึ้นมาใหม่ว่า พระอภิธรรมนั้นไม่ใช่บทเรียนศีลธรรมแต่เป็นการสอนถึงธรรมชาติชีวิต แต่ไม่ทราบว่า เมื่อศึกษาไปแล้วได้ประโยชน์จริงๆอย่างไรบ้าง
โปรดติดตามตอนต่อไป
ตอนที่ (๓๐) http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=8250โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [24 พ.ย. 2548 , 15:02:19 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 7
ด้วยความวิจิตรของจิต ที่เกิดกับตัณหาที่ทับถมกันมายาวนานเป็นอนัตตชาติ จึงทำให้เกิดเป็นความยากยิ่งที่จะสลัดทิ้ง แต่ก็ไม่สุดความสามารถของจิตที่จะรับเอาธุระสำคัญ ที่พระพุทธองค์ทรงชี้ทางเอาไว้มาทำใช่ไหมครับอาจารย์
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ ที่นำแสงสว่างมาสู่ชีวิตนี้ของผมครับ
บูชาสักการะท่านอาจารย์ไว้เหนือเกล้าครับ
![]()
![]()
โดย พี่เณร [24 พ.ย. 2548 , 15:19:01 น.] ( IP = 61.90.118.54 : : )
สลักธรรม 8มาศึกษาความวิจิตรของจิต ต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะโดย เซิ่น [24 พ.ย. 2548 , 23:22:13 น.] ( IP = 61.91.126.43 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |