| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๓๒)
สลักธรรม 1
สำหรับในข้อนี้ ผมได้กล่าวไปบ้างแล้วว่า ผู้ศึกษาจะต้องมีสติปัญญา มีความเห็นในเรื่องของชีวิตที่ถูกต้อง จะก่อให้เกิดความสงบ ความสุข ความเยือกเย็นใจ และจะแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตได้ ตลอดไปจนได้เห็นหนทางที่จะพ้นไปจากทุกข์โดยเด็ดขาด
ประโยชน์ที่จะได้จากการศึกษาพระอภิธรรมนั้นมากหลายอย่างยิ่งนัก ขอให้ท่านได้ศึกษาดูสักพักหนึ่ง ก็จะรู้สึกได้ว่า จิตใจมีความสงบ มีความเยือกเย็นใจอย่างไร ความกระทบกระเทือนอารมณ์ที่ไม่ชอบใจ หรือความเศร้าหมองทุกข์ร้อน ซึ่งเรามักจะได้ประสบอยู่ทุกๆวัน วันละมิใช่น้อยนั้นจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน
ฉะนั้น ในชีวิตประจำวันที่มักจะพัวพันกับเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา จนก่อให้เกิดความเร่าร้อนจึงลดลง ทั้งนี้ก็เพราะว่า เมื่อยังไม่เคยได้ศึกษานั้น เรารับเอาไว้เต็มที่ เมื่อมีอารมณ์อะไรเข้ามาเราก็รับเอาไว้ร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่ครั้นมาศึกษาเรื่องชีวิตมีความเข้าใจมากขึ้นแล้ว อารมณ์ที่มากระทบก็มีกำลังเท่าเดิมนั่นแหละ แต่การรับกระทบนั้นไม่ยอมรับทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ดังแต่ก่อน รับเพียงหกสิบ เจ็ดสิบ แปดสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ความกระทบกระเทือนจึงได้ลดลงมาก ทำให้มีความสุขยิ่งกว่าแต่ก่อน อารมณ์ที่เคยคิดมากกลัดกลุ้มกระวนกระวายนอนไม่หลับก็มีน้อยกว่าแต่ก่อน
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [25 พ.ย. 2548 , 13:43:04 น.] ( IP = 203.172.117.43 : : )
สลักธรรม 2
ตัวอย่างเช่น นาย ก. อยู่ในครอบครัวที่มีเสียงอันรบกวนต่อโสตประสาท เป็นเสียงบ่นเสียงว่ากล่าวซึ่งเป็นอัปมงคลอยู่มิได้เว้นวัน และบางวันก็หลายครั้งหลายหน นาย ก. ก็จะทุกข์ก็จะเดือดร้อนใจ บางคราวกลัดกลุ้มจนถึงขนาดดูตำรับตำราไม่ไหว นอนหลับก็ไม่สนิท บางทีถึงกับต้องหนีออกจากบ้านไป ในเรื่องนี้พยายามปัดเป่าอย่างไรก็ไม่ได้ผล เพราะผู้ก่อกวนนั้นเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ จะหนีไปเสียก็ไม่ได้ เหตุการณ์เช่นนี้อาจเป็นอยู่หลายปี
ถ้า นาย ก. ได้ศึกษาพระอภิธรรมมาเข้าใจดี ก็จะอดทนต่อเสียงบ่นเสียงด่าว่ากล่าว หรือแม้เสียงอื่นๆได้ดีกว่า กระทบกระเทือนใจน้อยกว่า ความเดือดร้อน ความกลัดกลุ้มใจก็ไม่มากเท่าเดิม ทั้งนี้ก็เพราะรู้วิธีจะแก้ไข และผู้ศึกษาย่อมได้เหตุผลว่า ที่ตนได้รับความกระทบกระเทือนใจนั้นมาจากกรรมในอดีตที่ตนได้ทำเอาไว้อย่างไรรวมอยู่ด้วยมิใช่น้อย ทั้งนี้มิใช่เป็นการคิดคะเนเอา โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [25 พ.ย. 2548 , 13:43:40 น.] ( IP = 203.172.117.43 : : )
สลักธรรม 3
คนที่เชื่อเรื่องการทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ผลของกรรมดีหรือไม่ดีย่อมจะมาให้ผลได้ ดังนั้นจึงคิดว่า ที่ตนได้รับความสุขหรือทุกข์อยู่อย่างนี้ เป็นผลกรรมที่ตนได้ทำมาแล้วแต่อดีตตามมาให้ผล ดังนั้น จึงได้ยินคนเป็นอันมากพากันพูดว่า "กรรมของเราเอง"
อย่างไรก็ดี ความคิดที่ว่า "เป็นกรรมของเราเอง" นี้ ก็นับว่ามีผลบ้างเหมือนกัน เพราะช่วยให้ความทุกข์ความเร่าร้อนลดลงไปบ้าง แต่ก็คงจะได้เล็กน้อยเหลือเกิน ด้วยเป็นการคิดนึกเอาเอง ซึ่งอาจจะเป็นจริงหรือไม่จริงก็ได้ ไม่เหมือนกับผู้ที่ได้ศึกษาพระอภิธรรมมาเข้าใจดี ย่อมจะมีความหนักแน่นในเรื่องกรรม รู้ได้อย่างแน่นอนทีเดียวว่า กรรมนั้นสามารถมาให้ผลได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ การกระทบอารมณ์จึงไม่มาก ดังนั้น ความร้อนอกร้อนใจจึงได้น้อยลง แล้วความสุขความเยือกเย็นใจจึงได้มากขึ้น โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [25 พ.ย. 2548 , 13:44:27 น.] ( IP = 203.172.117.43 : : )
สลักธรรม 4
บางคนเกิดความทุกข์ขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงในฐานะความเป็นอยู่ของตน เพราะมีเงินเดือนน้อยแต่มีบุตรชายหญิงที่จะต้องเลี้ยงดูรับผิดชอบหลายคน บุตรเหล่านั้นยังไม่เติบโตพอที่จะช่วยตนเองได้ จึงคิดเห็นห่วงกังวลอยู่ทุกๆวัน ในเวลากลางคืนควรจะได้พักผ่อนหลับนอนให้เต็มที่ ก็นอนไม่ค่อยหลับ และหลับๆ ตื่นๆ มีความสะดุ้งใจหวั่นไหวอยู่เนืองนิจ ด้วยห่วงว่าเมื่อยากจนขัดสน ที่ไหนจะมีเงินทองส่งเสียลูกให้ได้เล่าเรียนมีความรู้สูงๆได้ ต่อไปลูกๆคงจะพากันอดอยากเดือดร้อน บางทีก็จะไปเป็นทาสของคนอื่น หรือไปทำทุจริตจนติดคุกติดตาราง
ความครุ่นคิดเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นประจำ เพราะมีเหตุการณ์ที่ไม่สู้ดีเฉพาะหน้ามากระทบอยู่ตลอดเวลาจนเป็นเหตุให้สุขภาพทรุดโทรม ต้องเจ็บป่วยออดแอดก็เพราะความกังวลใจที่อดคิดไม่ได้ ต้องไปโรงพยาบาลประสาทก็หลายครั้งแต่ก็ไม่หาย จึงเสมือนหนึ่งตกนรกทางใจภายในเมืองมนุษย์ท่ามกลางวัตดุ ซึ่งได้แก่ตึกรามบ้านช่องระฟ้าสูงตระหง่านท่ามกลางสิ่งบำเรอความสุขความสะดวกสบาย อันได้มาจากฝีมือของนักวิทยาศาตร์และวิศวอุตสาหกร และท่ามกลางวัดวาอารามที่สวยงามตระการตา รวมทั้งพระสงฆ์องค์เจ้ามากมาย
แต่บัดนี้เหตุการณ์ที่ก่อความเร่าร้อนเหล่านั้นก็ยังมิได้ลดน้อยลงไปกว่าเดิม รายได้ไม่ค่อยจะสมดุลก็ยังคงอยู่อย่างเก่า แต่ความทุกข์ความเดือดร้อนกลับน้อยลงไปมาก ความครุ่นคิดกังวลจนนอนไม่หลับก็ไม่ค่อยมี ทั้งนี้ก็เพราะได้ศึกษาเรื่องของชีวิตจากพระอภิธรรมปิฎกจนพอจะเข้าใจอยู่บ้าง จึงได้จัดระบบชีวิตเสียใหม่ ความดิ้นรนทะยานอยากอันรุนแรงที่แล้วมา ปรากฏว่าได้ลดลงไปโดยอัตโนมัติไปตามความเข้าใจที่เพิ่มขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งมาศึกษาได้เหตุผลข้อเท็จจริงในเรื่องของกรรม รู้แน่นอนว่ากรรมดีกรรมชั่วนั้นมาให้ผลได้อย่างแน่นอน
ดังนั้นจึงทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เลี้ยงดูบุตรภรรยาเท่าที่มีกำลังความสามารถ เมื่อจะทำอะไรก็ตั้งใจทำอย่างจริงจัง แต่ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงผลที่จะได้ให้น้อยลงไป เพราะไม่มีใครดลบันดาลได้ ไม่มีใครทำอะไรได้ผลไปตามใจตัวทุกอย่าง ไม่มีใครหนีกรรมได้พ้นไปจริงๆ แม้บุตรทุกคนต่างก็มีกรรมที่เขาได้ทำเอาไว้มาให้ผล เขาจึงต้องมาเกิดในที่ลำบาก เลือกเกิดเองไม่ได้ ถ้าในอนาคนกรรมของเขาดีแล้ว เขาก็จะมีความเป็นอยู่หรือเป็นไปดียิ่งกว่าบิดามารดาหลายเท่าก็ได้ ตัวอย่างก็มีอยู่ดาษอื่น
เมื่อได้ศึกษาเล่าเรียนเข้าใจในเหตุผลของชีวิตมากขึ้น จิตใจก็เยือกเย็นสุขุมมากขึ้น การประกอบภารกิจก็บังเกิดผลเป็นเงาตามตัว ความกระทบกระทั่งกับเพื่อนร่วมงานก็เบาบาง มีผู้ที่มารับสารภาพกับผมในเรื่องที่คล้ายๆกันนี้กับผมหลายท่าน แล้วก็กล่าวว่าดีกว่าสอนศีลธรรมตั้งพันเท่า เพราะสอนศีลธรรมไปแล้วไม่ประกอบด้วยเหตุผล คนไม่ค่อยทำตาม แต่การเรียนเรื่องชีวิตจริงๆ เช่นนี้มันจะค่อยๆ ทำของมันไปเองทีละน้อยๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [25 พ.ย. 2548 , 13:45:13 น.] ( IP = 203.172.117.43 : : )
สลักธรรม 5
ตัวอย่างในการสอนศีลธรรม เช่นสอนว่า อย่าฆ่าสัตว์จะเป็นบาป เพราะสัตว์นั้นก็มีชีวิต มีความเจ็บปวดและกลัวความตายเช่นเดียวกับเราเหมือนกัน ถ้าเราไปทำเข้าก็จะทำให้จิตเศร้าหมอง เพราะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
ในพระอภิธรรมสอนว่า ในขณะฆ่าสัตว์นั้นจิตทำงานกันอย่างไร มีเหตุอะไรเข้าประกอบเท่าไร บาปและบุญนั้นเก็บเอาไว้ที่ไหน ผลของบาปบุญที่แสดงออกมาในชาตินี้ชาติหน้านั้นจริงหรือไม่ เพราะเหตุใด เหล่านี้เป็นต้น ผู้ศึกษาจะค่อยๆเข้าใจได้ข้อเท็จจริงไปทีละน้อยๆ จนมีความมั่นใจ ดังนั้น เมื่อเวลาเกิดทุกข์ร้อนขึ้นมาจึงไม่พร่ำพูดแต่ว่า "กรรมของเราเองๆ" โดยมิได้มีเข้าใจ โดยมิได้มีความมั่นใจ
โปรดติดตามตอนต่อไป
ตอนที่ (๓๑) http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=8256โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [25 พ.ย. 2548 , 13:45:48 น.] ( IP = 203.172.117.43 : : )
สลักธรรม 6ได้อ่านในวันนี้ก็ได้รับอารมณ์แรงมาก ที่เกิดความรู้สึกในคุณค่าของการศึกษาพระอภิธรรม ได้ตระหนักชัดกับตัวเองหลายๆเรื่องครับอาจารย์
ความเป็นอยู่และเป็นไปของชีวิต ที่ดูว่าเศร้านั้น มีอยู่ครับแต่มีไม่นานเลย ผมก็เพิ่งสังเกตุนี่ละครับว่า..ความเศร้าหมองนั้นหายเร็วขึ้น และนึกออกว่าทุกครั้งจะนึกถึงเรื่องวิบากกรรมเสมอ ใจจึงยอมรับและสลัดความเศร้าออกไปได้เร็ว ก็เพราะได้อาศัยความรู้ที่ศึกษามานี้เองนะครับอาจารย์
ยิ่งอ่านยิ่งซึ้งในธรรมครับ และรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณท่านอาจารย์อย่างเหลือล้นครับผม
กราบบูชาคุณของท่านอาจารย์
ไว้เหนือเกล้าครับ
![]()
![]()
โดย พี่เณร [25 พ.ย. 2548 , 16:15:20 น.] ( IP = 61.90.82.12 : : )
สลักธรรม 7การศึกษาพระอภิธรรมเป็นประโยชน์มากค่ะ เชื่อกรรมและผลของกรรม ทำให้ไม่ทุกข์มากเกินไป
กราบขอบพระคุณค่ะโดย เซิ่น [25 พ.ย. 2548 , 18:17:01 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
สลักธรรม 8การศึกษาพระอภิธรรมมีประโยชน์สูงมากครับ ชักชวนกันมาศึกษาดีกว่าครับ...............
กราบระลึกคุณอาจารย์ครับ.........โดย ธี [25 พ.ย. 2548 , 19:55:26 น.] ( IP = 217.22.116.213 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |