| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๓๔)
สลักธรรม 1
นอกจากนั้นยังได้รู้ว่า ความผูกพันระหว่างจิตกับอารมณ์ที่แน่นอน อีกอย่างหนึ่งก็คือ มีจิตที่ไหนจะต้องมีอารมณ์ที่นั่น จิตจะปราศจากอารมณ์ไม่ได้เป็นอันขาด จะต้องรับอารมณ์รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสเรื่องราวต่างๆ ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ สลับสับเปลี่ยนกันอยู่เสมอ
มิใช่เฉพาะแต่เวลาตื่นเท่านั้นที่จิตจะรับอารมณ์ได้ แม้ว่านอนหลับ จิตก็จะต้องรับอารมณ์ทางใจ เป็นอารมณ์อดีตที่สืบต่อมาตั้งแต่ปฏิสนธิ ด้วยเหตุนี้ จึงว่าจิตจะปราศจากเสียซึ่งอารมณ์ไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นยังได้ศึกษากันถึงเรื่องความวิจิตรพิสดารต่างๆของจิตอีกด้วย
โดยที่จิตมีความสามารถในการรู้อารมณ์ได้ต่างๆ และรู้อารมณ์อยู่เสมอนี้ ความสามารถในการรู้อารมณ์นั้นย่อมจะเป็นไปอย่างกว้างขวาง คือ ย่อมจะต้องมีทั้งการรู้อารมณ์อย่างหยาบๆ หรืออารมณ์อันต่ำ รู้อารมณ์อันประเสริฐหรืออารมณ์ชั้นกลาง และย่อมจะรู้อารมณ์อันประเสริฐยิ่งหรืออารมณ์ชั้นประณีต จึงเป็นการรับรู้อารมณ์ที่ต่างระดับกัน
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [28 พ.ย. 2548 , 16:23:12 น.] ( IP = 203.172.117.103 : : )
สลักธรรม 2
จิต เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ แต่เมื่อว่าโดยการรู้อารมณ์ของจิตแล้วย่อมมีการรู้ได้หลายประเภท ซึ่งพระอนุรุทธาจารย์ได้จำแนกการรู้อารมณ์ของจิตในรูปต่างๆ อันหมายไปถึงที่ๆ สัตว์ทั้งหลายเกิดอยู่เป็น ๔ ประเภทด้วยกัน ตามความสามารถที่จิตจะรับรู้อารมณ์ได้ คือ รู้ในเรื่องของกาม คืออารมณ์กาม ๑ รู้ในเรื่องของรูปฌาน ๑ รู้ในเรื่องของอรูปฌาน ๑ และรู้ในเรื่องของพระนิพพานอีก ๑ รวามเป็นการรู้อารมณ์ ๔ ประเภท
ดังที่พระอนุรุทธาจารย์ได้แสดงเป็นบาลีหัวข้อบอกเนื้อความตามปริจเฉทที่ ๑ ซึ่งมีความว่า " ตตฺถ จิตฺตํ ตาว จตุพฺพิธํ โหติ กามาวจรํ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ โลกุตฺตรญฺเจติ" ซึ่งแปลว่า "ในบรรดาปรมัตถธรรม ๔ ประการ คือ จิต เจตสิก รูป และนิพพาน จิตปรมัตถ์ที่แสดงเป็นอันดับแรกนั้น มีอยู่ ๔ ประเภท คือ กามาวจรจิต รูปาวจรจิต อรูปาวจรจิต และโลกุตตรจิต"
เมื่อกล่าวถึงจำนวนของจิตทั้งหมดแล้วย่อมนับโดยย่อได้ว่ามี ๘๙ ประเภท นับโดยพิสดารได้ ๑๒๑ ประเภท และเมื่อจำแนกจิตทั้ง ๘๙ หรือ ๑๒๑ ออกเป็นประเภททั้ง ๔ ดังกล่าวแล้ว ก็จะนับดังนี้ คือ
กามวจรจิต ๕๔ ประเภท
รูปาวจรจิต ๑๕ ประเภท
อรูปาวจรจิต ๑๒ ประเภท
โลกุตตรจิต ๘ หรือ ๔๐ ประเภท
อันที่จริงสภาวะของจิตนั้นก็คือ ธรรมชาติที่รู้อารมณ์เท่านั้น อารมณ์จะผ่านเข้ามาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย หรือใจ ก็รับรู้ทั้งนั้น จะไม่ปฏิเสธการรับรู้เป็นอันขาด เช่นเมื่อมีเหตุ คือ เสียง ประสาทหู ช่องว่างในหู และจิต มาประชุมกันแล้วก็จะเกิดได้ยินขึ้นทันที ห้ามไม่ได้
นอกจากนี้ จิตจะเลือกรับรู้แต่อารมณ์ที่ชอบใจเท่านั้นก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน เมื่อมีเหตุปัจจัย คือ อารมณ์หรือวัตถุเป็นต้น มาประจวบหรือกระทบกันแล้ว จิตย่อมเกิดขึ้นรับรู้อารมณ์ที่มากระทบกับจิตตรงวัตถุนั้นๆทันที คือ เมื่อรูปารมณ์ อันได้แก่ คลื่นของแสงมากระทบจักขุปสาท จักขุวิญญาณคือ "เห็น" ซึ่งได้แก่การรู้อารมณ์ทางตาก็ย่อมเกิดขึ้น เห็นรูปารมณ์อันได้แก่รูปนั้นที่จักขุปสาทในขณะนั้น
หรือสัทธารมณ์คือเสียง กระทบกับจิตที่โสตปสาท โสตวิญญาณคือการได้ยิน ย่อมเกิดขึ้นได้ยินสัทธารมณ์นั้นที่โสตปสาททันที ดังนี้เป็นต้น
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [28 พ.ย. 2548 , 16:23:31 น.] ( IP = 203.172.117.103 : : )
สลักธรรม 3
ธรรมชาติของจิตก็เพียงการรู้อารมณ์เท่านั้น ดูๆก็ไม่น่าที่จะต้องจำแนกจัดออกเป็น ๔ ประเภท หรือจำแนกออกไปจนทำให้จิตต้องมีจำนวนถึง ๘๙ หรือ ๑๒๑ ประเภทเลย เพราะไม่ว่าจิตชนิดไหนหรือประเภทใดก็หาพ้นจากการเป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ไปได้ไม่ แต่ที่จำต้องจำแนกแตกแขนงจิตออกไปเป็นประเภทต่างๆ และมีจำนวนมากมายเช่นนั้น ก็เพราะความสามารถในกการรู้อารมณ์ของจิตนั้นต่างระดับกัน
อุปมาดังเช่นการรู้หนังสือของคนเรา บางคนก็รู้แค่หลักสูตรชั้นประถม บางคนก็รู้แค่หลักสูตรชั้นมัธยม และบางคนก็รู้ถึงหลักสูตรชั้นอุดมศึกษา ความสามารถในการรู้อารมณ์ตามสภาวธรรมของจิตก็เช่นกัน จิตบางประเภทมีความสามารถรู้ได้แต่ในเรื่องของกามอารมณ์ คือสามารถรับรู้ได้แต่เฉพาะรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และเรื่องราวที่จะก่อให้เกิดความยินดีติดใจ ไม่ยินดีติดใจในอารมณ์นั้นๆ ซึ่งเป็นเรื่องของบุญบาปเท่านั้น
จิตบางประเภทมีความสามารถรู้มหัคคตอารมณ์ คือมีความสามารถรู้ในเรื่องราวของรูปฌาน อรูปฌาน คือการทำสมาธิได้ขนาดมากและมากที่สุด หรือจะพูดว่า ความหยาบและประณีตของอารมณ์ไปจนถึงความประณีตมากที่สุด และยิ่งไปกว่านั้น ยังมีจิตอีกประเภทหนึ่งเป็นจิตพิเศษ ประกอบด้วยปัญญาอันแก่กล้ายิ่ง สามารถรับโลกุตตรอารมณ์คือนิพพานอารมณ์ได้อีก
ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าจิตจะเป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ แต่การรู้อารมณ์นั้นก็มิได้มีระดับเดียว จึงจำเป็นต้องจำแนกจิตซึ่งต่างระดับกันออกไปเป็น ๔ ประเภท และมีจำนวนตั้ง ๘๙ หรือ ๑๒๑ ซึ่งจะได้ศึกษารายละเอียดกันในโอกาสต่อไป
โปรดติดตามตอนต่อไป
ตอนที่ (๓๓) http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=8265โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [28 พ.ย. 2548 , 16:24:13 น.] ( IP = 203.172.117.103 : : )
สลักธรรม 4น้อมรับฟังคำสอนของท่านอาตารย์ด้วยความเคารพครับ และจะทำความเข้าใจไปตามลำดับขั้นตอนเลยครับ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะสะดุดหยุดลงเป็นเราเอาความคิดเราไปตัดสิน ซึ่งมีมากมายจริงๆ
พี่เณรจะตั้งใจแน่วแน่ในการทำความเข้าใจเช่นนี้ตลอดไปครับผม
กราบบูชาพระคุณอาจารย์
ไว้เหนือเกล้าครับ
![]()
![]()
โดย พี่เณร [28 พ.ย. 2548 , 17:30:48 น.] ( IP = 58.8.43.211 : : )
สลักธรรม 5มาอ่านเพิ่มความรู้ที่จะเป็นแสงสว่างของชีวิตต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะโดย เซิ่น [28 พ.ย. 2548 , 22:46:28 น.] ( IP = 61.91.126.99 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |