มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๓๔)






คำบรรยายพระอภิธรรมมัตถสังคหะปริจเฉทที่ ๑ (ครั้งที่ ๔)
ณ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
วันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๘ เวลา ๑๑.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.


ในการศึกษาพระอภิธรรมนั้น ผมได้กล่าวมาแล้วว่า เราไม่อาจจะเริ่มต้นศึกษาจากพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ได้โดยตรงทีเดียว เพราะเป็นการยากที่จะเริ่มต้นด้วยการศึกษาธรรมสังคิณี ซึ่งเป็นคัมภีร์แรกในพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ด้วยพื้นฐานธรรมะของปุถุชนในยุคปัจจุบันนี้มีอยู่น้อย หรือแทบจะไม่มีเหลืออยู่เลยเอาทีเดียว จึงจำต้องศึกษาจากอภิธรรมย่อของท่านพระอนุรุทธาจารย์ ที่เรียกว่า "พระอภิธรรมัตถสังคหะ"

ซึ่งท่านได้รวบรวมไว้โดยลำดับ ง่ายแก่การศึกษา โดยแบ่งออกเป็นหมวดเป็นตอน เรียกว่า "ปริจเฉท" มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๙ ปริจเฉท เริ่มตั้งแต่เรื่องจิต เป็นปริจเฉทที่ ๑ ไปจนถึงเรื่องการปฏิบัติสมถะและวิปัสสนากรรมฐานเป็นปริจเฉทที่ ๙

ในการบรรยายนี้ก็อาศัยตามแนวอย่างพระอภิธรรมัตถสังคหะ ซึ่งเริ่มต้นจากจิตปรมัตถ์ เป็นต้นไป ดังที่เคยได้ศึกษากันแล้วในคราวก่อนให้ทราบถึงสภาวะของจิตก่อนว่า เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ ทำหน้าที่เป็นประธานธรรมทั้งปวง มีการเห็น การได้ยินเป็นต้น เป็นอาการปรากฏ และอาศัยนามรูปเป็นเหตุใกล้ให้จิตเกิด

นอกจากนั้นยังได้ศึกษาถึงความเป็นไปของจิตว่า จิตนั้นมีการเกิดดับสืบต่อกัน พร้อมกับเก็บสั่งสมอารมณ์ ทุกครั้งที่จิตเสพอารมณ์ ไม่ว่าอารมณ์นั้นจะปรากฏแก่จิตมากหรือน้อย ดีหรือเลว และไม่ว่าจิตจะเสพอารมณ์นั้นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย หรือใจก็ตาม ย่อมเก็บอารมณ์ไว้ทั้งหมดทุกทาง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [28 พ.ย. 2548 , 16:22:20 น.] ( IP = 203.172.117.103 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

นอกจากนั้นยังได้รู้ว่า ความผูกพันระหว่างจิตกับอารมณ์ที่แน่นอน อีกอย่างหนึ่งก็คือ มีจิตที่ไหนจะต้องมีอารมณ์ที่นั่น จิตจะปราศจากอารมณ์ไม่ได้เป็นอันขาด จะต้องรับอารมณ์รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสเรื่องราวต่างๆ ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ สลับสับเปลี่ยนกันอยู่เสมอ

มิใช่เฉพาะแต่เวลาตื่นเท่านั้นที่จิตจะรับอารมณ์ได้ แม้ว่านอนหลับ จิตก็จะต้องรับอารมณ์ทางใจ เป็นอารมณ์อดีตที่สืบต่อมาตั้งแต่ปฏิสนธิ ด้วยเหตุนี้ จึงว่าจิตจะปราศจากเสียซึ่งอารมณ์ไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นยังได้ศึกษากันถึงเรื่องความวิจิตรพิสดารต่างๆของจิตอีกด้วย

โดยที่จิตมีความสามารถในการรู้อารมณ์ได้ต่างๆ และรู้อารมณ์อยู่เสมอนี้ ความสามารถในการรู้อารมณ์นั้นย่อมจะเป็นไปอย่างกว้างขวาง คือ ย่อมจะต้องมีทั้งการรู้อารมณ์อย่างหยาบๆ หรืออารมณ์อันต่ำ รู้อารมณ์อันประเสริฐหรืออารมณ์ชั้นกลาง และย่อมจะรู้อารมณ์อันประเสริฐยิ่งหรืออารมณ์ชั้นประณีต จึงเป็นการรับรู้อารมณ์ที่ต่างระดับกัน

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [28 พ.ย. 2548 , 16:23:12 น.] ( IP = 203.172.117.103 : : )


  สลักธรรม 2

จิต เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ แต่เมื่อว่าโดยการรู้อารมณ์ของจิตแล้วย่อมมีการรู้ได้หลายประเภท ซึ่งพระอนุรุทธาจารย์ได้จำแนกการรู้อารมณ์ของจิตในรูปต่างๆ อันหมายไปถึงที่ๆ สัตว์ทั้งหลายเกิดอยู่เป็น ๔ ประเภทด้วยกัน ตามความสามารถที่จิตจะรับรู้อารมณ์ได้ คือ รู้ในเรื่องของกาม คืออารมณ์กาม ๑ รู้ในเรื่องของรูปฌาน ๑ รู้ในเรื่องของอรูปฌาน ๑ และรู้ในเรื่องของพระนิพพานอีก ๑ รวามเป็นการรู้อารมณ์ ๔ ประเภท

ดังที่พระอนุรุทธาจารย์ได้แสดงเป็นบาลีหัวข้อบอกเนื้อความตามปริจเฉทที่ ๑ ซึ่งมีความว่า " ตตฺถ จิตฺตํ ตาว จตุพฺพิธํ โหติ กามาวจรํ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ โลกุตฺตรญฺเจติ" ซึ่งแปลว่า "ในบรรดาปรมัตถธรรม ๔ ประการ คือ จิต เจตสิก รูป และนิพพาน จิตปรมัตถ์ที่แสดงเป็นอันดับแรกนั้น มีอยู่ ๔ ประเภท คือ กามาวจรจิต รูปาวจรจิต อรูปาวจรจิต และโลกุตตรจิต"

เมื่อกล่าวถึงจำนวนของจิตทั้งหมดแล้วย่อมนับโดยย่อได้ว่ามี ๘๙ ประเภท นับโดยพิสดารได้ ๑๒๑ ประเภท และเมื่อจำแนกจิตทั้ง ๘๙ หรือ ๑๒๑ ออกเป็นประเภททั้ง ๔ ดังกล่าวแล้ว ก็จะนับดังนี้ คือ

กามวจรจิต ๕๔ ประเภท
รูปาวจรจิต ๑๕ ประเภท
อรูปาวจรจิต ๑๒ ประเภท
โลกุตตรจิต ๘ หรือ ๔๐ ประเภท


อันที่จริงสภาวะของจิตนั้นก็คือ ธรรมชาติที่รู้อารมณ์เท่านั้น อารมณ์จะผ่านเข้ามาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย หรือใจ ก็รับรู้ทั้งนั้น จะไม่ปฏิเสธการรับรู้เป็นอันขาด เช่นเมื่อมีเหตุ คือ เสียง ประสาทหู ช่องว่างในหู และจิต มาประชุมกันแล้วก็จะเกิดได้ยินขึ้นทันที ห้ามไม่ได้

นอกจากนี้ จิตจะเลือกรับรู้แต่อารมณ์ที่ชอบใจเท่านั้นก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน เมื่อมีเหตุปัจจัย คือ อารมณ์หรือวัตถุเป็นต้น มาประจวบหรือกระทบกันแล้ว จิตย่อมเกิดขึ้นรับรู้อารมณ์ที่มากระทบกับจิตตรงวัตถุนั้นๆทันที คือ เมื่อรูปารมณ์ อันได้แก่ คลื่นของแสงมากระทบจักขุปสาท จักขุวิญญาณคือ "เห็น" ซึ่งได้แก่การรู้อารมณ์ทางตาก็ย่อมเกิดขึ้น เห็นรูปารมณ์อันได้แก่รูปนั้นที่จักขุปสาทในขณะนั้น

หรือสัทธารมณ์คือเสียง กระทบกับจิตที่โสตปสาท โสตวิญญาณคือการได้ยิน ย่อมเกิดขึ้นได้ยินสัทธารมณ์นั้นที่โสตปสาททันที ดังนี้เป็นต้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [28 พ.ย. 2548 , 16:23:31 น.] ( IP = 203.172.117.103 : : )


  สลักธรรม 3

ธรรมชาติของจิตก็เพียงการรู้อารมณ์เท่านั้น ดูๆก็ไม่น่าที่จะต้องจำแนกจัดออกเป็น ๔ ประเภท หรือจำแนกออกไปจนทำให้จิตต้องมีจำนวนถึง ๘๙ หรือ ๑๒๑ ประเภทเลย เพราะไม่ว่าจิตชนิดไหนหรือประเภทใดก็หาพ้นจากการเป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ไปได้ไม่ แต่ที่จำต้องจำแนกแตกแขนงจิตออกไปเป็นประเภทต่างๆ และมีจำนวนมากมายเช่นนั้น ก็เพราะความสามารถในกการรู้อารมณ์ของจิตนั้นต่างระดับกัน

อุปมาดังเช่นการรู้หนังสือของคนเรา บางคนก็รู้แค่หลักสูตรชั้นประถม บางคนก็รู้แค่หลักสูตรชั้นมัธยม และบางคนก็รู้ถึงหลักสูตรชั้นอุดมศึกษา ความสามารถในการรู้อารมณ์ตามสภาวธรรมของจิตก็เช่นกัน จิตบางประเภทมีความสามารถรู้ได้แต่ในเรื่องของกามอารมณ์ คือสามารถรับรู้ได้แต่เฉพาะรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และเรื่องราวที่จะก่อให้เกิดความยินดีติดใจ ไม่ยินดีติดใจในอารมณ์นั้นๆ ซึ่งเป็นเรื่องของบุญบาปเท่านั้น

จิตบางประเภทมีความสามารถรู้มหัคคตอารมณ์ คือมีความสามารถรู้ในเรื่องราวของรูปฌาน อรูปฌาน คือการทำสมาธิได้ขนาดมากและมากที่สุด หรือจะพูดว่า ความหยาบและประณีตของอารมณ์ไปจนถึงความประณีตมากที่สุด และยิ่งไปกว่านั้น ยังมีจิตอีกประเภทหนึ่งเป็นจิตพิเศษ ประกอบด้วยปัญญาอันแก่กล้ายิ่ง สามารถรับโลกุตตรอารมณ์คือนิพพานอารมณ์ได้อีก

ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าจิตจะเป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ แต่การรู้อารมณ์นั้นก็มิได้มีระดับเดียว จึงจำเป็นต้องจำแนกจิตซึ่งต่างระดับกันออกไปเป็น ๔ ประเภท และมีจำนวนตั้ง ๘๙ หรือ ๑๒๑ ซึ่งจะได้ศึกษารายละเอียดกันในโอกาสต่อไป

โปรดติดตามตอนต่อไป



ตอนที่ (๓๓) http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=8265

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [28 พ.ย. 2548 , 16:24:13 น.] ( IP = 203.172.117.103 : : )


  สลักธรรม 4

น้อมรับฟังคำสอนของท่านอาตารย์ด้วยความเคารพครับ และจะทำความเข้าใจไปตามลำดับขั้นตอนเลยครับ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะสะดุดหยุดลงเป็นเราเอาความคิดเราไปตัดสิน ซึ่งมีมากมายจริงๆ

พี่เณรจะตั้งใจแน่วแน่ในการทำความเข้าใจเช่นนี้ตลอดไปครับผม

กราบบูชาพระคุณอาจารย์
ไว้เหนือเกล้าครับ







โดย พี่เณร [28 พ.ย. 2548 , 17:30:48 น.] ( IP = 58.8.43.211 : : )


  สลักธรรม 5

มาอ่านเพิ่มความรู้ที่จะเป็นแสงสว่างของชีวิตต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [28 พ.ย. 2548 , 22:46:28 น.] ( IP = 61.91.126.99 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org