| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มาทำความเข้าใจ..ในสภาวะธรรมกันเถิด ตอน ๓
ตอนที่แล้ว อ่านที่นี่นะคะ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=8280
เราคิดถึงหลาย ๆ อย่างในขณะเดียวได้ไหม ?
เป็นไปไม่ได้เลย การเห็นเป็นจิตขณะหนึ่งและรู้อารมณ์เดียวคือสิ่งที่ปรากฏทางตาเท่านั้น หลังจากเห็นแล้วจึงจะมีความคิดนึกเรื่องสิ่งที่เห็นหรืออาจจะเป็นการได้ยินต่อมาก็ได้ แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นในขณะเดียวกันไม่ได้ ขณะจิตเหล่านี้เป็นสภาพธรรมที่ต่างกัน
เราควรจะรู้นามและรูป ขณะที่กำลังปรากฏทีละอย่างทาง 6 ทวาร ความคิดเห็นว่าเป็นบุคคล รถยนต์ ต้นไม้นั้น ไม่ใช่ของจริง ไม่มีลักษณะที่จะให้สติระลึกรู้ได้ ฉะนั้นจึงไม่ใช่สิ่งที่จะอบรมปัญญาให้เจริญขึ้นได้
พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ในขณะหนึ่งจะรู้ได้เพียงนามเดียวหรือรูปเดียวเท่านั้น ในขณะที่สภาพธรรมนั้นปรากฏทางทวารหนึ่งทวารใดใน 6 ทวาร เราอาจเข้าใจในทฤษฏี แต่ขณะนี้เราควรต้องพิสูจน์ความจริง โดยการระลึกรู้สภาพธรรมที่กำลังปรากฏ ซึ่งไม่ง่ายแต่ละขณะ เพราเรายังยึดมั่นในความคิดของเราในเรื่องสภาพธรรม เราควรรู้อารมณ์ต่าง ๆ ซึ่งปรากฏแต่ละขณะทางทวารต่าง ๆ ด้วย
โดย บุษกร เมธางกูร [30 พ.ย. 2548 , 07:11:13 น.] ( IP = 61.91.126.128 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1ครั้งหนึ่งดิฉันได้ไปรับประทานอาหารกลางวันกับท่านคุณพ่อ พระอาจารย์บุญมี เมธางกูร และคณะลูกศิษย์ที่พาเราพ่อลูกไปทานเลี้ยงกันค่ะ ที่ภัตตาคารจีน เมื่อเขาเอาตีนเป็ดมาให้รับประทาน พอดิฉันเห็นเท่านั้นก็ไม่พอใจเพราะมันน่ากลัวมาก ท่านอาจารย์บุญมีกล่าวกับทุกคนที่ไปว่าลองชิมดูโดยไม่ต้องสนใจรูปร่างและสัณฐาน
ดิฉันก็ชิมดูโดยไม่สนใจในรูปร่างสัณฐาน รสอร่อยมาก ขณะนั้นดิฉันยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงในคำสอนเกี่ยวกับการกำหนดอารมณ์เท่าใดนัก แต่คุณพ่อต้องการที่จะให้ดิฉันและทุกคนรู้ว่า..
สภาพที่เห็นทางตาเป็นอย่างหนึ่ง สภาพที่รู้รสทางลิ้นก็อีกอย่างหนึ่ง เป็นสภาพที่ต่างกัน เรารวมสภาพรู้ต่าง ๆ เข้าด้วยกันทั้งหมด และเราคิดว่า ฉันกำลังกินตีนเป็ด
โดย บุษกร เมธางกูร [30 พ.ย. 2548 , 07:12:56 น.] ( IP = 61.91.126.128 : : )
สลักธรรม 2ตีนเป็ดไม่ใช่สภาพธรรมที่มีจริง สภาพธรรมที่มีจริงคืออะไร?
มีสภาพรู้ ในสิ่งที่ปรากฏทางตา มีสิ่งที่ปรากฏทางตา มีความสนใจในรูปร่าง สัณฐาน ซึ่งแตกต่างจากการเห็น มีความไม่พอใจ
มีการลิ้มรส และสภาพรู้รส มีรส มีความคิดนึกถึงรส
ฉะนั้นเราพอจะทราบได้ว่า มีสภาพรู้คือนามธรรมหลายอย่าง และมีสิ่งที่ปรากฏหลายอย่าง ซึ่งจะได้ทีละขณะทีละอย่างเดียว เราสามารถจะเจริญปัญญา พิจารณาสภาพธรรมที่มีจริงในชีวิตประจำวันของเราได้
โดย บุษกร เมธางกูร [30 พ.ย. 2548 , 07:13:13 น.] ( IP = 61.91.126.128 : : )
สลักธรรม 3ถ้าเราไม่รู้ว่าเป็นนามธรรมและรูปธรรม ซึ่งปรากฏแต่ละขณะ เราก็คิดว่าเป็นตีนเป็น เป็นคน เป็นบ้าน เป็นรถยนต์อยู่จริง ๆ อย่างไรก็ตามสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเพียง ความคิดนึก ไม่ใช่สภาพธรรมที่มีจริงเป็นจริง (ปรมัตถธรรม) นามธรรมและรูปธรรมซึ่งสามารถรู้ได้แต่ละขณะ เป็นสภาพธรรมที่มีจริง
ชีวิตของเราเป็นนามธรรมและรูปธรรมซึ่งเกิดขึ้นและดับไป เมื่อมีความเข้าใจมากขึ้นในเรื่องสภาพธรรม ซึ่งสามารถรู้ได้ทีละนามและทีละรูปในแต่ละขณะ ก็จะทำให้ชีวิตยุ่งยากสับสนน้อยลงและเราก็จะค่อย ๆ รู้ว่าไม่มีตัวตนเลย
ในการอบรมเจริญปัญญาเพื่อรู้สภาพนามธรรมและรูปธรรมจะต้องระลึกรู้ในขณะที่สภาพนั้นปรากฏ ไม่ใช่เรา แต่เป็นสติรู้ สติเป็นภาษาบาลี (ภาษาซึ่งใช้ในคำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า) ซึ่งแปลว่า การระลึกรู้ ความไม่หลงลืม ความรู้สึกตัว สติเป็นสภาพรู้ซึ่งเกิดร่วมกับกุศลจิตเท่านั้น สติซึ่งไม่หลงลืมในการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ขณะที่ละเว้นจากอกุศลธรรม
โดย บุษกร เมธางกูร [30 พ.ย. 2548 , 07:13:31 น.] ( IP = 61.91.126.128 : : )
สลักธรรม 4สติในการอบรมเจริญความสงบ (สมถภาวนา) ก็เป็นสติที่ระลึกรู้อารมณ์ของสมถภาวนา
สติในการอบรมเจริญวิปัสสนาปัญญา หรือความเข้าใจถูกต้องในลักษณะของสภาพธรรม ก็มีอารมณ์ต่างกัน เป็นสติที่ระลึกรู้และไม่หลงลืมสภาพธรรมของ นาม และ รูป ที่กำลังปรากฏในขณะนี้ ในขณะนั้น ไม่มีความเห็นว่าเป็น ตัวตน หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่มีอยู่และยั่งยืน
เราไม่สามารถทำให้สติเกิดขึ้นตามที่เราต้องการได้ การฟังพระสัทธรรมและการพิจารณาสภาพธรรมซึ่งกำลังปรากฏ เป็นปัจจัยให้สติเกิดได้ เราควรมีความเข้าใจที่ถูกต้องในอารมณ์ของสติ ซึ่งก็คือสภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็น นาม หรือ รูป และเราควรระลึกเสมอว่า มีสภาพธรรมเพียงอย่างเดียวเท่านั้นปรากฏทีละขณะ เรามักจะรวมสภาพธรรมหลายอย่างเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว
โดย บุษกร เมธางกูร [30 พ.ย. 2548 , 07:13:51 น.] ( IP = 61.91.126.128 : : )
สลักธรรม 5ดิฉันคิดว่าดิฉันเห็นตีนเป็ด และไม่ได้ระลึกรู้ว่าการเห็นแตกต่างจากการลิ้มรส เราเห็นตีนเป็นไม่ได้ การเห็น เห็นสิ่งที่ปรากฏทางตาหรือสีเท่านั้น ความคิดนึกคิดเรื่องตีนเป็ด ความคิดเป็นนามธรรม เป็นสภาพธรรมอย่างหนึ่ง และสติระลึกรู้สภาพธรรม ที่เป็นความคิดได้ เรื่องราวที่เราคิดไม่ใช่สภาพธรรม ฉะนั้นจึงไม่ใช่อารมณ์ของการเจริญสติปัฏฐาน
เราคาดหวังไม่ได้เลยว่า สติจะเกิดบ่อย ๆ ในระยะเริ่มแรกสติคือการไม่หลงลืม สภาพธรรมซึ่งปรากฏในขณะนี้ทางหนึ่งทางใดใน 6 ทวาร และขณะนั้นปัญญาก็จะค่อย ๆ รู้ลักษณะของสภาพธรรมนั้นได้ ปัญญาขณะนั้นรู้ลักษณะสภาพธรรมที่กำลังปรากฏจริง ๆ เป็นปัญญาที่แตกต่างจากปัญญาที่รู้ทางทฤษฏี
การอบรมเจริญปัญญารู้ลักษณะสภาพธรรมที่กำลังปรากฏจริง ๆ นั้นเป็นการอบรมเจริญวิปัสสนาที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้
โดย บุษกร เมธางกูร [30 พ.ย. 2548 , 07:14:19 น.] ( IP = 61.91.126.128 : : )
สลักธรรม 6ปัญญาสามารถอบรมให้เจริญขึ้นได้ ทีละเล็กทีละน้อยเป็นเวลาหลายชาติ
วิปัสสนาภาวนาทำให้ละคลายจากความเป็นตัวตน เรารู้ว่าที่เราคิดว่าเป็นตัวตนนั้น แท้จริงคือธาตุต่าง ๆ เป็นนามธรรมและรูปธรรม ซึ่งจะได้ก็เมื่อกำลังปรากฏ
ดิฉันได้รับเชิญไปยังภัตตาคารแห่งหนึ่งซึ่งหนาวมาก ดิฉันไม่ชอบหนาวและเกือบที่จะพูดอะไรออกมา แต่นั่นเป็นการไม่อดทนและขาดความเกรงใจเจ้าภาพ ดิฉันจึงพิจารณารู้ว่า นามธรรมและรูปธรรมซึ่งเกิดขึ้นนั้นบังคับบัญชาไม่ได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย เราคิดว่าบังคับได้ บางครั้งดูเสมือนว่าเราบังคับได้ แต่ความจริงแล้วไม่ได้เลย ความสุขหรือทุกข์ทางกายเป็นไปตามโลกธรรม 8 ซึ่งบังคับบัญชาไม่ได้
โดย บุษกร เมธางกูร [30 พ.ย. 2548 , 07:14:39 น.] ( IP = 61.91.126.128 : : )
สลักธรรม 7พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้เราอบรมเจริญปัญญา รู้สภาพธรรมที่ปรากฏในชีวิตประจำวันไม่ว่าเป็นสิ่งที่น่าพอใจหรือไม่น่าพอใจ
สติอาจจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ ที่ไหนก็ได้ ในชีวิตประจำวันของเรา แม้ในเวลาที่เราไม่สบาย หรือเวลาเรารู้สึกหนาว สติก็สามารถระลึกรู้สภาพธรรมได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าสติเกิดระลึกรู้สภาพเย็นที่ปรากฏในขณะนั้น ก็ไม่มีความคิดว่าเท้าของฉันกำลังเย็นหรือเย็นจัด ซึ่งไม่ใช่การรู้สภาพธรรม แต่เป็นการคิดเรื่องราว
หลังจากสติเกิดแล้ว ก็อาจจะมีโลภะ โทสะ หรือโมหะเกิดขึ้นอีกได้ แต่สติที่เกิดขณะหนึ่ง ๆ นั้น ก็มิได้สูญไปเลย สติดับไปแล้ว แต่ก็เป็นปัจจัยให้สติเกิดอีกได้ในภายหลัง เราอาจจะคิดถึงโลกธรรม 8 แต่การอบรมเจริญปัญญาที่รู้สภาพธรรม จะทำให้เราอดทนต่อความเปลี่ยนแปลงของชีวิตได้เป็นอย่างดี
ในที่สุด ปัญญาที่รู้สภาพธรรมจะนำไปสู่การละคลายความยึดมั่น และการหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงได้
ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
บุษกร เมธางกูร.
โดย บุษกร เมธางกูร [30 พ.ย. 2548 , 07:15:26 น.] ( IP = 61.91.126.128 : : )
สลักธรรม 9ในที่สุด ปัญญาที่รู้สภาพธรรมจะนำไปสู่การละคลายความยึดมั่น และการหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงได้
ครับพี่เณรก็เชื่อและศรัทธาในคำสอนคำสั่งเช่นนั้นครับ.
พี่เณรตั้งในอ่านในธรรมะทุกกระทู้เลยครับ เพื่อไม่ให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ยิ่งอ่านยิ่งได้เพิ่มความศรัทธาในธรรมมากๆเลยครับ ขอบพระคุณมากครับ ที่ช่วยเสริมสร้างปัญญาบารมีให้แก่พี่เณร.
![]()
โดย พี่เณร [30 พ.ย. 2548 , 09:11:02 น.] ( IP = 61.90.82.13 : : )
สลักธรรม 10กราบขอบพระคุณมากค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [30 พ.ย. 2548 , 16:29:28 น.] ( IP = 203.172.117.76 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |