มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๓๖)






ความสามารถในการรู้อารมณ์ของจิตต่างระดับกันดังกล่าว จึงจำเป็นต้องจำแนกจิตออกเป็น ๔ ประเภท ซึ่งมี กามาวจรจิต รูปาวจรจิต อรูปาวจรจิต และโลกุตตรจิต ดังได้แสดงมาโดยสังเขปแล้วนั้น ต่อจากนี้ไปก็จะได้อธิบายถึงจิตประเภทแรก คือกามาวจรจิต จิตที่รู้เรื่องราวของกาม หรือจิตที่ติดอยู่ในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และเรื่องราวเพลิดเพลินที่เรียกสั้นๆว่า "กามจิต"

ตามที่แสดงเรื่องรูปาวจรจิต อรูปาวจรจิต และโลกุตตรจิต โดยย่อๆ ก็เพื่อจะให้ท่านได้เปรียบเทียบเท่านั้น ต่อจากนี้ไป ท่านก็จะได้ศึกษาเรื่องกามาวจรจิตจามลำดับไป

กามคืออะไร?

เมื่อใครก็ตามเอ่ยถึงคำว่า "กาม" ชาวบ้านส่วนมากมีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องลามก หยาบคาย ที่พูดเกี่ยวกับเรื่องเพศ เป็นทำนองชู้สาว หรือความปรารถนาในระหว่างเพศ แต่ความหมายในทางธรรมแล้ว ไม่เป็นของลามกหรือหยาบคายเลย และความจริงคำว่า "กาม" เป็นภาษาบาลีที่เรานำเอามาใช้เป็นความหมายในภาษาไทย จึงทำให้ความในภาษาไทยคลาดเคลื่อนไปจากความหมายเดิมไปบ้าง แต่ตามหลักฐานบาลี มีแสดงว่า

"กาเมตีติ = กาโม (วา) กามียตีติ = กาโม" แปลว่า "ธรรมชาติใดย่อมมีความต้องการกามารมณ์ ธรรมชาตินั้นชื่อว่า "กามะ" ได้แก่กิเลสกาม คือ กามตัณหา (หรือ) ธรรมชาติใดเป็นที่ชอบใจของกามตัณหา ธรรมชาตินั้นชื่อว่า "กามะ" ได้แก่วัตถุกาม คือ กามจิต เจตสิกที่ประกอบกามจิตและรูป"

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [30 พ.ย. 2548 , 16:05:06 น.] ( IP = 203.172.117.76 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ตามพระบาลีนั้น ย่อมเห็นว่า คำว่า "กาม" นั้น ในทางธรรมมีความหมายกว้างขวางมาก คือ ย่อมหมายรวมทั้งกิเลสกาม และวัตถุกาม

กิเลสกาม นั้นก็หมายถึง ความปรารถนาที่จะเสพกามารมณ์ กาม + อารมณ์ ความปรารถนากามราคะ ความใคร่ ความกำหนัด ดำกฤษณา ตลอดจนความปรารถนาในลาภยศ สรรเสริญ (กามสุข)ทั้งปวง ที่เป็นตัวอยากตัวปรารถนา ที่เรารู้จักกันโดยทั่วไปว่า กามตัณหา

วัตถุกาม หมายถึงวัตถุสิ่งของต่างๆ ทั้งสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต รวมถึงกามจิต เจตสิก ที่ดับไปแล้ว อันเป็นอารมณ์ของความอยากหรือกามตัณหา คือตัวการที่ก่อให้เกิดความยินดีติดใจขึ้น วัตถุกามที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต เช่น ผู้ชาย ผู้หญิง ช้าง ม้า วัว ควาย เป็ด ไก่ ปลา บิดา มารดา สามี ภรรยา บุตร ธิดา และบริวาร เป็นต้น วัตถุกามที่เกี่ยวกับสิ่งไม่มีชีวิต เช่น ทรัพย์สิน แก้วแหวน เงินทอง บ้านเรือน เครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ เป็นต้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [30 พ.ย. 2548 , 16:05:40 น.] ( IP = 203.172.117.76 : : )


  สลักธรรม 2

ความหมายของคำว่ากามนี้ จึงต้องหมายรวมถึงกามจิต คือ ตัวอยาก ตัวปรารถนา หรือกามตัณหา และสิ่งที่เป็นอารมณ์ของความอยาก ความปรารถนา กามตัณหานั้นด้วย จึงดูเหมือนว่าอะไรๆ รอบตัวเรานั้นเป็นกามไปเสียหมด เรื่องนี้ก็น่าจะอนุโลมตามนั้น เพราะเราได้เกิดมาในแดนแห่งกาม ที่เรียกว่า "กามภูมิ" กามภูมินั้นหมายถึงภูมิอันเป็นที่เกิดแห่งกิเลสกาม และวัตถุกาม ดังบาลีที่ว่า "กามสฺส ภโวติ = กาโม"

แต่ถ้าจะพิจารณากันอย่าเจาะจงลงไปในตัวกามแล้ว ก็จะได้แก่กิเลสกามอย่างเดียวที่เป็นตัวกาม เพราะอารมณ์อันหลากหลายทั้งมวลบรรดามีอยู่ในโลก อารมณ์อันเป็นตัวยืนให้จิตกำหนดเหล่านั้นหาใช่กามไม่ ความกำหนัดรักใคร่ของคนต่างหากที่เป็นตัวกาม

น เต กามา ยานิ จิตฺรานิ โลเก
สงฺกปฺปราโค ปุริสสฺส กาโมฯ

บาลีนี้จึงเป็นที่รับรองว่า อารมณ์ต่างๆ ไม่ใช่กาม
ความนึกกำหนัดรักใคร่ ความชอบใจติดใจของคนเราต่างหากที่เป็นตัวกาม
และยังมีบทที่พิจารณาต่อไปอีกว่า

น เต กามา ยานิ จิตฺรานิ โลเก
สงฺกปฺปราคํ จ วเทสิ กามํ
สงฺกปฺปยํ อกุสลวิตกฺเก
ภิกฺขุปิ เต เหหีติ กามโภคี


ซึ่งมีความว่า " อารมณ์ต่างๆในโลกไม่ใช่กาม และความนึกกำหนัดยินดี เป็นตัวกาม แม้อยู่ในเพศบรรพชิตก็ตาม ถ้าไปคิดนึกถึงเรื่อง อกุศลวิตก คือ กามวิตก เข้าแล้ว ก็กลายเป็นกามโภคี คือ ผู้บริโภคกามไป"

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [30 พ.ย. 2548 , 16:06:00 น.] ( IP = 203.172.117.76 : : )


  สลักธรรม 3

ขอให้พิจารณาคาถาอีกบทหนึ่งว่า

เต เจ กาเม ยานิ จิตฺรานิ โลเก
สงฺกปฺปราคํ น วเทสิ กามํ
ปสฺสนฺโต รูปานิ มโนรมานิ
สตฺถาปิ เต เหหีติ กามโภคี


ถ้าท่านผู้ใดกล่าวว่า อารมณ์ต่างๆในโลกเป็นกาม ไม่ได้กล่าวว่าความนึกกำหนัดยินดีเป็นกามแล้ว ถ้าแม้นพระพุทธองค์ได้ทรงเห็นรูป ได้ยินเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส ถูกต้องสัมผัส อันน่ารื่นรมย์ใจเข้าแล้ว พระองค์ก็จะกลายเป็นกามโภคีไปด้วย (เป็นอารมณ์ให้เกิดกาม)

ย่อมเห็นได้ว่า ตัวกามนั้นได้แก่ความนึกกำหนัดยินดีโดยเฉพาะ คือ กิเลสนั้นเอง เพื่อให้ความหมายของคำว่า กาม จัดเจนยิ่งขึ้น ขออ้างถึง โกฏฐิกสูตรในสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ที่มีใจความว่า


โปรดติดตามตอนต่อไป



ตอนที่ (๓๕) http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=8283

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [30 พ.ย. 2548 , 16:06:30 น.] ( IP = 203.172.117.76 : : )


  สลักธรรม 4

เทิดพระคุณไว้เหนือเกล้า
กับเรื่องราวที่อาจารย์อธิบายครับ


ผมจะคอยอ่านและทำความเข้าใจในสภาวะธรรมให้ต่อเนื่องด้วยความเคารพในธรรมยิ่งครับท่านอาจารย์



โดย พี่เณร [30 พ.ย. 2548 , 21:33:15 น.] ( IP = 210.213.11.127 : : )


  สลักธรรม 5

มาทำความเข้าใจในสภาวธรรมต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [30 พ.ย. 2548 , 23:24:10 น.] ( IP = 58.10.89.36 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org