| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๔๔)
ตอนที่ ๔๓ อ่านที่นี่
คำบรรยายพระอภิธรรมมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ ๑ ครั้งที่ ๕
ณ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
วันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๙ เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐ น.
เมื่อคราวที่แล้วผมได้แสดงถึงเรื่องจิตประเภทต่างๆ คือ กามาวจรจิต ๕๔ ประเภท รูปาวจรจิต ๑๕ ประเภท อรูปาวจรจิต ๑๒ ประเภมท โลกุตตรจิต ๘ หรือ ๔๐ ประเภท รวมจิตทั้งสิ้นเป็น ๘๙ หรือ ๑๒๑ ประเภท
ผมได้แสดงจิตประเภทต่างๆโดยย่อๆ พอเป็นเครื่องเทียบเคียง แต่ได้บรรยายกามาวจรจิตค่อนข้างละเอียด ว่าเป็นจิตที่ต้องอยู่ในกามารมณ์ หรือเป็นจิตที่หลงติดอยู่กับกามตัณหา ส่วนมากท่องเที่ยววนเวียนเกิดอยู่ในกามภูมิ
ก่อนอื่น ท่านควรได้ทราบว่าจะศึกษากันในเรื่องอะไร ในวันนี้ผมจะได้แสดงกามาวจรจิตต่อไป แต่เป็นการแยกกามาวจรจิตนั้นออกเป็นส่วนๆ แล้วก็จะบรรยายทีละส่วนโดยละเอียดเป็นลำดับ
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [10 ธ.ค. 2548 , 10:37:53 น.] ( IP = 58.136.212.112 : : )
สลักธรรม 1
ในกามาวจรจิตนั้นมีด้วยกัน ๕๔ ประเภท จำแนกออกเป็น ๓ พวกด้วยกันมี อกุศลจิตพวกหนึ่ง อเหตุกจิตพวกหนึ่ง และกามาวจรโสภณจิตอีกพวกหนึ่ง
ในอกุศลจิตนั้นมี ๑๒ ประเภท อเหตุกจิตมี ๑๘ ประเภท และกามาวจรโสภณจิตมี ๒๔ ประเภท
ในอกุศลจิตที่มี ๑๒ ประเภทนั้น แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน คือ โลภมูล ๘ โทสมูล ๒ โมหมูล ๒
ในวันนี้ผมจะได้บรรยายเฉพาะอกุศลจิตเท่านั้น ท่านจะได้ทราบว่า อกุศลจิตคืออะไร อกุศลจิตเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ไฉนจึงแยกอกุศลจิตออกเป็น ๑๒ ประเภท โลภมูลจิตนั้นเป็นอย่างไร เหตุใดจึงแยกโลภมูลจิตออกเป็น ๘ แล้วทำไมจึงต้องศึกษาเรื่องอกุศลจิตเสียก่อน และในตอนสุดท้ายจะได้ขยายความเรื่องของโลภะต่อไป
เนื่องจากโลภมูลจิตทั้ง ๘ นี้เป็นตัวการสำคัญ เพราะเป็นตัวทำให้เกิดความทุกข์ยากลำบากทั้งปวง ทำให้วัฏทุกข์หมุนเวียนไปเรื่อยๆ ทำให้ชีวิตต้องตั้งขึ้นมาใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า และมฤตยูก็เฝ้าวนเวียนตามหาอยู่เสมอ ดังนั้น ผมจึงเห็นควรขอโอกาสท่านนักศึกษาขยายความเรื่องของโลภะออกไปให้กว้างขวางสักหน่อย ให้สาสมกับที่มันเป็นตัวละครสำคัญของชีวิตในอันดับสุดท้าย โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [10 ธ.ค. 2548 , 10:47:00 น.] ( IP = 58.136.212.112 : : )
สลักธรรม 2
อกุศลจิตคืออะไร?
อกุศลจิต เป็นจิตที่ชั่วหรือเป็นบาป เกิดได้ง่ายมาก ทั้งเกิดได้บ่อยที่สุด เกิดอยู่ตามอารมณ์ต่างๆ ทางทวาร ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า เกิดทางกิริยา วาจา ใจ เช่น เห็นรูปที่ดีก็ติดอกติดใจในรูป อันเป็นโลภะ ได้ยินเสียงที่ไม่เป็นมงคลก็เกิดความไม่พอใจ อันเป็นโทสะ คิดเรื่องราวที่ไม่ได้ความ มีแต่ความฟุ้งซ่าน อันเป็นโมหะ หรือเรื่องตบตีกัน ด่าทอกัน และคิดนึกไปในหนทางที่มิชอบเป็นต้น ก็อยู่ในพวกเป็นอกุศลทั้งนั้น
อกุศลจิตทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโลภะ โทสะ หรือโมหะ ก็ย่อมก่อให้เกิดผลที่ไม่ดีและเป็นทุกข์ด้วยกันทั้งสิ้น แล้วแต่ว่ากำลังแรงของเจตนาที่เกิดขึ้นนั้น จะมากหรือน้อยก็จะให้ผลตามกำลังที่ได้กระทำไป แต่ก็มีอกุศลบางชนิด มีกำลังน้อยมาก จนทำให้คนไม่ได้ศึกษาเล่าเรียน คนที่มิได้คิดพิจารณาให้ดีจริงๆแล้ว ก็เลยคิดว่าไม่เป็นอกุศลก็มี
มีบางคนที่มิได้พินิจพิจารณาให้สุขุมลึกซึ้ง ก็พร่ำแต่พรรณนาว่า ตั้งแต่เล็กแต่น้อยมา ก็มิใด้ทำบาปทำกรรมอะไร มิได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต มิได้ลักขโมยของๆใคร ทั้งมิได้เคยผิดในกาม แต่เหตุไฉนจึงได้ยากจน อดอยาก ลำบากมากนัก เหตุใดจึงได้รับความทุกข์โทมนัสมิได้เว้นวาย แล้วก็บ่นว่า กรรมที่ทำไว้ ให้ผลไม่ได้แน่นอน จึงได้โทษโน่นโทษนี่ โทษสิ่งโน้นสิ่งนี้ให้วุ่นวาย และบางทีก็ซัดไปว่า พระผู้เป็นเจ้าหรือพระพรหมนั้นใจร้าย นันดาลให้เขาลงมาเกิดทำไม โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [10 ธ.ค. 2548 , 10:47:20 น.] ( IP = 58.136.212.112 : : )
สลักธรรม 3
อกุศลที่เกิดขึ้นนั้น บางคนที่มิได้ใช้โยนิโสมนสิการ คือการทำใจให้แยบคายหรือมิได้ศึกษาเล่าเรียน มิได้คิดพิจารณาอย่างลึกซึ้ง จึงไม่เชื่อผลของกรรมไม่ดีที่ได้ทำไปแล้ว และมองไม่เห็นโทษของมัน จึงได้มีความเข้าใจผิดคิดว่า คนที่เชื่อว่าอกุศลให้ผลเป็นทุกข์นั้น เป็นพวกละเมอเพ้อฝัน เพราะเคยเห็นคนทำบาปมากๆ แล้วก็ยังอยู่สบาย พร้อมทั้งได้เกียรติยศชื่อเสียงก็มีอยู่เสมอ จึงได้กล่าวหาว่า เป็นพวกหลงติดศาสนา เป็นคนครึ เป็นคนโบราณที่เชื่อตามๆกันมาโดยไร้เหตุผล
แต่ตามความเป็นจริงในเรื่องนี้ เป็นเรื่องลี้ลับค่อนข้างมาก ถ้ามิได้ศึกษาเล่าเรียนให้ถึงแก่นแล้ว ก็ยากที่จะได้เหตุผลข้อเท็จจริง ผมจึงขอให้ท่านทั้งหลายพยายามติดตามศึกษาต่อไปอีกสักพักหนึ่ง ท่านก็จะตัดสินของท่านเอาเองได้
ธรรมชาติจิตใจของปุถุชนทั้งหลาย ย่อมจะมีกิเลส อันได้แก่ตัวการทำให้เกิดความเศร้าหมองเร่าร้อนติดมาตั้งแต่อดีตอันไกลแสนไกลโน้นแล้ว ดังนั้น เด็กอ่อนที่เพิ่งคลอดออกมาจากครรภ์ของมารดา จึงได้รู้จักเสียใจร้องไห้ รู้จักดีใจยิ้มแย้มแจ่มใส และรู้จักอะไรๆอีกมากมาย โดยที่มิได้อาศัยผู้ใหญ่คนใดมาแนะนำสั่งสอนให้เลย
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [10 ธ.ค. 2548 , 10:47:40 น.] ( IP = 58.136.212.112 : : )
สลักธรรม 4โยนิโสมนสิการ
คำนี้มีค่ายิ่งเลยนะครับท่านอาจารย์ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ความคิดจะพลาดผิดและติดกับดักความคิดตนเองเลยจริงๆครับ
ยิ่งอ่านยิ่งรับทราบละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้นตามลำดับเลยครับผม
กราบระลึกพระคุณของท่านอาจารย์
และเทิดคุณนั้นไว้เหนือเกล้าครับ
![]()
![]()
โดย พี่เณร [10 ธ.ค. 2548 , 20:30:16 น.] ( IP = 61.91.76.61 : : )
สลักธรรม 5การศึกษาพระอภิธรรมจึงมีประโยชน์มาก ทำให้เราไม่หลงเข้าใจผิดง่ายๆ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะโดย เซิ่น [11 ธ.ค. 2548 , 20:36:30 น.] ( IP = 61.91.127.69 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |