| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๔๕)
ตอนที่ ๔๔ อ่านที่นี่
ในพระอภิธรรมได้แบ่งกิเลสออกเป็น ๓ ขั้น คือ
๑.อนุสัยกิเลส คือกิเลสอย่างละเอียดที่หมักดองอยู่ในสันดาน ๒.ปริยุฏฐานกิเลส ได้แก่กิเลสอย่างกลางที่ทำให้จิตใจขุ่นมัว วุ่นวาย ๓.วิติกกมกิเลส ได้แก่กิเลสอย่างหยาบที่แสดงออกมาทางกาย วาจา
ตามหลักของสภาวธรรมนั้น ได้แสดงว่า ปุถุชนทั้งหลายมีอนุสัยกิเลส อันเป็นกิเลสอย่างละเอียด ตัวการที่ทำให้จิตใจเศร้าหมองซ่อนอยู่ในส่วนลึกของใจ อันผู้ใดที่มิได้พิจารณาให้ดี ก็ไม่มีทางมองเห็นได้เลย เช่นท่านนักศึกษา หรือจะเป็นผมเองก็ดี เวลานี้ก็มิได้มีความโกรธเลยแม้แต่น้อย เพราะกำลังฟัง กำลังพูดธรรมะกันอยู่ แต่ถ้ามีใครมาตบหน้าแรงๆ สักฉาดหนึ่ง จิตที่สงบนิ่งอยู่นั้นก็จะถูกก่อกวนขึ้นมาในทันที เหตุได้ก่อให้เกิดขึ้นแล้ว จิตของผู้นั้นก็จะเกิดความเร่าร้อนขึ้นมา เพราะทนต่อการกระทบโดยแรงเช่นนี้ไม่ไหว อันเป็นผล
แล้วความโกรธ ความเสียใจ ไม่พอใจ ก็จะเกิดในลำดับต่อมาจากนั้นทันที อนุสัยกิเลส คือความโกรธที่หมักดองอยู่ภายในสันดานอันเราไม่สามารถมองเห็นมันได้ ก็จะกระตุ้นหนุนให้เกิดขุ่นมัวใจ หรือเร่าร้อนไปจนถึงด่าทอและตบตีกัน
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [11 ธ.ค. 2548 , 10:36:31 น.] ( IP = 58.136.205.172 : : )
สลักธรรม 1
อย่างไรก็ดี ถ้าไม่มีสตางค์อยู่ในกระเป๋าแม้แต่สตางค์เดียวแล้ว จะล้วงลงไปกี่ครั้งกี่หน สตางค์ก็หาติดมือขึ้นมาได้ไม่ ด้วยเหตุนี้ ถ้าจิตของเรามิได้มีอนุสัยกิเลส(ปฏิฆานุสัย)แล้ว เราถูกตบหน้าแล้วจะโกรธขึ้นมาได้อย่างไร ในเรื่องนี้วิทยาการทางโลกอธิบายไม่ได้ จึงได้ใช้คำพูดว่าเป็นสัญชาตญาณ เป็นพรสวรรค์
เพราะอนุสัยกิเลสได้ถูกกระทบเข้าแล้ว จึงก่อให้เกิดความขุ่นมัวขึ้นมา ซึ่งเป็นกิเลสอย่างกลาง และเพราะความขุ่นมัวเร่าร้อนนี้ ก็จะหนุนเนื่องให้แสดงวาจาที่ไม่สุภาพ หรือแสดงออกทางกาย เช่น ตบตีโต้ตอบออกไปก็ได้ อันเป็นกิเลสอย่างหยาบก็จะแสดงออกมาให้เห็น โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [11 ธ.ค. 2548 , 10:36:58 น.] ( IP = 58.136.205.172 : : )
สลักธรรม 2
เมื่อมีผู้ใดมาชมเชยว่าเราเป็นคนมีความรู้ เป็นคนร่ำรวย เป็นคนที่มีรูปร่างสวยงาม กระทบกับอนุสัยกิเลสที่ชอบเป็นคนยกตัว ถือตัว อวดดี ที่คอยอยู่ในจิตใจแล้ว ก็จะก่อให้เกิดความชุ่มชื่น อันเป็นกิเลสอย่างกลาง แล้วก็จะแสดงความชอบใจหน้าตาเบิกบาน แสดงกิริยาอาการอันเป็นกิเลสอย่างหยาบต่อไป
อาศัยอำนาจของการที่ไม่ได้รับการอบรมที่ดีมาแต่อดีต โดยได้แต่ความรู้ที่เชื่อมั่นว่า บาปและบุญนั้นไม่มีตัวไม่มีตน ไม่สามารถที่จะนำผลมาสนองตอบได้ คนเราเกิดมาหนเดียว ตายหนเดียว ความเชื่อชนิดนี้เอง จึงได้ชอบยิงนกตกปลา และหากินทางทุจริต ด้วยอำนาจที่มีความคิดอ่านชำนิชำนาญมาดังนี้เองติดมากับจิตใจ สนับสนุนให้ในชาตินี้มีความเห็นเช่นที่ตนได้เคยอบรมมาถูกอารมณ์หรือชอบใจในความคิดเห็นอย่างเดียวกันกับตน แล้วก็จะชอบในทางยิงนกตกปลา แต่เมื่อมีใครมาชวนให้ไปทำทุจริตก็จะตกปากรับคำโดยง่าย
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [11 ธ.ค. 2548 , 10:37:18 น.] ( IP = 58.136.205.172 : : )
สลักธรรม 3
ตามที่ผมจะแสดงเรื่องของอกุศล แล้วยกอนุสัยกิเลสขึ้นมา ก็เพื่อจะให้ท่านนักศึกษาได้เห็นว่า อกุศลที่จะเกิดขึ้นมานั้นจะต้องมีอารมณ์มากระทบ แช่นรูปกระทบตา เสียงกระทบหู และเรื่องราวกระทบใจ และเมื่อกระทบแล้ว อำนาจอันหนึ่งที่มองเห็นไม่ได้ ที่อยู่ภายในส่วนลึกของใจ ที่เรียกว่าอนุสัยกิเลส ก็ย่อมจะถูกกระทบกระเทือนหนุนเนื่องก่อให้เกิดการกระทำขึ้นมา
ด้วยเหตุนี้เอง อกุศลทั้งหลายที่ได้กระทำลงไป จึงหนีไปจากอำนาจอันเร้นลับนี้ไม่ได้ นอกจากจะได้ฝึกฝนจิตจนเกิดความชำนาญ พร้อมทั้งอาศัยความรู้ความเข้าใจช่วยด้วย เป็นการทำลายความไม่ใส่ใจพิจารณาด้วยดีแล้ว ที่เรียกว่า อโยนิโสมนสิการลงเสีย กลับให้มีโยนิโสมนสิการ การทำใจให้แยบคาย หรือพิจารณาด้วยดีขึ้นมา ก็จะช่วยให้หนักเป็นเบาได้บ้าง โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [11 ธ.ค. 2548 , 10:37:37 น.] ( IP = 58.136.205.172 : : )
สลักธรรม 4
อโยนิโสมนสิการ คือการทำใจไม่แยบคายนั้น เกิดได้โดยอาศัยเหตุ ๕ ประการ
๑. ปุพฺเพ อกตปุญฺญตา ไม่ได้สร้างสมอบรมบุญไว้แต่ปางก่อน ๒. อปฺปฏิรูปเทสวาส อยู่ในประเทศที่ไม่สมควร (ไม่มีสัปบุรุษ) ๓. อสปฺปุริสูปสํเสว ไม่ไคยได้คบหาสังสรรค์กับสัปบุรุษ ๔. อสทฺธมฺมสฺสวน ไม่ได้ฟังธรรมของสัปบุรุษ ๕. อตฺตมิจฺฉาปณิธิ ตั้งตนไว้ผิด
ในประการที่ ๑ ของอโยนิโสมนสิการนี้ เป็นอดีตกรรม เป็นความประพฤติที่ได้สั่งสมอบรมมาในอดีต อำนาจของอดีตที่ได้ส่งสมเอาไว้นั้นก็จะเข้ามาสนับสนุนการกระทำในชาตินี้ให้เกิดขึ้นได้โดยง่าย (เช่น ความเป็นสันดานผู้ร้าย เป็นต้น) ให้โอนไปตามกำลังอำนาจของอดีตที่มีกำลังมากหรือน้อยอย่างไร ด้วยเหตุนี้ ความประพฤติของคนจึงหนีอดีตไปไม่พ้น แต่ถ้าท่านผู้ใดเป็นผู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาดี ฝึกฝนตัวเองให้รู้สึกตัวอยู่เสมอ ทำโยนิโสมนสิการคือทำใจให้แยบคาย ความประพฤติที่จะแสดงออกไปก็มีหวังว่าจะค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
ส่วนอโยนิโสมนสิการที่เหลืออีก ๔ ประการนั้น เป้นการกระทำและจากสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันเป็นเหตุ
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [11 ธ.ค. 2548 , 10:37:59 น.] ( IP = 58.136.205.172 : : )
สลักธรรม 5" ไม่มีสตางค์อยู่ในกระเป๋าแม้แต่สตางค์เดียวแล้ว จะล้วงลงไปกี่ครั้งกี่หน สตางค์ก็หาติดมือขึ้นมาได้ไม่ "
เป็นข้อเปรียบเทียบให้เห็นเด่นชัดในสิ่งที่เรามีอนุสัยอยู่จริงๆเลยครับท่านอาจารย์ที่เคารพ ยิ่งอ่านยิ่งสุขใจในธรรมครับผม
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูง และระลึกถึงพระคุณท่านไว้เหนือเกล้าครับ
![]()
![]()
โดย พี่เณร [12 ธ.ค. 2548 , 08:07:24 น.] ( IP = 58.8.66.224 : : )
สลักธรรม 6มาศึกษาความแตกต่างของกิเลสแต่ละชนิดค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะโดย เซิ่น [12 ธ.ค. 2548 , 09:55:56 น.] ( IP = 58.10.88.19 : : )
สลักธรรม 7มากราบขอบพระคุณข้อธรรมะค่ะ
โดย tiki [19 ธ.ค. 2548 , 22:20:42 น.] ( IP = 58.10.239.50 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |