มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ยึดติด คลั่งไคล้ หลงไหล




ขอรบกวนเรียนถามเกี่ยวกับคำ 3 คำนะครับคือคำว่า
ยีดติด
คลั่งไคล้
หลงไหล
กล่าวคือ ปัจจุบันมีสถานที่หลายแห่งที่เป็นสำนักทรง อันประกอบด้วยการทรงเจ้าที่จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง อันไม่ถือเป็นปัจจัย แต่สิ่งที่เป็นสภาวะธรรมอันพอนำมาศึกษาได้บ้างก็คือการที่สานุศิษย์ ที่ศรัทธาเทพพรหมองค์ต่าง ๆ ที่ประทับทรงแล้ว แต่เมื่อเทพพรหมองค์ต่าง ๆ ออกจากร่างแล้ว ปรากฏว่าบรรดาศานุศิษย์ ยังยึดติดกับร่างทรงว่า เป็นสื่อแห่งพระโพธิสัตว์ หรือแม้นกระทั่วคาดคิดไปว่า ร่างทรงสำคัญดั่งพระโพธิสัตว์ ไม่ว่าจะดำเนินกิจใด ๆ ก็ต้องขอติดตาม หรือพึ่งพิงจากร่างทรงเป็นสำคัญ ดั่งฉะนี้ สมควรเรียกว่าเหล่าบรรดาสานุศิษย์ สำคัญหมายในร่างทรงเช่นไร
ในสภาวะแห่งธรรม การสำคัญผิดดังกล่าวนี้สมควรแก่การเสนอข้อคิดให้บรรดาสานุศิษย์ เข้าใจเช่นไร
จึงถือเป็นการให้ข้อคิดแก่กัลยาณมิตรแห่งธรรมต่อกันครับ

โดย ลาน้อย [11 ธ.ค. 2548 , 17:27:40 น.] ( IP = 202.57.144.200 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ถือว่าเป็น นานาจิตตัง ละกัน เขาชอบของเขาอย่างนั้น...ยิ่งแสดงความเห็นที่แตกต่างจากเขา เราเองจะเป็นตัวประหลาดในกลุ่มเขาซะงั้น

ระดับความเชื่อของคนส่วนใหญ่ติดอยู่กับบุคคลโดยไม่รู้ตัวอยู่แล้ว ไม่ติดบุคคล ก็ติดอยู่ใน ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข แก้ยากมากส์ส...

เราซึ่งเป็นผู้มองเขา ก็ใช่ว่าจะไม่ยึดบุคคล หรือเป็นอิสระจากโลกธรรมได้เสียทีเดียว

เราไม่ยึดคนนี้ ก็ไปยึดคนอื่น(ที่เรารัก) สภาพของความยึดติดนี้ จะพ้นอย่างเด็ดขาด ต้องอาศัยคุณธรรมขั้นต่ำคือ โสดาปัตติมรรคเท่านั้น

การแสดงความเห็นต้องระวังมาก ตรวจดูสิ่งแวดล้อมพื้นฐานความเชื่อในธรรมให้รอบด้าน ทั้งเขาและเรา มิฉะนั้น อาจก่อความขัดแย้งอันเป็นอกุศลจิตมากกว่า

อย่าเสียเวลากับการพยายามเปลี่ยนความเชื่อคนอื่นมากเกินไป เวลาเหล่านั้นถ้ามาศึกษาเรียนรู้ความเป็นไปของชีวิตตน จะประสบความเจริญทางจิตยิ่งนัก...

โดย นานาจิตตัง [11 ธ.ค. 2548 , 21:46:27 น.] ( IP = 202.28.180.130 : : 10.7.51.234 )


  สลักธรรม 2

สวัสดีค่ะ คุณลาน้อย

เรื่องของตัณหาและอวิชชานั้นมีกันอยู่ทั่วไปทั้งเราเขา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ใครจะยึดติด ลุ่มหลง งมงายในตัวบุคคล หากมองให้กว้างแล้วก็จะพบว่า เราเองนั่นแหละก็เป็นผู้ที่ยึดติด คลั่งไคล้ และหลงใหลไม่น้อยไปกว่าพวกเขาเหล่านั้นเลย เพียงแต่ต่างสถานการณ์กันเท่านั้นเอง หากมิเชื่อแล้วก็โปรดพิจารณาว่า ในกามอารมณ์ทั้งหลายนั้น มีข้อใดบ้างที่เราละทิ้งได้สิ้นโดยปราศความติดข้องแล้ว

เห็นคุณลาน้อยใช้คำว่า "สภาวะธรรม" คิดว่า น่าจะเคยผ่านการศึกษาเล่าเรียนมาไม่น้อย ก็คงจะรู้ถึง สภาพธรรมของความยึดติด คลั่งไคล้ หลงไหลว่า มีองค์ธรรมคือสิ่งใดนะคะ

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า ...หากคนส่วนใหญ่มีความศรัทธาเกิดขึ้นแก่ผู้ใดแล้ว นั่นก็แสดงว่า สิ่งนั้นหรือบุคคลนั้น ย่อมมีคุณงามความดีที่เด่นชัดในด้านใดด้านหนึ่ง จึงก่อให้ความเคารพศรัทธาเกิดขึ้นในตัวบุคคลผู้นั้นได้

เช่นบางคนที่เป็นข้าราชการ ในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ก็เป็นข้าราชการที่ดีมีความเสียสละ และเมื่อกลับมาถึงบ้านแม้ไม่ได้สวมชุดข้าราชการแล้ว ก็ยังคงเป็นคนดีมีความสุจริต และเมตตาเสียสละแก่บุคคลรอบข้าง ...บุคคลเช่นนี้ก็เป็นที่เคารพศรัทธาได้แม้จะปลดเกษียณแล้วก็ตาม

จึงเห็นว่า เรื่องของศรัทธาเป็นเรื่องส่วนบุคคล ...แต่หากมีโอกาสที่จะให้ข้อคิดแก่ใครแล้ว ก็ควรนำเรื่องของศรัทธา ๔ ไปพูดคุยให้เขาทราบได้ก็จะดี ....

เพราะหลักสำคัญในการเผยแผ่ธรรมนั้น มีข้อหนึ่งที่พระพุทธองค์ ตรัสไว้ว่า ..อะนูปะวาโท อะนูปะฆาโต ปาฏิโมกเข จะ สังวะโร...

และถ้าหากจิตใจเราไม่มั่นคงในกุศลอย่างเพียงพอแล้วละก็ การพูดอะไรออกไปก็อาจกลายเป็นอกุศลในทางส่อเสียดเบียดเบียนใจผู้อื่นก็เป็นได้

โดย น้องกิ๊ฟ [11 ธ.ค. 2548 , 22:31:57 น.] ( IP = 58.136.209.99 : : )


  สลักธรรม 3

มาร่วมอนุโมทนาในคำตอบที่ดีๆ ที่น้องกิ้ฟมีให้เพื่อนร่วมเดินทางครับ

โดย พี่เณร [12 ธ.ค. 2548 , 07:55:14 น.] ( IP = 58.8.66.224 : : )


  สลักธรรม 4

อนุโมทนากับน้องกิ๊ฟด้วยค่ะ

โดย เซิ่น [12 ธ.ค. 2548 , 09:35:21 น.] ( IP = 58.10.88.19 : : )


  สลักธรรม 5

ดั่งคำที่ว่าไว้ว่า
"หากคิดแก้ไขใครเขา คิดแก้ไขที่ตัวเราจะดีกว่า."
ดูจะเหมาะสมนะครับ
ขอบคุณครับ

โดย ลาน้อย [12 ธ.ค. 2548 , 13:42:17 น.] ( IP = 202.57.144.177 : : )


  สลักธรรม 6

เรื่องปัญหานี้ยากแก่การสลายออกไปจาก
ยุคนี้ที่เทพเทวดาลงมาผ่านร่างผู้คนเพื่ออาศัย
เป็นบาทฐานในการได้ทำบุญในพุทธศาสนา
จะว่าผิดก็คงไม่ผิด...แต่เทพเทวดามาบวชไม่ได้
เท่านั้นเอง...จึงต้องอาศัยร่างฆราวาสทั่วไป
เรียกกันว่าม้าใช้ม้าทรง

....แต่หากนึกย้อนกันไปอดีตชาติผู้คนกับเทพเหล่านี้
เขาก็เคยอุปถัมภ์เกื้อกูลกันมาจะภพชาติไหน..ก็ยาก
จะตามไปดูเพราะไม่มีสติสมาธิพอจะมีฌาณมีญาณ
.....คนเราหากเคยเกื้อกูลกันมาเป็นมิตรเป็นญาติ
เป็นพ่อแม่ลูกเป็นพี่เป็นน้องกันมา

การที่อีกฝ่ายผู้ไม่มีร่างจะผ่านร่างมาบ้าง
ก็น่าจะถือเป็นสิ่งดีเพราะ พระพุทธองค์ก็ทรง
ตรัสไว้ว่าบุคคลใดประพฤติดีเทพเทวดารอบตัว
ก็มีอนุโมทนาให้ศีลให้พร

บุคคลใดประพฤติไม่ดี เทพก็ไม่อยู่ด้วย
สิ่งที่อยู่ในร่างเขาก็น่าจะเป็นพวกวิญญาณ
ระดับต่ำมากด้วยกิเลศ..

.....แต่คนทั่วไปเขาไม่ได้ใช้ปัญญาคิดพิจารณา
อย่างแรกเขาก็ไม่เชื่อว่าเทวดามีจริงเหรอ..
ครั้นไม่รู้ไม่เห็น...เขาก็เชื่อในสิ่งที่ได้ยินได้รู้ได้เห็น
ด้วยสายตาด้วยหูของเขา...คือบุคคล หรือร่างที่มี
ญาณเทพพรหมผ่าน...
........จิตวิสัยบุคคลเหล่าน้นก็เทียบได้กับเลขาอยู่
ใกล้ชิดเจ้านายก็ติดนิสัยเจ้านาย...
จะว่าผิดก็ไม่ผิดอันใด ...

เลขาก็อาจเลื่อนตำแหน่งไปเป็นเจ้านายได้เหมือนกัน
ถ้าเก็บเงินซื้อหุ้นได้...ดังนี้ ...

กาที่คนรอบด้านจะเชิดชูเลขาของเหล่าเทพพรหม
ก็คงไม่ผิด

....เพราะหากเขาตายไป จิตที่ติดกับความสบาย
อกสบายใจก็พาเขาไปอยู่กับเทวดาอีก..
ก็วนไปวนมาไปเป็นลูกโอปะปาติกะอีก...

แล้วหมดบุญหล่นมาเกิดในโลกอีก
ก็วนไปวนมาอีก

จะใช่โพธิสัตว์หรือไม่ ก็เป็นปัจเจกตัง คือเจ้าตัว
ต้องรู้ว่าตัวเคยไปอธิษฐานดังว่าไว้หรือเปล่า
...ดังนั้น...

ปัญหาที่ถามจึง..ไม่ใช่ปัญหา
แต่เป็นสภาวะของการเปลี่ยนภพภูมิ..
สภาวะของสังสารวัฏฏ์...ที่น่าพิจารณากำหนด
ความไม่เที่ยงของชีวิตไว้เป็นสัจจะสรณะ

โดย tiki [20 ธ.ค. 2548 , 22:33:33 น.] ( IP = 61.91.220.21 : : )


  สลักธรรม 7

คุณtiki

คำว่า วิญญาณ หมายถึงชื่อหนึ่งของจิต ไม่ได้หมายถึงผีสางหรือเทวดา

คำว่า" จิตที่ติดกับความสบาย
อกสบายใจ
ก็พาเขาไปอยู่กับเทวดาอีก..
ก็วนไปวนมาไปเป็นลูกโอปะปาติกะอีก" เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง

เพราะในพระอภิธรรมแสดงว่า เทวดาเป็น ๑ ใน ๑๐ แห่งธรรมที่เป็นเครื่องระลึก ของสติ ซึ่งมีชื่อว่า เทวตานุสฺสติ ทั้งนี้เพราะเทวดาบังเกิดขึ้นโดยอานิสงส์ของ สัปปุริสธรรม ๗ ประการ ได้แก่ สัทธา สีล จาคะ สุตะ ปัญญา หิริ โอตตัปปะ เมื่อมีสติระลึกอยู่ในอารมณ์อย่างนี้ ย่อมเป็นกุสล ได้ความปิติอิ่มเอิบ จิตใจก็ไม่ แกว่งไกวไปในราคะ โทสะ โมหะ อันเป็นสิ่งที่ทำให้เศร้าหมองและเร่าร้อน

เทวดาเป็นวัตถุอันควรเคารพบูชา

จึงขอให้พึงระวังในการให้ความรู้ด้วย มิฉะนั้นจะเป็นการกล่าวตู่ไปอันเป็นบาปมหันต์

โดย U [21 ธ.ค. 2548 , 11:05:59 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org