มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๔๖)






ตอนที่ ๔๕ อ่านที่นี่


คาถาสังคหะ คาถาที่ ๓ แสดงไว้ว่า

อฏฺฐธา โลภมูลานิ โทสมูลานิ จ ทฺวิธา
โมหมูลานิ จ เทฺวติ ทฺวาทสากุสลา สิยุํฯ


แปลว่า อกุศลจิตมีอยู่ ๑๒ ประเภท ได้แก่ โลภมูลจิต ๘ โทสมูลจิต ๒ โมหมูลจิต ๒
เหตุนี้ จึงจำแนกอกุศลจิตออกเป็น ๑๒ ประเภท

การที่จำแนกอกุศลจิตออกเป็นโลภมูลจิต โทสมูลจิต และโมหมูลจิตนั้น ก็เพราะจิตเหล่านี้มีรากฐานที่เป็นสภาพของความรู้สึกแตกต่างกันมาก เช่น

โลภมูลจิตนั้นเป็นจิตที่เกิดขึ้นโดยมีความโลภเป็นมูล เป็นจิตที่มีความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ เป็นจิตที่มีความกำหนัดยินดีต่ออารมณ์ที่เกิดขึ้นจากทวารทั้ง ๖ ทวาร

ส่วนโทสมูลจิตนั้น เป็นจิตที่ไม่มีความพอใจในอารมณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นมา เป็นจิตที่มีเค้ามูลมาจากความไม่ชอบใจ กลุ้มใจ รำคาญ กลัว และเป็นจิตที่มีโทสะเป็นตัวนำ

และโมหมูลจิตนั้น เกิดขึ้นด้วยความโง่เขลาในสภาวธรรม มิได้มีความยินดีเหมือนจิตโลภะ และมิได้ยินร้ายหรือประทุษร้ายเหมือนจิตโทสะ เป็นจิตที่มีรากเหง้าเค้ามูลมาจากความหลงงมงาย มีโมหะเป็จตัวนำ

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [12 ธ.ค. 2548 , 23:42:55 น.] ( IP = 58.136.212.65 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เพราะเหตุใดจึงแยกโลภจิตออกเป็น ๘ ประเภท

เพราะเหตุว่า ความโลภที่เกิดขึ้นนั้นมีความแตกต่างกันไป เช่น ความโลภที่เกิดขึ้นพร้อมกับความเห็นผิด คิดว่าการขโมยนั้นไม่เป็นบาปอะไรเลย ถ้าไม่มีใครเขาจับได้แล้ว ตัวเองเป็นผู้ได้เงินทองข้าวของ ต้องจัดเป็นบุญต่างหาก หรือเชื่อว่าคนตายแล้วก็จมดินหรือเผาเป็นเถ้าถ่าน ผลบาปที่ทำไปนั้นตามไปไม่ได้อย่างแน่นอน กับความโลภที่เกิดขึ้นพร้อมกับความไม่เห็นผิด แม้จะเป็นขโมยเหมือนๆ กัน แต่ก็คิดว่า เรามันจน หาทางทำอะไรก็ไม่สำเร็จ ยอมบาปเอาสักครั้งหนึ่ง หรือทนต่ออำนาจของความโลภไม่ไหว หรือว่าทำไปเพราะเคยทำมาหลายครั้งแล้วจึงเลิกยาก แต่ใจก็ยังคิดอยู่เสมอว่า เป็นบาป ไม่ดีเลย ตายแล้วไปเกิดชาติหน้าคงจะต้องลำบากมาก แต่ก็อดขโมยยังไม่ได้

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [12 ธ.ค. 2548 , 23:44:10 น.] ( IP = 58.136.212.65 : : )


  สลักธรรม 2

บาปที่เกิดขึ้นนั้น จะมากหรือจะน้อย ก็อยู่ที่กำลังแรงของเจตนาในเรื่องนี้ แม้ถึงว่าจะทำผิดอย่างเดียวกัน ผู้ที่ทำการขโมย ด้วยความเห็นผิดของคนแรก ก้ย่อมจะมีกำลังแรงของเจตนาแข็งกร้าวกว่า ด้วยเหตุนี้บาปจึงเกิดขึ้นมากกว่า

ตามที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมานี้ ท่านก็จะเห็นได้ว่า เหตุขโมยเหมือนกัน แต่กำลังแรงของเหตุนั้นต่างกัน ส่วนผลที่ได้รับนั้น เมื่อเหตุมีกำลังต่างกันแล้วก็คงจะเหมือนกันไม่ได้เป็นธรรมดา ดังนั้น จึงได้จัดโลภะออกไปเป็น ๒ พวก แล้วจึงแบ่งย่อยออกไปอีกอย่างละ ๔ นอกจากนี้ยังมีเหตุอื่นๆอีกหลายเหตุที่ทำให้โลภมูลจิตต้องแบ่งออกไปถึง ๘ ประเภท แต่ผมเห็นว่ายกตัวอย่างขึ้นมาเพียงอย่างเดียวก็คงจะทำให้ท่านเข้าใจได้บ้างแล้ว ต่อเมื่อศึกษาเรื่องของโลภะโดยละเอียดจบลง ท่านก็จะแยกของท่านได้เอง ดังนั้นผมจึงของดเสียไม่กล่าวถึง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [12 ธ.ค. 2548 , 23:44:29 น.] ( IP = 58.136.212.65 : : )


  สลักธรรม 3

เพราะเหตุใด จึงต้องศึกษาเรื่องของอกุศลจิตเสียก่อน

คำว่า อกุศลนั้น มาจากภาษาบาลีว่า น + กุสลา แปลว่าไม่ใช่กุศล หรือแปลว่าเป็นธรรมชาติที่ตรงกันข้ามกับกุศลธรรม คือความดี ดังนั้นจึงได้แก่ความชั่ว หรือธรรมที่ให้ผลเป็นทุกข์

ย กุสลํ อกุสลํ ( น สทฺโท ปฏิปกฺขโชตโก ปฏิเสธนตฺถวาจโก)
ธรรมที่ไม่ใช่กุศล ชื่อว่า อกุศล (กุศลหรือความดีนั้นเป็นอย่างไร จะได้ศึกษาโดยละเอียดต่อไป)


ถ้าเราจะเดินทางไกล เราก็ควรจะต้องเตรียมตัวเสียให้พร้อม มิใช่ว่าจะเตรียมข้าวของเงินทองเพียงเท่านั้น หากแต่จะต้องรู้จักหนทางที่จะไป พร้อมทั้งเรียนรู้เสียให้ดีด้วยว่า อุปสรรคขัดขวางการเดินทางนั้นมีอะไรบ้าง หาไม่แล้วเราก็จะได้รับความลำบากและอาจไม่ถึงที่หมายปลายทางก็ได้

อย่างไรก็ดี การเดินทางไกลดังกล่าวนั้น เมื่อเอามาเปรียบกับการเดินทางไกลของชีวิตแล้ว ก็ย่อมจะแตกต่างกันมากทีเดียว ชีวิตที่ก้าวไปแต่ละก้าว ย่อมประสบอุปสรรคมาขัดขวางอยู่ตลอดทาง วนเวียนออกไปไม่ได้เสียเป็นเวลานาน หรือบางทีอาจตลอดชีวิตเลย หรือหลายชั่วชีวิตก็อาจเป็นได้

ศัตรูตัวร้ายของชีวิต ที่ทำให้ชีวิตและการเดินทางไม่ราบรื่นนั้นได้แก่อกุศลจิต คือ โลภะ โทสะ โมหะ นั่นเอง เพราะอกุศลทั้ง ๓ ตัวนี่แหละ ที่ทำให้เราตกอยู่ในความเศร้าหมองเร่าร้อน อกุศลทั้ง ๓ ตัวนี้ทีเดียว ที่ทำให้ชีวิตของเราอยู่ในห้วงอันตรายมิได้หยุดหย่อน

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [12 ธ.ค. 2548 , 23:44:54 น.] ( IP = 58.136.212.65 : : )


  สลักธรรม 4

อะไรเป็นตัวการขวางกั้นทางเดินให้ต้องชักช้าเสียเวลา ให้ต้องวนเวียนอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า เราก็ควรจะรู้จักเสียก่อน ศัตรูใดที่จะก่ออันตรายระหว่างทางเราก็ควรจะได้รู้จักหน้าตาเอาไว้ และเตรียมการป้องกันอันตรายเสียแต่เนิ่นๆ อกุศลจิตก็เป็นศัตรูตัวสำคัญที่จะหันเหชีวิตไปสู่ทิศทางที่ไม่พึงปรารถนา

ดังนั้น ท่านจึงได้สอนให้เรารู้เสียตั้งแต่เริ่มศึกษา เริ่มที่จะเดินทางทีเดียว ให้รู้จักหน้าตาจะได้จำเอาไว้ จะได้ไม่ถลำตัวลงไปสู่ความหายนะได้โดยง่าย ด้วยเหตุผลดังกล่าวมา การศึกษาเพื่อเข้าถึงเนื้อหาของจิตประเภทต่างๆ ท่านพระอนุรุทธาจารย์ จึงต้องเอาอกุศลจิตที่เป็นศัตรูตัวสำคัญมาให้เราได้รู้จักเสียก่อนจิตประเภทอื่นๆ


โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [12 ธ.ค. 2548 , 23:46:01 น.] ( IP = 58.136.212.65 : : )


  สลักธรรม 5

กราบระลึกถึงพระคุณ ที่ท่านอาจารย์แสดงธรรมและบ่งบอกให้ทราบถึง การศึกษาที่ต้องเริ่มต้นอย่างไรเพื่ออะไรเพื่อเป็นการเรียนรู้ชีวิตไปตามความเป็นจริงได้สะดวก

และที่สำคัญคือการตักเตือนให่ชัดถึงศัตรูตัวร้ายของชีวิต ที่เราทุกคนมีอยู่ เพราะถ้าไม่ทำความรู้ให้เกิด ก็จะไม่มีทางละตัวการที่ร้ายกาจนั้นได้เลยครับกราบขอบพระคุณมากครับท่านอาจารย์

ระลึกถึงพระคุณเทิดทูนบูชา
ไว้เหนือเกล้าขอครับ


โดย พี่เณร [13 ธ.ค. 2548 , 09:20:48 น.] ( IP = 58.8.69.241 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [13 ธ.ค. 2548 , 21:10:40 น.] ( IP = 61.91.127.221 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org