มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๔๗)






ตอนที่ (๔๖) อ่านที่นี่

โลภมูลจิต คืออะไร?

คำว่า โลภมูล แยกออกได้เป็น ๒ คือ โลภ + มูล
โลภะ แปลว่า ความอยากได้ ความติดใจในอารมณ์ต่างๆ จางทางทวารทั้ง ๖
มูละ แปลว่า เป็นราก เป็นฐาน เป็นเค้า

รวมทั้งหมดคำว่า โลภมูลจิตก็มีความหมายว่า ความอยากได้ ความยินดีติดใจอันเป็นเค้า เป็นมูล เป็นรากแก้ว ซึ่งได้แก่พื้นฐานของดวงจิตชนิดนี้ ที่มักจะมีความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ ที่มากระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ และอารมณ์นั้นก่อให้เกิดความยินดี พอใจหรือรักใคร่ ดังที่ผมได้เคยอธิบายไปแล้วนั่นเอง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [14 ธ.ค. 2548 , 15:05:34 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

บุคคลส่วนมากมีความเข้าใจว่า ความโลภนั้นไม่ดี ไม่ควรปลูกฝังให้มีในตน จึงได้พากันอบรมสอนลูกสอนหลานต่อๆกันมาว่า อย่าโลภมาก หรือโลภมากลาภหาย ซึ่งความเข้าใจดังนี้เป็นเรื่องที่ดีที่ถูกต้อง แต่เป็นความเข้าใจที่ออกจะคับแคบมากไปสักหน่อยเท่านั้น เมื่อเอาหลักการจากสภาวธรรมเข้ามาวางเทียบเคียง เพราะตามหลักธรรมนั้นนอกจากความยินดีติดใจที่จะได้วัตถุสิ่งของต่างๆแล้ว ความยินดีติดใจในความเห็นที่ผิดๆของตน หรือความโอ่อวดยกตนก็จัดอยู่ในเรื่องโลภะได้

ใครๆก็พากันเข้าใจว่า ความโลภนั้นคือความอยากได้ทรัพย์สมบัติ แก้ว แหวน เงินทอง หรือข้าวของๆคนอื่นมาเป็นของตน ความเข้าใจดังนี้ก็ใช่ว่าจะผิด แต่ก็เป็นการถูกต้องที่ออกจะมีจำนวนน้อยเหลือเกิน ด้วยไปเจาะจงเอาแต่ที่เป็นทุจริตและเป็นของๆคนอื่นเท่านั้น เพราะความจริง แม้จะเป็นของๆตนเองที่ได้มาด้วยความสุจริตก็จริง แต่ตามหลักธรรมะแล้วก็หนีไม่พ้นโลภะไปได้

อย่างไรก็ดี สำหรับคำว่า ความโลภคืออะไร ก็ต้องทำความเข้าใจไม่ให้ผิดไปจากหลักของสภาวธรรมที่ได้วางเอาไว้ ประเด็นสำคัญอันเป็นเนื้อหาก็อยู่ที่ตรงนี้

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [14 ธ.ค. 2548 , 15:07:29 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

ผมได้กล่าวมาแล้วว่า ความอยากได้ ความติดใจในอารมณ์ต่างๆ นั้นเป็นโลภะ ดังนั้น เมื่อความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ เกิดขึ้นแล้ว แม้จะเป็นความยินดีในความคิดเห็น ยินดีในการโอ่อวดยกตัวถือว่าดี เก่งกว่าผู้อื่น และแม้ยินดีในทรัพย์สินของตนเองที่หามาได้โดยสุจริตก็รวมอยู่ในนี้

ปัญหาสำคัญก็ดูเหมือนจะอยู่ที่ว่า ความยินดีพอใจในสิ่งของๆตนเองนั้น ไม่สมควรที่จะจัดว่าเป็นโลภะซึ่งเป็นฝ่ายอกุศลเลย เพราะทุกๆคนก็จะต้องเป็นไปเหมือนๆกันทั้งนั้น ถ้าไม่มีความยินดีแล้วจะมีชีวิตอยู่ไปได้อย่างไร และเมื่อมิได้ก่อความเสียหายอะไรให้แก่ใครแลย ก็ไม่ควรจะเป็นบาป

ธรรมดาของไฟนั้น ก็ย่อมจะต้องมีความร้อนเป็นธรรมดา ไฟที่ใช้หุงต้มอาหารถ้าเผาไหม้อะไรไม่ได้แล้ว จะขึ้นชื่อว่าไฟหรือ จะสำเร็จประโยชน์ขึ้นมาได้อย่างไร

ลงขึ้นชื่อว่าไฟแล้ว จะมีมากมีน้อยหรือมีน้อยที่สุดอย่างไรก็จะต้องร้อนทั้งนั้น หากแต่ว่าไฟมากก็ต้องร้อนมาก ไฟน้อยก็ต้องร้อนน้อย ในข้อนี้คงจะไม่มีใครแย้งว่า ไฟนั้นถึงจะน้อยที่สุดอย่างไร มันก็หนีไม่พ้นไปจากความร้อน คงจะไม่มีใครพูดว่ามันไม่ร้อนเลยเป็นแน่

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [14 ธ.ค. 2548 , 15:08:00 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

ความโลภนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นไฟกองหนึ่งที่เผาตัวเองและคนอื่นได้ เมื่อความโลภเข้าครอบงำแล้ว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็จะถอยห่างออกไป ความเมตตากรุณาก็จะตั้งขึ้นไม่ได้ ด้วยอำนาจของความเห็นแก่ตัวอยากได้ฝังลึกอยู่ในใจคอยกระตุ้นอยู่เสมอ จึงทำให้ความสงบไม่มีช่องโอกาส ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นคนทั้งหลายต่อสู้ฟัดเหวี่ยงช่วงชิงผลประโยชน์กันอยู่ทั่วไป แล้วบางทีก็ถึงแก่ทำทุจริตขนาดหนักถึงฆ่าคนตาย เมื่อทนต่ออำนาจของความเร่าร้อนไม่ไหว

แม้ความยินดีพอใจจะเกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินของตนเองก็ตาม ถ้าท่านอยากจะอวดบ้านช่องที่ปลูกขึ้นมาใหม่ หรือจะโชว์รถยนต์คันใหม่ ท่านจะต้องเสียเงิน ถ้าท่านพอใจในรสอาหารของท่านเอง ท่านก็จะต้องซื้อหามา ต้องจ่ายทรัพย์ ถ้าชอบใจมาก็ต้องจ่ายมาก แต่ถ้าอาหารนั้นเกิดถูกปากเกิดชอบใจมากไปหน่อย ท่านก็จะต้องเดือดร้อนและหายาธาตุมากิน

แน่นอน! สิ่งทั้งหลายย่อมมีเล็กมีใหญ่ มีหนัก มีเบา กำลังอำนาจของเจตนาก็เหมือนกัน ย่อมจะมีกำลังมาก มีกำลังน้อย และมีกำลังน้อยที่สุด

ใครเล่าจะยืนยันว่าความร้อนน้อยที่สุดนั้นมันไม่ร้อนเลย ใครเล่าจะกล้าพูดว่า ความร้อนน้อยนั้นเผาไหม้อะไรไม่ได้ ดังนั้น ก็คงจะไม่มีใครยอมรับว่า ความโลภเล็กๆน้อยๆจะไม่เป็นอกุศล


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [14 ธ.ค. 2548 , 15:08:21 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

โลภมากลาภหาย คำนี้ผมได้ยินและเชื่อมาจนทุกวันนี้ก็ว่าได้ครับท่านอาจารย์ที่เคารพ

แต่พิจรณาตามสภาวะธรรมแล้ว ผิดไปแน่เลยนะครับ เพราะความโลภไม่ดีเลย แต่ลาภทุกอย่างมาจากบุญเก่า ยิ่งอ่านยิ่งรู้จักตัวและรู้จักโลกตามความจริงขึ้นมากมายเลยครับ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็ฯที่สุด และระลึกเทิดทูนพระคุณไว้เหนือเกล้าครับ.

โดย พี่เณร [15 ธ.ค. 2548 , 05:56:26 น.] ( IP = 61.90.12.198 : : )


  สลักธรรม 5

แม้ยินดีในทรัพย์สินของตนเองที่หามาได้โดยสุจริต ก็จัดเป็นโลภะ
ดังนั้น การศึกษาพระอภิธรรม จึงช่วยให้เราเข้าใจถูกต้องค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [15 ธ.ค. 2548 , 11:25:36 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org