มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๕๓)






ตอนที่ (๕๒) อ่านที่นี่


อำนาจของโลภะย่อมนำไปสู่ความเกิด

ผมได้เคยแสดงมาแล้วตั้งแต่ตอนต้นว่า สัจธรรมคือความจริงนั้น แบ่งออกเป็น ๒ อย่าง ได้แก่ ความจริงที่สมมุติกันขึ้น เพื่อให้เป็นที่เข้าใจกันเมื่อกล่าวขานถึงที่เรียกว่า ความจริงโดยสมมุติ เช่น บ้าน เรือน ผู้หญิง ผู้ชาย อ้วน ผอม เป็นต้น อย่างหนึ่ง กับ ความจริงโดยแท้จริง ที่ไม่มีวันผันแปรเปลี่ยนแปลงเรียกว่า ปรมัตถสัจธรรมอีกอย่างหนึ่ง เช่น ความรู้สึก ร้อน หรือ เย็น เห็น ได้ยิน เป็นต้น

เมื่อว่าโดยสมมุติสัจธรรมแล้ว ความสบายกายสบายใจ ความยินดีรื่นเริงเพลิดเพลินสนุกสนาน เหล่านี้ เราถือกันว่าเป็นความสุข แต่เมื่อว่าโดยปรมัตถ์ คือความจริงแท้แล้ว ในโลกนี้ ความสุขหาได้มีไม่ มีแต่ทุกข์อย่างเดียวเท่านั้น

ในอริยสัจธรรม ๔ ประการนั้น ได้ประกาศความจริงถึงเรื่องทุกข์ และการดับทุกข์ หาได้มีความสุข หรือสุขอริยสัจจะไม่ ด้วยเหตุนี้ การแสดงถึงความสุขโดยประการต่างๆ จึงเป็นความจริงที่สมมุติตามที่ชาวโลกมีความเข้าใจ เพราะความจริงโดยแท้จริงนั้น ในโลกนี้หาได้มีความสุขไม่

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ธ.ค. 2548 , 14:47:26 น.] ( IP = 203.172.117.112 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เวลานี้ เรากำลังศึกษาพระอภิธรรม หรือปรมัตถธรรม ซึ่งแสดงถึงความจริงแท้กันอยู่ ดังนั้น เมื่อผมได้พรรณนาแต่เรื่องของทุกข์ ซึ่งหมายถึงความทนอยู่ไม่ได้และความร้ายแรงของมันแล้ว ท่านนักศึกษาคงจะไม่คิดว่า ผมแสดงไปโดยเพ้อฝัน โดยมิได้อาศัยรากฐานจากความจริง

มนุษย์พยายามดิ้นรนเสาะแสวงหาไปในหนทางต่างๆ ที่จะให้เข้าถึงซึ่งความสุข พยายามขุดลงไปในดิน ดำลงไปในน้ำ ขึ้นไปบนอากาศ จนเวลานี้ไปถึงดวงจันทร์แล้ว แต่เราทั้งหลายคอยความสุขอันสถาพรที่จุดหมายปลายทางนั้น มาถึงบัดนี้ อายุก็ล่วงเข้าไปหลายสิบปี ก็หาได้สมความปรารถนาจริงๆไม่ เรายังจะต้องกิน ต้องอยู่ ต้องท่องเที่ยว ต้องเตร่เพื่อแก้ทุกข์ ต้องแก่เฒ่าป่วยเจ็บและคอยวันที่จะล้มตายลง ต้องเบื่อหน่ายชีวิต ต้องหงุดหงิดคิดมาก ต้องได้อารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์อยู่เสมอ ต้องแก้ไขปัญหาให้แก่ชีวิตอยู่มิได้หยุดเลย แม้จะหยุดนั่งนิ่งๆ ให้สบายสัก ๑๕ นาทีก็ทั้งยาก ความทุกข์มันมาคอยรบเร้าบังคับ ทำให้ต้องขยับเขยื้อนเปลี่ยนแปลงไปเพราะทนไม่ไหว แม้เห็นหรือได้ยินอะไรที่จะให้เพลิดเพลินใจสักหน่อย มันก็มาทำให้เบื่อหน่ายท้อถอย ต้องเปลี่ยนอารมณ์เป็นอย่างอื่น และอื่นๆต่อไป

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ธ.ค. 2548 , 14:48:06 น.] ( IP = 203.172.117.112 : : )


  สลักธรรม 2

อำนาจของโลภะทำให้มนุษย์จมลึกลงไปทุกทีๆ แต่มนุษย์กลับคิดว่ากำลังได้รับความสุขซึ่งเป็นความจริงที่สมมุติขึ้นเท่านั้น เพราะความสุขในโลกนี้ไม่มี มีแต่ทุกข์อย่างเดียว เหตุนี้เอง ความปรารถนาเพียรพยายามที่จะหาความสุขอย่างเต็มความสามารถแบบโลกๆ มาจนถึงบัดนี้แล้ว เรายังต้องแก้ปัญหาของชีวิตไม่รู้จบสิ้นลงสักที

เราจะเข้าถึงความสุขแท้จริงได้อย่างไร และเพราะความคิดว่าความสุขนั้นจะต้องได้สิ่งต่างๆ มาบำรุงบำเรอให้มากที่สุดที่จะมากได้ เราจะมีความสุขได้อย่างไรเล่าในเมื่อเข้าใจผิดคิดว่า ตัวโลภะที่เราได้รับนั้นหอมหวานเป็นตัวนำโชคลาภมาสู่ แท้จริงโลภะนำโชคร้ายนำหายนะมาให้ต่างหาก

สมุทัย นั่นคือต้นเหตุของทุกข์ องค์ธรรมของสมุทัยก็ได้แก่โลภะเจตสิก เพราะต้นเหตุของทุกข์ คือ โลภะนั่นเอง ซึ่งทำให้โลกนี้ปั่นป่วนวุ่นวาย หาความสงบไม่ได้ด้วยอำนาจโลภะของแต่ละคน ดังนั้น ยิ่งดิ้นรนกระวนกระวายเสาะแสวงหาโลภะเข้ามากเท่าใด ความทุกข์ก็จะมากขึ้นเท่านั้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ธ.ค. 2548 , 14:48:43 น.] ( IP = 203.172.117.112 : : )


  สลักธรรม 3

>ถ้าจะพิจารณากันลงไปให้ถึงแก่นแล้ว ก็จะเห็นได้ว่า ความทุกข์ระทมขมขื่นความร่ำไห้รำพันที่ได้รับ ซึ่งเราทั้งหลายพูดกันว่า "หนัก" หรือ "สุดแสนที่จะทนทาน" นั้น ความจริงก็มาจากความเกิดนั่นเอง ถ้าความเกิดมิได้มี หรือชีวิตมิได้อุบัติขึ้นมา ความทุกข์ทั้งหลายก็จะสลายตัวไป เพราะไม่มีชีวิตเสียแล้ว ความทุกข์ก็ไม่รู้ว่าจะแฝงตัวเข้าอยู่ ณ แห่งใด

แต่อย่างไรก็ดี ตราบใดที่โลภะยังมี ชีวิตก็จะยังอยู่ ถ้าโลภะดับสูญสิ้นลงไปเมื่อใด ชีวิตก็จะตั้งต้นขึ้นมาหรือเกิดขึ้นมาอีกไม่ได้เมื่อนั้น เมื่อชีวิตตั้งต้นขึ้นมาไม่ได้เสียแล้วความทุกข์จะแฝงตัวอยู่ที่ไหนได้ เมื่อความทุกข์เกิดขึ้นมาไม่ได้ ผู้นั้นก็ได้ชื่อว่าถึงซึ่งความสุขอันสถาพร เพราะไม่ต้องมีทุกข์อีกต่อไปตลอดกาลนิรันดร

ตามที่ผมได้แสดงมานี้ ท่านนักศึกษาก็จะเห็นได้ว่า เพราะอำนาจของโลภะจึงทำให้มีชีวิตขึ้นมา เพราะมีชีวิตขึ้นมาจึงได้มีการกระทำกรรมอันเป็นบาปและบุญ เมื่อกระทำบาปและบุญแล้วก็จะต้องมีความเกิด แล้วความทุกข์ก็ตามความเกิดนั่นมาอีกทีหนึ่ง ดังนั้น เมื่อปรารถนาความพ้นทุกข์ก็จำเป็นต้องทำลายต้นเหตุคือโลภะลงเสีย และเมื่อทำลายโลภะตัวต้นเหตุลงได้แล้ว ความเกิดอีกก็ไม่มี ความเกิดไม่มีแล้วก็ไม่มีการกระทำบุญกระทำบาป ไม่มีการเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป ความทุกข์ก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ เช่นพระอรหันต์ท่านไม่มีโลภะเลย เมื่อสิ้นชีวิตลงไป จิต เจตสิก กรรมชรูป ไม่ก่อขึ้นมาอีกในภพใหม่หรือชาติใหม่อีกเลย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้ทรงสอนว่า นิพพานํ ปรมํ สุขํ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ธ.ค. 2548 , 14:49:42 น.] ( IP = 203.172.117.112 : : )


  สลักธรรม 4

บัดนี้ ปัญหาสำคัญจึงอยู่ที่ว่า อำนาจของโลภะนั้น ก่อให้เกิดภพชาติ หรือก่อชีวิตขึ้นมาได้นั้นมีความจริงเพียงใด ถ้ารู้แน่นอนว่าภายหลังความตายนั้น ชีวิตจะต้องอุบัติขึ้นมาอย่างแท้จริงแล้ว เราจะได้หาหนทางที่จะทำลายความเกิดคือโลภะนั้นเสียได้อย่างไรบ้าง

แท้จริงในเรื่องการเกิดใหม่ภายหลังความตายนั้น มิใช่เป็นเรื่องใหญ่โตจนเกินไป อยู่ในวิสัย อยู่ในอำนาจที่ผู้ใดผู้หนึ่งที่มีความปรารถนาจะรู้ข้อเท็จจริงนี้ได้ หรือพิสูจน์ได้ ปัญหาอยู่ที่ผู้นั้นต้องการพิสูจนฺจริงๆหรือเปล่า จะสละเวลาเข้ามาศึกษาและปฏิบัติได้สักแค่ไหนเท่านั้น


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ธ.ค. 2548 , 14:50:40 น.] ( IP = 203.172.117.112 : : )


  สลักธรรม 5

หมั่นมาเตือนสติเนืองๆค่ะท่านพระอาจารย์
เพราะไม่มาเติมพลังแห่งธรรม ชีวิตที่เหลือก็มีแต่โทษเสียส่วนมาก
คำสอนของท่านทำให้รู้สึกว่าได้มาเรียนกับท่านพระอาจารย์อยู่เสมอๆ
กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ

โดย น้องอุ๊ [20 ธ.ค. 2548 , 19:17:09 น.] ( IP = 61.47.119.202 : : )


  สลักธรรม 6

สาธุค่ะ

โดย tiki [20 ธ.ค. 2548 , 22:13:00 น.] ( IP = 61.91.220.21 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [20 ธ.ค. 2548 , 22:58:24 น.] ( IP = 61.91.126.127 : : )


  สลักธรรม 8

ครับผมได้ตั้งใจงานถึงตรงนี้ ก็ยิ่งประจักษ์ชัดถึงอำนาจของความโลภที่เป็นลูกโซ่ร้อยรัดชีวิตจริงๆครับ ศรัทธาเกิดมากมายในขณะอ่านครับท่านอาจารย์

จึงขอก้มกราบระลึกถึงพระคุณที่ท่านอาจารย์ได้เพียรพยายามอบรมสั่งสอยให้ได้คิดอย่างนี้ครับ และระลึกในพระคุณไว้เหนือเกล้าครับ

โดย พี่เณร [21 ธ.ค. 2548 , 07:57:12 น.] ( IP = 58.8.66.109 : : )


  สลักธรรม 9

ทุกวันนี้ผมต้องเผชิญกับปัญหาของพี่ชายตัวเองหาเงินใช้หนี้ช่วยเขา จะปรึกษาแม่ก็ไม่ได้เพราะกลัวเรื่องที่พี่เขาทำ ไม่อาจบอกแม่ได้กลัวท่านเสียใจ
ผมต้องมานั่งคิดหาเงินจนท้อ แต่ก็ได้พระธรรมนี้แหละครับ เป็นที่พึ่งให้สู้ต่อไป ขอพระคุณครับ

โดย pom [30 ธ.ค. 2548 , 01:12:51 น.] ( IP = 203.130.128.254 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org