มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เชิญมาเตือน




พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า

การเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลง
หนทางแห่งการรู้แจ้งคือ..ทางสายกลาง




โดย พี่ดอกแก้ว [21 ธ.ค. 2548 , 11:11:10 น.] ( IP = 58.8.69.217 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ความรู้และความฉลาด มีแค่นั้นยังไม่พอหรอก เพราะยังมีสิ่งที่สำคัญกว่า..คือ... มิตรภาพและความกล้าหาญ

แน่นอนค่ะ..ความรู้และความฉลาด .นั้นเป็นสิ่งดีที่จะนำชีวิตให้อยู่ได้รอดจากอุปสรรคนานาประการ ทำให้ไม่หลงติดเบ็ดผู้อื่นได้ง่ายก็จริง แต่..

มิตรภาพคือไมตรีจิต ความอ่อนน้อม เกรงใจไม่แข็งกระด้าง..สิ่งเหล่านี้ซิคะ ทำให้คนรอบข้างอบอุ่นสบายใจและเชื่อถือด้วยศรัทธา...ส่วนความกล้าหาญตรงนี้ยิ่งสำคัญมาก ในการดำรงชีวิตของผู้มีปัญญาค่ะ

กล้าที่จะยอมรับวิบากตน กล้าที่จะทำกรรมดีโดยไม่หวั่นไหวต่อโชคชะตา ไม่กลัวใครว่าไม่กลัวใครเกลียดอย่างสิ้นปัญญานั่นเอง...เพราะตระหนักถึงเหตุและผลของกรรมเสมอ จึงทำให้ชีวิตตนเองไม่หวั่นไหวไปตามกระแสกรรมได้ค่ะ และมีจิตมั่นคงบรรจงทำกรรมดีๆใหม่ได้อย่างกล้าหาญ.


โดย พี่ดอกแก้ว [21 ธ.ค. 2548 , 11:21:50 น.] ( IP = 58.8.69.217 : : )


  สลักธรรม 2

ก้มกราบพระพุทธโอวาท
ด้วยเศียรเกล้าขอรับ




มิตรภาพและความกล้าหาญเป็นเครื่องจรรโลงใจจริงๆเลยครับพี่ดอกแก้ว เพราะการงานที่ลุล่วงสำเร็จได้นั้น ส่วนร่วมต้องเกื้อกูลกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงต้องมีหลักใจคือ มิตรภาพและความกล้าหาญดังที่พี่ดอกแก้วบอกนะครับ พี่เณรชอบมากเลยครับ ๒ คำนี้ และจะพยายามให้มีมากๆในตนเองด้วยครับ.



โดย พี่เณร [21 ธ.ค. 2548 , 13:29:40 น.] ( IP = 58.8.69.246 : : )


  สลักธรรม 3

พี่ดอก รู้หรือยัง นี่ ทางสายกลาง
เดินจนสะสาง โศกเศร้าอวสาน
หรือเอาแต่นิสัยสันดาน
เที่ยวจ๋อจ๋อประจาน ประมาณเอา
พระพุทธเจ้าตรัสไว้ที่ใหนช่วยบอกกล่าว
ช่วยสืบสาวที่มาแถลงไข
สิงหลิส บาลี สันสกฤต ชี้ชัดไป
เห็นแต่คำว่าไว้ I don't know

โดย mapowkidha [21 ธ.ค. 2548 , 13:49:56 น.] ( IP = 61.91.199.221 : : )


  สลักธรรม 4

ทางสายกลางที่พระพุทธเจ้าทรงสอน

คือ การบำรุงรักษาร่างกายตามที่จำเป็นจริงๆ ทั้งในเรื่องของอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค เพื่อให้สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างปรกติสุข ไม่ต้องเป็นทุกข์เพราะร่างกายเป็นเหตุ แต่ก็ไม่ต้องไปเสียเวลากับร่างกายจนเกินจำเป็น และไม่ต้องเป็นทุกข์เพราะการแสวงหา ในสิ่งที่เกินจำเป็น แล้วหันมาทำความเพียรทางจิตแทน

การทำความเพียรทางจิตก็คือ การปฏิบัติตามทางที่เรียกว่าอริยมรรคมีองค์ 8 นั่นเอง อันได้แก่

1.) สัมมาทิฏฐิ - ความเห็นชอบ คือมีความเห็นที่ถูกต้องว่าอะไรคือทุกข์ อะไรคือสมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) อะไรคือนิโรธ (ความดับไปแห่งทุกข์ = นิพพาน) อะไรคือมรรค (ทางปฏิบัติเพื่อความดับไปแห่งทุกข์)

2.) สัมมาสังกัปปะ - ความดำริชอบ คือดำริที่จะออกจากกาม ออกจากความโกรธความพยาบาท ออกจากความเบียดเบียน ดำริที่จะปฏิบัติตามมรรคมีองค์ 8

3.) สัมมาวาจา - วาจาชอบ คือมีวาจาที่ไม่เป็นไปเพื่อความยินดีในกาม ไม่เป็นไปเพื่อความโกรธ ไม่เป็นไปเพื่อความพยาบาท ไม่เป็นไปเพื่อความเบียดเบียน ไม่พูดปด ไม่พูดส่อเสียด (ยุยงให้เขาแตกแยกกัน) ไม่พูดคำหยาบ (พูดเพื่อให้เขาเจ็บใจ) ไม่พูดเพ้อเจ้อไร้สาระ พูดแต่สิ่งที่มีสาระ เป็นไปเพื่อความเพียร เพื่อความหลุดพ้น

4.) สัมมากัมมันตะ - การงานชอบ คือการแสดงออกทางกายที่เหมาะสม ดีงาม ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม (ล่วงเกินผู้ที่มีเจ้าของ ผู้ปกครองหวงอยู่) ไม่เสพของมึนเมา อันจะทำให้ขาดสติ

5.) สัมมาอาชีวะ - เลี้ยงชีพชอบ คือการประกอบอาชีพสุจริต ถูกทำนองคลองธรรม ไม่คดโกง ไม่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเดือดร้อน ไม่ขายสุรา ไม่ขายอาวุธ ไม่ขายยาพิษ ไม่ขายมนุษย์ ไม่เลี้ยงสัตว์เพื่อฆ่าเอง หรือเพื่อให้เขาเอาไปฆ่า ถ้าเป็นนักบวชก็ยินดีเฉพาะของที่ได้มา โดยถูกต้องตามพระธรรมวินัย

6.) สัมมาวายามะ - ความเพียรชอบ คือมีความเพียรในการปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์อันชอบ มีความเพียรในการประคองจิตไว้ ตั้งจิตไว้ เพื่อมิให้อกุศลธรรมอันลามกที่ยังไม่เกิด บังเกิดขึ้น เพื่อละอกุศลธรรมอันลามกที่บังเกิดขึ้นแล้ว เพื่อให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด บังเกิดขึ้น พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิตไว้ ตั้งจิตไว้ เพื่อความตั้งมั่น ไม่ฟั่นเฟือน เพิ่มพูน ไพบูลย์ เจริญ บริบูรณ์ แห่งกุศลธรรมที่บังเกิดขึ้นแล้ว

7.) สัมมาสติ - ระลึกชอบ คือมีสติ (ความระลึกได้) ในฐานทั้ง 4 หรือสติปัฏฐาน 4 นั่นเอง (ดูรายละเอียดในเรื่องต่างๆ ในหมวดวิปัสสนา (ปัญญา) ประกอบ โดยเฉพาะเรื่องฐานสำหรับเจริญวิปัสสนา)

8.) สัมมาสมาธิ - ความตั้งใจมั่นชอบ คือสมาธิที่เป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง (ในสภาวะที่แท้จริงของสิ่งทั้งหลาย ได้แก่ ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่อยู่ในอำนาจ) เพื่อความตรัสรู้ เพื่อความหลุดพ้นจากกองทุกข์ทั้งปวง เพื่อนิพพาน อันได้แก่ สมาธิอันเป็นฐานสำหรับการเจริญวิปัสสนา นั่นเองครับผม..

พี่เณรเองก็ยังไม่บรรลุถึงทางสายกลางนั้นหรอกนะครับ แต่ก็ไม่ใช่ไม่เพียร เพียรอยู่ครับ เพราะถ้าบรรลุธรรมอันสูงเช่นนั้นแล้วพี่เณรคงไม่มานั่งหน้าคอมหรอกครับผม

แต่ที่ยังต้องการทำดีนั้น ก็เพราะยังต้องการให้ชีวิตอยู่ในบุญครับเพราะไม่เช่นนั้นก็ตกอยู่ในชีวิตที่ประมาทนั่นเองครับผม.

โดย พี่เณร [21 ธ.ค. 2548 , 14:11:57 น.] ( IP = 61.91.115.68 : : )


  สลักธรรม 5

ชื่อกระทู้คงดูเหมือนการเรียกร้องและท้าทาย
อ่านดูแล้วก็ไม่ได้ผิดแปลกอะไรกับการสรุปเพื่อให้คล้องจองดังกล่าว คุณmapowkidha คงจะเข้าใจว่าเป็นพระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ และคงต้องการคำยืนยันถึงแหล่งที่มา ว่ามาจากคัมภีร์ไหน หากเป็นถ้อยคำที่เชื่อกันว่าเป็นพระพุทธดำรัสจริงแล้ว พี่ดอกแก้วท่านก็คงใส่เครื่องหมายคำพูดให้กับข้อความดังกล่าว เพื่อให้ถูกต้องตามหลักของการนำมาเขียนและอ้างอิงเป็นแน่ นี่คือสิ่งที่ผู้มีวิจารณญาณพึงสังเกตได้จากองค์ประกอบที่ปรากฏ

หากต้องการทราบเรื่องอื่นๆที่เป็นพระพุทธดำรัสโดยตรงแล้วขอแนะนำให้อ่านเพิ่มเติมที่ พระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์

สำหรับเรื่องที่กล่าวถึงการเรียนรู้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงนั้น ขอใช้วิจารณญาณส่วนตัวว่าเพราะทำให้มีความรู้ที่ต่างๆไปจากเดิม ทั้งทางโลกและทางธรรม

"นวังคสัตถุสาสน์"หรือพระปริยัติจึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการศึกษาพระธรรม เพื่อมิให้หลงเข้าใจผิดและกล่าวตู่ในสิ่งที่ไม่เป็นจริงหรือไม่มีจริง เหตุเพราะในคำสอนและคำตรัสของพระพุทธองค์ล้วนชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง ที่เป็นสภาพของไตรลักษณ์ เมื่อมีความรู้เกิดขึ้น จิตนั้นก็เปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ที่ได้รับ

สำหรับบทสรุปประการที่สองนั้น ย่อมแน่นอนว่า การเข้าถึงนิโรธนั้นย่อมต้องใช้การปฏิบัติตามทางที่เรียกว่าอริยมรรคมีองค์แปดเพียงหนทางดียวเท่านั้น มิใช่อัตตกิลมถานุโยค หรือกามสุขัลลิกานุโยค แต่ประการใด

นี่คงเป็นปัญหาของภาษาหรือบัญญัติธรรมที่กักขังเป็นกรอบไว้ให้บางคนไม่สามารถเข้าถึงธรรมได้อย่างที่ควรจะเป็นกระมัง

โดย U [21 ธ.ค. 2548 , 15:23:00 น.] ( IP = 203.172.117.92 : : )


  สลักธรรม 6

มาอ่านงานที่ให้ข้อคิดที่ดีค่ะเหมือนสอนไว้สองขั้นตอนเลยในเป้าหมายของการศึกษาพระธรรม คือให้เรียนรู้เพื่อที่จะมีความรู้ และนำความรู้นั้นไปเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตให้ไปสู่ความรู้แจ้งด้วยการปฏิบัติ

ขอบพระคุณค่ะพี่ดอกแก้ว

โดย น้องกิ๊ฟ [21 ธ.ค. 2548 , 17:58:19 น.] ( IP = 61.19.188.187 : : )


  สลักธรรม 7

เพราะการศึกษา ทำให้เรารู้ว่า...ทางสายกลางเป็นหนทางที่ประเสริฐที่ควรดำเนิน
และระหว่างการเดินทางนั้น.. มิตรภาพและความกล้าหาญ ก็ต้องมีด้วย
ขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น [21 ธ.ค. 2548 , 20:23:28 น.] ( IP = 58.10.88.130 : : )


  สลักธรรม 8

สาธุ...อนุโมทนาสาธุค่ะ

ได้ข้อคิดเฉียบคมยิ่งนักค่ะ
นอกจากจะเตือนตนยังได้พิจารณา
แง่มุมของสังคมในปัจจุบันนี้ด้วยค่ะ
ว่าเหตุการณ์ในประเทศเรา
ใครดีเด่นเป็นภัย
แต่ข้อธรรมนี้ให้มุ่งมั่นศรัทธาไม่หวั่นไหว
ได้อะไรมากมายในทุกคำตอบที่มาลงไว้ให้เจ้าค่ะ
สาธุ ดังๆอีกรอบค่ะ

โดย tiki_ทิกิ [22 ธ.ค. 2548 , 10:53:20 น.] ( IP = 61.91.222.110 : : )


  สลักธรรม 9

กราบอนุโมทนาข้อเตือนใจบทนี้ครับ

โดย ชาติชูชัย [22 ธ.ค. 2548 , 18:39:17 น.] ( IP = 202.57.133.8 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org