มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๕๖)






ตอนที่ (๕๕) อ่านที่นี่

ตอบ ข้อ ๒ ปัญหาในข้อนี้ ท่านนักศึกษาสมมุติขึ้นว่า ถ้าแต่ละคนต่างก็ลดโลภะของตนเองเสียแล้ว ใครเล่าจะทำมาหากินเป็นผู้เลี้ยงดู ใครเล่าจะดำรงชาติเอาไว้ พระพุทธศาสนาสอนให้เป็นคนพ่ายแพ้

ในคำถามดังนี้ เป็นคำถามที่เป็นไปมิได้เลย ทั้งนี้เพราะว่า โลภตัณหานั้นเหนียวแน่นอย่างที่สุด หาความเหนียวของอะไรมาเปรียบไม่ได้ ลงได้เกาะกุมใครเข้าแล้ว มันไม่ให้โอกาสง่ายๆที่จะทำให้มันหลุดถอนออกไป ปม้แต่จะเรียนรู้เท่าทันถึงความเฉลียวฉลาด ทั้งได้เห็นฤทธิ์เดชของมันอยู่บ่อยๆตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือโดนเข้ากับตนเองแล้วก็ตาม มันไม่ใช่ว่าจะทำได้ในชาติหนึ่ง ยิ่งจะทำลายมันให้ออกไปจากจิตใจให้หมดสิ้นด้วยแล้วจะต้องอาศัยหลายชาติทีเดียว

พระพุทธศาสนานั้น มิใช่สอนให้เป็นคนพ่ายแพ้ แต่กลับสอนให้เป็นผู้ชนะ แล้วสอนให้ชนะในสิ่งที่ชนะได้ยากที่สุด แต่มีคุณค่าใหญ่หลวงที่สุดเสียด้วย คือสอนให้ความมักได้เห็นแก่ตัวน้อยลง และน้อยลงเป็นลำดับ ไปทุกๆชาติโดยอาศัยการสร้างปัญญาบารมีเพิ่มขึ้น สอนให้ค่อยๆทำลายความเห็นแก่ตัวให้เหลือน้อยลงๆจะได้มีความสุขมากขึ้นๆ สนอให้พากเพียรทำไปตามกำลังความสามารถแต่ละชนิดๆโดยไม่ใช้วิธีการทรมานให้ลำบากไปจนกว่าจะถึงความพ้นทุกข์ ด้วยวิธีการอันพิสดาร ซึ่งชาวโลกทั้งหลายไม่มีใครเคยได้คิดกันมาก่อน

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2548 , 08:43:32 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ตอบ ข้อ ๓ ท่านนักศึกษาถามว่า ถ้าเราต่างก็ถอยความเห็นแก่ตัว โดยลดโลภะลงเรื่อยๆแล้ว เราก็จะตกเป็นเบี้ยล่างของผู้อื่นในทางเศรษฐกิจ และในทางอื่นๆจะขอความเมตตาปรานีจากใครได้อย่างไร ความทุกข์ยากลำบากทั้งหลายก็คงจะจู่โจมเข้ามา

เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดำรงพระชนม์อยู่ พระองค์เป็นสัพพัญญูรู้แจ้งโลก รู้จักวาระน้ำใจของสัตว์ทั้งหลายว่ามีความคิดอย่างไร แล้วจะแก้ไขอย่างไรจึงจะเหมาะสม แม้กระนั้นก็ดี พระองค์ยังคงตรัสว่า "เป็นแต่ผู้ชี้ทางเดินให้เท่านั้น" และผู้ที่เดินตามทางที่พระองค์ชี้เมื่อเทียบกับจำนวนทั้งหมดแล้ว ก็ไม่ได้เป็นจำนวนที่พึงพอใจนัก

พระบาลีคณกโมคคัลานสูตร พระองค์ได้ตรัสแก่พราหมณ์ชื่อ คณกโมคคัลลานะที่บุพพารามใกล้กรุงสาวัตถีว่า

"ก็สาวกของพระโคดมผู้เจริญ เมื่อพระโคดมกล่าวสอนพร่ำสอนอยู่อย่างนี้ ทุกๆองค์ได้บรรลุนิพพานอันเป็นผลสำเร็จถึงที่สุดยิ่งหรือ หรือว่าบางองค์ไม่ได้บรรลุ"

"พราหมณ์ สาวกของเรา แม้เรากล่าวสอนพร่ำสอนอยู่อย่างนี้ น้อยพวกที่ได้บรรลุนิพพานอันเป็นผลสำเร็จถึงที่สุด บางพวกไม่ได้บรรลุ"

"พระโคดมผู้เจริญ อะไรเล่าเป็นเหตุ อะไรเล่าเป็นปัจจัย นิพพานยังอยู่ พระโคดมผู้ชักชวน(เพื่อการดำเนินไป)ก็ยังตั้งอยู่ ทำไมน้อยพวกที่บรรลุ และบางพวกไม่บรรลุ"

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2548 , 08:44:18 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2

"พราหมณ์ เราจักย้อนถามท่านในเรื่องนี้ ท่านจงตอบตามสมควร ท่านเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในหนทางไปสู่เมืองราชคฤห์มิใช่หรือ มีบุรุษผู้จะไปเมืองราชคฤห์เข้าไปหาและกล่าวกับท่านว่า "ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าปรารถนาจะไปเที่ยวเมืองราชคฤห์ ขอท่านจงบอกทางไปเมืองราชคฤห์แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด" ท่านก็จะกล่าวแก่บุรุษนั้นว่า "มาซิท่าน ทางนี้ไปเมืองราชคฤห์ ไปได้ครู่หนึ่งจักพบบ้านชื่อโน้น แล้วจักเห็นนิคมชื่อนี้ จักเห็นสวนและป่าน่าสนุก จักเห็นภูมิภาคน่าสนุก สระโบกขรณีน่าสนุก ของเมืองราชคฤห์" ดังนั้น บุรุษนั้นอันท่านพร่ำบอก พร่ำชี้ อย่างนี้ก็ยังถือเอาความผิดกลับหลังตรงข้ามไป ส่วนบุรุษอีกคนหนึ่ง (อันท่านพร่ำบอก พร่ำชี้อย่างเดียวกัน) ไปถึงเมืองราชคฤห์โดยสวัสดี พราหมณ์ อะไรเล่าเป็นเหตุ อะไรเล่าเป็นปัจจัย ที่เมืองราชคฤห์ก็ยังตั้งอยู่ หนทางที่ไปเมืองราชคฤห์ก็ยังตั้งอยู่ ท่านผู้ชี้บอกก็ยังอยู่ แต่ทำไมบุรุษหนึ่งกลับหันหลังผิดทาง บุรุษผู้หนึ่งไปถึงเมืองราชคฤห์โดยสวัสดี"

"พระโคดมผู้เจริญ ในเรื่องนี้ข้าพเจ้าจะทำอย่างไรเล่า เพราะข้าพเจ้าเป็นผู้บอกหนทางเท่านั้น"

"พราหมณ์ ฉันใดก็ฉันนั้น นิพพานก็ยังอยู่ ทางเป็นเครื่องถึงพระนิพพานก็ยังตั้งอยู่ ผู้ชักชวนก็ยังอยู่ แต่สาวกแม้เรากล่าวพร่ำสอนอยู่อย่างนี้ น้อยพวกได้บรรลุนิพพานอันเป็นผลสำเร็จถึงที่สุดยิ่ง บางพวกไม่ได้บรรลุ พราหมณ์ในเรื่องนี้เราจะทำอย่างไรได้เล่า เพราะเราเป็นผู้บอกทางเท่านั้น"

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2548 , 08:45:04 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3

พระองค์โปรดประทานคำสอนไปในสารทิศทั้งปวง สอนมนุษย์ทั้งหลายไม่ให้เบียดเบียนกัน คนทั้งหลายก็หาได้กระทำตามคำสอนของพระองค์ไปทั้งเมืองไม่ ครั้นเมื่อพระองค์ตรัสสอนว่า การฆ่าสัตว์นั้นเป็นบาป ก็หาได้ทำให้คนทั้งตำบลเลิกฆ่าสัตว์เสียได้ไม่ ทั้งๆที่พระองค์เป็นพระบรมครู

ท่านักศึกษก็จะเห็นได้ว่า ถ้าท่านผู้ใดมิได้สั่งสมอบรมมาให้มากพอ หรือพื้นฐานที่จะรองรับไม่แน่นหนาจริงๆแล้ว ก็ไม่อาจที่จะรองรับน้ำหนักได้ ด้วยเหตุนี้ถ้าผมจะพร่ำพรรณนาว่า ฆ่าสัตว์นั้นเป็นบาปอยู่สัก ๑๐๐ ปี ท่านนักศึกษาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเนื้อสัตว์ขาย ขอให้กลัวว่าไม่มีสตางค์ซื้อจะดีกว่า ขอให้ท่านนักศึกษาดูที่พุทธสมาคมนี้ก็ได้ว่า เมื่อเปรียบกับโรงหนังแล้ว มีคนมากแตกต่างกันเท่าใด จึงไม่ควรกล่าวว่าต่างคนต่างลดโลภะลง เพราะเป็นไปไม่ได้เลย

อย่างไรก็ดี พระอภิธรรมปิฎกนี้ เป็นปัญญาบารมี เป็นปรมัตถประโยชน์ เป็นประโยชน์สูงสุด ประเสริฐที่สุด เพราะสามารถนำทางให้ผู้ศึกษาและปฏิบัติพ้นไปเสียจากทุกข์ได้ตลอดนิรันดร ดังนั้น แม้ผู้ศึกษาปฏิบัติจะน้อยไปหน่อย ก็น่าชื่นใจ ด้วยประโยชน์นั้นเหลือที่จะพรรณนา ท่านนักศึกษาได้ส่งต่อๆ กันไป ทั้งรักษาศาสนาเอาไว้มิให้สูญหายไปเร็ว ผู้ศึกษาและปฏิบัติจะได้บำเพ็ญปัญญาบารมีต่อไปในชาติหน้าๆ ด้วย ผู้ศึกษาและปฏิบัติจะได้ความสงบจิตใจแจ่มใส ทั้งได้รับความฉลาดในเรื่องของชีวิตซึ่งมีคุณค่าแก่ผู้ศึกษาอย่างเหลือหลาย ไม่มีวิชาการใดเปรียบปาน

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2548 , 08:46:33 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4

ปรมัตถธรรมเป็นธรรมชาติของความจริงแท้ ธรรมชาติของความจริงแท้นั้นเป็นของโลกทั้งโลก มิใช่เป็นของคนใดคนหนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่ง เหตุฉะนั้นการแสดงออกซึ่งความจริงให้โลกได้รู้จัก ให้มนุษย์ในโลกได้เรียนรู้แล้วถอยความต้องการลงมาเท่าที่ความสามารถของใครจะทำได้แค่ไหน จะไม่เป็นคุณแก่โลกหรือ ถ้าในวันใดวันหนึ่งมนุษย์มีความทุกข์หนักเหตุด้วยการเบียดเบียนกัน ต่างก็พากันเห็นโทษของความเห็นแก่ตัว เมื่อหาที่พึ่งอื่นไม่ได้ก็จะพากันหันหน้าเข้าหาพระธรรม พระธรรมก็จะเป็นน้ำอมฤตชะโลมใจให้ชุ่มชื่น ใครจะรับรองว่าเป็นไปดังนี้ไม่ได้

ผู้ที่ได้อบรมมาดีมีศีลธรรมในใจ ผู้ที่อาศัยศาสนาเป็นที่พึ่ง ได้ช่วยทำให้โลกลดความร้อนระอุที่จะใกล้จุดเดือดมาหลายครั้งแล้ว ได้ลดความพินาศทั้งเล็กและใหญ่มาเป็นอันมาก เมื่อเขาเห็นโลภะเป็นไฟแล้ว เขาก็ไม่เข้าไปใกล้นัก ไม่จับไฟโดยไม่จำเป็น ระแวดระวังตัวกลัวจะร้อนไปถึงคนอื่นด้วย และบางทีก็จะเอาความร้อนเหล่านั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ตามสมควร แต่จะไม่ยอมเผาห้องแถวเก่าๆ เพื่อไล่ผู้อยู่อาศัยให้ออกไปโดยปริยาย เพื่อจะได้สร้างตึกแถวใหม่ๆขึ้นมาแทนที่เป็นเด็ดขาด

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2548 , 08:47:09 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5

มาก้มกราบน้อมรับคำสอนครับอาจารย์ที่เคารพ ผมเองนั้นมั่นใจแน่นอนครับว่า..การถอนตัวจากบาปอกุศลนั้นยากมากๆ เพราะแค่คำว่า ไม่พูดจาเหลวไหลเพ้อเจอ ข้อเดียวเท่านั้นยังทำกันไม่ได้เลยครับ กระไรเลยจะสามารถแกะกาวอกุศลที่ติดแน่นได้ง่ายๆเพียงคำพูดที่ยังไม่ลงมือทำครับ

ยิ่งอ่านยิ่งเห็นว่าถ้าขาดความเพียรเรียนทำแล้ว ไม่มีทางพ้นไปจากโลภะได้เลยครับ

กราบระลึกถึงพระคุณของท่านอาจารย์อย่างสูงและเทิดพระคุณไว้เหนือเกล้าครับ.

โดย พี่เณร [23 ธ.ค. 2548 , 09:24:31 น.] ( IP = 61.90.82.249 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณครับ

โดย ผู้ใฝ่ใจในธรรม [23 ธ.ค. 2548 , 09:47:11 น.] ( IP = 203.147.4.193 : : )


  สลักธรรม 7


อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [23 ธ.ค. 2548 , 11:45:57 น.] ( IP = 61.91.198.179 : : )


  สลักธรรม 8

อยู่ที่ตัวเรา…เมื่อศึกษาแล้วรู้หนทางแล้ว ต้องละลดกิเลส เพียรอยู่ในทางที่ประเสริฐ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [23 ธ.ค. 2548 , 16:12:07 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org