| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๕๙)
ตอนที่ (๕๘) อ่านที่นี่
คู่ที่ ๓ ได้แก่โลภะที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการชักชวน หรือไม่มีการจูงใจ ซึ่งได้แก่อสังขาริกกับโลภที่เกิดขึ้นโดยมีการชักชวนหรือมีการจูงใจได้แก่ สสังขาริก
ธรรมดาของความโลภที่เกิดขึ้นนั้น ย่อมจะต้องอาศัยผู้ใดผู้หนึ่งมาชักชวนหรือจูงใจให้เกิดความโลภขึ้น เช่นมีผู้มาชวนไปเที่ยวเตร่ หรือชวนไปขโมยเป็นต้น แต่อย่างไรก็ดี บ่อยครั้งทีเดียวที่ไม่มีผู้ใดผู้หนึ่งมาชักชวนหรือจูงใจแต่ประการใดเลย เราก็เกิดความโลภขึ้นมาได้เหมือนกัน เช่นเห็นหน้าโรงภาพยนตร์มีคนแน่น คิดว่าคงจะสนุกมาก จึงได้ตีตั๋วเข้าไปดู อันเป็นการจูงใจตนเอง
การชักชวนหรือการจูงใจ ไม่ว่าจะมาจากผู้อื่นหรือตัวของเราเองก็ดี มาจากคำว่า สังขาร ซึ่งในที่นี้หมายถึงการปรุงแต่ง ปรุงแต่งทางกายเรียกว่า กายปโยคะ ปรุงแต่งทางวาจาเรียกว่า วจีปโยคะ และปรุงแต่งทางใจเรียกว่า มโนปโยคะ
กายปโยคะ ได้แก่การชักชวนโดยอาศัยอาการทางกาย เช่น กวักมือ จูงมือ ตบตี ชี้นิ้ว พยักหน้า เป็นต้น
วจีปโยคะ ได้แก่การชักชวนด้วยวาจา ด้วยประการต่างๆ เช่น ชวนไปเที่ยว กล่าวคำสรรเสริญ เป็นต้น
มโนปโยคะ ได้แก่การชักชวนตัวเอง โดยอาศัยรูปร่าง และกิริยา อาการของตนเอง เช่น พยายามตกแต่งร่างกายให้สวยงามเพื่อจะได้ทำให้ตนเองพอใจเป็นต้น
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [26 ธ.ค. 2548 , 13:39:06 น.] ( IP = 203.172.117.116 : : )
สลักธรรม 1
อกุศลโลภะ สสังขาริก ที่เป็นการจูงใจโดยอาศัยผู้อื่นนั้น มีปโยคะ ๒ คือ กายปโยคะ และวจีปโยคะ
๑. กายปโยคะ เป็นการชักชวนของผู้อื่นโดยอาศัยกิริยาอาการทางกาย เช่น จูงมือ กวักมือ ชี้นิ้ว หรือพยักหน้า ให้เราไปเที่ยวเตร่ยังที่ๆ สนุกสนาน ไปดื่มสุรายาเมาหรือให้ไปขโมย
๒. วจีปโยคะ เป็นการชักชวนของผู้อื่นโดยอาศัยวาจา คือใช้ถ้อยคำต่างๆ จูงใจ เช่น พูดชวนให้ไปเล่นการพนัน กล่าวคำหยาบคายเพื่อหวังให้ตลกขบขัน กล่าวสรรเสริญเยินยอเพื่อให้เราพอใจจะได้ยืมสตางค์
ผู้อื่นเข้ามามีบทบาทให้เราเกิดโลภะขึ้นนั้น มีการชักชวนได้ทางกาย และทางวาจาเท่านั้น มโนปโยคะไม่สามารถจะเป็นไปได้ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [26 ธ.ค. 2548 , 13:39:52 น.] ( IP = 203.172.117.116 : : )
สลักธรรม 2
อกุศลโลภะอสังขาริก ที่เกิดขึ้นโดยอาศัยตนเองเป็นผู้ชักชวนนั้น มีปโยคะ ๓ คือ กายปโยคะ วจีปโยคะ และมโนปโยคะ
๑. กายปโยคะ ชักชวนตัวของตัวเอง โดยความพยายามของตนเอง ทั้งอาศัยกิริยาอาการของตนเองด้วย เช่น เขียนคิ้ว แต่งหน้า ทาปาก เพื่อจะได้ให้ตัวเองเกิดความพอใจ เมื่อทราบว่าเพื่อนจะเชิญไปกินเลี้ยง และอาหารล้วนแต่ดีๆทั้งนั้น จึงอยากจะสนองความอยากของตนเองให้สมใจ จึงได้เล่น หรือทำงานเสียให้เหนื่อยๆ จะได้กินอาหารได้มากๆ หรือมิฉะนั้นก็จัดแจงถ่ายยาเสียก่อน
๒. วจีปโยคะ ชักชวนตนเองโดยอาศัยคำพูดของตัวเอง เพื่อให้โลภะเกิดขึ้น เช่น รำพึงรำพันถึงความมีอำนาจ หรือความใหญ่โตของตนเองแล้วก็ชอบใจ หรือพูดปลอบใจตัวเองว่าเป็นคนมีวาทศิลป์ เพื่อหวังที่จะให้กล้าเผชิญหน้ากับคู่รักเพื่อขอความรัก หรือพูดให้ตนเองเกิดความพอใจในอาหารที่ไม่ค่อยจะดีนักด้วยการเงินออกจะเต็มทีว่า เป็นอาหารที่น่าอร่อยและมีคุณค่าแก่ร่างกายมากไม่ใช่เล่น
๓. มโนปโยคะ คืออาศัยความคิดนึกชักชวนตนเอง เช่นคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต หรือปัจจุบัน เพื่อให้เกิดความพอใจอันเป็นโลภะ เช่น คิดถึงความใหญ่โตของตนในอดีตแล้วยิ้มแย้มแจ่มใส คิดถึงลอตเตอรี่ที่ซื้อไว้ ซึ่งเข้าใจว่าคงจะถูกรางวัลใหญ่ เพราะฝันดีเป็นพิเศษแล้วก็หัวเราะชอบใจ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [26 ธ.ค. 2548 , 13:40:10 น.] ( IP = 203.172.117.116 : : )
สลักธรรม 3
อกุศลโลภะที่เกิดขึ้นนั้น ย่อมเป็นอกุศลที่หนักเบาไม่เท่ากัน ถ้าว่าตามหลักการแล้ว อกุศลโลภะสสังขาริกที่ถูกผู้อื่นชักชวนนั้นย่อมเบากว่าอกุศลโลภะอสังขาริกที่คิดนึกชักชวนโดยตนเอง ทั้งนี้ก็เพราะว่ากำลังแรงของเจตนาที่ถูกผู้อื่นชักชวนนั้นย่อมจะอ่อนกว่า
เช่น นาย ก. ถูกนาย ข. ชวนให้ไปขโมย แม้นาย ก. จะไปขโมยด้วยกันกับนาย ข. ก็จริง แต่เจตนาของนาย ข. ผู้ซึ่งเป็นต้นคิดนั้นก็ย่อมจะมากกว่านาย ก. เป็นธรรมดา แต่อย่างไรก็ดี เมื่อนาย ก. ได้รับคำบอกเล่าว่า ข้าวของนั้นมีราคาค่างวดเป็นอันมาก ทั้งการขโมยก็ไม่ยากสักเท่าใด นาย ก. ติดตามไปก็เกิดพอใจยิ่งขึ้น จิตของ นาย ก. ก็อาจกลับเป็นอสังขาริก ไม่มีการจูงใจโดยผู้อื่น แล้วเป็นอกุศลโลภะมากขึ้นได้
ธรรมดาของจิตนั้นเกิดดับรวดเร็วยิ่งนัก แคล่วคล่องว่องไวอย่างไม่มีอะไรจะเปรียบปาน ด้วยเหตุนี้ชั่วเวลาเพียงเล็กน้อย จิตของผู้เป็นอกุศลโลภะเป็นสสังขาริก มีผู้ชักชวนกลับไปกลับมาอีกก็ได้ เช่นมีเพื่อนมาชวนไปดูภาพยนตร์ ซึ่งเป็นสสังขาริก บาปเล็กน้อย ครั้นภาพยนตร์แสดงสนุกสนานจนหัวเราะรื่นเริงเป็นการใหญ่ เป็นอสังขาริกบาปมากขึ้น ครั้นต่อมา บทบาทของตัวแสดงอ่อนลงไปก็กลับเป็นสสังขาริก บาปเล็กน้อยอีก เป็นต้น
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [26 ธ.ค. 2548 , 13:40:32 น.] ( IP = 203.172.117.116 : : )
สลักธรรม 4อาจารย์ครับ ผมกลับจากการไปทำบุญที่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ และที่โรงเรียนเศรษฐเถียรมาสองที่ครับ ที่ละ สองหมื่อนบาทตามเจตนาของหลวงพ่อท่าน ขอน้อมนำกุศลนี้มาเป็นเครื่องบูชาพระคุณของท่านอาจารย์ครับ
และได้เข้ามาอ่านสิ่งที่อาจารย์สอนต่อ เกิดความรู้ความเข้าใจกว้างขึ้นมาในการยกตัวอย่างครับ
กราบระลึกถึงพระคุณและเคารพเทิดทูนอาจารย์ไว้เหนือเกล้าครับ.
![]()
![]()
โดย พี่เณร [26 ธ.ค. 2548 , 15:19:23 น.] ( IP = 58.8.66.42 : : )
สลักธรรม 5มาติดตามอ่านเพื่อทำความเข้าใจต่อค่ะ
กราบขอบคุณอาจารย์ค่ะโดย เซิ่น [26 ธ.ค. 2548 , 16:50:41 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |