มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๖๒)






ตอนที่ (๖๑) อ่านที่นี่

อิทธิพลของโลภะ

โลภะนั้นถ้าจะเปรียบกับกลิ่นก็หอมเสียยิ่งกว่าเครื่องหอมที่ปรุงขึ้นจากฝีมืองของชาววัง แต่ถ้าเปรียบกับรสหวานก็หวานเสียยิ่งกว่าน้ำผึ้ง และเมื่อว่าถึงความเหนียวแล้วจะหาอะไรในโลกมาเหนียวเท่าเห็นจะไม่ได้

ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ แม้จะติดตะรางมาตั้งหลายปีเพราะความผิดฐานหลอกลวงต้มมนุษย์ แต่เมื่อออกมาแล้วมีโอกาสที่จะได้เงินทองมากทางทุจริตก็อดไม่ได้

แม้ความรักจะกลายเป็นพิษจนเป็นเหตุให้ต้องล้มหมอนนอนเสื่อจนแทบตาย แต่เมื่อพบคนใหม่ที่ถูกตาถูกใจก็อดที่จะรักไม่ได้

รู้อยู่เป็นอย่างดีว่า การท่องเที่ยวกลางค่ำกลางคืนจะนำโรคภัยไข้เจ็บร้ายแรงมาสู่ตนไปจนถึงลูกหลาน แต่ถึงกระนั่นก็ทนอยู่ไม่ไหว พาโรคมาสู่ตัวเองจนได้

แม้จะทราบว่าสงครามนำความหายนะมาอย่างร้ายกาจทุกสิ่งทุกอย่างพังพินาศย่อยยับ ก็อดเอารัดเอาเปรียบช่วงชิงผลประโยชน์ซึ่งกันและกันจนเฉียดสงครามเข้าไปอีกไม่ได้

ความยินดีติดใจอันเป็นโลภะนั้น เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็ย่อมสร้างอำนาจเก็บสะสมไว้ในจิตอย่างเหนียวแน่น ได้ก่อกำลังเพิ่มเติมขึ้นเรื่อยๆ จนมีความสามารถยึดเหนี่ยวให้ชาติหน้าอยู่แค่เอื้อม พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ อำนาจของโลภะทำให้ต้องไปเกิดอีกนั่นเอง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [29 ธ.ค. 2548 , 08:15:15 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้สอนว่า โลภะเป็นต้นเหตุของทุกข์ เพราะทำให้ต้องได้รับความยุ่งยากลำบาก หรือทำให้ต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่ได้หยุด และที่เป็นประการสำคัญที่สุดก็คือ ทำให้ภพชาติบังเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า มาจนนับชาติที่เกิดไม่ถ้วน

นอกจากนั้นอำนาจของโลภะที่เนื่องจากการทุจริตก็ย่อมจะมีอิทธิพลมากยิ่งขึ้นไปอีก จะนำผู้ทุจริตดังกล่าวให้ปฏิสนธิยังภพภูมิของเปรตและอสุรกาย

ที่ว่าทุจริตก็คือ เป็นการกระทำโลภะที่มีกำลังมาก มีกำลังเพียงพอที่จะนำให้อุบัติขึ้นในภพใหม่ชาติใหม่ได้ และโลภะที่มีกำลังมากก็ได้แก่การกระทำนั้นๆ ครบองค์ (ถ้าไม่ครบองค์ก็ไม่มีกำลังนำเกิด) เช่น การขโมยมีองค์ ๕ คือ

๑. ทรัพย์นั้นมีเจ้าของหวงแหน
๒. ผู้ขโมยก็ทราบว่าเจ้าของเขาหวง
๓. มีจิตคิดขโมย
๔. พยายามขโมย
๕. นำทรัพย์มาได้ด้วยความพยามยามนั้น

การเกิดเป็นเปรตอสุรกายนั้น ส่วนมากมีรูปร่างน่าเกลียด แล้วตกอยู่ภายใต้อำนาจความอดอยาก หิวโหยเป็นนิจต้องทรมานไปจนกว่าโลภะที่เป็นทุจริตนั้นจะลดกำลังลง ซึ่งในเรื่องเหล่านี้ท่านจะได้ศึกษาในดอกาสต่อไป จะได้ทราบว่า "เปรตอสุรกาย" ตามที่กล่าวมาแล้วนั้น เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เหตุใดจึงมองไม่เห็นตัว มีรูปร่างที่ประกอบไปด้วยรูปปรมาณูอะไรบ้าง ควบคุมรูปเหล่านั้นไว้ด้วยวิธีใด กินอยู่หลับนอนกันอย่างไร รับแผ่ส่วนกุศลโดยทางอำนาจจิตจะได้หรือไม่ ทนทุกข์ทรมานมากสักแค่ไหน อย่างไรบ้าง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [29 ธ.ค. 2548 , 08:15:44 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

คำถาม ถ้าไม่มีโลภะแล้ว จะอยู่กันไปได้อย่างไร สังคมทุกวันนี้อยู่กันมาได้ วัตถุต่างๆ เจริญขึ้นมาไม่ขาดสาย เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคก็อาศัยโลภะ คือความยินดีติดใจไปทั้งนั้น ถ้าคนไม่มีโลภะเสียแล้ว ชีวิตก็จะไร้ความหมาย จะไม่มีใครทำอะไรแล้วก็จะอยู่กันต่อไป

คำตอบ ท่านนักศึกษาไม่ต้องเกรงว่า ถ้าไม่มีโลภะเสียแล้ว จะอยู่ไปไม่ได้ ในครั้งพุทธกาล มีพระอรหันต์ผู้ซึ่งปราศจากโลภะเป็นอันมาก ก็อยู่กันได้อย่างสบาย ท่านแช่มชื่นเบิกบานใจ ด้วยมีความเข้าใจดีแล้วว่าชีวิตคืออะไร ทางที่ท่านเดินมานั้นถูกต้องครบถ้วนทุกประการจนไม่มีกิเลสเหลืออยู่เลย ดังนั้นชีวิตจึงมีความหมาย ทราบแน่นอนว่า ความทุกข์ได้ถึงที่สุดแล้ว ไม่ต้องแก้ไขปัญหาให้แก่ชีวิตอีกต่อไป ไม่เหมือนเราท่านทั้งหลาย ซึ่งต้องสะดุ้งผวาอยู่แทบไม่เว้นวัน ว่าข้างหน้าต่อไปนี้จะพบกับอุปสรรคหรือขวากหนามอะไรบ้าง

อย่างไรก็ดี พระอรหันต์ก็ยังกินอยู่หลับนอน พระอรหันต์ก็ยังคงป่วยเจ็บ เช่นเดียวกับคนทั้งหลาย ต่างกันแต่ว่าท่านมิได้มีความติดอกติดใจในอารมณ์ต่างๆ และมิได้มีความเศร้าโศกเสียใจทุรนทุรายเหมือนบุคคลทั้งหลาย เช่นกินอาหารก็ได้รสอร่อย เพราะมีลิ้นและมีจิตใจเป็นต้น แต่ท่านก็มิได้ติดใจในรสเหล่านั้น เพราะกิเลสที่ดองอยู่ในจิตใจมิได้มีเสียแล้ว การกระทำทั้ฃหมดจึงสักแต่ว่ากระทำเป็นกิริยาไป ไม่เป็นบาป และไม่เป็นบุญแม้แต่ประการใดแล้ว

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [29 ธ.ค. 2548 , 08:16:07 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

ผมก็เห็นจริงตามที่ท่านถามว่า ถ้าคนไม่มีโลภะกันเสียแล้ว จะอยู่กันไปได้อย่างไร ด้วยหาผู้ผลิตไม่ได้ ความจริงคนไม่มีโลภะนั้น ก็ได้แก่พระอรหันต์บุคคลคนเดียวเท่านั้น แต่พระอรหันต์จะมีมากได้ที่ไหน ผู้บำเพ็ญปัญญาบารมีมาต้องให้เพียงพอจริงๆ ตั้งแต่ในอดีต ทั้งในปัจจุบันก็มิได้ย่อหย่อนท้อถอย ด้วยเหตุนี้ จึงเหลียวหาพระอรหันต์ไม่พบสักที เหลียวไปทางไหน หันไปในทิศทางใด ก็เจอะเอาแต่คนเพ่งประโยชน์ตนเป็นที่ตั้งในจำนวนพลเมือง ๑ ล้านคน ถ้าจะมีพระอรหันต์สักองค์หนึ่งก็จะดีหาน้อยไม่ ดังนั้นจึงเห็นว่าไม่ควรกังวลใจ ที่จะไม่มีผู้ทำอะไร ไม่ต้องเป็นทุกข์ว่าจะไม่มีสิ่งผลิตใหม่ๆ ออกมาสนองความต้องการ ขอให้เตรียมสตางค์เอาไว้ให้มากจะดีกว่า

ผมได้กล่าวมาแล้วว่า ผู้ศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมหรือปรมัตถธรรมนั้น มิใช่เป็นผู้ที่ชอบนั่งหลับหูหลับตา ปล่อยให้โลกเดินไปข้างหน้าโดยมิได้ติดตามไปเสียบ้างเลย แล้วก็กลายเป็นผู้ไม่มีความรู้อะไรเป็นผู้งมงายไป ผมเองก็เป็นผู้ศึกษาพระอภิธรรมมาเป็นเวลานาน เฉพาะที่บรรยายพระอภิธรรมอยู่หน้าชั้นเช่นนี้ก็ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ปี แม้กระนั้นก็ยังทำมาหากิน ต้องไปทำงานแทบทุกวันโดยมิได้ทอดทิ้ง ทุกวันนี้ก็กำลังผลิดสินค้าอยู่ตั้งหลายอย่าง

ผู้ศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมที่มีความเข้าใจดีก็จะรู้สึกเหมือนๆ กันอยู่ว่าทำงานไปด้วยจิตใจแจ่มใสยิ่งกว่าเดิม ความกังวลใจในเรื่องราวต่างๆ น้อยลงเป็นอันมาก ความคิดอ่านดีขึ้น ความป่วยเจ็บอันเนื่องมาจากจิตอันเกิดจากความคิดมาก ความคิดไม่เป็นเรื่องเป็นราว บางทีก็คิดไปเสียเปล่าๆ โดยไม่มีประโยชน์อะไรแทบจะไม่มี จะรู้สึกว่า สุขภาพของร่างกายและของจิตใจเทียบกันกับปีก่อนๆ ที่ยังไม่เคยศึกษาไม่ได้เลย ยิ่งกว่านั้นยังทำงานได้มากขึ้นกว่าเดิมเสียด้วย

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [29 ธ.ค. 2548 , 08:16:28 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

ผู้ศึกษาเรื่องของชีวิตจากพระอภิธรรมปิฎก เมื่อศึกษามีความเข้าใจดีพอสมควรแล้ว ก็จะกลายเป็นผู้ยอมเสียสละได้มากขึ้น และบางทีก็ออกจะสละจริงๆจังๆ ใหญ่โตจนคนสงสัย เพราะเมื่อได้ประโยชน์ตนด้วยการหันหลังให้กับความทุกข์ความห่วงใยความวิตกกังวลได้มาก และเข้ามาอยู่ในโลกแห่งความสะอาดและแจ่มใสขึ้นกว่าเดิมแล้วก็คิดถึงประโยชน์ท่านต่อไปยิ่งศึกษาไปมากขึ้น เข้าใจชีวิตแจ่มแจ้งขึ้นเท่าใดใจคอก็กว้างขวางอยากเห็นความสุขเหมือนที่ตนได้รับแผ่ขยายออกไปจนกว้างใหญ่ไพศาล

ด้วยเหตุนี้ จึงได้เห็นท่านนักศึกษาส่วนมากดิ้นรนขวนขวายโดยทำการชักชวน พูด เขียน บรรยายช่วยเหลือด้วยประการต่างๆ ทั้งในด้านการเงิน การสละเวลามาทำงานให้ บางครั้งต้องคร่ำเคร่งทั้งกลางวันกลางคืนในงานที่จะส่งเสริมการศึกษาและการปฏิบัติโดยยอมได้รับความลำบาก ซึ่งบางทีก็มากเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น กรรมการของอภิธรรมมูลนิธิทั้งกรรมการบริหาร กรรมการที่ปรึกษา และกรรมการผู้ช่วย ทุกท่านมิได้มีสินจ้างรางวัลอะไรเลย บางท่านสละเวลามาทำงานให้แทบทุกวัน โดยมิได้คำนึงถึงความเหนื่อยยากและเวลาที่ต้องเสียไป ทั้งนี้ก็ด้วยการศึกษาเล่าเรียนเห็นคุณค่าของพระอภิธรรมว่าแก้ความทุกข์ได้จริง จึงยอมเสียสละประโยชน์ตนอันน้อยนิดเดียว เพื่อประโยชน์อันไพศาลของมหาชน ในเรื่องนี้บางคนยังไม่มีความเข้าใจ เลยบ่นว่าออกจะมากไปสักหน่อย เขาทำกันอย่างไร บางคนก็บอกว่า พวกเรียนพระอภิธรรมนี้ออกจะฟุ้งๆ ชักจะโอ้อวดมากขึ้น ว่าอย่างนี้ก็มี

แน่นอน คนเป็นจำนวนมาก อัธยาศัยใจคอจะเหมือนกันไปหมดจะได้อย่างไร การอบรมมาแต่อดีตก็แตกต่างกัน ทั้งในปัจจุบันชาตินี้ก็ไม่เหมือนกันอีก จึงต้องมีอยู่บ้างที่การแสดงออกไปไม่เหมาะสม ก็มีอยู่บ้างบางท่านที่ปลีกช่องน้อยแต่พอตัวมิได้เพ่งปรมัตถประโยชน์ให้แพร่หลายไพศาลออกไป ให้ได้มหากุศลญาณสัมปยุตต์ที่เป็นสาธารณะอันเป็นปัญญาบารมีที่กว้างขวาง บางท่านหลับตาเอาแต่การปฏิบัติทั้งๆ ที่เหตุผลต่าง ๆ ยังมิได้เข้าใจ ทั้งไม่ยอมดูโลกด้วยว่าเขาไปถึงไหนกันแล้วด้วย

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [29 ธ.ค. 2548 , 08:16:46 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

พระอรหันต์เป็นผู้ที่มีความเข้าใจในเรื่องราวของชีวิตดีที่สุด เมื่อว่าโดยทั่วไปดียิ่งกว่าผู้ศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติในปัจจุบันมาก ดังนั้น ความปรารถนาของพระอรหันต์ที่จะขยายหนทางพ้นทุกข์นี้ก็จะต้องยิ่งไปกว่าใครๆ อย่างเปรียบเทียบกันไม่ได้ ยิ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยแล้ว ก็ไม่มีใครคาดคิดว่า จะทำได้เลยทีเดียว ท่านที่อ่านพุทธประวัติมาแล้ว ย่อมตระหนักดีว่า มียามไหนบ้างที่พระองค์ทำงานอะไร ตลอดเวลา ๔๕ พรรษาในพระชนม์ชีพของพระองค์ แม้ในสมัยแรกที่พระอรหันต์ยังมีน้อย พระองค์ยังตรัสว่า พระอรหันต์ไม่ควรจะไปทางเดียวกัน ๒ องค์ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขอันสถาพรแก่ประชาชนทั้งหลาย ซึ่งยากมากสำคัญมาก และออกจะหนักหน่วงเอาการอยู่ เพราะสอนก็แสนยากปฏิบัติก็แสนลำบากยิ่งกว่าในทางโลก มีการผลิตสิ่งของต่างๆ อย่างเทียบกันไม่ได้เลย

ด้วยเหตุผลดังได้กล่าวมา จึงไม่เป็นการสมควรเลยที่จะคิดว่า ผู้ศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมแล้วย่อมจะไม่ยอมผลิตอะไรเลย แต่ละคนก็ย่อมมีงานกันคนละอย่างต่างๆ กัน ผู้เสนอแนะในเรื่องชีวิต และชี้หนทางพ้นทุกข์ ก็ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตอย่างหนึ่งอันเป็นประโยชน์แก่ชาวโลก ซึ่งเป็นการผลิตที่มาจากเรื่องอันยุ่งยากสลับซับซ้อนของชีวิต ทำได้ด้วความยากลำบากแสนเข็ญ แต่ก็มีคุณค่ามีสาระประโยชน์อันมหาศาล จะหาสิ่งผลิตใดมาเปรียบปานมิได้เลย ทำให้โลกอยู่เย็นเป็นสุขขึ้นเพราะเบียดเบียนกันน้อยลงทำให้ดวงจิตแจ่มใสเพราะได้ที่พึ่งอันถาวร และทำให้เกิดปัญญาบารมีโดยเห็นหนทางพ้นทุกข์ ทั้งในชาตินี้และชาติต่อๆไป


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [29 ธ.ค. 2548 , 08:17:06 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6

หาความเข้าใจจากการที่อาจารย์ได้อธิบาย จึงได้ทั้งความรู้และคำตอบที่ชัดเจนว่า...ผู้มีความรู้พระอภิธรรมแล้วนั้นสามารถทำประโยชน์ตนประโยชน์ท่านได้ดังคณะกรรมการในอดีตที่ได้ทุ่มเทกระทำมาครับ

และรู้ถึงสภาพธรรมที่เกิดขึ้นและเป็นปัจจัยให้เกิดขึ้นอีกง่ายๆ โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว (ถ้าขาดการศึกษาเล่าเรียนและการปฏิบัติ) จึงมีชีวิตที่วนเวียนไปในบาปเก่าๆนั่นเอง

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงเลยครับ ที่นำแสงสว่างแห่งชีวิตมาส่องให้เห็นมุมอับ และมุมสว่างครับ



ระลึกถึงพระคุณท่านอาจารย์
เทิดทูนไว้เหนือเกล้าครับ

โดย พี่เณร [29 ธ.ค. 2548 , 08:35:33 น.] ( IP = 58.8.66.195 : : )


  สลักธรรม 7

ผู้ที่ศึกษาพระอภิธรรมและนำไปใช้ ย่อมได้รับประโยชน์ที่ตนและมีความเสียสละช่วยเหลือผู้อื่นด้วย
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [29 ธ.ค. 2548 , 23:09:21 น.] ( IP = 61.91.125.152 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org