มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ขอทราบวิธีการอ่านคัมภีร์ปัฏฐานครับ




เช่น

เวทนาติกะ
ปฏิจจวาร
[๑๐๗๗] ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย

คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒
เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑
อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น

หรือ

วิตักกัตติกะ
ปฏิจจวาร
[๑] สวิตักกสวิจารธรรม อาศัยสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย

คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓
เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น

หรือ

อุปาทินนัตติกะ
ปฏิจจวาร
[๑๔๑๘] อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย

คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัย
ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย
เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูปอาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น




ทั้งหมดนี้ ไม่ทราบว่า ที่ทรงแสดงไว้ว่า "ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ เป็นต้น เราต้องวิเคราห์อย่างไรครับ ถึงจะทราบว่า เป็นขันธ์ ๒ ไหน หรือเป็นขันธ์ ๑ ไหน

ขอบคุณครับ

โดย Spiritwithin [30 ธ.ค. 2548 , 11:45:15 น.] ( IP = 202.183.233.10 : : 10.5.1.33 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

คัมภีร์ปัฏฐาน อธิบายปัจจัย ๒๔ โดยพิสดาร แสดงความสัมพันธ์อิงอาศัยเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลายในแง่ด้านต่างๆ
ธรรมที่นำมาอธิบายก็คือข้อธรรมที่มีในมาติกาคือแม่บทหรือบทสรุปธรรม ซึ่งกล่าวไว้แล้วในคัมภีร์สังคณีนั่นเอง แต่อธิบายเฉพาะ ๑๒๒ มาติกาแรกที่เรียกว่า อภิธรรมมาติกา
ปัฏฐาน เล่มแรกนี้ อธิบายความหมายของปัจจัย ๒๔ เป็นการปูพื้นความเข้าใจเบื้องต้นก่อน
จากนั้นจึงเข้าสู่เนื้อหาของเล่ม คือ
อนุโลมติกาปัฏฐาน อธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลายในแม่บทชุด ๓ (ติกมาติกา) โดยปัจจัย ๒๔ นั้น เช่นว่า
กุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมโดยอุปนิสสยปัจจัย
(เพราะศรัทธา จึงให้ทาน จึงสมาทานศีล จึงบำเพ็ญฌาน จึงเจริญวิปัสสนา ฯลฯ)
กุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรมโดยอุปนิสสยปัจจัย
(คิดถึงทานที่ตนได้ให้ ศีลที่ได้รักษาแล้ว ดีใจ ยึดเป็นอารมณ์แน่นหนาจนเกิดราคะ ทิฏฐิ,
มีศรัทธา มีศีล มีปัญญา แล้วเกิดมานะ ว่า ฉันดีกว่า เก่งกว่า หรือเกิดทิฏฐิว่า ต้องทำอย่างเรานี้เท่านั้นจึงถูกต้อง ฯลฯ)
อกุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมโดยอุปนิสสยปัจจัย
(เพราะความอยากบางอย่าง หรือเพราะมานะหรือทิฏฐิ จึงให้ทาน จึงรักษาศีล จึงทำฌานให้เกิด ฯลฯ)
กุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
(คิดถึงฌานที่ตนเคยได้แต่มาเสื่อมไปเสียแล้ว เกิดความโทมนัส ฯลฯ)
อย่างนี้เป็นต้น
(เล่มนี้อธิบายแต่ในเชิงอนุโลมคือตามนัยปกติไม่อธิบายตามนัยปฏิเสธจึงเรียกว่าอนุโลมปัฏฐาน)
เล่ม ๔๑ ปัฏฐาน ภาค ๒ อนุโลมติกปัฏฐาน ต่อ คือ
อธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลายในแม่บทชุด ๓ ต่อจากเล่ม ๔๐ เช่น
อดีตธรรมเป็นปัจจัยแก่ปัจจุบันธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
(พิจารณารูปเสียงเป็นต้นที่ดับเป็นอดีตไปแล้วว่าเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เกิดความโทมนัสขึ้น ฯลฯ) เป็นต้น
เล่ม ๔๒ ปัฏฐาน ภาค ๓ อนุโลมทุกปัฏฐาน
อธิบายความเป็นปัจจัยแก่กัน แห่งธรรมทั้งหลาย ในแม่บทชุด ๒ (ทุกมาติกา) เช่น
โลกิยธรรมเป็นปัจจัยแก่โลกิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
(รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ) ดังนี้ เป็นต้น
เล่ม ๔๓ ปัฏฐาน ภาค ๔ อนุโลมทุกปัฏฐาน ต่อ
เล่ม ๔๔ ปํฏฐาน ภาค ๕ ยังเป็นอนุโลมปัฏฐาน
แต่อธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลายในแม่บทต่างๆ ข้ามชุดกันไปมา ประกอบด้วย
อนุโลมทุกติกปัฏฐาน ธรรมในแม่บทชุด ๒ (ทุกมาติกา) กับธรรมในแม่บทชุด ๓ (ติกมาติกา)
เช่น อธิบาย “กุศลธรรมที่เป็นโลกุตตรธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรมที่เป็นปัจจุบันธรรม” เป็นอย่างไร เป็นต้น
อนุโลมทุกทุกปัฏฐาน ธรรมในแม่บทชุด ๒ (ทุกมาติกา) กับธรรมในบทชุด ๒ (ทุกมาติกา) โยงระหว่างต่างชุดกัน
เช่น ชุดโลกิยะ โลกุตตระ กับชุดสังขตะอสังขตะ เป็นต้น
เล่ม ๔๕ ปัฏฐาน ภาค ๖ เป็นปัจจนียปัฏฐาน คืออธิบายความเป็นปัจจัยแก่กันแห่งธรรมทั้งหลายอย่างเล่มก่อนๆ นั่นเอง แต่อธิบายแง่ปฏิเสธ แยกเป็น
ปัจจยนียปัฏฐาน คือ ปฏิเสธ+ปฏิเสธ เช่นว่า ธรรมที่ไม่ใช่กุศล อาศัยธรรมที่ ไม่ใช่กุศลเกิดขึ้นโดยเหตุปัจจัย เป็นอย่างไร
อนุโลมปัจจนียปัฏฐาน คือ อนุโลม+ปฏิเสธ เช่นว่า อาศัยโลกิยธรรม ธรรมที่ไม่ใช่โลกุตตรธรรม เกิดขึ้นโดยเหตุปัจจัย เป็นอย่างไร
อนุโลมปัจจนียปัฏฐาน คือ อนุโลม+ปฏิเสธ เช่นว่า อาศัยโลกิยธรรม ธรรมที่ไม่ใช่โลกุตตรธรรม เกิดขึ้นโดยเหตุปัจจัย เป็นอย่างไร
ปัจจนียานุโลมปัฏฐาน คือ ปฏิเสธ+อนุโลม เช่นว่า อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กุศล ธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น โดยเหตุปัจจัย เป็นอย่างไร
และในทั้ง ๓ แบบ นี้ แต่ละแบบ จะอธิบายโดยใช้ธรรมในแม่บทชุด ๓ แล้วต่อด้วยชุด ๒ แล้วข้ามชุดระหว่างชุด ๒ กับชุด ๓ ชุด ๓ กับชุด ๒ ชุด ๓ กับชุด ๓ ชุด ๒ กับ ชุด ๒ จนครบทั้งหมดเหมือนกัน ดังนั้น แต่ละแบบจึงแยกซอยละเอียดออกไปเป็น ติก ทุก ทุกติก ติกทุก ติกติกา ทุกทุก ตามลำดับ
(เขียนให้เต็มเป็น ปัจจนียติกปัฏฐาน ปัจจนียทุกปํฏฐาน ปัจจนียทุกติกปัฏฐาน ฯลฯ ดังนี้เรื่อยไป จนถึงท้ายสุดคือ ปัจจนียานุโลมทุกทุกปัฏฐาน)
คัมภีร์ปัฏฐานนี้ ท่านอธิบายค่อนข้างละเอียดเฉพาะเล่มต้นๆ เท่านั้น เล่มหลังๆ ท่านแสดงไว้แต่หัวข้อหรือแนว และทิ้งไว้ให้ผู้เข้าใจแนวนั้นแล้ว เอาไปแจกแจงโดยพิสดารเอง โดยเฉพาะเล่มสุดท้ายคือภาค ๖ แสดงไว้ย่นย่อที่สุด แม้กระนั้นก็ยังเป็นหนังสือถึง ๖ เล่ม หรือ ๓,๓๒๐ หน้ากระดาษพิมพ์ ถ้าอธิบายโดยพิสดารทั้งหมดจะเป็นเล่มหนังสืออีกจำนวนมากมายหลายเท่าตัว ท่านจึงเรียกปัฏฐานอีกชื่อหนึ่งว่า “มหาปกรณ์” แปลว่า ตำราใหญ่ ใหญ่ทั้งโดยขนาดและโดยความสำคัญ

โดย แสงธรรม - [30 ธ.ค. 2548 , 15:01:28 น.] ( IP = 203.188.34.127 : : )


  สลักธรรม 2

[๑๐๗๗] ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น...

ในปรมัตถ์ธรรมนั้น นามธรรม สัมปยุตกับนามธรรมเท่านั้น นามธรรมสัมปยุตกับรูปธรรมไม่ได้

นามขันธ์ ๔ ที่สัมปยุตกันได้ ก็ได้แก่ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์

หากพูดถึงเฉพาะ ธรรมที่สัมปยุตกับเวทนาได้ ก็จะเว้นเวทนาขันธ์(คือเว้นตัวเอง)ไป จึงเหลือเพียงนามขันธ์ ๓ ( สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์) ที่สัมปยุตกัน นามขันธ์ทั้ง ๓ สัมปยุตกันอย่างไร

เช่น เพราะอาศัย สัญญาขันธ์+สังขารขันธ์ เกิด <—> วิญญาณขันธ์จึงเกิด เป็นต้น


ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น ...ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น...ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น...

หัวข้อนี้ เนื่องจากไม่ได้กล่าวถึงธรรมที่สัมปยุตกับสวิตักกสวิจารธรรม (สวิตักกสวิจารธรรม เป็นสังขารขันธ์) ดังนั้น นามขันธ์ทั้ง ๔ จึงอาศัยกันเกิดขึ้นเป็นปัจจัยแก่กันได้ทั้งหมด(ไม่ต้องเว้น)

เป็นปัจจัยกันอย่างไร

เช่น อาศัย เวทนา-สัญญา-สังขาร เกิดขึ้น <—> วิญญาณ จึงเกิด
ในขณะเดียวกัน วิญญาณขันธ์ ก็เป็นปัจจจัยให้เกิด เวทนาขันธ์-สัญญาขันธ์-สังขารขันธ์ ด้วย เป็นต้น

โดย malee [30 ธ.ค. 2548 , 21:49:10 น.] ( IP = 203.170.228.172 : : )


  สลักธรรม 3

[๑๔๑๘] อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย... คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น...

องค์ธรรมของ อุปาทินนุปาทานิยธรรม ได้แก่ โลกียวิบากจิต ๓๒ เจตสิก ๓๕ และ กัมมชรูป ๒๐

สำหรับหัวข้อนี้ นามขันธ์ ๔ อาศัยกันเกิดขึ้นได้ทั้งหมด เช่น เพราะอาศัย เวทนา-สัญญา-สังขาร เกิดขึ้น <—> วิญญาณ จึงเกิด (หรือกลับกันได้) เป็นต้น

ขันธ์ ๒ อาศัย ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น

เช่น เพราะอาศัย เวทนา-สัญญา เกิดขึ้น —>สังขาร-วิญญาณ จึงเกิดขึ้น (หรือกลับกัน) เป็นต้น

ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น

ในปฏิสนธิขณะ เพราะโลกียวิบากวิญญาณ (อุปาทินนุปาทานิยธรรม) เป็นปัจจัย —> เวทนา-สัญญา-สังขาร และ กฏัตตารูป(ปฏิสนธิกัมมชรูป) จึงเกิดขึ้น

ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น

เพราะอาศัย สังขาร-วิญญาณ เป็นปัจจัย —> เวทนา-สัญญา และ กฏัตตารูป(ปฏิสนธิกัมมชรูป) จึงเกิดขึ้น เป็นต้น (สลับเปลี่ยนสังขาร เป็นเวทนา หรือสัญญาได้)

หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น

ปฏิสนธิหทยวัตถุ เป็นปัจจัย <—> ปฏิสนธินามขันธ์ ๔ จึงเกิด

หัวข้อนี้ ทั้งปฏิสนธิหทยวัตถุ และปฏิสนธินามขันธ์ ๔เป็นปัจจัย ซึ่งกันและกันได้

โดย malee [30 ธ.ค. 2548 , 22:06:23 น.] ( IP = 203.170.228.172 : : )


  สลักธรรม 4

มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น...

ความหมาย เช่น เพราะ ดิน เป็นปัจจัย <—> จึงเกิด น้ำ-ไฟ-ลม
ขณะเดียวกัน น้ำ-ไฟ-ลม ก็เป็นปัจจัยให้เกิด ดิน ด้วย


มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น...

ในที่นี้ เช่น ดิน-น้ำ เป็นปัจจัย <—> ไฟ-ลม จึงเกิดขึ้น เป็นต้น

ดิน จะคู่กับ น้ำ , ไฟ จะคู่กับ ลม ได้


กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูปอาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น...

เช่น อสัญญสัตตาพรหม ในปฏิสนธิกาลมีกัมมชรูป ๙ รูป คือ อวินิพโภครูป ๘ ชีวิตรูป ๑

ดังนั้น เพราะมหาภูตรูป ๔(ดิน-น้ำ-ไฟ-ลม) เป็นปัจจัย —> วัณณะ-คันธะ-รสะ-โอชะ-ชีวิตรูป จึงเกิดขึ้น

อุปาทายรูป ๕ ต้องอาศัยทั้ง ดิน-น้ำ-ไฟ-ลม จึงเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ มหาภูตรูปเป็นปัจจัยให้เกิด อุปาทายรูปได้ แต่อุปาทายรูป เป็นปัจจัยให้เกิด มหาภูตรูป ไม่ได้

โดย malee [30 ธ.ค. 2548 , 22:18:15 น.] ( IP = 203.170.228.172 : : )


  สลักธรรม 5

โอโห..วันนี้คุณน้องถ้วยมาเองเลย อนุโมทนาสาธุครับ

โดย พี่เณร [31 ธ.ค. 2548 , 06:45:41 น.] ( IP = 58.8.43.49 : : )


  สลักธรรม 6

ดีใจจังที่เห็นน้องถ้วยเข้ามาตอบ อนุโมทนาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [31 ธ.ค. 2548 , 20:26:25 น.] ( IP = 58.136.206.123 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณนะคะน้องถ้วย
น้องอุ๊ก็กำลังจะศึกษาคัมภรีนี้อย่างจริงจังเหมือนกัน
เพราะดูจะเป็นคัมภีร์ที่ยากที่สุด แต่สุขุมคัมภีร์ภาพที่สุดเช่นกัน

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 ม.ค. 2549 , 18:09:40 น.] ( IP = 221.128.96.91 : : )


  สลักธรรม 8

จะค่อย ๆ อ่านให้เข้าใจนะครับ มาตอบช้าไปนิดนึง ขอบคุณมาก ๆ ครับ

สวัสดีปีใหม่ครับ

โดย SpiritWithin [4 ม.ค. 2549 , 12:15:44 น.] ( IP = 203.170.176.137 : : )


  สลักธรรม 9

ไม่ทราบว่า จะหาอ่านที่เป็นแพทเทิร์นไว้สำหรับอ่านคัมภีร์นี้โดยเฉพาะมีที่ไหนบ้างครับ

ที่อภิธรรมโชติกะวิทยาลัยมีหรือเปล่าครับ ?

ขอบคุณครับ

โดย Spiritwithin [4 ม.ค. 2549 , 13:05:23 น.] ( IP = 203.170.176.137 : : )


  สลักธรรม 10

ขออนุญาต ถามที่สงสัยหน่อยนะครับ

จากข้อที่คุณ Spiritwithin ถามไว้
เป็นธรรมที่สัปยุตตด้วยสุขเวทนา
จึงต้องตัด เวทนาขันธ์ออก

แต่ข้อที่ผมถามนี้ ขอเป็น "กุศลธรรม"
ละกันนะครับ จะได้ครบ 4 ขันธ์

จุดทีผมจะถามคือ ตรงเรื่องเหตุปัจจัย น่ะครับ


------------------------------------
จากข้อความในพระไตรปิฎก

ปัจจยานุโลม
[๕๖] ๑. กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น,

------------------------------------
และ
ข้อความ ในอรรถกถา หน้า190

บรรดาบทเหล่านั้น
บทว่า เอกํ คือ
ขันธ์ใดขันธ์หนึ่งในบรรดาขันธ์สี่
มีเวทนาขันธ์เป็นต้น.
สองบทว่า ตโย ขนฺธา คือ
สามขันธ์ที่เหลือ
"เว้นขันธ์ที่ท่านจัดเป็นปัจจัย."

------------------------------------

จากข้อความที่บอกว่าให้
"เว้นขันธ์ที่ท่านจัดเป็นปัจจัย"

(องค์ธรรมของ ปัจจัยธรรม ของ เหตุปัจจัย
จัดอยู่ใน สังขารขันธ์)

จึงทำให้ผมเข้าใจว่า
"ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ เพราะเหตุปัจจัย"

ขันธ์ ๓นี้ต้องเว้นสังขารขันธ์

ก็จะได้เป็น

" เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์"
อาศัย
"สังขารขันธ์"
เพราะเหตุปัจจัย

---------------------------------------------

ไม่ทราบผมเข้าใจผิดหรือเปล่าครับ
มีพี่คนหนึ่งบอกว่าผมเข้าใจผิดเพราะ
ต้องเลือกอันไหนก็ได้
โดยให้เหตุผลว่า
เหตุปัจจัย เป็น อัญญมัญญปัจจัยด้วย

----------------------------------------

ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ

โดย Beckham [7 ม.ค. 2549 , 12:09:33 น.] ( IP = 61.91.76.87 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org