| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชึวิต (๖๔)
ตอนที่ (๖๓) อ่านที่นี่
ข้อที่ควรสังเกต ข้อที่ ๓
ก็ได้แก่คำว่า สังขาร ซึ่งได้แก่จิตถูกปรุงแต่งด้วยอำนาจของการชักชวนหรือการจูงใจจากผู้อื่นหรือคิดเอาเอง ความจริงโทสมูลจิตทั้งสองนั้นก็มีสภาพเหมือนกันทุกอย่าง ต่างกันตรงที่สังขารนี่เอง เพราะมีผู้ชักชวนหรทอมาจูงใจให้เกิดโทสะและคิดเองทำเอง หาได้มีใครมาชักชวนไม่ โทสมูลจิตจึงได้แยกออกเป็น ๒ ประเภท เช่นมีผู้ชักชวนให้เกิดโทสะ คือชวนให้ออกป่าล่าสัตว์ ก็ย่อมเป็นอกุศลที่กำลังน้อยกว่าผู้ที่คิดจะออกป่าล่าสัตว์เสียเอง เป็นต้น
การจูงใจโดยอาศัยผู้อื่นนั้น มีปโยคะ ๒ คือ กายปโยคะ และวจีปโยคะ
๑. การชักชวนโดยอาศัยกายของผู้อื่น เช่น แสดงกิริยาอาการให้เห็นเพื่อชวนให้ไปออกป่าล่าสัตว์ แสดงกิริยาอาการให้เข้าใจเพื่อให้ทราบว่ามีศัตรูคอยประทุษร้าย
๒. การชักชวนโดยอาศัยวาจาของผู้อื่น เช่น ชวนด้วยวาจาให้ไปดูสิ่งที่น่ากลัว เล่าบอกว่ามีผู้นินทาว่าร้าย
แต่ความคิดที่จะทำเองนั้น มีปโยคะ ๓ คือ กายปโยคะ วจีปโยคะ และมโนปโยคะ
๑. การชักชวนหรือการจูงใจโดยอาศัยตนเองทางกาย เช่น ดื่มสุราเพื่อให้ใจกล้าจะได้สู้กับศัตรู หาอาวุธเตรียมอาวุธสำหรับจะได้ใช้ต่อสู้
๒. การชักชวนหรือการจูงใจโดยอาศัยตนเองทางวาจา เช่น พร่ำรำพันเรื่องราวร้ายๆ ที่ตนได้รับ
๓. การชักชวนหรือการจูงใจโดยอาศัยตนเองทางใจ เช่น ชอบครุ่นคิดแต่เรื่องที่น่าเสียวไส้ ชอบคิดนึกแต่เรื่องราวต่างๆ ที่น่าเศร้าเสียใจ
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [31 ธ.ค. 2548 , 00:10:25 น.] ( IP = 58.136.212.72 : : )
สลักธรรม 1
อีกข้อหนึ่งที่ท่านนักศึกษามักจะถามกันอยู่เสมอ ก็ได้แก่คำถามว่า ในโลภมูลจิตนั้นย่อมมีคำว่า ทิฏฐิคตสัมปยุต และทิฏฐิคตวิปปยุต รวมอยู่ด้วย ซึ่งหมายถึงความโลภที่เกิดขึ้นที่ประกอบกับความเห็นผิด กับความโลภที่ไม่ได้ประกอบกับความเห็นผิด เหตุใดในโทสมูลจิต ก็เป็นจิตที่ไม่ดีเป็นบาปเป็นอกุศล แน่นอนว่ามีความเสียใจ ความตกใจหรือความทุกข์ร้อน แม้จนคิดอาฆาตมาดร้ายผู้อื่นอันควรจะต้องเป็นจิตที่เป็นความเห็นผิดอยู่แล้วโทสะจึงได้เกิดขึ้น แล้วทำไมจึงไม่เห็นแสดงไว้เลยว่า โทสะนั้นเป็น ทิฏฐิคตสัมปยุต ความโกรธเกิดขึ้นประกอบด้วยความเห็นผิด
คำถามข้อนี้เป็นคำถามที่ดี ถ้ามิได้คิดพิจารณาให้เพียงพอแล้วก็น่าสงสัยอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าได้คิดพิจารณาสักเล็กน้อยก็จะเห็นว่า ความเหนผิดนั้นจะเกิดร่วมกับโทสะไม่ได้เลย ทั้งนี้เพราะความเห็นผิดนั้นเป็นสภาพของจิตที่ยึดมั่นในอารมณ์ แต่โทสะนั้นเป็นสภาพที่ผลักไสหรือปฏิเสธในอารมณ์ ซึ่งสภาพของจิตทั้ง ๒ นี้ตรงกันข้าม
อีกประการหนึ่ง ขอให้ท่านนักศึกษาลองตั้งคำถามขึ้นมาแล้วลองตอบดูก็จะเห็นได้ง่ายขึ้น เช่นถามว่า ในเมื่อความโกรธ ความเสียใจเกิดขึ้นแล้ว ในขณะนั้นก็มีความคิดเห็นด้วยหรือ ในขณะเดียวกันนั้น คิดเรื่องผลบุญ ผลบาป เรื่องการตายแล้วเกิดด้วยหรือ แน่นอน แม้จะคิดก็จะต้องคิดคนละขณะจิต คิดร่วมกับความโกรธ ความเสียใจ ความเจ็บปวดไม่ได้
อย่างไรก็ดี ตามสภาวธรรมนั้น ก็ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า โทสะที่เกิดขึ้นนั้นเนื่องมาจากความเห็นผิดก็ได้เหมือนกัน แต่ทิฏฐิคือความเห็นผิดนั้นเป็นอารมณ์ให้สนับสนุนให้โทสะเกิดขึ้นมาเท่านั้น แล้วก็เป็นคนละขณะจิตด้วย
เมื่อทิฏฐิคตสัมปยุตเกิดขึ้นไม่ได้แล้ว ทิฏฐิคตวิปปยุตก็เกิดไม่ได้อยู่เอง
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [31 ธ.ค. 2548 , 00:12:58 น.] ( IP = 58.136.212.72 : : )
สลักธรรม 2
เรื่องที่สำคัญสำหรับโทสมูลจิตอีกข้อหนึ่งก็คือ ประชาชนส่วนใหญ่มักมีความเข้าใจกันว่า เวลาโกรธขึ้นมาแล้วก็ให้พยายามระงับเสีย อย่าให้ถึงดุด่าว่ากล่าวรุนแรงออกไป หรือตบตีกันจนฟกช้ำดำเขียว แม้ในความเสียใจ ในความเร่าร้อน ในความกลัว และอารมณ์ที่ไม่ชอบใจอื่นๆก็เหมือนกัน บุคคลส่วนมากมักจะคิดว่า จิตชนิดนี้เกิดขึ้นมาแล้วไม่เป็นบาป ไม่เป็นเวรภัยอะไรกับใคร เพราะไม่ได้ด่าหรือทำร้ายใคร ทั้งมิได้ทำให้ผู้ใดได้รับความลำบาก คือไม่มีผู้ใดได้รับความเสียหายหรือต้องเดือดร้อนด้วย
ความเข้าใจดังกล่าวนั้น ไม่ตรงต่อข้อเท็จจริงตามสภาวธรรม เพราะบาปที่จะเกิดขึ้นนั้นหาใช่จะต้องมีผู้อื่นมารับความเสียหายหรือความเดือดร้อนด้วยเสมอไปไม่ ความเร่าร้อน ความเสียใจ ความครุ่นคิดกังวล ความทุกข์ต่างๆ ได้ครอบคลุมลงยังผู้ใด จิตใจของผู้นั้นก็จะตกอยู่ในความบาป จิตใจก็จะเก็บบาปโทสะนี้เอาไว้ เมื่อมีโอกาสเมื่อใดมันก็จะแสดงผลของมันขึ้นมา บางทีก็ทันตาเห็น แล้วก็ติดตามไปยังชาติหน้าๆ ต่อๆไปอีกด้วย
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [31 ธ.ค. 2548 , 00:14:05 น.] ( IP = 58.136.212.72 : : )
สลักธรรม 3
เหตุนี้เอง ในวันหนึ่งๆ เราจะหลบหลีกหนีไปให้พ้นจากบาปอกุศลดังกล่าวมาจึงเป็นการกระทำที่ยากยิ่ง ถ้าผู้ที่ไม่มีความเข้าใจ ไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนสภาวธรรม แล้วคิดว่าความเสียใจความเร่าร้อนไม่เป็นบาป ก็จะปล่อยให้บาปอกุศลได้มีโอกาสเกิดมากมายและกว้างขวางขึ้นโดยไม่รู้ตัว เช่น ความครุ่นคิด กังวล ห่วงใย ทุกขืร้อน นอนไม่หลับอยู่เสมอๆ จนสุขภาพของกายและจิตทรุดโทรมลง เป็นต้น
บางท่านอาจจะกล่าวแก้ว่า เมื่อเราไม่รู้ว่าเป็นบาปก็คงจะไม่บังเกิดผลร้ายแรงอะไรกระมัง เพราะมิได้ตั้งใจว่าจะทำบาปหรือทำไปโดยไม่ทราบว่าจะบาป ในเรื่องนี้เปรียบเหมือนเด็กเล็กๆ ที่ไม่เดียงสา ไม่รู้จักว่าไฟนี้จะร้อนหรือไม่ จึงเอามือจับไปเล่น มือก็ได้รับความร้อนเกิดบาดเจ็บขึ้นมาต้องรักษาแผลอยู่หลายวัน เหตุได้เกิดขึ้นแล้ว จะไม่ให้มีผลจะได้หรือ จะแก้ว่าไม่รู้จักไฟ ไม่รู้ว่ามันจะร้อนแล้วจะไม่ให้ไฟไหม้มือได้อย่างไร ธรรมชาติไม่ยอมรับรู้การกระทำของใครๆ
เมื่ออกุศลโทสะเกิดขึ้นแล้ว มีอะไรติดตามมาบ้าง และจะเกิดผลอย่างไร?
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [31 ธ.ค. 2548 , 00:14:26 น.] ( IP = 58.136.212.72 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |