มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
พรานเนื้อกับเศรษฐีบุตร
พรานเนื้อกับเศรษฐีบุตร ในเมืองพาราณสี มีเศรษฐีบุตร ๔ นาย ต่างเป็นเพื่อนอันสนิทชอบกันและกัน เย็นวันหนึ่งชวนกันออกไปเที่ยวนอกเมือง นั่งพักเหนื่อยอยู่ข้างทาง เห็นนายพรานไปล่าเนื้อกลับมา ขับเกวียนบรรทุกเนื้อเต็มเรือนเกวียนกลับเข้าเมือง เพื่อนำมาขายเลี้ยงชีวิตอันเป็นกิจประจำวันของเขา จึงปรึกษากันว่า เมื่อเกวียนเข้ามาใกล้แล้ว เราทั้ง ๔ คนมาลองพูดขอเนื้อกวางกันดูซิว่า วันนี้ใครจะมีโชคดีบ้าง ครั้นตกลงกันสักครู่ เกวียนของนายพรานก็ผ่านเข้ามาใกล้ คนที่ ๑ จึงร้องว่า เฮ้ย ไอ้พรานถ่อย ขอเนื้อกูสักก้อนเถอะวะ พรานฟังคำขอเนื้อแล้วเกิดอารมณ์ขุ่น ไม่พอใจ จึงพูดว่า ธรรมดาคนขอ ควรพูดให้น่าฟัง น่ารักจึงชอบ นี่คำของท่าน หยาบเหมือนพังผืดเนื้อ เหลือที่จะรับ จะไม่ให้ก็ไม่ควร เพราะท่านขอแล้ว แต่จะให้สมกับถ้อยคำที่ท่านขอ ว่าแล้วก็ตักเนื้อพังผืดส่งให้เศรษฐีบุตรผู้นั้น ๑ ก้อน พร้อมกับว่า เชิญรับไปเถิดนาย เหนียวดีนัก เศรษฐีบุตรผู้นั้นเสียใจในคำพูดของตน ที่ได้พล่อยออกไปโดยไม่ใคร่ครวญ จนได้ผลสนองที่สาสมเช่นนั้น คนที่ ๒ ร้องขอบ้างว่า พี่ชาย ขอเนื้อสักชิ้นเถอะ พรานตอบว่า ท่านผู้เจริญ ธรรมดาพี่ชาย พี่หญิง ย่อมเนื่องด้วยตัว ด้วยสายสัมพันธ์เดียวกัน พรากกันไม่ได้ เราชอบใจคำของท่าน จะให้มังสะที่เป็นเนื้อล้วนๆ แก่ท่านชิ้นหนึ่ง เพื่อสมแก่คำของท่าน แล้วตัดเนื้อล่ำส่งให้เศรษฐีบุตรนั้น ๑ ก้อน พร้อมกับคำว่า เนื้อนี้ดีนักเชิญรับไปเถิดนาย คนที่ ๓ ร้องขอติดไปว่า พ่อ ขอเนื้อให้ฉันบ้าง เออ ชื่นใจจริง นาย พรานว่า ธรรมดาลูกเรียกพ่อว่า พ่อ พ่อ ย่อมทำให้หัวใจของพ่อชุ่มไปด้วยความเอ็นดู อ่อนไปตามเสียงของลูก ดังนั้นข้าพเจ้าขอให้หัวใจเนื้อแก่ท่านเถอะ เพื่อให้สมแก่คำขอ ว่าแล้วพรานก็ตัดหัวใจเนื้อส่งให้แก่เศรษฐีบุตรนั้น ๑ หัวใจ คนที่ ๔ จึงร้องขอบ้างว่า เพื่อนยาก ขอเนื้อให้เราสักชิ้นเถอะ พรานฟังแล้วพอใจในคำของเขา พลางกล่าวว่า ปรกติบ้านใครไม่มีเพื่อน บ้านเขาก็คือป่า ไร้มนุษย์ดีๆ นั่นเอง ดังนั้นคำพูดของท่าน จึงเช่นกับมวลสมบัติของข้าพเจ้าที่มีอยู่ ข้าพเจ้าพอใจคำของท่านนักสหาย ฉะนั้น จึงขอมอบเนื้อทั้งเล่มเกวียนแก่ท่าน ว่าแล้วก็เชิญเศรษฐีบุตรนั้นนั่งบนเกวียนด้วย ขับเกวียนไปส่งพร้อมกับมอบเกวียนและเนื้อให้ทั้งหมด เศรษฐีบุตรนั้นได้ทำรับการต้อนรับมิตรจิตของพรานนั้นด้วยไมตรีอันงาม แล้วแนะนำให้พรานนั้นเลิกจากงานของพรานเสีย พร้อมให้ไปรับบุตรภรรยามาอยู่ด้วย กับสงเคราะห์จัดงานที่ดีกว่านั้นให้ประกอบอาชีพ ต่อมาพรานเนื้อผู้นี้ก็ได้พยายามทำงานเลี้ยงครอบครัวจนมั่งคั่งเป็นคหบดีผู้หนึ่งในเมืองพาราณสี จาก มังสลาภิ ชาดก ทุติยวรรค จตุกกนิบาต อยากจะทานเนื้อส่วนไหน ก็พิจารณาเอาเองนะค่ะ ด้วยความปรารถนาดี ดาค่ะ โดย ดาค่ะ [25 ก.พ. 2545 , 14:18:33 น.] ( IP = 158.108.12.89 : : 158.108.12.89 ) สลักธรรม 1ขอเป็นแบบคนที่๔ น่าจะดีนะค่ะ ทำให้เห็นความสำคัญของคำว่า เพื่อน เมื่อมีมิตรจิต ก็มีมิตรใจตอบมา เป็นอุธาหรณ์สอนใจได้ดีค่ะ ขอบคุณพี่ดามากค่ะ ที่นำเรื่องสนุกๆมาให้อ่าน โดย ฟ้ามุ่ย [25 ก.พ. 2545 , 22:07:11 น.] ( IP = 203.130.155.75 : : ) ขอเชิญแสดงความคิดเห็น จาก : * Code : กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน * อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB รายละเอียด : Icon Toy Special command * * กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... คำเตือน การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้ การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้ หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
พรานเนื้อกับเศรษฐีบุตร ในเมืองพาราณสี มีเศรษฐีบุตร ๔ นาย ต่างเป็นเพื่อนอันสนิทชอบกันและกัน เย็นวันหนึ่งชวนกันออกไปเที่ยวนอกเมือง นั่งพักเหนื่อยอยู่ข้างทาง เห็นนายพรานไปล่าเนื้อกลับมา ขับเกวียนบรรทุกเนื้อเต็มเรือนเกวียนกลับเข้าเมือง เพื่อนำมาขายเลี้ยงชีวิตอันเป็นกิจประจำวันของเขา จึงปรึกษากันว่า เมื่อเกวียนเข้ามาใกล้แล้ว เราทั้ง ๔ คนมาลองพูดขอเนื้อกวางกันดูซิว่า วันนี้ใครจะมีโชคดีบ้าง ครั้นตกลงกันสักครู่ เกวียนของนายพรานก็ผ่านเข้ามาใกล้ คนที่ ๑ จึงร้องว่า เฮ้ย ไอ้พรานถ่อย ขอเนื้อกูสักก้อนเถอะวะ พรานฟังคำขอเนื้อแล้วเกิดอารมณ์ขุ่น ไม่พอใจ จึงพูดว่า ธรรมดาคนขอ ควรพูดให้น่าฟัง น่ารักจึงชอบ นี่คำของท่าน หยาบเหมือนพังผืดเนื้อ เหลือที่จะรับ จะไม่ให้ก็ไม่ควร เพราะท่านขอแล้ว แต่จะให้สมกับถ้อยคำที่ท่านขอ ว่าแล้วก็ตักเนื้อพังผืดส่งให้เศรษฐีบุตรผู้นั้น ๑ ก้อน พร้อมกับว่า เชิญรับไปเถิดนาย เหนียวดีนัก เศรษฐีบุตรผู้นั้นเสียใจในคำพูดของตน ที่ได้พล่อยออกไปโดยไม่ใคร่ครวญ จนได้ผลสนองที่สาสมเช่นนั้น คนที่ ๒ ร้องขอบ้างว่า พี่ชาย ขอเนื้อสักชิ้นเถอะ พรานตอบว่า ท่านผู้เจริญ ธรรมดาพี่ชาย พี่หญิง ย่อมเนื่องด้วยตัว ด้วยสายสัมพันธ์เดียวกัน พรากกันไม่ได้ เราชอบใจคำของท่าน จะให้มังสะที่เป็นเนื้อล้วนๆ แก่ท่านชิ้นหนึ่ง เพื่อสมแก่คำของท่าน แล้วตัดเนื้อล่ำส่งให้เศรษฐีบุตรนั้น ๑ ก้อน พร้อมกับคำว่า เนื้อนี้ดีนักเชิญรับไปเถิดนาย คนที่ ๓ ร้องขอติดไปว่า พ่อ ขอเนื้อให้ฉันบ้าง เออ ชื่นใจจริง นาย พรานว่า ธรรมดาลูกเรียกพ่อว่า พ่อ พ่อ ย่อมทำให้หัวใจของพ่อชุ่มไปด้วยความเอ็นดู อ่อนไปตามเสียงของลูก ดังนั้นข้าพเจ้าขอให้หัวใจเนื้อแก่ท่านเถอะ เพื่อให้สมแก่คำขอ ว่าแล้วพรานก็ตัดหัวใจเนื้อส่งให้แก่เศรษฐีบุตรนั้น ๑ หัวใจ คนที่ ๔ จึงร้องขอบ้างว่า เพื่อนยาก ขอเนื้อให้เราสักชิ้นเถอะ พรานฟังแล้วพอใจในคำของเขา พลางกล่าวว่า ปรกติบ้านใครไม่มีเพื่อน บ้านเขาก็คือป่า ไร้มนุษย์ดีๆ นั่นเอง ดังนั้นคำพูดของท่าน จึงเช่นกับมวลสมบัติของข้าพเจ้าที่มีอยู่ ข้าพเจ้าพอใจคำของท่านนักสหาย ฉะนั้น จึงขอมอบเนื้อทั้งเล่มเกวียนแก่ท่าน ว่าแล้วก็เชิญเศรษฐีบุตรนั้นนั่งบนเกวียนด้วย ขับเกวียนไปส่งพร้อมกับมอบเกวียนและเนื้อให้ทั้งหมด เศรษฐีบุตรนั้นได้ทำรับการต้อนรับมิตรจิตของพรานนั้นด้วยไมตรีอันงาม แล้วแนะนำให้พรานนั้นเลิกจากงานของพรานเสีย พร้อมให้ไปรับบุตรภรรยามาอยู่ด้วย กับสงเคราะห์จัดงานที่ดีกว่านั้นให้ประกอบอาชีพ ต่อมาพรานเนื้อผู้นี้ก็ได้พยายามทำงานเลี้ยงครอบครัวจนมั่งคั่งเป็นคหบดีผู้หนึ่งในเมืองพาราณสี จาก มังสลาภิ ชาดก ทุติยวรรค จตุกกนิบาต อยากจะทานเนื้อส่วนไหน ก็พิจารณาเอาเองนะค่ะ ด้วยความปรารถนาดี ดาค่ะ
สลักธรรม 1
ขอเป็นแบบคนที่๔ น่าจะดีนะค่ะ ทำให้เห็นความสำคัญของคำว่า เพื่อน เมื่อมีมิตรจิต ก็มีมิตรใจตอบมา เป็นอุธาหรณ์สอนใจได้ดีค่ะ ขอบคุณพี่ดามากค่ะ ที่นำเรื่องสนุกๆมาให้อ่าน
จาก : * Code : กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน * อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB รายละเอียด : Icon Toy Special command * * กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว....
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]
ลานภาพ
อบรมวิปัสสนา
ค้นหา
ค้นหา-GooGle
สร้างสรรค์โดย http://www.abhidhamonline.org