| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๖๘)
ตอนที่ (๖๗) อ่านที่นี่
ในสภาวธรรมแสดงผลของโทสะไว้หลายอย่าง
สิ่งที่ติดอยู่ที่หน้าส่วนหนึ่งของผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ส่วนมากก็คือหนวด ผู้หญิงและผู้ชายที่ไม่มีหนวดย่อมจะไม่มีใครมีความเข้าใจว่า หนวดนั้นมีจำนวนสักเท่าใด มีความเหนียวเพียงใด เมื่อเวลาโกนแต่ละครั้งก็ได้รับความลำบากสักแค่ไหน ถ้ามีดโกนไม่คมจริงๆ หรือไม่ทำให้หนวดเปียกเสียก่อนแล้ว เจ็บแสบมากทีเดียว เพราะหนวดแต่ละเส้นมีความเหนียวเท่ากับลวดเส้นเล็กๆ ทั้งจำนวนหรือก็มากมายเหลือเกิน คนที่มีมากก็เป็นหมื่นเส้น ผู้ชายที่มีหนวดทุกคนหนีบาดแผลไปไม่พ้น ครั้นจะไม่โกนปล่อยให้ขึ้นหรอมแหรมก็น่าเกลียด ทั้งเป็นการเสียมารยาท เหตุนี้จึงต้องโกนทิ้งทุกๆ วัน เป็นการเสียเวลามาก แต่บางคนไม่ชอบโกนจึงปล่อยหนวดเอาไว้จนตั้งชื่อกันไปต่างๆ เช่นหนวดไม้กวาด เป็นต้น เพราะไปคล้ายกับไม้กวาดเข้า แต่ถึงแม้ว่าจะปล่อยเอาไว้ไม่โกนทิ้ง ก็จำเป็นที่จะต้องคอยตัดคอยแต่ง หาไม่แล้วก็ไม่น่าดู ทั้งจะห้อยคลุมปากเสียหมดด้วย
ผมเอาเรื่องของหนวดที่เกิดขึ้นอยู่ที่หน้า เห็นกันอยู่เสมอมาเล่าให้ฟัง เพื่อจะให้ท่านนักศึกษาทราบว่า สิ่งที่อยู่ต่อหน้านั้น บางทีเราก็ไม่เข้าใจมันเท่าใดนัก ทั้งนี้เพราะเห็นกันมาเสียจนชินแล้ว กระทำไปเสียจนชำนาญเลยไม่ได้คิด ยิ่งผู้ที่ไม่มีหนวดด้วยแล้ว ไม่เคยคิดเสียด้วยซ้ำว่าหนวดมีอยู่ประมาณกี่มากน้อย มันมีความเหนียวเพียงใด ผู้เป็นเจ้าของจะได้รับความลำบากสักแค่ไหน
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [4 ม.ค. 2549 , 13:38:15 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 1
เมื่อเวลาเราเคี้ยวอาหาร เราเคยเรียนมาแล้ว ลิ้นเป็นผู้กลับอาหารเพื่อให้ฟันเคี้ยวได้ทั่วถึง และลิ้นเคลื่อนไหวไปมาทำให้การพูดจาเป็นไปตามต้องการ แต่เราไม่ทราบละเอียดเลยว่า ตั้งแต่ปลายลิ้นมาจนถึงโคนลิ้นนั้นมันกระดุกกระดิกกลับอาหารกันอย่างไร เวลาออกเสียงพูดเป็นสำเนียงต่างๆนั้น ลิ้นมันอ่อนพลิ้วไปมาหรือมีบทบาทสักแค่ไหน
เมื่อเวลาเราเคลื่อนไหวอิริยาบถ เมื่อเวลาเรายิ้มแย้มแจ่มใสหรือร้องไห้ เราไม่ทราบเลยว่าอะไรมันไปทำอะไรกันบ้าง ทั้งทำกันโดยพิสดารอย่างไร หน้าตา ร่างกาย จึงได้เป็นไปต่างๆ ยิ่งเวลานอนหลับด้วยแล้ว เราก็ยิ่งจะไม่ทราบเอาเลยทีเดียวว่าในส่วนต่างๆ ของร่างกายที่เป็นไปโดยสลับซับซ้อนนั้นๆ ว่า มันทำอะไรกัน จิตใจมันเป็นอย่างไร มันนอนหลับด้วยหรือเปล่า
ซากศพที่เพิ่งจะตายลงใหม่ๆ ย่อมไม่อสดงอาการอะไร แสดงปฏิกิริยาสนองตอบต่อสิ่งเร้าก็ไม่ได้ ทั้งนี้ก็เพราะซากศพนั้นไม่มีจิตใจที่จะสั่งการอะไรได้เสียแล้ว มีแต่จะเน่าเปื่อยผุพังไปถ่ายเดียว
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [4 ม.ค. 2549 , 13:39:33 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 2
คนเรานั้น ลงได้ขาดจิตใจไปเสียอย่างหนึ่ง ก็พูดจาไม่ได้ แสดงกิริยาอาการก็ไม่ได้ แล้วจะคิดอย่างไรก็ไม่มีทางสำเร็จ เพราะจิตใจนั้นเป็นตัวการสั่งให้พูด สั่งให้ทำ และสั่งให้คิด
ด้วยเหตุนี้เอง ลิ้นที่คอยกลับอาหารอยู่ในปาก ลิ้นที่ทำให้สำเนียงพูดจาตามที่ต้องการ การเคลื่อนไหวอิริยาบถ การยิ้มแย้มแจ่มใส และการร้องไห้ จึงเป็นความปรากฏขึ้นที่เกิดจากอำนาจของจิต ในปรมัตถธรรมเรียกว่า จิตตชรูป คือรูปที่เกิดจากจิตหรือรุปที่จิตผลิตสร้างขึ้น (ความจริง อำนาจอื่นๆ ที่ผลิตสร้างรูปก็มีอีก เช่น อุตุ คือความร้อน เป้นต้น เรียกอุตุชรูป ก็ร่วมด้วย แต่เป็นตัวประกอบมิใช่หัวหน้า และยังไม่จำเป็นจะต้องกล่าวถึงในที่นี้)
ในจำนวนจิตทั้งหมดซึ่งมีอยู่ ๘๙ ประเภทนี้ จิตที่มีอำนาจในการผลิตสร้างรูปขึ้นมีได้ถึง ๗๕ ประเภท ซึ่งท่านนักศึกษาจะได้ศึกษาในโอกาสต่อไป ว่าจิตประเภทไหนทำรูปอะไรได้บ้าง จิตประเภทไหนทำรูปไม่ได้เลย และทำไม่ได้เพราะเหตุใด โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [4 ม.ค. 2549 , 13:39:50 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 3
เพื่อให้เป็นตัวอย่างสักเล็กน้อย ผมจึงขอยกขึ้นมาให้เห็น คือ รูปที่ยิ้มแย้มแจ่มใสหรือหัวเราะนั้น มาจากอกุศลโลภมูลโสมนัส ๔ (โลภมูลอุเบกขายิ้มไม่ได้) มาจากมหากุศลโสมนัส ๔ (มหากุศลอุเบกขายิ้มไม่ได้) และหสิตุปปาทะ ๑ (การยิ้มของพระอรหันต์) รวมเป็น ๙ เป็นต้น จิตนอกจากนี้จะยิ้มแย้มหรือหัวเราะไม่ได้
การที่ร่างกายตั้งอยู่อย่างมั่นคงได้ ร่างกายเคลื่อนไหวได้ ยิ้มได้ หัวเราะได้ ตลอดจนร้องไห้ได้นั้น ล้วนอาศัยจิตเป็นหัวหน้าเป็นตัวการชักนำก่อให้รูปต่างๆ เกิดขึ้น หรือทำให้เป็นไปทั้งนั้น ตัวอำนาจหรืออิทธิพลของจิต ที่มีความสามารถทำให้รูปเป็นไปตามความต้องการนี้เรียกตามปรมัตถธรรมว่า "จิตตชวาโยธาตุ"
ยังมีจิตตชรูปอีกประเภทหนึ่งทำรูปขึ้นมาแล้ว ผู้ใดมิได้สังเกตให้ดีก็ไม่อาจจะเห็นได้ เพราะมิได้แสดงออกนอกหน้า เช่นเมื่อเวลาตกใจ เสียใจ กลัว หรืออาย รูปนั้นบางทีมิได้แสดงให้ปรากฏชัดเจน แต่ผู้ที่สังเกตเห็นได้ด้วยอาศัยความพิจารณาหรือเคยเห็นมาบ่อยๆ (ซึ่งเด็กเล็กๆไม่ทราบ) เช่นเห็นหน้าซีด หน้าแดง เป็นต้น (ถ้าหน้าซีดหน้าแดงน้อยเกินไปอาจมองไม่เห็น)โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [4 ม.ค. 2549 , 13:40:07 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 4
แน่นอนทีเดียว เมื่อเกิดหน้าซีด หน้าแดงด้วยความตกใจ เสียใจ กลัว แล้วจิตจะทำได้แค่หน้าแดงหรือหน้าซีดเฉพาะแต่ที่หน้าเท่านั้นก็หามิได้ มันจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องพัวพันกับสิ่งต่างๆ ของร่างกายอีกเป็นอันมาก เช่นหัวใจไม่เต้นแรงขึ้น ปอดไม่ฟอกโลหิตเพิ่มขึ้นให้เพียงพอ จะหน้าแดงหน้าซีดได้อย่างไร
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เมื่อจิตเกิดขึ้นแล้ว ร่างกายจะอยู่นิ่งๆ เฉยๆ อวัยวะภายนอกหลายส่วนย่อมแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน อวัยวะภายในทั้งหมดเล่าก็ทำการงานกันเป็นพิเศษ (ยิ่งกว่าที่กำลังนอนหลับมาก) ตามกำลังอำนาจของจิตที่เกิดขึ้นในขณะนั้น
มีผู้ทดลองเอาเนื้อก้อนหนึ่งใส่เข้าไปในท้องของสุนัข โดยที่มิได้ให้สุนัขนั้นเห็นเลย ภายหลังเมื่อตรวจดูแล้ว จึงได้พบความจริงว่า เนื้อชิ้นนั้นถูกย่อยออกไปได้ช้าที่สุด
อีกครั้งหนึ่งเขาได้เอาก้อนเนื้อชิ้นหนึ่งมาให้สุนัขดูจนน้ำลายไหลเสียก่อน แล้วจึงให้สุนัขกินก้อนเนื้อเข้าไป ปรากฏผลในเมื่อตรวจดูภายหลังว่า เนื้อก้อนนั้นได้ถูกย่อยออกไปได้เร็วมากที่สุด
แน่นอน การย่อยอาหาร แม้ว่าเราจะมองไม่เห็นโดยละเอียดว่ามันย่อยกันอย่างไร แต่เราก็แน่ใจได้ว่า จิตใจนั้นมีส่วนในการทำรูปเกี่ยวกับการย่อยอาหารนั้นด้วยอย่างสำคัญทีเดียว
ไม่ต้องสงสัยเลย เมื่อการย่อยอาหารเสียหายลงไปแล้ว ก็ย่อมเป็นอันตรายต่อร่างกาย และเมื่อร่างกายชำรุดทรุดโทรมลง ก็จะกลับเป็นอันตรายต่อภาวะของจิตใจอีก โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [4 ม.ค. 2549 , 13:40:23 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 5
เมื่อตรากตรำทำงานหรือนั่งอยู่ที่โต๊ะและใช้ความคิดคร่ำเคร่งเกือบตลอดวัน หรือเมื่อมีความเสียใจ กลัว กังวล ทุกข์ร้อนอย่างถาวรสม่ำเสมอ แล้วจะให้มีความอยากอาหารหรือจะย่อยอาหารได้ดีกระไรได้ จิตมัวแต่คิดหรือคร่ำเคร่งอย่างอื่น ก่อให้รูปต่างๆ ของร่างกายผันแปรไป แล้วจะให้การย่อยอาหารเป็นปกติได้อย่างไร ตัวการที่ละลายอาหารนั้น ในปรมัตถธรรมแสดงเอาไว้ว่า ได้แก่ ปาจกเตโช ซึ่งอำนาจของกรรมมีส่วนผลิตสร้างขึ้น ก็จะทำงานให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะจิตใจเป็นปัจจัยให้ทำการไม่ได้ดีเหมือนคนธรรมดาเสียแล้ว
นอกจากนั้น จิตยังทำรูปในส่วนอื่นๆ ของร่างกายแทบทั้งหมด ให้เปลี่ยนแปลงไป อำนาจของจิตย่อมทำให้รูปต่างๆ เกิดขึ้นมาตามสภาพของจิตใจในขณะนั้น เช่นทำรูปหน้าตาตื่นกลัว ตกใจ โกรธ เสียใจ เศร้าหมอง หายใจถี่ หายใจแรง หรือเงื่องหงอย อ่อนเพลีย เหงื่อออก มือแห้งผาก (เหงื่อออกหรือมือแห้งโดยไม่ใช่อำนาจจิตก็มี) เหล่านี้เป็นต้น
แน่ละจิตใจเป็นตัวการทำให้รูปที่มองเห็นๆ เหล่านี้เป็นไปแล้ว อวัยวะภายในอันเป็นตัวการสำคัญในการงานต่างๆ อีกเป็นอันมากก็ย่อมจะไม่เป็นไปในทางที่พึงประสงค์ ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่ไม่มีความเข้าใจในปัญหาดังกล่าวเพราะไม่เคยได้ศึกษาความจริงแท้ในเรื่องของจิตใจ ทั้งไม่ยอมเปลี่ยนท่าทีเสียใหม่ด้วย ร่างกายจึงได้บังเกิดความทรุดโทรม และเปิดช่องให้โรคต่างๆ เข้ารบกวนได้มากมาย แม้แต่โรคที่ดูเสมือนว่าเป็นขึ้นมาจากร่างกายแท้ๆ เช่น แผล ฝี เนื้องอก เป็นต้น
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [4 ม.ค. 2549 , 13:40:52 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 6กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ กับรายละเอียดที่ได้แสดงให้เห็นถึงชีวิตว่า..การทำงานนั้นทำได้เพราะอะไร มีความพิเศษพิศดารมากมายที่ควรศึกษาจริงๆเลยครับผม
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์และระลึกถึงคุณนี้ไว้เหนือเกล้าครับ
![]()
![]()
โดย พี่เณร [4 ม.ค. 2549 , 14:34:13 น.] ( IP = 61.90.118.201 : : )
สลักธรรม 7กราบขอบพระคุณในความเมตตาของท่านพระอาจารย์ค่ะ
การทำงานของจอตมีความสำคัญต่อชีวิตอย่างยิ่งค่ะโดย น้องอุ๊ [4 ม.ค. 2549 , 18:28:40 น.] ( IP = 61.47.108.180 : : )
สลักธรรม 8กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ
สำหรับรายละเอียดอำนาจของจิตใจที่มีผลต่อร่างกายโดย เซิ่น [4 ม.ค. 2549 , 22:25:18 น.] ( IP = 58.10.90.22 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |