| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๗๐)
ตอนที่ (๖๙) อ่านที่นี่
ผลของโทสะที่จะเกิดขึ้นทั้งในชาตินี้และชาติหน้า
ตามที่ผมได้บรรยายมาแล้ว ท่านนักศึกษาก็จะเห็นได้ว่า อำนาจของโทสะนั้นทำให้ดวงจิตบังเกิดความขุ่นมัว เศร้าหมอง ทุกข์ร้อน เป็นการทรมานตนเองอยู่ตลอดเวลา เสมือนหนึ่งเอาไฟมาเผาลนไว้ในทรวงอก บางคนเลิกคิดไม่ได้ในเรื่องร้ายๆ ที่กระทบกระเทือนใจแรงๆ อันเป็นเรื่องราวในอดีต บางคนเลิกคิดล่วงหน้าไม่ได้ถึงความร้ายกาจที่จะมีขึ้นมาในอนาคต และบางคนยิ่งไปกว่านั้น ครุ่นคิดแต่จะผูกพยาบาท อาฆาตจองเวรไม่รู้แล้วรู้รอด จนหน้าตาหมองคล้ำไป เพราะด้วยเหตุที่ยังจองล้างจองผลาญกันยังไม่สำเร็จ
เมื่อได้กระทำเหตุขึ้นมาดังกล่าวแล้ว จะไม่ทำให้หงุดหงิด กลุ้มอกกลุ้มใจ ไม่มีความสบายแล้วกินได้นอนหลับดี จะมีหรือที่จะไม่ทำให้สุขภาพของจิต สุขภาพของร่างกายเสียหายหรือทรุดโทรมไปกระไรได้ ทั้งจะไม่ทำให้อายุสั้นลงกว่าที่ควรจะเป็นไปได้อย่างไร
นอกจากนั้นบุคคลผู้ซึ่งมีโทสจิตเป็นเจ้าเรือน การติดต่อพบปะสมาคมกับเพื่อนฝูงญาติมิตรก็จะเป็นไปได้อย่างลำบากขึ้นเป็นลำดับ ด้วยเขารังเกียจคนที่หน้าตาบอกบุญไม่รับ เขาได้เห็นสิ่งที่ทำให้เขาลดความรื่นเริงใจ ชอบพูดแต่เรื่องร้ายให้ฟัง ชอบพรรณนาแต่ความทุกข์ยากลำบากให้ได้ยิน ต้องหดหู่เศร้าหมองตามไปด้วย ยิ่งผูกพยาบาทอาฆาตด้วย แล้วก็ย่อมจะมีแต่คนเหินห่างกันออกไป เมื่อคบกับใครยาก ตัวเองก็จะขาดเพื่อนฝูงญาติมิตร ความว้าเหว่ก็จะเข้ามาครอบงำ ซึ่งจะทำให้โทสะคุกรุ่นทรมานใจอยู่ต่อไป แล้วกำเริบยิ่งขึ้นไปจนถึงความเสียหายทางจิตใจเรื่อยๆ จนความเสียหายปรากฏขึ้นทางกาย และทางใจทีละน้อย ๆ แล้วจึงได้กลายเป็นโรคทางกายและทางจิตใจในที่สุด
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 ม.ค. 2549 , 08:51:37 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 1
เมื่ออารมณ์กระทบกับจิตเข้าแล้ว เกิดความไม่พอใจต่ออารมณ์ ก็จะเกิดกิเลสอย่างกลาง คือ ความขุ่นมัว เร่าร้อนขึ้น แต่ถ้าความเร่าร้อนดังกล่าวนั้นรุนแรง เช่นนึกคิดในเรื่องนั้นมากและซ้ำ ๆ ซากๆ ก็จะก่อให้เกิดกิเลสอย่างหยาบที่จะแสดงออกมาทางวาจา เช่นกล่าวหา ด่าทอด้วยถ้อยคำหนักๆ แม้อาจกลายเป็นพาลเกเรไปชั่วคราวก็ย่อมเป็นไปได้ เช่นไปเหยียบหนามเข้าหน่อยก็ด่าว่าใครต่อใครให้วุ่นไป หรือเห็นอะไร ได้ยินอะไรที่ไม่ถูกอารมณ์ของตน ก็จะแสดงกิริยาวาจาไม่เหมาะสมหรือทำเกินกว่าเหตุก็เป็นได้ และถ้าหากความขุ่นหมองเหล่านั้นคุกรุ่นกำเริบถึงขั้นรุนแรงขึ้นมา ก็จะแสดงกิเลสอย่างหยาบออกมาทางกายอีกด้านหนึ่ง ถึงแก่ใช้ร่างกายกันทีเดียว เช่น ตบ ตี ฆ่า เป็นต้น อันก่อความร้าวฉาน การแตกความสามัคคี ไปจนถึงฆ่าฟันกันตายมีโทษผิดตามกฎหมายได้โดยง่าย
ในขณะที่กำลังโทสะอยู่นั้น รูปต่างๆ ของร่างกายก็จะปรากฏขึ้นตามมาด้วย เช่นเมื่อตกใจก็ย่อมแสดงอาการตกใจ เสียใจก็ย่อมแสดงอาการเศร้าหมอง โกรธแค้นก็ย่อมจะแสดงอาการดุร้าย หน้าตาน่ากลัว เมื่อโทสะเกิดขึ้นแล้ว ร่างกายจะอยู่เฉยๆ นั้นไม่มีอย่างแน่นอน โทสะเกิดแล้วจะให้บังเกิดความน่ารักน่าเอ็นดูได้อย่างไร (นอกจากจะคิดไปเอง เช่นที่พูดกันว่า ไม่งอนก็ไม่งาม แต่ถ้าหากงอนจนเกินงามก็น่าเกลียด ความจริงรูปที่ปรากฏอันเกิดจากโทสะย่อมจะไม่มรดีทั้งนั้น) โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 ม.ค. 2549 , 08:52:12 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 2
เมื่อโทสะเกิดขึ้นแล้ว พร้อมๆกันนั่นเองเจตนาก็เกิดขึ้นด้วย ไม่มีเจตนา โทสะก็เกิดเองไม่ได้ เจตนาได้แก่กรรม กรรมที่เกิดขึ้นเหล่านี้ก็มิได้สูญหายไปไหน ย่อมเก็บประทับอยู่ในจิตใจทั้งสิ้น แม้รูปที่ไม่น่าดูทั้งหลายทั้งทางกายและทางวาจา ที่จิตได้ผลิตสร้างขึ้นมาอยู่เสมอ
ผู้ใดมีโทสะร้ายอยู่เป็นนิจ และโทสะนั้นเป็นทุจริต เช่นฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นอาจิณ เป็นต้น กรรมอันนี้ก็อาจจะบังเกิดผลเมื่อตอนใกล้จะตาย กล่าวคือ ด้วยอำนาจของความชำนิชำนาญที่ตนได้กระทำมา ก็จะเกิดอารมณ์โทสะขึ้นเมื่อตอนใกล้จะตาย กลายเป็นมโนภาพขึ้นราวกับของจริงเหมือนความฝัน เห็นตนเองกำลังฆ่าสัตว์ เห็นสัตว์นั้นกำลังดิ้นอยู่เร่าๆ ด้วยความเจ็บปวด หรือเห็นอาวุธมีคมกำลังเชือดเนื้อเถือหนังตัวเอง เห็นไฟลุกโพลงอยู่ต่อหน้า หรือเห็นไฟกำลังเผาผลาญลุกไหม้ตัวเองอยู่ หรือเห็นหอกอันโตเท่าลำตาลกำลังพุ่งมายังทรวงออกของตน
ขณะนี้คนไข้ก็จะร้องโอดครวญขึ้นด้วยเสียงอันดังร้องขอให้คนช่วยและขอชีวิตถ้าร้องออกมาได้ แต่ถ้าร้องออกมาไม่ได้ก็จะแสดงอาการให้เห็นด้วยความตกใจกลัวและเจ็บปวดอย่างสุดแสน พยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง พยายามที่จะถอยห่างออกไปอย่างเต็มที่ หน้านิ่วคิ้วขมวด หวั่นไหว ตกใจ หวาดกลัว เสียขวัญอย่างสุดขีด ดังนี้แล้วอบายภูมิคือแดนเกิดอันไม่มีความสุขก็มีหวังได้ เฉพาะอย่างยิ่งก็คือ "นรก" อันเป็นที่ๆ เจ็บปวดและเร่าร้อนทั้งกายและใจ แล้วแต่กำลังหนักหรือเบาของกรรมนั้น และแล้วแต่เวลาที่ทำการฆ่าสัตว์มายาวนานสักเท่าใด โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 ม.ค. 2549 , 08:52:35 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 3
ถ้าหากว่าผู้ใกล้จะตายนั้นมีกุศลผลบุญที่ได้ทำเอาไว้ออกจะมากอยู่ ดังนั้น การให้ผลของกรรมที่ไม่ดีก็อาจจะยังเป็นอารมณ์เมื่อตอนใกล้จะตายนั้นไม่ได้ คือจะเป็นอำนาจให้ หรือผลักส่งให้ปฏิสนธิไม่ได้ หรือไม่มีโอกาสด้วยเหตุว่ากุศลที่ได้ทำเอาไว้มีกำลังมากอยู่เหมือนกัน กุศลมีโอกาสให้ผลก่อน ด้วยเหตุนี้อำนาจของกุศลจึงส่งให้มาเกิดในกามสุคติภูมิมีมนุษย์เป็นต้น
แม้ถึงว่าจะได้มาเกิดเป็นมนุษย์แล้วก็ดี อกุศลของการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมาอย่างโชกโชนนั้น จะได้สูญหายไปหมดก็หามิได้ อกุศลฆ่าสัตว์นั้นก็จะมาเป็นบริวารปะปนไปตามขณะจิตต่างๆ ตั้งแต่ก่อนที่จิตจะดับลง แล้วก็สามารถให้ผลได้เมื่อเวลาปฏิสนธิด้วยอำนาจของปฏิสนธิที่ไม่สู้ดีนัก คือ อุเบกขาสันตีรณกุศล (จะได้ศึกษาต่อไป)ด้วยอำนาจของกรรมชรูปทำให้รูปร่างผิดปกติ เช่นมีตำหนิ ไปจนถึงพิกลพิการมาก เช่น เท้าสั้นกว่ากันนิดหน่อย ตาใหญ่กว่ากันเล็กน้อย ไปจนถึงเท้ากุดหรือต้องใช้หลังเท้ากลับเป็นหน้าเท้า ตาบอดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง เป็นต้น
อำนาจของกรรมดังกล่าวมาแล้วก็อาจจะให้ผลในขณะปฏิสนธิไม่ได้ ก็จะตามมาให้ผลเป็นปวัตติ คือเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วจึงจะให้ผล จังหวะใดที่กรรมนี้ให้ผล ก็จะเป็นผลที่ต้องเกิดจากบาดเจ็บทุกข์ทรมาน สมเจตนาที่ทำไว้แก่สัตว์ในอดีตชาติที่ชอบฆ่าสัตว์ให้สัตว์เจ็บปวด ให้สัตว์นั้นตายเสียก่อนที่จะถึงเวลา คืออาจจะต้องป่วยเจ็บถึงผ่าตัดครั้งแล้วครั้งเล่า หรือเกิดอุบัติเหตุตกต้นไม้ น้ำร้อนลวก รถคว่ำ ฆ่าตัวตายด้วย และจะต้องถึงแก่ความตายในขณะที่อายุยังไม่มากเท่าใด เป็นต้น
อย่างน้อยที่สุด ผู้ที่ตกอยู่ในฐานะมีโทสะเข้าครอบงำ รูปร่างในขณะนั้นย่อมถูกสร้างขึ้นมาไม่น่าดู อำนาจของกรรมดังกล่าวที่ติดตามจิตใจมา ก็อาจจะให้ผลขึ้นเมื่อปฏิสนธิ ซึ่งจะทำให้ผู้นั้นรูปร่างไม่สวยไม่งาม ขี้ริ้วขี้เหร่ หน้าตาเศร้าโศก บอกบุญไม่รับ ใครได้พบได้เห็นก็ไม่บังเกิดความสนใจ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 ม.ค. 2549 , 08:53:04 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 4
อกุศลโทสะนั้นเราจะหลีกเลี่ยงเสียทีเดียวหาได้ไม่ ด้วยเหตุนี้ จึงต้องอาศัยกลวิธีต่าง ๆ เข้าช่วยแก้ไขให้บรรเทาเบาบางลง จึงต้องค้นหาวิธีที่ทำให้มันเกิดให้น้อย แล้วให้มันหายไปเสียโดยเร็วด้วย แต่วิธีต่างๆ ที่คิดที่ใช้กันอยู่นั้น ก็ช่วยได้บ้างตามสมควร เช่น พูดในใจ หรือคิดว่าเป็นกรรมของเราเอง แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังไม่ทราบจริงๆ ว่า กรรมคืออะไร จึงได้แต่คิดๆ ไปเท่านั้น จึงช่วยให้ได้ไม่มากนัก ผู้ไม่ได้ศึกษาพระอภิธรรมปิฎกที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตให้เข้าใจ ก็ย่อมจะแก้ไขได้ยาก เพราะวิธีการนั้นจะไม่แยบยลรัดกุมพอ ทั้งเป็นการลดโน่นตัดนี่ให้เป็นภาระอันหนักของจิตใจไม่ได้ผลจริงๆสมความตั้งใจ
ไม่เหมือนการศึกษาพระอภิธรรมให้เข้าใจ เมื่อมีปัญญาบังเกิดขึ้นแล้วโทสะทั้งหลายก็จะค่อยๆ ลดลงเองโดยอัตโนมัติตามปัญญาที่เพิ่มขึ้น ไม่ต้องหนักอกหนักใจมากเท่าไร ทั้งเมื่อมีปัญญาเกิดขึ้นแล้วจิตใจก็สว่างไสว เยือกเย็น ดังนั้น โทสะต่างๆ เช่นทุกข์ร้อน กังวล โกรธแค้น เจ็บใจ หรือได้อารมณ์ที่ไม่ชอบ จึงเกิดขึ้นมามากไม่ได้โดยไม่ต้องไปเคี่ยวเข็ญบีบคั้น บังคับข่มขืนใจจนได้รับความลำบาก
อย่างไรก็ดี ตามหลักการนั้น ก็จะต้องรักษาศีลเพื่อมิให้กายกับวาจาแสดงสิ่งที่ไม่ดีมีบาปทุจริตออกไป แต่แม้จะรักษาศีลเอาไว้แล้ว จิตใจก็เศร้าโศก ทุกข์ร้อนได้ ดังนั้น ท่านจึงสอนให้เจริญสมาธิ เพื่อข่มจิตใจเอาไว้ให้ตั้งอยู่ในความสงบอีกหนทางหนึ่ง แล้วจึงถึงขั้นปัญญาศึกษาเล่าเรียนไปจนถึงการปฏิบัติวิปัสสนา ซึ่งในเรื่องเหล่านี้มีแง่มุมที่จะต้องทำความเข้าใจอีกเป็นอันมาก ผมก็จะได้บรรยายเป็นลำดับไป เฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชีวิต เมื่อถึงโอกาสอันสมควร โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 ม.ค. 2549 , 08:53:24 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 5
เหตุที่จะให้เกิดโทสะหรือปฏิฆะนั้นมี ๕ ประการ คือ
๑.โทสชฺฌสยตา มีอัธยาศัยเป็นคนมักโกรธ
๒.อคมฺภีรปกติตา มีความคิดไม่สุขุมรอบคอบ
๓.อปสุตฺตตา มีการศึกษาน้อย
๔.อนิฏฐารมฺมณสมาโยโค ได้ประสบอารมณ์ที่ไม่ดี
๕.อาคาตวตฺถุสมาโยโค ได้ประสบกับอาฆาตวัตถุ ๑๐ ประการ
อาฆาตวัตถุ ๑๐ ประการ คือ
๑.อาฆาตเขาโดยคิดว่า ได้ทำความเสื่อมเสียให้แก่เรา
๒.อาฆาตเขาโดยคิดว่า กำลังทำความเสื่อมเสียให้แก่เรา
๓.อาฆาตเขาโดยคิดว่า จะทำความเสื่อมเสียให้แก่เรา
๔.อาฆาตเขาโดยคิดว่า ได้ทำความเสื่อมเสียให้แก่ผู้ที่เรารักเราชอบ
๕.อาฆาตเขาโดยคิดว่า กำลังทำความเสื่อมเสียให้แก่ผู้ที่เรารักเราชอบ
๖.อาฆาตเขาโดยคิดว่า จะทำความเสื่อมเสียให้แก่ผู้ที่เรารักเราชอบ
๗.อาฆาตเขาโดยคิดว่า ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ผู้ที่เราเกลียดชัง
๘.อาฆาตเขาโดยคิดว่า กำลังทำคุณประโยชน์ให้แก่ผู้ที่เราเกลียดชัง
๙.อาฆาตเขาโดยคิดว่า จะทำคุณประโยชน์ให้แก่ผู้ที่เราเกลียดชัง
๑๐.ความอาฆาตเกิดขึ้นโดยไม่เป็นการสมควรเลย เช่น ไม่พอใจที่ตัวเองได้ทำผิด เช่นโกรธเจ้านายมาจากที่ทำงาน มาถึงบ้านก็เอ็ดตะโรบุตรภรรยา
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 ม.ค. 2549 , 08:53:59 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 6
มาศึกษาต่อค่ะ
ขอบคุณมากนะคะโดย พี่ดา [6 ม.ค. 2549 , 11:17:31 น.] ( IP = 61.91.198.246 : : )
สลักธรรม 7ผลของโทสะให้โทษมากๆ เลยค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะโดย เซิ่น [6 ม.ค. 2549 , 13:09:45 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
สลักธรรม 8กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงในการอธิบายขยายความในเรื่องโทสะครับ เข้าใจมากขึ้นเลยขอรับ
ระลึกถึงพระคุณท่านอาจารย์ไว้เหนือเกล้าครับ.โดย พี่เณร [6 ม.ค. 2549 , 14:48:24 น.] ( IP = 61.91.115.91 : : )
สลักธรรม 9กราบขอบพระคุณท่านพระอาจารย์ค่ะ
โดย น้องอุ๊ (asomsopon) [6 ม.ค. 2549 , 20:00:15 น.] ( IP = 61.47.113.47 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |