| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๗๔)
ตอนที่ (๗๓) อ่านที่นี่
เมื่อว่าตามความหมายของพุทธศาสนา ชีวิตของสัตว์เดรัจฉานนั้นมีคติอยู่ ๓ ประการ คือ เป็นไปเพื่อกิน เพื่อนอน เพื่อเสพเมถุน ส่วนเด็กเล็กๆ นั้นก็มีคติอยู่ ๓ ประการเหมือนกัน คือ เป็นไปเพื่อกิน เพื่อนอน เพื่อเล่น ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เอง คำว่าเดรัจฉานวิชาจึงมิได้หมายถึงวิชาของสัตว์เดรัจฉานโดยตรง หากแต่เป็นวิชาการที่เป็นไปเพื่อกิน เพื่อนอน เพื่อเสพเมถุน ส่วนเรื่องบุญ เรื่องบาป ความดีความชั่ว เรื่องกรรม เรื่องผลของกรรม เรื่องชีวิตภายหลังความตายเหล่านี้เป็นต้น ไม่ได้คิดไม่เชื่อ ไม่สนใจ ทั้งมิได้ค้นคว้าศึกษา หรือไม่ยอมพิจารณาให้บังเกิดความเข้าใจ
อีกนัยหนึ่งเดรัจฉานวิชานั้น หมายถึงวิชาการต่างๆ ที่เมื่อศึกษาแล้วก็ไม่สามารถเป็นหนทางนำเข้าไปสู่ความลึกซึ้งของเรื่องชีวิต มิได้เป็นหนทางสายตรงไปสู่พระนิพพาน คือการทำลายกิเลสเครื่องเศร้าหมองเร่าร้อนของตนเอง หากแต่เป็นตัวการที่ขวางกั้นต่อมรรตผล และพระนิพพาน อันเป็นการศึกษาที่สนับสนุนให้กิเลสเกิดมากขึ้น สนับสนุนให้การเวียนว่ายตายเกิดให้ดำเนินต่อไปโดยหาที่สุดมิได้
อย่างไรก็ตาม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็มิได้ทรงห้ามว่า อย่าได้ไปศึกษาวิชาการใดๆ เลย นอกจากทางพ้นทุกข์นี้เท่านั้น พระองค์ท่านมิได้ทรงสอนให้ปิดประตูขังตัวเองโดยมิได้ให้ผู้ใดพากเพียรศึกษาค้นคว้าเพิ่มพูนวิชาการต่างๆ ให้แก่ตนเอง เพื่อจะได้เป็นผู้มีความรู้ เพื่อจะได้มีความฉลาดมีความสามารถที่จะรักษาตนเองได้ และเพื่อจะได้อยู่เย็นเป็นสุข มีชีวิตราบรื่นต่อไปในโลก พระองค์ท่านสนับสนุนทุกๆ อย่าง ไม่ว่าในการศึกษาเล่าเรียน และการประพฤติปฏิบัติในอันจะนำมาซึ่งประโยชน์ให้แก่ตนเองและแก่ผู้อื่น ทรงสอนให้ขยันหมั่นเพียร สอนให้รู้จักตั้งตัว สอนให้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตลอดจนสอนให้รักษาศีล เจริญภาวนา เพื่อประโยชน์ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [10 ม.ค. 2549 , 15:31:43 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 1
เมื่อ
มีโอกาสสมควร ทั้งผู้รับคำสั่งสอนก็พร้อมอยู่แล้ว พระองค์ก็ทรงสอนวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิต อันเป็นปรมัตถ์ประโยชน์ เป็นวิชาที่จะนำให้เข้าถึงหนทางไปสู่มรรค ผล นิพพาน ทั้งแสดงให้ทราบว่า อย่าได้หลงติดอยู่ในวิทยาการทั้งหลายแบบโลกๆ ดังกล่าวมาแล้ว พระองค์สอนให้รู้ความจริงเอาไว้ เพื่อจะมิให้หลงใหลเข้าใจผิดไปว่า วิชาการทั้งหลายเหล่านั้นประเสริฐขั้นสุดยอด เพราะวิชาการเหล่านั้นไม่สามารถช่วยตนเองให้พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด หรือพ้นไปจากทุกข์โดยเด็ดขาดแท้จริงได้ ถ้าผู้ใดไม่เชื่อโดยเห็นไปว่าเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ ไม่ยอมเข้ามาค้นคว้าหาความจริง ผู้นั้นก็จะได้ชื่อว่าไม่รู้ความจริงที่ควรรู้ พระองค์ทรงชี้ถึงคุณภาพวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตว่ามีประโยขน์เหลือหลาย เพื่อมิให้หลงติดใจไปกับวิชาที่ทำให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ไม่ได้
เพราะวิชาการต่างๆ นั้นเป็นไปเพื่อกิน เพื่อนอน เพื่อเสพเมถุน ซึ่งขวางกับมรรคผล และท่านนักศึกษาก็ควรจะทราบด้วยว่า ในขณะนี้เรากำลังเรียนอะไร เรามิได้กำลังเรียนธรรมะที่จะก่อประโยชน์ชาตินี้หรือชาติหน้า หากแต่เรากำลังเรียนปรมัตถประโยชน์อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ดังนั้น เนื้อความก็ย่อมจะละเอียดลออต้องอาศัยความคิดพิจารณา ซึ่งผิดกับคำสอนทั่วไปอันเป็นประโยชน์ในชาตินี้และชาติหน้าอยู่บ้าง จนอาจเป็นเหตุให้กระทบกระเทือนใจสำหรับท่านนักวิชาการบางท่านเข้าก็ว่าได้ ตามหลักปรมัตถธรรมนั้นโมหะได้แก่อะไร โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [10 ม.ค. 2549 , 15:32:46 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 2
ผมได้แสดงเรื่องของโมหะหรืออวิชชาไว้ในตอนต้น เป็นการกล่าวโดยทั่วไป ท่านทั้งหลายคงจะจำตัวอย่างได้ว่า โมหะหรืออวิชชาที่ว่าเป็นความหลงหรือความไม่รู้นั้น ได้แก่ หลงผู้หญิง หลงผู้ชาย หลงแก้วแหวนเงินทอง หลงเที่ยวเตร่หามรุ่งหามค่ำ หลงเล่นการพนัน หลงเสพสุรายาเมา เป็นต้น ผมได้แสดงว่า ความหลงดังที่ได้ยกตัวอย่างขึ้นมาก็ได้ชื่อว่าเป็นความเห็นที่ถูกต้อง เพราะถ้าไม่มีโมหะแล้วก็คงจะหลงต่อไปดังนั้น
อย่างไรก็ดี ผมก็ได้แสดงเอาไว้ว่า เรื่องดังที่ยกขึ้นมาให้เป็นตัวอย่างดังกล่าวนั้น ถ้าจะว่าเป็นความหลงก็เป็นได้ไม่ผิดอะไร แต่ถึงจะเป็นการถูกต้อง ก็เป็นการถูกต้องเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะว่าความหลงกลดังกล่าวมาแล้ว เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราวไม่ยืดยาว หรืออาจมีเหตุผลหนึ่งเหตุผลใดมาขัดขวาง ทำให้ความหลงกลดังกล่าวนั้นเปลี่ยนแปลงไป จนในที่สุดทำให้เลิกหลงได้ เพราะความหลงเช่นเสพสุรายาเมาเป็นต้นนั้น มันก็มิได้เป็นมูลเป็นรากแท้จริง โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [10 ม.ค. 2549 , 15:33:14 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 3
ยังมีความหลงอีกชนิดหนึ่งที่แอบแฝงซ่อนอยู่เร้นลับ ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วผู้หลงมิได้รู้สึกตัว มันกินลงไปอย่างลึกซึ้งเหมือนกับสนิมในเนื้อเหล็ก โดยที่ผู้ตกอยู่ในความหลงเช่นนี้มีโอกาสทราบได้ยากที่สุด หรือมิได้รู้สึกสำนึกตัวเลยจนตลอดชีวิต และเกิดอย่างกว้างขวางทั่วไปในมนุษย์ภูมิ สัตว์เดรัจฉาน หรือเทวภูมิ
ความหลงชนิดนี้ไม่มีอะไรเข้าไปเหลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะค้นคว้าศึกษาไปจนทั่วพิภพจบดินแดน นอกจากอย่างเดียวเท่านั้นที่จะแก้ความหลงนี้ได้คือ "ปัญญา"
ด้วยเหตุนี้เอง ความหลงมันจึงเกิดขึ้นมายาวนานจนชั่วชีวิตทั้งเกิดขึ้นตลอดวัน และในวันหนึ่งๆ นับจำนวนไม่หวาดไหว ตลอดในเวลากลางวันแล้วยังไม่พอแถมกลางคืนอีกต่างหาก แม้จะแสดงออกซึ่งความหลงนั้นมากมายจนตลอดทั้งกลางวันกลางคืนดังนี้ ผู้หลงก็หาได้มีความรู้สึกสำนึกตัวไม่ ผู้หลงก็ไม่เคยคิดเคยสะเทือนใจ ถ้าหากมิได้ศึกษาเล่าเรียนทำปัญญาให้เกิดขึ้น กล่าวคือค้นคว้าหาความจริงโดยอาศัยหลักวิชาในพระพุทธศาสนา เฉพาะอย่างยิ่งในปรมัตถสัจธรรม หรือพระอภิธรรมปิฎก
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [10 ม.ค. 2549 , 15:33:31 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 4
ขอบพระคุณมากค่ะ
โดย น้องอุ๊ (asomsopon) [10 ม.ค. 2549 , 19:06:53 น.] ( IP = 221.128.106.16 : : )
สลักธรรม 5มาติดตามอ่านต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะโดย เซิ่น [10 ม.ค. 2549 , 22:34:49 น.] ( IP = 61.91.125.151 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |