มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๗๗)






ตอนที่ (๗๖) อ่านที่นี่

ท่านนักศึกษาทั้งหลาย เมื่อมีผู้ใดยื่นธนบัตรใหม่ๆ ใบละร้อยบาทให้แก่ท่านด้วยความเสน่หาโดยความบริสุทธิ์ใจปึกหนึ่ง มิได้ต้องการอะไรเป็นเครื่องตอบแทนเลย ท่านจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเสีย ทำเฉยๆ เสียหรือ ผมคิดว่าจะมีก็แต่คนที่เป็นบ้า คนปัญญาอ่อนมาก คนที่มีจิตใจไม่ค่อยจะสมบูรณ์ หรือคนครึ่งหลับครึ่งตื่นเท่านั้น เพราะได้ทำจิตของตนให้ไม่รู้เรื่องอะไรเลยต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าดังกล่าวนั้น

ตามเหตุผลและเรื่องที่ยกขึ้นมาเป็นตัวอย่าง ก็จะเห็นได้ว่าเมื่อความจริงมาปรากฏอยู่ต่อหน้าต่อตา ถ้าเฉยเสียก็อาจป้องกันมิให้เกิดโลภะได้ ป้องกันมิให้เกิดโทสะได้ แต่ตัวเฉยเสียหรือทำใจให้เป็นอุเบกขาเสียนั้น หาได้ทำจิตให้เกิดปัญญารู้เท่าทันธรรมชาติของเสียง คือสัททารมณ์อันเป็นอายตนะภายนอก ซึ่งเป็นรูปมากระทบกับจิตซึ่งเป็นนาม ที่ประสาทหูอันเป็นอายตนะภายในไม่ เมื่อความจริงของทั้งรูปทั้งนามมาปรากฏให้เห็นดังนี้แล้ว ผู้ที่ดูอยู่ก็หาได้เห็นรูปเห็นนามไม่ ผู้ที่มิได้ดูจึงตกอยู่ในโมหะหรืออวิชชา การวางเฉยเป็นอุเบกขามิได้รู้เท่าทันความจริงของปรากฏการณ์ธรรมชาติ อันเป็นรูปเป็นนามเหล่านี้ จึงได้ชื่อว่าอุเบกขา เป็นตัวสร้างบ้านสร้างเรือนให้ความโง่ความหลงอยู่กันอย่างสบาย

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [13 ม.ค. 2549 , 09:05:27 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ถ้าท่านนักศึกษาได้พิจารณาตามที่ผมได้บรรยายมาแล้วตามลำดับ ก็จะประจักษ์ว่า การหลงผู้หญิง หลงผู้ชาย หลงทรัพย์สมบัติแก้วแหวนเงินทอง หลงเล่นการพนัน หรือหลงเสพสุรายาเมานั้น เป็นการหลงที่อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งเป็นคราว ซึ่งอาจจะมีเหตุการณ์ต่างๆ เข้ามาขัดขวางทำให้เลิกหลงเสียได้ หรือผู้นั้นได้รับทุกข์โทษภัยจนบังเกิดความสำนึกรู้สึกตัวได้จึงเปลี่ยนท่าทีเสียใหม่ หรือเวลาได้เนิ่นนานออกไปจึงได้เปลี่ยนใจแสดงไปในทางตรงกันข้ามได้ แต่การหลงต่ออารมณ์ที่มากระทบจากทางทวารต่างๆ นั้นเป็นความหลงที่ลึกซึ้งยากแก่การศึกษาที่จะให้รู้ให้เข้าใจ ยากแก่การทำลาย จึงได้ติดตัวไปเกิดอยู่ทุกชาติๆ โดยผู้หลงหาได้เข้าใจไม่

เกิดมีชีวิตขึ้นมาครั้งใด ไม่ว่าจะเป็นสัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ เทวดา หรือเป็นพรหม ความหลงก็หาได้เสื่อมคลายหายไปได้ไม่ ทั้งเกิดอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน วันหนึ่งนับไม่ไหวก่อให้เกิดความโลภ ความโกรธ ความหลงอยู่เสมอ จนเป็นเหตุให้เกิดเบียดเบียนกันอยู่ทั่วไป เป็นเหตุให้ต้องรบราฆ่าฟันกันอยู่ทั่วๆ ไป ทำให้ต้องเวียนเกิดเวียนตายไม่จบสิ้น ความทุกข์ทนหม่นหมอง และความเร่าร้อนนานาชนิดตลอดจนต้องคร่ำเคร่งในการแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตอยู่ทุกชาติๆ ไปมิได้ขาดสาย

บุคคลผู้ขาดปัญญาพิจารณาอารมณ์ ก็เปรียบเหมือนเด็กอ่อนไร้เดียงสาขาดความคิดพิจารณาปรากฏการณ์ของธรรมชาติ จึงได้ถูกความเป็นไปของโลกพัดพาไปในสารทิศต่างๆ บางทีก็ฝ่าเข้าไปยังแดนทุรกันดารที่ผู้ใหญ่ทั้งหลายเขาไม่กล้าไป บางทีก็ฝ่าเข้าไปในอันตรายร้ายแรงต่างๆ ที่ผู้รู้ทั้งหลายเขาหันหลังให้ บางทีก็ได้รับความปวดร้าวอย่างสุดแสน แต่ก็หาเหตุผลไม่ได้ว่ามันเกิดจากเหตุอะไร ด้วยหลงใหลไร้เดียงสาขาดปัญญา จึงไขว่คว้าหาแต่สิ่งที่หลอกลวงตาหลอกลวงใจ ไม่มีประโยชน์ ไม่มีแก่นสารแก่ชีวิต แล้วกลับคิดว่าเป็นจริงเป็นจัง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [13 ม.ค. 2549 , 09:05:55 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

ท่านนักศึกษาทั้งหลายฟังผมบรรยายยาวแล้วรู้สึกอย่างไร ท่านอยากจะคัดค้านว่าไม่เป็นความจริงก็ได้ ท่านอาจจะสงสัยว่ามันเป็นจริงไปทั้งหมดได้อย่างไร และหลายท่านอาจจะคิดว่า ถ้าเป็นไปได้ตามที่ผมได้บรรยายมาแล้วเราจะอยู่กันไปได้หรือ และผมผู้บรรยายจะกระทำตามที่ได้บรรยายมาหรือหาไม่

ผมไม่ปฏิเสธเลยว่า ตัวของผมเองมิได้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของโมหะอวิชชา ท่านทั้งหลายเมื่อได้ฟังผมบรรยายมาแล้ว ผมก็มิได้ขอร้องให้ท่านทำลายโมหะ หรืออวิชชา หรือความโง่ความหลงนี้ให้ออกไปจากจิตใจ เพราะถ้าขืนกระทำเช่นนั้นแล้ว ท่านก็จะกลับบ้านไม่ได้ ถ้าขืนแสดงความดีมีปัญญาทำลายโมหะอวิชชาแบบนี้มากไปแล้ว ก็จะถูกหัวเราะเย้ยหยันจากคนทั้งหลายเห็นทีจะกลับไปไม่ทันถึงที่อยู่อาศัย ตำรวจเขาคงจะนำส่งยังบ้านหลังคาแดงแถวฝั่งธน เราอยู่ในโลกก้ย่อมจะต้องหันไปตามโลกบ้างพอสมควร การหันหลังให้โลกเด็ดขาดจริงจังในเวลาที่ยังไม่ถึงนั้น ย่อมจะมีผลร้ายแล้วท่านก็ต้องไม่ลืมว่า ผมกำลังแสดงถึงปรมัตถธรรม ปรมัตถประโยชน์

อย่างไรก็ดี แม้เป็นสิ่งที่ไม่ดีเราก็ควรเรียนรู้เอาไว้ วิธีปล้น วิธีจี้ วิธีล้วงกระเป๋า ถ้ารู้ไว้มากๆ ก็จะป้องกันตัวเองได้บ้าง เชื้อโรคต่างๆ ที่ส่องกล้องมองเห้น ตลอดไปจนไวรัสที่ส่องกล้องดูไม่ได้ ก็ควรจะศึกษาเสียให้เข้าใจ ความชั่วความไม่ดีทั้งหลายที่นำทุกข์โทษภัยมาสู่เราก็ควรจะศึกษาเอาไว้ จะได้เป็นทางระแวดระวังไม่ประมาทจนตกไปอยู่ในหุบเหวแห่งหายนะโดยไม่รู้สึกตัว เหมือนเด็กเล็กๆ ที่ไร้เดียงสาซึ่งจะกลับขึ้นมาสู่อิสรภาพไม่ได้

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [13 ม.ค. 2549 , 09:06:18 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

ในวันหนึ่ง เรารู้สึกตัวมีความรู้เท่าทันในปรากฏการณ์ของธรรมชาตินี้สัก ๒ - ๓ ครั้ง หรือพิจารณาอารมณ์ของตัวเองในเวลาว่างๆ เช่นก่อนจะนอนเสียบ้างเพื่อให้เกิดปัญญาทำลายอวิชชา ทำลายโมหะลงเสียบ้าง ก็เชื่อว่าคงจะทำได้ไม่เหลือบ่ากว่าแรงอะไร ทำจิตให้เกิดมหากุศลอย่างเหลือหลาย อันเป็นปัญญาบารมีที่จะติดตัวไปทั้งในชาตินี้และชาติหน้า เมื่อปฏิบัติไปทุกวัน วันละเล็กละน้อย ความละเมอเพ้อฝันลมๆ แล้งๆ อย่างเคยมาก็จะค่อยๆ ถดถอย ความทุกข์ทนหม่นหมองใจจะได้ค่อยๆ คลาย ความสุขจากความสงบก็จะได้ตั้งต้นขึ้นมา และจะได้อาศัยเป็นบาทที่จะปฏิบัติวิปัสสนาต่อไปในอนาคตด้วย

ท่านนักศึกษาผู้มีเกียรติ ผมได้นำทางให้ท่านเข้าสู่ความจริงของโมหะและอวิชชาที่เกิดอยู่แทบทุกลมหายใจ ความจริงที่เมื่อพิจารณาด้วยดีแล้วก็จะเห็นได้กว้างขวางดียิ่งขึ้น ท่านก็คงจะเห็นแล้วว่า ธรรมชาติของนามธรรมที่ไม่มีตัวไม่มีตนอะไรสักนิด แต่ทว่ามีพิษสงเหลือหลาย อาจทำให้ชีวิตของเราทั้งในปัจจุบันและอนาคตเป็นไปอย่างไรก็ได้ อาจพาเราให้ไปสู่ความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสในเมืองนรก อาจพาเราให้ไปสู่ความสุขอย่างสุดยอดในเมืองสวรรค์ และถ้าเราทำให้ดีให้มีปัญญาเข้ามาเกิดทดแทนก็อาจพาเราไปสู่สันติสุขได้ตลอดนิรันดร

เรื่องของโมหะนั้นยังมีอีกมาก ผมเพียงแต่นำท่านทั้งหลายมาสู่ความจริงว่า โมหะนั้นคืออะไรเท่านั้น ยังมิได้เอาหลักการที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าออกมาวาง ยังมิได้แยกแยะโมหะออกเป็นประเภทต่างๆ ทั้งยังมิได้แสดงถึงผลของโมหะว่าเป็นประการใด แต่ในเวลาอันจำกัดคงแสดงให้จบในวันนี้ไม่ได้ ผมขอยุติการบรรยายเพียงแต่เท่านี้ ท่านผู้ใดมีปัญหาอะไรจะซักไซร้ไล่เรียง ก็ขอเชิญถามได้


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [13 ม.ค. 2549 , 09:06:37 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

วันนี้เข้ามาทำความเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับโมหะแต่เช้าเลยครับท่านอาจารย์ ผมได้ประโยชน์ขึ้นอีกมากมายครับ

ตรงที่ท่านอาจารย์ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ในการรู้จักสิ่งที่ไม่ดี ไม่น่าพิศมัย และเป็นโทษต่างๆเพื่อสร้างภูมิธรรมคุ้มกั้นจิตไม่ให้หลงยึดติดมากมายอย่างแต่ก่อนครับ

และคำชี้แนะที่ท่านอาจารย์ให้ไว้ที่ว่า ควรมีเวลาวันละนิดผลิตปัญญาบารมี เพื่อสร้างทางชีวิตที่ถูกตรงให้กับตนเองนะครับ

ขอน้อมก้มกราบระลึกถึงพระคุณของท่านอาจารย์ ที่นำแสงสว่างของชีวิตมาให้แก่ผมไว้เหนือเกล้าครับ.


โดย พี่เณร [13 ม.ค. 2549 , 09:16:09 น.] ( IP = 58.8.94.229 : : )


  สลักธรรม 5

เมื่อความหลงหรือโมหะเกิดกับเราแทบทั้งวัน จึงต้องหาเวลาให้จิตเกิดกุศลที่มีปัญญาบ้าง
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [13 ม.ค. 2549 , 12:56:21 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org