| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
วันนี้วัน..มาฆะบูชา..ค่ะ
วันนี้วันมาฆะบูชา
อภิวาทวันทามหาสมัย
รับโอวาททรงประกาศธรรมวินัย
ทั้งกายใจจงรักภักดีธรรม![]()
โดย น้องแก้ว [26 ก.พ. 2545 , 22:03:03 น.] ( IP = 203.170.174.64 : : )
สลักธรรม 1
![]()
ขอรับคำสอนของพระพุทธองค์ค่ะ จะรีบทำงานที่ค้างให้เสร็จแล้วจะไปไหว้พระและปฏิบัติเป็นพุทธบูชาค่ะโดย หมออุ๊ [26 ก.พ. 2545 , 22:16:45 น.] ( IP = 203.113.38.8 : : )
สลักธรรม 2
คอลัมน์ : วาไรตี้ : มาฆบูชาปีนี้ ได้ทำอะไรดีๆ หรือยัง?
เดือนกุมภาพันธ์ใกล้จะหมดเข้าไปทุกทีแล้ว
ที่ผ่าน ๆ มาของเดือน มีวันสำคัญอยู่หลายวันทีเดียว
เริ่มจากช่วงต้นเดือน 12 ก.พ. ก็เป็นวันตรุษจีน อาหมวย อาตี๋ รื่นเริงกันถ้วนหน้า
...ต่อกันมา 14 ก.พ. วาเลนไทน์ ว่าไปแล้วก็ไม่สำคัญอะไร แต่ผู้มีหัวใจสีชมพูละก็สำคัญมาก
แต่วันนี้ 26 ก.พ. ขอเวลาพักใจกันก่อน จะมาชวนคุยเรื่องวันมาฆบูชา เรื่องศาสนา ๆ ปิดท้ายช่วงปลายเดือนให้ได้สงบใจ ฮิ ฮิ ฮิ...
ทั่วไปรู้กันดีแล้วนี่ว่า ขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 คือวันมาฆบูชา แต่ลองไปเปิดปฏิทินปีนี้ดูกลับกลายเป็นขึ้น 15 ค่ำเดือน 4 เอ๊ะ เอ !! ไหง เป็นงั้นล่ะ ?
ปฏิทินไม่ได้พิมพ์ผิดหรอก
ก็เพราะปีนี้มีเดือนแปดสองหน
ที่เรียกว่าอธิกมาส ตามการนับเดือนแบบไทยไง เลยต้องเลื่อนไปเป็นขึ้น 15 ค่ำเดือน 4 คนเก่าคนแก่รู้เรื่องนี้ดี
ถามกันก่อนว่า แล้วรู้ไหมวันมาฆบูชาเป็นวันหยุดราชการมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
ส่ายหน้ากันเป็นแถวแน่ ๆ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ค่ะ กำหนดเป็นวันหยุดให้ไปทำบุญทำกุศลได้สะดวก ๆ จะตักบาตร ฟังธรรม ให้ทาน ถือศีล ฯลฯ ตกเย็นก็ไปเดินเวียนเทียน คนไทยก็ปฏิบัติมาเรื่อย จนเป็นประเพณีนิยม
และนอกจากประเทศไทยแล้วก็ยังมีประเทศนับถือพุทธอีกหลายประเทศที่ประกอบพิธีมาฆบูชาอย่างเป็นทางการเหมือนกัน กำหนด ให้เป็นวันหยุดด้วย หลัก ๆ ก็มี เนปาล พม่า กัมพูชา ศรีลังกา และลาว
ท่านพระครูสิริธรรมนิเทศ อาจารย์ใหญ่โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา วชิรมกุฏ วัดมกุฏกษัตริยาราม เล่าให้ฟังว่าประเทศอื่น ๆ ที่นับถือพุทธก็ปฏิบัติเหมือนกัน แต่ทำเฉพาะกลุ่มไม่ครอบคลุม
"ประเทศที่มีพิธีมาฆบูชาอย่างเป็นทางการก็จะมีไทย เนปาล พม่า กัมพูชา ลาว ศรีลังกา แต่ในประเทศที่นับถือพุทธบางประเทศ อย่างเช่น ในจีนบางส่วน เกาหลี เวียดนาม ก็มีการประกอบพิธีวันมาฆบูชาเหมือนกัน แต่ไม่ได้ทำกันทั้งประเทศ เป็น การรวมกลุ่มบางส่วน"
วันมาฆบูชา นี่ถือเป็นวันสำคัญ เป็นวันที่พระสงฆ์ที่เป็นพระอรหันต์ผู้มีอภิญญา 6 ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าจำนวน 1,250 รูปมาประชุมพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายเป็น ที่อัศจรรย์
และพระพุทธองค์ทรงประกาศ "ธรรมนูญการปกครองของคณะสงฆ์"
คือการปกครองด้วยธรรม ชี้แจงลักษณะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขันติ ความอดทน ลักษณะของบรรพชิตที่จะไม่เบียดเบียนผู้ใด วัตรปฏิบัติที่พระสงฆ์พึงมี
ก่อนจะกราบนมัสการลา ท่านฝากว่า ที่ปัจจุบันคนชอบตักบาตร ทำบุญกันเยอะ เพราะต้องการที่พึ่ง อยากสุขสบายได้กุศล แต่สำคัญอยู่ที่ว่าขอให้ทุกคนมีความมั่นคงในพระรัตนตรัย ละอบายมุข พยายามปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ได้มาตรฐาน ขยันหมั่นเพียร รู้จักคบมิตรดี ใช้ชีวิตสมฐานะ และรู้จักคำว่าพอ จึงจะมีความสุขแท้จริง
เมื่อพูดถึงเรื่องหลักธรรมคำสอนในศาสนาแล้ว หลายคนบอกว่าการนำพระธรรมมาปรับใช้กับชีวิต มองแล้วเป็นของสูง ดูจะทำยาก เลยไม่ค่อยสนใจ ทุกวันนี้วัดวาอารามหลายแห่งเปิดสอนศาสนาวันเสาร์ วันอาทิตย์ให้คนมาเรียนไม่เก็บค่าใช้จ่าย ยังมีผู้สนใจน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นคนแก่ ๆ เสียมากกว่า
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พระอาจารย์ มานพ อุปสโม วัดนายโรง พระสงฆ์ ผู้เผยแผ่พระธรรมคำสอนทางสถานีวิทยุ กล่าวว่า อันที่จริงเรื่องของพระพุทธศาสนาต้องเริ่มสอนกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เด็กรุ่นใหม่ขาดการปลูกฝัง หลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนก็มีน้อย ถูก ตัดหลักสูตรออกไปเยอะ
ถ้าเทียบกับเมื่อสมัยก่อน ทุกวันนี้ที่มีสอนธรรมะในวัดก็เหมือน กับเหวี่ยงแห ได้ผู้สนใจแค่เฉพาะกลุ่มเฉพาะคน
"เด็ก ๆ ขาดการปลูกฝัง ไม่ได้เรียนก็จะลำบาก พอโตขึ้นก็จะยิ่งลำบาก การเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างที่มีสอนกันตามวัดนั้นเหมือนกับเหวี่ยงแห ได้เฉพาะบางคน ถ้าสนใจก็ได้รับ ไม่สนใจก็ไม่ได้ ก็อยากจะให้หลาย ๆ ฝ่ายในบ้านเมืองช่วยกัน สิ่งใดที่เป็น การนำธรรมะคำสอนเข้าไปสู่คนได้ก็ช่วยกัน
สังคมของไทยทุกวันนี้ มีวัฒนธรรม ตะวันตกไหลเข้ามาอย่างมาก ทางที่ดีคนเราควรจะย้อนกลับมาดูใจ อบรมจิต จะช่วยให้ชีวิตและสังคมดีขึ้น"
ก็เป็นเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ นำมาฝากกันในวันนี้ เพื่อเป็นความรู้ ข้อคิดและเป็นมงคลแก่ชีวิตในวันมาฆบูชา บางคนอาจยังไม่รู้ แต่บางคนรู้อยู่แล้วก็ถือเสียว่ารับฟังกันไปอีกสักรอบ ไม่เสียหลาย
จบกันแบบง่าย ๆ เลยก็แล้วกันวันนี้
สวัสดีวันมาฆบูชาค่ะ.
วันมาฆบูชาตรงกับวันเพ็ญ เดือน 3 ของทุกปี ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือเดือนแปดสองหนก็เลื่อนไปเป็นวันเพ็ญเดือน 4 เมื่อครั้งพุทธกาลมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือนมาฆะ (เดือน 3) 4 ประการ เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต ณ เวฬุวันมหาวิหาร ในกรุงราชคฤห์ ได้แก่
1) พระสาวก 1,250 รูป มาประชุม กันทุกองค์ล้วนเป็นพระอรหันต์
2) พระสาวกเหล่านั้นล้วนได้รับ เอหิภิกขุอุปสัมปทา คือได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้า
3) พระสาวกเหล่านั้นมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
4) วันนั้นเป็นวันเพ็ญเดือนมาฆะ (เดือน 3)
เหตุการณ์ทั้ง 4 มาประจวบกันใน วันนั้นถือเป็นเรื่องอัศจรรย์ นอกจากนั้นยังเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงปลงพระชนมายุสังขารว่าอีก 3 เดือน จะเสด็จดับขันธ์ปริ นิพพาน
ในการประชุมกันวันนั้นพระพุทธ เจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ อันเป็นคำสอนหลักของพระพุทธศาสนา ประกอบด้วยหลักธรรม 3 ข้อใหญ่ ๆ (หรือที่เรียก ว่า "ธรรมนูญการปกครองของคณะสงฆ์") ดังนี้
ข้อหนึ่ง
ขันติ คือ ความอดกลั้นเป็นตบะ สูงสุด
พระพุทธะทั้งหลายกล่าวว่านิพพาน เป็นธรรมสูงสุด
คนทำร้ายคนอื่นไม่ใช่บรรพชิต
คนเบียดเบียนคนอื่นไม่ใช่สมณะ
ข้อสอง
ไม่ทำความชั่วทั้งปวง
ทำแต่ความดี
ทำใจให้บริสุทธิ์
นี่คือคำสอนทางพระพุทธะทั้งหลาย
ข้อสาม
การไม่ว่าร้าย การไม่ทำร้าย การสำรวมในปาติโมกข์ การรู้จักประมาณในอาหาร การอยู่ในที่สงัด การบำเพ็ญสมาธิ นี่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย.
ปุณิกา ไทยพิทักษ์กุล
โดย ปุณิกา ไทยพิทักษ์กุล [26 ก.พ. 2545 , 22:36:45 น.] ( IP = 203.170.174.64 : : )
สลักธรรม 3ดิถีเพ็ญเด่นฟ้ามาฆมาส
ทรงประกาศหลักไว้ในการสอน
พระอรหันต์ได้ดำเนินตามขั้นตอน
การเผยแผ่สั่งสอนอบรมธรรมฯ
เพราะ.ขันตี ปรมัง ตะโป ตีติกขาฯ
พระศาสนาจึงสืบกาลมิเพลี่ยงพล้ำ
หลายพันปีที่สืบทอดสายพระธรรม
หลายประเทศที่ดื่มด่ำธรรมธารา
จึงน้อมกราบถวายปวงกุศล
แด่พระผู้เปี่ยมล้นไตรสิกขา
คือเอกองค์พระบรมศาสดา
มาฆฤกษ์กราบบูชาพระพุทธองค์
โดย น้องกิ๊ฟ [27 ก.พ. 2545 , 01:24:01 น.] ( IP = 203.170.141.182 : : )
สลักธรรม 4โดย หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก [27 ก.พ. 2545 , 05:46:12 น.] ( IP = 203.170.128.35 : : )
สลักธรรม 5
![]()
"มองนอกดูใน" / "พระพุทธเจ้าสอนอะไรในวันมาฆบูชา"
ธรรมสวัสดีนะคะ เมื่อวานนี้เป็นวันที่ประชาชนชาวไทยที่เป็นพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าไปในวัดเพื่อที่จะทำบุญตักบาตร ถือศีลฟังธรรม เราเข้าวัดกันมากมายแต่มีคนสักกี่คนที่เข้าวัดแล้วรู้ว่าหน้าที่ของชาวพุทธคืออะไร เรามาฟังดูมั้ยคะว่า เมื่อวันมาฆบูชาในอดีตกาลนั้นพระพุทธเจ้าสอนอะไร แล้วสิ่งที่พระองค์สอนมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลนั้นยังใช้ได้จริงในโลกปัจจุบันหรือไม่ หรือเพราะการที่ไม่ได้เอาคำสอนนั้นมาปฏิบัติจริง โลกใบนี้จึงยังเร่าร้อน ทั้งๆ ที่เราก็มีคนที่นับถือศาสนากันอย่างมากมาย
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ในวันมาฆบูชา พระองค์ได้แสดงโอวาทปาติโมกข์ในคำสอนมีอย่างชัดเจน หนึ่งการไม่ทำบาปทั้งปวง สองการทำกุศลให้ถึงพร้อม สามการชำระจิตของตนให้ขาวรอบ สามอย่างนี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เราจะเห็นว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ทำอะไร เราจะเป็นหญิงเป็นชาย หรือเป็นเด็ก เป็นผู้ใหญ่ คนรวยหรือคนจน มีการศึกษาหรือไม่ก็ตาม หน้าที่อันหนึ่งที่เราพึงกระทำก็คือเราต้องหยุดทำบาปทั้งปวง ไม่ทำบาปแล้วอยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้ ยังต้องทำกุศลในทุกขณะที่เรามีชีวิตอยู่ การทำกุศลให้ถึงพร้อมและอันที่สามคือการชำระจิตของเราให้ขาวรอบ คือการรักษาใจของเราให้อยู่เหนือความยึดมั่นถือมั่น อันเป็นเหตุแห่งทุกข์ทั้งปวง นี่เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่สอนให้พวกเราชาวพุทธทั้งหลายได้รู้ว่าการทำหน้าที่ของชาวพุทธ ก็คือการรักษาชีวิตของเราให้รอดพ้นจากการทำชั่ว ทำดี และยังต้องรักษาใจของเราให้อยู่เหนือความดีความชั่วนั้น โดยต้องอาศัยคุณธรรม ที่เรียกว่าขันติ คือความอดกลั้น เป็นธรรมเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่ง
ผู้รู้ทั้งหลายจะต้องรู้ว่าเป้าหมายของการใช้ชีวิตของเราคือความสงบเย็น ที่เราเรียกว่า นิพพานจะต้องทำให้เกิดขึ้น โดยมีพฤติกรรมที่เราจะไม่กำจัดสัตว์อื่น ไม่ทำลายสัตว์อื่นให้ลำบาก เราจะไม่พูดร้าย ทำร้าย สำรวมในปาติโมกข์ และการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของเราจะต้องรู้จักประมาณในการบริโภค การนั่งนอนในที่อันสงัดแล้วหมั่นประกอบจิตให้นิ่ง ทั้งหกอย่างนี้ ก็เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเหมือนกัน ถ้าเรารู้ว่าในวันมาฆบูชาที่ผ่านมา พระองค์แสดงโอวาทปาติโมกข์ เอาไว้ให้เรารู้ว่าเราจะต้องมีหน้าที่อะไร แล้วในทุกๆ วันของพวกเรา ก็ใช้ชีวิตให้มีมิติของการดำรงอยู่ที่ระมัดระวังการใช้วาจาของเราที่จะไม่พูดร้าย ระมัดระวังการกระทำของเราที่จะไม่ทำร้าย และรู้จักใช้ชีวิตอย่างคนที่ไม่ขโมยธรรมชาติ การรู้จักปลีกวิเวก คือหาความสงบเย็นในชีวิตของเราได้บ้าง การหมั่นประกอบทำจิตของเราให้ตั้งมั่นเป็นสมาธิ แล้วก็ไม่มีการกระทำให้ผู้อื่นต้องเจ็บปวดนั้นจะนำมาซึ่งการเข้าถึง ความรู้แจ้ง รู้เท่าทัน รู้ที่จะมีชีวิตอย่างไม่ประมาทอันจะนำมาซึ่งความสงบเย็นที่เราเรียกว่า นิพพาน
ปัญญา คือการจัดการให้ชีวิตของเราสามารถมีปัจจุบันขณะที่จะไม่ประมาทในเหตุ ถ้าเหตุไม่ประมาทเราจะรอดพ้นจากความทุกข์ จึงต้องใช้ความอดทน อดกลั้น เป็นธรรมที่จะเผากิเลสในใจของเรา เราจะเข้าถึงการทำหน้าที่ของชาวพุทธตามคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเรามีอะไรเป็นเป้าหมายในชีวิตของเรา เรามีความสงบเย็นเป็นเป้าหมาย เราก็จะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ชีวิตของเราเป็นไปเพื่อความสงบเย็น แต่ถ้าเรามีสิ่งอื่นเป็นเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นวัตถุ เงิน อำนาจ ชื่อเสียง เราก็จะทำทุกวิถีทางที่จะเป็นไปเพื่อเป้าหมายนั้น เพราะฉะนั้นหน้าที่ของชาวพุทธจึงไม่ใช่เพียงการพูดเท่านั้น เราต้องเป็น "ชาวพุทธ" กันเถอะ อย่าเป็น "ชาวพูด" อยู่เลย นั่งวิพากษ์วิจารณ์สิ่งต่างๆ แต่เราไม่วิเคราะห์ทุกข์ของเราว่าเราได้กระทำอะไรที่เป็นเหตุแห่งความประมาทอยู่หรือไม่
การมองข้างนอกที่กำลังถาถมและวุ่นวายสับสน เป็นความเร่าร้อนในปัจจุบันนี้ ก็เป็นเพราะว่าเราไม่เคยมองเข้ามาข้างในตัวเราเลย เราไม่เคยทำจิตของเราให้เป็นปกติ อยู่เหนือดีเหนือชั่วเลย พอดีเราก็พอใจ พอชั่วเราก็เสียใจ ชีวิตของเราจึงเหวี่ยงโยนอยู่กับความดีและความชั่ว แต่ท่านสอนว่าให้ละชั่วแล้วทำดี และรักษาจิตของเราให้อยู่เหนือดีเหนือชั่ว นี่เป็นหน้าที่ของชาวพุทธ ก็หวังว่าพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ได้สอนสิ่งที่จะทำให้เรามีพุทธิภาวะในใจของเราได้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านพ้นมายาวนานเท่าไหร่ เราสัมผัสพระองค์ไม่ได้โดยรูปกาย แต่เราสามารถสัมผัสสภาวะของจิตที่เป็นพุทธะ คือรู้ตื่นและเบิกบานได้ในขณะที่เราทำหน้าที่
จึงขออนุโมทนาต่อการทำหน้าที่ของเราที่จะมีชีวิตที่เกิดแล้วไม่เกิดอีกแห่งทุกข์ ด้วยการรักษาจิตของเราให้รู้เท่าทันในปัจจุบันขณะ ตื่นจากอวิชชา และเบิกบานเพราะความทุกข์ตามมาไม่ถึงด้วยการกระทำของพวกเราทุกคนในทุกขณะจิตนะคะ ขออนุโมทนา และธรรมะสวัสดีค่ะ
โดย : หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก [27 ก.พ. 2545 , 05:48:33 น.] ( IP = 203.170.128.35 : : )
สลักธรรม 6
![]()
สมเด็จพระสังฆราชทรงแนะชาวพุทธระลึกวันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรัก.
สมเด็จพระสังฆราชทรงแนะชาวพุทธระลึกวันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรัก
สมเด็จพระสังฆราช ทรงแนะชาวพุทธระลึกถึงวันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรัก ที่มีต่อพระพุทธเจ้า ซึ่งทรงประกาศความรักที่บริสุทธิ์แก่ชาวโลก เตือนพุทธศาสนิกชนรักษาหัวใจพระพุทธศาสนา คือ ไม่ทำบาป ทำบุญกุศล และทำใจให้ผ่องใส ถ้าทำได้ไม่ต้องกลัวจะถูกใครมาทำลายพุทธศาสนา
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระวรธรรมคติ เนื่องในวันมาฆบูชา ความว่า ปีนี้วันสำคัญวันหนึ่งในพระพุทธศาสนามาถึงในวันอังคารขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ตรงกับวันที่ 26 กุมภาพันธ์ วันสำคัญนั้นคือวันมาฆบูชา ที่ชาวพุทธ พวกนิยมมีวันแห่งความรัก และเป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนา ควรถือวันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรัก จะงดงามยิ่งกว่าวันอื่น ทั้งยังเป็นวันยิ่งด้วยมงคล ที่จักหาจากผู้อื่นเสมอด้วยหาจากสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่มี วันมาฆบูชาถือได้ว่าเป็นวันแห่งความรักที่สูงสุดด้วยมงคลแห่งรัก เหตุด้วยเป็นวันที่สมเด็จพระบรมศาสดา ทรงประกาศความรักที่บริสุทธิ์สูงแก่ชาวโลกทั้งปวง ไม่เลือกชั้นวรรณะ ทั้งยังไม่เพียงแก่มนุษย์แก่พรหมเทพเท่านั้น สัตว์ทั้งหลายก็หาได้ทรงทอดทิ้งไม่
ความรักของสมเด็จพระบรมศาสดาแผ่ไปถึงทุกถ้วนหน้า กล่าวได้เช่นนี้เพราะ ในวันมาฆบูชาได้ทรงแสดงพระโอวาทปาติโมกข์ ประกาศหัวใจพระพุทธศาสนา ประกอบด้วยองค์ 3 คือ การไม่ทำบาปอกุศลทั้งปวง 1 การทำบุญกุศลให้ถึงพร้อม 2 และการชำระจิตใจของตนให้ผ่องใส 3 แม้ไม่เพียงปล่อย 3 องค์แห่งหัวใจพระพุทธศาสนาให้ผ่านหู ผ่านตา ผ่านใจไปอย่างไม่พินิจพิจารณาให้เข้าใจ ให้เห็นคุณเห็นประโยชน์อย่างชัดแจ้ง ก็จะไม่เข้าใจ ไม่เห็นความสำคัญที่จะสามารถเทิดทูนรักษาพระพุทธศาสนาไว้ให้อยู่ในประเทศบ้านเมืองไทยของเรานี้อย่างยั่งยืนนาน ไม่ต้องตระหนกตกใจกลัวจะถูกผู้เบาปัญญาทำลายสำเร็จ
หัวใจพระพุทธศาสนา อันประกอบด้วยองค์ 3 ดังกล่าว ก็เปรียบเช่นหัวใจเราทุกคน หัวใจยังแข็งแรงอยู่ ตราบใด ชีวิตย่อมไม่สิ้น ความตายย่อมไม่เกิด ความตายจะเกิดต่อเมื่อสิ้นใจ นี่เป็นที่เข้าใจกันดีทุกคน การจะรักษาตัวให้อยู่ได้ไม่ตาย ก็ต้องระวังรักษาใจอย่าให้สิ้นไป เพราะสิ้นใจก็คือความตาย
การรักษาพระพุทธศาสนาก็เช่นเดียวกัน ต้องรักษาหัวใจพระพุทธศาสนาไว้ให้ได้อย่างดีที่สุดให้ครบทั้ง 3 องค์ ไม่ทำบาปอกุศลใดๆ ทำแต่บุญกุศลทั้งปวง และทำใจให้ผ่องใส คือ ไกลกิเลส โลภ โกรธ หลง ด้วยการไม่คิดปรุงแต่งไปต่างๆ นานาให้ โลภ โกรธ หลง เกิดมาช่วยกันอย่างพร้อมเพรียงในการระวังรักษาหัวใจพระพุทธศาสนาให้เต็มสติปัญญาความสามารถ อย่าให้สิ้นใจ ความตายของพระพุทธศาสนาจะไม่มาถึงแน่นอน
ใจแข็งแรง กายย่อมอยู่ได้ คือ พระพุทธศาสนาย่อมอยู่ยืนยง นานเท่านานตราบที่เราผู้เป็นพุทธมามกะ มีพระพุทธศาสนาเป็นที่รักทั้งหลาย มีความพร้อมเพรียงจริงใจ รักษาหัวใจพระพุทธศาสนาไว้ในกาย วาจา ใจ ของเราทุกคน นั่นก็คือคิดพูดทำอย่างมีหัวใจพระพุทธศาสนาเป็นหลักประจำชีวิต ไม่ท้อแท้ ละเลย ไม่เห็นกับประโยชน์ใดสำคัญกว่า การทะนุถนอมพระพุทธศาสนา ชีวิตเรามีชีวิตพระพุทธศาสนาเป็นฉัตรกั้นให้พ้นภัยสารพัน
หัวใจพระพุทธศาสนาคือ หัวใจเราเพียงกึ่งพุทธกาล ยังวุ่นวายทุกข์ร้อนกันนักหนา แม้สิ้นศาสนาจริงแล้วจะรับความเดือดร้อนแสนสาหัสไหวหรือ ขอให้ลองวาดภาพให้เห็นจริงเมื่อทุกชีวิตต้องปราศจากร่มเงาพระพุทธศาสนา แล้วเพิ่มกำลังใจเข้มแข็งให้มากที่สุดในการประคับประคองหัวใจพระพุทธศาสนาไว้ทั้ง 3 องค์ พากันปฏิบัติให้เข้มแข็งจริงจังทั่วทุกตัวคนเถิด เริ่มในวันมาฆบูชาวันนี้จะเป็นมงคลชีวิตที่เหนือมงคลใด
โดย หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก [27 ก.พ. 2545 , 05:51:55 น.] ( IP = 203.170.128.35 : : )
สลักธรรม 7
ขอแต่งโคลงถวายเป็นพุทธบูชาครับ
มาฆบูชา
๏ เดือนเพ็ญมาฆมาสพริ้ง.............พรายฉาย
จาตุรงคสันนิบาตหมาย................สี่พร้อง
เทียนธูปประทักษ์ราย ..................เวียนรอบ
โอวาทปาฏิโมกข์ก้อง................... กึกห้วงพุทธภูมิ ๚
๏ พันสองร้อยห้าสิบ..................... ฉฬภิญญะ
เอหิภิกขุอุปสัมปทะ.......................มนัสน้อม
ประชุมร่วมพบปะ ........................มินัด หมายนา
มาฆฤกษ์เพ็ญพร้อม......................ครบถ้วนจาตุรงค์ ๚
สพฺพปาปสฺส อกรณํ
กุสลสฺสูปสมฺปทา
สจิตฺตปริโยทปนํเอตํ
พุทธาน สาสนํ ๚
๏ ความชั่วจุ่งละทิ้ง ..........................เลิกลด
ดีบำเพ็ญปรากฏ .............................มั่นไว้
ดวงใจฟอกใสสด...............................จิตสะอาด
สามสิ่งเร่งทำไซร้..............................แก่นแท้พุทธธรรม ๚ะ๛โดย โมโน [27 ก.พ. 2545 , 08:58:11 น.] ( IP = 203.170.141.70 : : )
สลักธรรม 8
Magha Puja Day
(Fourfold Assembly or "Sangha Day")
Magha Puja Day takes places on the full moon day of the third lunar month (March). This holy day is observed to commemorate an important event in the life of the Buddha. This event occurred early in the Buddha's teaching life.
After the first Rains Retreat (Vassa) at the Deer Park at Sarnath, the Buddha went to Rajagaha city where 1250 Arahats,(Enlightened saints) who were the Buddha's disciples, without prior appointment, returned from their wanderings to pay respect to the Buddha. They assembled in the Veruvana Monastery with the two chief disciples of the Buddha, Ven. Sariputta and Ven. Moggalana.
The assembly is called the Fourfold Assembly because it consisted of four factors1) All 1250 were Arahats; (2) All of them were ordained by the Buddha himself; (3) They assembled by themselves without any prior call; (4) It was the full moon day of Magha month (March).
Source: http://www.buddhanet.net/festival.htm
Magha Puja - falls on the full moon of the third lunar month (February). It was on this day that 1,250 enlightened monks converged to pay respect to the Lord Buddha without any prior appointment. The day is usually celebrated with a public sermon during the day and a candle lit procession to pay respect to the Lord Buddha during the night.
Source: http://www.buddhanet.net/thai_cal.htm
โดย loognam [27 ก.พ. 2545 , 08:59:23 น.] ( IP = 203.170.141.70 : : )
สลักธรรม 9ขออนุโมทนากับทุกท่านด้วยค่ะ แต่น้องเล็กแต่งกลอนไม่เป็นค่ะ ได้แต่สวดพระธรรมจักรกัปวัตนสูตร , พระโอวาทปาฏิโมกข์และปฏิบัติบูชาแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเนื่องในวันมาฆบูชาค่ะ
โดย เล็ก [27 ก.พ. 2545 , 11:33:22 น.] ( IP = 203.155.71.37 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |