| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๘๓)
ตอนที่ (๘๒) อ่านที่นี่
โมหมูลจิต เป็นจิตที่มีความหลงเข้าครอบงำ และที่หลงงมงายไม่รู้ความจริงตามสภาวธรรมนั้น ก็เพราะมีโมหเจตสิกเข้ามาเกิดร่วมด้วยและเป็นประธาน
โมหเจตสิกนั้นมีลักษณะพิเศษอยู่ ๔ ประการ คือ
๑. อญาณลกฺขโณ มีความไม่รู้เป็นลักษณะ ๒. อารมฺมณสภาวจฺฉาทนรโส มีการปกปิดไว้ซึ่งสภาวะแห่งอารมณ์เป็นกิจ ๓. อนฺธการปจฺจุปฏฺฐาโนมีความมืดมนเป็นผล ๔. อโยนิโสมนสิการปทฏฺฐาโน มีการไม่ได้พิจารณาอารมณ์นั้นๆ ด้วยดี เป็นเหตุใกล้
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ม.ค. 2549 , 11:08:30 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 1
ผลที่เกิดจากโมหมูลจิต
ผมได้เคยแสดงไปแล้วว่า เจตนาก็คือกรรม และเจตนากรรมที่ว่านี้ อาจจะเป็นทางกาย ทางวาจา ทางใจก็ได้ หรือจะว่าทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็ได้ คืออารมณ์ที่เกิดขึ้นตามทวารต่างๆ นั้นเป็นกรรม เป็นบาปหรือเป็นบุญ เช่นเห็นรูปที่ปรากฏอยู่ต่อหน้า เพราะด้วยอำนาจของโมหะหรืออวิชชามาสกัดกั้นปิดบังความจริงเอาไว้ จึงได้เห็นเป็นคนเป็นสัตว์ เป็นสิ่งของต่างๆ เป็นขาว ดำ อ้วน ผอม สวยหรือไม่สวย เกิดความชอบอกชอบใจอยากได้หรือไม่พอใจ โกรธ เกลียด
ด้วยอำนาจของความหลงผิดนี้จึงก่อให้เกิดผล คือ ถ้าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่น่าชอบใจของตน ก็จะเกิดความยินดีติดใจขึ้น จึงได้เป็นโลภะ แต่ถ้ามีความยินดีติดใจมากๆ อำนาจโลภะก็จะสูงขึ้น กำลังอำนาจโลภะที่มากๆ นี้เอง ย่อมจะก่อให้เกิดการกระทำที่รุนแรงขึ้น จะมีความสามารถทำทุจริตได้อย่างง่ายดาย เช่น อยากจะซื้อรถยนต์คันใหม่ๆ สวยๆ ใช้สักคันหนึ่ง แต่สตางค์ก็ไม่ค่อยพอ จึงได้ทำทุจริตหาหนทางคดโกงจนได้ โดยคิดว่าตัวเองฉลาดเฉลียว การกระทำดังนี้เป็นผลดีมีกำไร หรือร้ายที่สุดยิ่งกว่านั้น จนถึงรบราฆ่าฟันกันตาย เพื่อช่วงชิงผลประโยชน์ซึ่งกันและกันก็ได้ เช่น แย่งมรดกจนถึงจ้างให้ไปฆ่าอีกฝ่ายหนึ่ง หรือคิดทำฆาตกรรมอำพราง ตลอดไปจนถึงการสงครามตามท้องถิ่นหรือสงครามใหญ่ฆ่ากันตายเป็นแสน เป็นล้าน เพื่อยื้อแย่งแข่งดีกันในทางเศรษฐกิจ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ม.ค. 2549 , 11:09:25 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 2
อำนาจแห่งความโง่ ความหลง ความไม่รู้เท่าทันต่ออารมณ์ต่างๆที่มากระทบ จนเป็นสาเหตุให้เกิดโลภะ โทสะ ดังได้กล่าวมาแล้ว บางครั้งก็หลงใหลมัวเมาจนโงศีรษะไม่ขึ้นเลย ต่ออารมณ์ที่ตนเห็นไปตามประสาโง่ๆ ว่าดีที่สุดของตน เช่นหลงเล่นการพนันต่างๆ มีเล่นไพ่ เล่นแข่งม้า ไปจนถึงดื่มสุรายาเมา หรือยาเสพติดให้โทษต่างๆ โดยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผลดี ชีวิตนี้มีกำไรมากมาย
ผมเองก็เคยเห็นคนเล่นไพ่ ประเดี๋ยวหน้าซีด ประเดี๋ยวหน้าแดง ประเดี๋ยวดีใจ ประเดี๋ยวเสียใจ บางคนเป็นหนี้สินรุงรังจนต้องเอาข้าวของออกขาย หรือไปจำนองจำนำจนทุกข์ร้อนนอนไม่หลับ แต่ก็อดเล่นไม่ได้สักที บางคนที่ดินหมดไปเป็นแปลงๆ บางคนเล่นอยู่ได้สองวันสองคืนไม่ง่วงนอนเลย บางคนแก่หง่อมแล้วเล่นได้ทุกวัน ลูกหลานจะห้ามปรามเท่าไรก็ไม่ฟังเสียง และผมได้เคยเห็นคนที่หากินทางเล่นไพ่แสดงวิธีโกงได้อย่างฉับไวแนบเนียน เที่ยวได้ไปต้มคนทั้งเมือง แต่ก็ไม่เห็นที่ร่ำรวยถาวรจริงๆ สักคน ผู้เล่นทั้งหลายมีความสนุกสนาน ด้วยอำนาจโลภะและโมหะหนุนเนื่องอยู่ตลอดเวลา ถ้าเสียเปรียบก็มีโทสะ โมหะ คุกรุ่นอยู่ภายใน จนถึงแสดงออกมาให้ได้เห็น สลับกันไปอยู่เช่นนี้
ผมเองก็ได้เคยเห็นในวงสุรา เมื่อมีเพื่อนคนหนึ่งในที่นั้นพูดว่า "ไม่ดื่ม" เท่านั้น เพื่อนฝูงทั้งหลายก็พากันฮาครืนใหญ่ ราวกับนัดกันไว้ หลายคนพูดว่า หน้าตัวเมีย บางคนล้อเลียนต่างๆ นานา เช่นให้ไปบวชเสีย ให้ไปเป็นฤาษีเสีย ให้ไปอยู่ป่าเสีย บางคนว่าเสียชาติเกิด และบางคนอุตส่าห์ประคองแก้วเหล้าเข้าไปจนถึงปาก แล้วก็พรรณนาถึงคุณค่าว่าสุรานั้นเลอเลิศเสียยิ่งแล้ว เขาไม่รู้เลยว่าเขาทำอะไรไม่ดีลงไป เขาไม่ทราบว่าผลจากการกระทำดังกล่าวนี้ จะมีอะไรตามหลังมามากสักเท่าใด โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ม.ค. 2549 , 11:09:42 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 3
ตามตัวอย่างที่ผมได้ยกขึ้นมาเหล่านี้ ใครๆ ก็ทราบว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี ใครๆ ก็ทราบว่าไม่สมควรจะกระทำ แต่เมื่อได้ถูกอำนาจของโมหะหรืออวิชชาเข้าครอบงำเสียแล้วจึงได้กระทำลงไป เมื่อเกิดความเคยชินจนติดเป็นนิสัย ประกอบทั้งอำนาจบังคับบัญชาใจของตนเองก็อ่อน ทั้งอกุศลชนิดโลภะ - โมหะ มาหนุนเนื่องอยู่ภายใน จึงถอนตัวได้ยาก บางทีกลับลึกลงไปๆ จนยากแก่การที่จะแก้ไขแล้วกลับตัวได้
มีสุภาพสตรีผู้หนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า หมอได้ตรวจสามีของเขาว่าเป็นโรคตับแข็ง พูดไปพลางก็หัวเราะไปพลางด้วยความยินดี ผมจึงได้ถามว่า สามีเป็นโรคตับแข็งแล้วทำไมจึงหัวเราะชอบใจ อยากให้สามีป่วยเจ็บหรือ เขาบอกว่า อยากให้ป่วยเจ็บจริงๆ โดยได้ตั้งจิตอธิษฐานมานานแล้ว ขอให้สามีป่วยเจ็บหนักสักที แต่ขออย่าให้ถึงตายเลย บัดนี้ ก็ได้ป่วยเจ็บสมใจแล้ว จึงมีความดีใจ
เขาได้เล่าให้ผมฟังว่า สามีของเขาเป็นคนติดสุรา ดื่มมากแล้วเมาเสมอทุกๆ วัน เวลาเมาสุราแล้วหาเรื่องทะเลาะ และอาละวาด ลูกเต้ารอหน้ากันไม่ติด ต่างก็อิดหนาระอาใจไปตามๆ กัน แต่ก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร เคยหาหนทางมามากแล้ว เวลาไม่เมาละก็แสนจะดี ผู้หลักผู้ใหญ่แม้แต่พระสงฆ์องค์เจ้าที่นับถือจะขอร้องสักเท่าใด ก็ไม่มีทางสำเร็จเลย เกิดโรคภัยไข้เจ็บหนักๆ ดังนี้ดี กลับใจได้แล้ว เพราะหมอได้บอกว่า ถ้าขืนกินเหล้าอีกอายุก็จะสั้นมาก เขาเองก็รู้สึกตัวในคราวนี้ เพราะความกลัวตายนั่นเอง
ตั้งแต่ออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว ยังไม่เคยได้แตะต้องเหล้าเลยแม้แต่สักนิด เพื่อนฝูงคอเดียวกันรอหน้าไม่ติด พากันบ่นว่าเสียดายเหลือเกิน ขาดคนคอแข็งไปเสียแล้ว คราวนี้เห็นทีเขาจะเลิกได้จริงๆ ดิฉันเองก็รักเขามาก มีลูกด้วยกันก็หลายคน อยากให้เขาได้อารมณ์ดีๆ เมื่อใกล้จะตายจะได้เอาไว้เป็นที่พึ่ง ดิฉันได้เรียนพระอภิธรรมมานานแล้ว กลัวเหลือเกินว่าเขาจะไปเกิดเป็นคนปัญญาอ่อน เป็นสัตว์เดรัจฉาน หรือลงนรกไปเลยตามที่อาจารย์เคยบรรยายไปแล้ว เวลานี้เหลืออีกเปลาะเดียวเท่านั้น คือ ทำอย่างไรจึงจะให้เขาเข้าหาธรรมได้ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ม.ค. 2549 , 11:10:01 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 4
ผู้ที่กระทำกรรมอะไรเอาไว้ ก็จะได้รับผลจากการกระทำนั้นเป็นแน่นอน ผู้ที่มีกำลังแรงของเจตนาอย่างไร อำนาจของเจตนาที่มีกำลังนั้น ก็ย่อมจะผลักส่งไปยังที่ๆ เขาต้องการโดยไม่ต้องสงสัย ขอแต่เวลาให้เพียงพอเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง อำนาจของโลภะปรารถนาทรัพย์สมบัติของผู้อื่นในทางมิชอบ เช่น หวังให้ทรัพย์สมบัติของผู้อื่นหมดไป มีคดโกง เป็นต้น ความปรารถนานี้ก็จะนำไปสู่การเป็นเปรต และอสุรกายที่อดอยากลำบากได้รับทุกข์ทรมานตามที่ต้องการให้ทรัพย์ของผู้อื่นพินาศไป ตามที่ได้กระทำลงไปแล้วในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ถ้ามาเกิดเป็นมนุษย์ อำนาจของอกุศลโลภะก็จะทำให้อดอยากยากจนทุกข์ยากลำบากในเรื่องทรัพย์สมบัติ
ผู้ที่ดื่มสุราเมามายอยู่เป็นอาจิณเมื่อตายลงแล้วอย่างเบาถ้ามาเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะเป็นพวกใบ้ บ้า ปัญญาอ่อน เป็นคนไม่ค่อยจะเต็ม
ส่วนอำนาจโทสะนี่ดุร้าย ทำลายชีวิตสัตว์หรือมนุษย์ให้ตกล่วงไป มีความปรารถนาให้สัตว์ได้รับความเจ็บปวดและอายุสั้นและตายไปโดยเร็ว ก็จะได้รับผลแห่งความปรารถนานั้น เพราะจะต้องไปเกิดในนรกที่มีแต่ความเร่าร้อน เจ็บปวดทรมาน ทั้งชีวิตก็ไม่ยืนยาว เกิดและตายในที่นั้นบ่อยๆ ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของตนเอง ถ้าเกิดมาเป็นมนุษย์ก็จะเป็นคนมีโรคภัยประจำตัวสามวันดีสี่วันไข้ ต้องรักษาตัวกินหยูกกินยาเป็นประจำ ต้องเข้าโรงพยาบาลเสมอ ต้องผ่าตัดหลายครั้ง บางคนเจ็บป่วยทุพพลภาพตลอดชีวิต โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ม.ค. 2549 , 11:10:18 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 5
โดยทำนองเดียวกันนี้ ถ้าหากโมหะความหลงมัวเมาครอบงำบุคคลใด ถ้าหากผู้หลงใหลไปในทางต่างๆ มิได้คิดพิจารณา มิได้มีความสำนึกรู้สึกตัว ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ ไม่รู้จักดีรู้จักชั่ว หลงใหล เพลิดเพลินไปในบาปอกุศลตลอดกาลนาน บุคคลนั้นก็มีหวังจะได้ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ดังพระบาลีว่า
โมเหน หิ นิจฺจสมฺมุฬฺหํ ติรจฺฉานโยนิยํ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ แปลว่า สัตว์ทั้งหลายย่อมไปเกิดเป็นเดรัจฉาน ด้วยอำนาจแห่งโมหะ เพราะเป็นสภาพที่ยังสัตว์ให้ลุ่มหลงงมงายอยู่เสมอ
ความจริงในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น ก็ได้แสดงความปรารถนาที่จะเป็นสัตว์เดรัจฉานอยู่แล้วโดยปริยาย หรือไม่ก็ทำตัวใกล้กันอยู่แล้ว การแสดงออกของบางท่านเราก็จะสังเกตเห็นได้ เช่น ชอบกินเหล้าเมามายอยู่เกือบทั้งวัน ขาดความสำนึกรู้สึกผิดชอบชั่วดี หาเรื่องกับสามีภรรยาอยู่เป็นประจำ เกะกะระรานชาวบ้านร้านถิ่นอยู่เสมอๆ เดินโซเซไปมาด้วยขาดความรู้สึกตัว บางทีก็นอนอยู่บนทางเดินเท้าที่คนทั้งหลายเขาผ่านไปมา ใครได้เห็นก็เกิดความสังเวชสลดใจ กำลังของเจตนาที่ปรารถนาความไม่มีสติปัญญาดังกล่าว ก็จะสั่งสมเพิ่มเติมลงไปอยู่ในจิตใจเรื่อยๆ ดังนั้นเมื่อชีวิตสิ้นสุดลงเมื่อใด ความเป็นสัตว์เดรัจฉานก็มีหวังได้ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ม.ค. 2549 , 11:10:42 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 6
ผู้ที่มิได้ขาดสติถึงอย่างนี้ ยังมีโอกาสคิดพิจารณาบ้างเป็นบางคราว แต่ก็อดดื่มให้เมามาย ให้สติอ่อนลงไปไม่ได้ ด้วยความติดใจหลงใหลในความมึนเมาเหล่านั้น ถ้าหากว่าเขาจะสิ้นชีวิตลงไปเมื่อใด กำลังอำนาจที่เขาปรารถนาเหล่านั้นมีกุศลเข้าไปร่วมด้วย แต่เป็นกุศลที่พัวพันด้วยโมหะจึงมีกำลังอ่อน กุศลนี้ก็ช่วยส่งให้เขาไปเกิดยังภูมิมนุษย์ หรือเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา(เทวดาชั้นต่ำ) ให้เป็นคน หรือเป็นเทวดาที่มีสติวิปลาส คือเป็นใบ้ เป็นบ้า หรือปัญญาอ่อน ไม่บริบูรณ์ในเรื่องจิตใจ เป็นผู้ที่เอาเรื่องเอาราวอะไรไม่ได้เลย
สัตว์เดรัจฉานนั้นมีคติอยู่ ๓ ประการ คือ รู้จักกิน รู้จักนอน รู้จักเสพเมถุน บาปบุญ ดีหรือชั่ว ไม่ได้คิด ผู้ใดกระทำจิตของตนให้หันเหเข้าไปในสายทางของสัตว์เดรัจฉาน ก็หนีจากการไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานได้ยาก ยิ่งสั่งสมอารมณ์บ่อยๆ ในเวลาที่ยาวนานด้วยแล้ว ทางนี้ก็จะเป็นทางเดินสะดวก ประตูนี้ก็จะเป็นประตูที่เปิดโล่ง ไม่มีเครื่องกีดขวางเลย จึงไหลออกไปได้โดยง่าย เป็นอัตโนมัติ
ทั้งนี้ก็เพราะตนเองก็มีความปรารถนาเช่นนั้นอยู่แล้ว จึงได้กระทำจิตใจให้ขาดสติอยู่ทุกวัน นั่นก็คือการสร้างหนทางเดินไปสู่หายนะของตนเอง โดยมิได้รู้สึกตัวเป็นเสมือนการสร้างแบบแปลนแผนผังที่จะได้ไปอยู่ เมื่อชีวิตได้ถึงที่สุดลง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้มีปัญญาทั้งหลายพากันสะดุ้งหวั่นไหว ไม่อาจเฉียดเข้าไปใกล้ แต่เด็กอ่อนก็ย่อมไม่รู้จักอันตราย เด็กเล็กๆ ย่อมไม่กลัวภัยอันใด ด้วยตนเองไม่รู้จัก ดังนั้น เราจึงเห็นเด็กๆ ทั้งหลายสนุกสนานเฮฮากันอยู่ได้ ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องอะไรเลย ซึ่งถ้าคิดพิจารณาสักเล็กน้อย ก็จะเห็นความไม่มีสาระแก่นสารอะไรที่จะคุ้มค่า หรือคุ้มกับความเสียหายแม้แต่น้อยเลย
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [20 ม.ค. 2549 , 11:11:15 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 7กราบขอบพระคุณค่ะ ความไม่รู้น่ากลัวมากเลยค่ะ
โดย น้องอุ๊ [20 ม.ค. 2549 , 18:16:46 น.] ( IP = 221.128.90.49 : : )
สลักธรรม 8อำนาจของโมหะหรือความหลง..ทำให้ทำบาปได้มากมายเลยค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะโดย เซิ่น [20 ม.ค. 2549 , 19:47:51 น.] ( IP = 58.10.91.7 : : )
สลักธรรม 9ครับท่านอาจารย์ ความไม่รู้นี้น่ากลัวมากมายจริงๆครับ ปิดกั้นทุกอย่างให้เราเกิดความคิดเห็นผิดๆได้มากมายเลยครับ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ และรำลึกในพระคุณเทิดไว้เหนือเกล้าเสมอมาครับ.
![]()
![]()
โดย พี่เณร [20 ม.ค. 2549 , 21:19:55 น.] ( IP = 58.8.10.47 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |