มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๘๔)






ตอนที่ (๘๓) อ่านที่นี่

ท่านผู้ศึกษาทั้งหลาย บัดนี้ผมก็ได้แสดงเรื่องของโมหะให้ท่านฟัง แสดงเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องโมหะออกไปเป็นประเภทๆ ให้ท่านได้รู้จักให้ได้เห็นโมหะที่เกิดอยู่กับสัตว์เองเสมอๆ อย่างไร ตลอดไปจนผลที่เกิดขึ้นจากโมหะว่าจะนำไปเกิดได้ในที่ไหนบ้าง

ผมคิดว่าผมได้พูดก้ำเกินอะไรไปบ้าง หรือกระทบกระเทือนเอาญาติ หรือมิตรของท่านผู้ใดเข้าบ้างก็อาจเป็นได้ ในการที่ได้ยกเอาเรื่องคนดื่มสุรา คนเล่นไพ่ ขึ้นมาเป็นข้ออ้างอิง ผมก็ต้องขอประทานอภัยด้วย ผมมิได้มีเจตนาร้าย ผมได้พูดไปตามความจริง มิได้มีเจตนาที่จะอวดดี หรือยกตนว่าดีกว่าใครๆ แล้วเจรจาทับถมผู้อื่น เพราะในอดีตที่ผมยังมิได้ค้นคว้าศึกษาปรมัตถธรรม ก็คงจะมีความประพฤติ หรือปฏิบัติตนมิได้แตกต่างกับท่านเท่าใดนัก แต่ถ้าท่านผู้ใดได้ฟังหรือได้อ่านเรื่องเหล่านี้แล้วก่อให้เกิดความกระทบกระเทือนใจ จนถึงเก็บเอาไปคิดก็คงจะเกิดกุศลบ้างไม่มากก็น้อย อกุศลจากความกระเทือนใจอาจเป็นปัจจัยให้เกิดกุศลขึ้นมาก็ได้ ต่อไปนี้ท่านผู้ใดจะซักถามปัญหาต่างๆ ที่ผมได้บรรยายไปแล้ว ก็เชิญถามมาได้

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 ม.ค. 2549 , 18:04:18 น.] ( IP = 58.136.205.34 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ถาม ที่อาจารย์ได้แสดงไปแล้วว่า โมหมูลจิต ๒ ดวงนั้น ไม่ประกอบด้วยสังขารคือไม่มีการชักชวน เท่าที่ได้บรรยายไปผมก็พอจะเข้าใจ แต่ผมกลับสงสัยต่อไปว่า เมื่อมีความโลภก็ดี เมื่อมีความโกรธก็ดี ก็ย่อมจะมีโมหะเข้าร่วมกับความโลภ และความโกรธด้วยเสมอไป เมื่อมีโมหะเข้าร่วมด้วยดังนี้ ก็จะต้องมีการชักชวนหรือการชักชวนก็ย่อมจะเกิดได้ เหตุใด อาจารย์จึงว่าโมหะนั้นไม่มีการชักชวน

ตอบ ถูกแล้วที่กล่าวว่า โลภะกับโทสะนั้นย่อมจะเกิดร่วมกับโมหะด้วยเสมอไป แต่ก็ต้องขอแยกแยะให้ท่านนักศึกษาทราบว่า โลภะ โทสะ กับโมหะนั้น ย่อมผลัดกันเป็นใหญ่เป็นประธาน จะเป็นประธานพร้อมๆกันไม่ได้ ผู้นำต้องมีคนเดียว กัปตันย่อมมีคนเดียว ถ้ามีผู้นำหลายคนก็จะพาประเทศไปให้ล่มจม ถ้ากัปตันหลายคนไม่ช้าไม่นานเรือที่ใหญ่แสนใหญ่ก็จะต้องลงไปอยู่ก้นมหาสมุทร

จิตใจก็เหมือนกัน ในขณะที่กำลังลักทรัพย์ กำลังเสียใจนั้น โลภะ โทสะผลัดกันเป็นใหญ่ โมหะเป็นแต่ตัวหนุนเท่านั้น แต่ในบางคราว เช่นคนกำลังเมา คนกำลังหลงใหล ในขณะนี้โลภะโทสะมิได้เข้ามาเกี่ยวเลย โมหะเป็นตัวแสดงนำตัวเดีนวเท่านั้น (โลภโทสะผลัดกันเข้ามาได้) ดังนั้น การชักชวนด้วยประการใดจึงมิได้เกิดขึ้นมา เพราะธรรมดาความโง่ ความหลง ไม่มีความเข้าใจในสภาวธรรมนั้น มีอยู่ในสันดานของสัตว์ทั้งหลายอยู่แล้ว ย่อมจะไม่ต้องการให้ใครๆ มาชวนให้โง่ให้หลงอีกก็ได้ เพราะหลงอยู่โดยตนเองด้วยตนเองตลอดเวลามานานแล้ว

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 ม.ค. 2549 , 18:04:45 น.] ( IP = 58.136.205.34 : : )


  สลักธรรม 2

ถาม โมหมูลจิตนั้นมี ๒ ดวง ประกอบกับวิจิกิจฉาดวงหนึ่ง และอุทธัจจะดวงหนึ่ง ทั้ง ๒ ดวงนี้ก็เป็นจิตที่โง่ เป็นจิตที่หลง แต่ด้วยเหตุใด หรือทำไมเมื่อโง่เมื่อหลงแล้วจึงไม่เป็นทิฏฐิคตสัมปยุต คือประกอบไปด้วยความเห็นผิด อาจารย์คิดว่า ความโง่ความหลงประกอบด้วยความเห็นที่ถูกต้องกระนั้นหรือ?

ตอบ ผมยังมิได้เคยอธิบายว่า โมหมูลจิตทั้ง ๒ ดวงนั้น เมื่อไม่ประกอบด้วยทิฏฐิคตสัมปยุต คือความเห็นผิดแล้ว จะต้องเป็นความเห็นถูก เหมือนเด็กเล็กไม่เคยได้แสดงความเห็นผิดแต่อย่างใด เพราะยังเล็ก ยังไม่เดียงสา จึงแสดงเรื่องบาปเรื่องบุญ เรื่องเวรเรื่องกรรม เรื่องสวรรค์นรกไม่ได้ เมื่อผู้ใหญ่บอกก็รับฟังไปกระนั้นเอง โดยไม่มีความเข้าใจ เมื่อมิได้แสดงความคิดเห็นเช่นนั้น เราจะประกาศว่าเด็กคนนั้นมีความคิดเห็นถูกกระไรได้

เด็กเล็กๆ ไม่แสดงความเห็นผิดออกมา เมื่อมิได้แสดงความเห็นผิดออกมาแล้วจะเป็นการเห็นถูกต้องก็ไม่ได้เหมือนกัน ทั้งนี้ ก็เพราะเด็กเล็กๆ ยังโง่ยังหลงอยู่มาก ไม่มีความคิดพิจารณา กินบ้าง นอนบ้าง เล่นบ้าง ไปวันหนึ่งๆ ไม่มีการแสดงความเห็นทั้งผิดและถูกแต่ประการใด พูดง่ายๆ ก็ว่า โง่และหลงอยู่ในตัวเองแล้วย่อมจะแสดงความคิดเห็นผิดหรือถูกไม่ได้ แต่อย่างไรก็ดี เพราะความโง่ความหลงนี่เอง เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดความเห็นผิดขึ้นมาก็ได้ ผมเองได้พบบ่อยๆ บางท่านเป็นผู้ทรงความรู้ มีดีกรีหลายตัว เป็นนักวิชาการสำคัญๆ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ควบคุมปกครองคนมากหลาย แม้ที่สุดเป็นมหาเปรียญก็มีเหมือนกัน โดยเขาจะตั้งคำถามว่า กรรมชาติก่อนมาให้ผลอย่างไรได้ ไม่เห็นจะมีหนทางรู้ได้แน่นอนเลย ชาติหน้าจะมีจริงได้หรือ ใครจะไปรู้ไปเห็นได้ ใครจะเป็นผู้พิสูจน์ ไม่มีหวังที่ใครจะเข้าถึงเรื่องนี้ได้ ได้แต่พูดกันไป คาดการณ์กันเอาเองไปตามเรื่อง แล้วบางคนก็พยายามยกเหตุผลในทางโลกมาทับถม โดยที่ไม่ยอมศึกษาหาความจริงเลย

ในสมัยโบราณมีนักปราชญ์ผู้หนึ่ง เป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทิศ ไม่เคยติดขัดในการแก้ปัญหาต่างๆ คำโต้ตอบปัญหาและความคิดเห็นของท่านยังเก็บเป็นตำรับตำรามาจนกระทั่งบัดนี้ เมื่อมีผู้ถามท่านว่า คนเราตายแล้วไปไหน ท่านตอบปัญหานี้ด้วยคำคมว่า " เรื่องในโลกนี้ศึกษากันยังไม่รู้จักจบ แล้วทำไมเราจึงจะไปหาทางรู้ปรโลกเล่า"

ผู้ไม่ยอมเข้ามาสู่ปรมัตถสัจจธรรม ก็ย่อมจะรู้เรื่องของปรโลกไม่ได้ เพราะใช่วิสัยของใครที่จะค้นคว้าหาความจริงได้ ด้วยมิใช่วิสัยของปุถุชนทั้งหลาย

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 ม.ค. 2549 , 18:05:02 น.] ( IP = 58.136.205.34 : : )


  สลักธรรม 3

ถาม โมหมูลจิตนั้น อาจารย์ว่าเป็นการนำให้ไปสู่การปฏิสนธิเป็นสัตว์เดรัจฉาน แต่โมหมูลจิตนั้นมีถึง ๒ ดวง คือสัมปยุตกับวิจิกิจฉา และสัมปยุตกับอุทธัจจะ ได้แก่ความสงสัยไม่เชื่อในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และความฟุ้งซ่านในอารมณ์ต่างๆ ทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันมากเหลือเกิน จะนำไปสู่ความเป็นสัตว์เดรัจฉานทั้งสองดวงหรือ?

ตอบ คำถามข้อนี้นับว่าดีจริงๆ เพราะว่า ผมเองก็ลืมที่จะอธิบาย ในการไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานด้วยอำนาจของโมหะ สมควรจะเน้นให้เป็นการเด่นชัดลงไปเลยว่า โมหมูลจิตทั้ง ๒ นี้ นำไปสู่การเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานได้ทั้ง ๒ ดวงหรือหาไม่

ผมขอตอบให้ท่านนักศึกษาได้โปรดจำไว้ด้วยว่า จิตใดก็ตามที่จะนำไปสู่การปฏิสนธินั้น จะต้องมีกำลังเพียงพอ ถ้ากำลังไม่เพียงพอแล้ว ก็จะให้ผลเมื่อปฏิสนธิ คือเกิดขึ้นมาเสียก่อนแล้วจึงให้ผลได้ในภายหลัง เรียกว่าให้ผลในปวัตติกาล (ให้ผลหลังจากเกิดแล้ว)

ในจำนวนจิตอกุศลทั้ง ๑๐ มีโลภมูลจิต ๘ โทสมูลจิต ๒ นั้น ถ้าทำลงไปครบองค์แล้วก็มีกำลังความสามารถส่งสัตว์ให้ไปเกิดได้ทั้ง ๑๐ ดวง แต่โมหมูลจิต ๒ ดวงนั้นต้องเว้นอุทธัจจะเสียดวงหนึ่งที่ให้ผลในปฏิสนธิกาลไม่ได้

ที่ว่าให้ผลในปฏิสนธิกาลไม่ได้นั้น ก็เพราะว่า อุทธัจจะซึ่งได้แก่ความฟุ้งซ่านนั้นมีกำลังอ่อน กำลังส่งจึงไม่พอ อกุศลจิตทั้ง ๑๒ ดวง ต้องเว้นเสียดวงหนึ่งคงเหลือนำไปเกิดได้เพียง ๑๑ ดวงเท่านั้น

ถ้าท่านถามว่า ทำไมจึงมีกำลังอ่อน ผมก็จะตอบว่า เพราะจิตจับอารมณ์ไม่มั่นจึงมีกำลังอ่อน เวลานอนไม่หลับเกิดความฟุ้งซ่านมากๆ ก็จะเห็นได้ว่า จับอารมณ์ไม่มั่นอย่างไร เพราะจนดึกดื่นแล้วก็ยังลืมตาโพลงอยู่บนที่นอน ด้วยจิตวุ่นวายจับอารมณ์อะไรก็ได้ไม่มั่นคง ดังนั้น จึงมีอารมณ์ชัดเจนว่าเรื่องราวจริงๆ อย่างไรไม่ค่อยได้

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 ม.ค. 2549 , 18:05:19 น.] ( IP = 58.136.205.34 : : )


  สลักธรรม 4

ถาม คำว่า ธมฺเม กงฺขติ ได้แก่ความสงสัยในพระธรรม และเฉพาะอย่างยิ่งคำที่ว่าไม่มี"กาล" นั้นหมายถึงอย่างไร?

ตอบ คำว่า ธมฺเม กงฺขติ นั้น ถ้าว่าตามหลักของสภาวธรรมแล้ว ก็ได้แก่โลกุตตรกุศลอันได้แก่มัคคจิต อันเป็นเหตุที่เกิดขึ้นมาประหารกิเลสให้เป็นสมุจเฉทนั้น เมื่อเกิดขึ้นมาขณะหนึ่งเท่านั้น ก็ดับลงไป และจิตดวงต่อไปจะต้องเป็นผลจิตที่เรียกว่า วิบาก ก็จะเกิดขึ้นติดต่อกันโดยทันที เรียกว่าอนันตรปัจจัย คือจะสืบต่อติดกันไปโดยไม่มีจิตใดมาคั่นกลางเลยเป็นอันขาด ความสืบต่อของมัคคจิตกับผลจิตนี้ ย่อมแสดงว่า เหตุคือมรรคเกิดขึ้นแล้ว ผลคือวิบากจะเกิดขึ้นติดต่อกันไปโดยทันที หมายถึงการให้ผลของโลกุตตรกุศลนี้ ๆม่ต้องคอยเวลาว่าจะเป็นชาตินี้ ชาติหน้า ไม่ต้องคอยเวลาว่าจะเป็นวันนี้วันหน้า หรือวินาทีนี้วินาทีหน้า หากแต่ผลนั้นเกิดขึ้นติดต่อกันในวิถีเดียวกัน ผลกรรมจะไม่มีกาลหรือเวลาที่จะต้องคอยเลย

อย่างไรก็ดี ก็มีผู้เอาไปใช้ในการให้ผลของโลกียกุศลกรรม คือการทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ว่าจะให้ผลเป็นอกาลิโกไม่มีกาลเหมือนกัน เรื่องนี้เป็นไปโดยอนุโลมเท่านั้น แต่ถ้าจะว่าไปแล้วก็ไม่ตรงต่อความจริงนัก เพราะว่า โลกียกุศลกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นมา บางอย่างไม่อาจให้ผลในชาตินี้เลยก็ได้ ไปให้ผลเอาชาติหน้า ปีหน้า หรือวันหน้าก็ได้ ทั้งนี้แม้จะถือว่า ชวนะดวงที่ ๑ จะให้ผลในปัจจุบันชาติ คือชาตินี้ก็จริง แต่ก็อาจจะยังไม่ให้ผล กลายเป็นอโหสิกรรมไปเสียก็ได้ เช่นทำกุศลกรรมแล้วก็เลยตายไปเป็นต้น



โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 ม.ค. 2549 , 18:05:37 น.] ( IP = 58.136.205.34 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ

และด้วยความน้อมเคารพระลึกคุณนี้ไว้เหนือเกล้าครับ



โดย พี่เณร [23 ม.ค. 2549 , 10:09:15 น.] ( IP = 58.8.90.148 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [23 ม.ค. 2549 , 17:51:41 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org