| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เกิดเป็นมนุษย์ พบพุทธศาสนา วาสนาสูงขนาดไหน?
สลักธรรม 1.การตั้งจิตเป็นทาน เป็นศีล
และการนั่งสมาธิ เดินจงกรม
ภาวนาตามแนวมรรค 8
สติปัฏฐาน 4 นั้น
ไม่ใช่แค่ทำให้ไปพ้นทุกข์ถึงที่สุดได้อย่างเดียว
แม้ไม่ได้มรรคผลอะไรขึ้นมา ก็เป็นฐานตั้งจิตให้ดำรงอยู่ในกุศลเนืองๆทั้งวัน
อันนี้เป็นคุณใหญ่ของแก่นพุทธศาสนาที่เห็นได้ชัดเมื่ออยู่ในครรลองนานไป
แต่ถ้าไม่มีพระศาสดา ไม่มีการประกาศศาสนาพุทธล่ะ
ของเหล่านี้จะเข้ามาประดิษฐานอยู่ในใจมนุษย์ได้อย่างไร
ในเมื่อแต่ละคนปักใจอยู่กับแนวทางของโลภะ โทสะ โมหะกันทั้งสิ้น
พวกเราได้ยินกันว่าพระพุทธศาสนานั้น
อุบัติขึ้นเมื่อผู้มีบารมีมากอย่างพระนิยตโพธิสัตว์ได้สำเร็จพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ
โดยมากจะเกิดความชะล่า และหมั่นทำบุญ
ตั้งความปรารถนาไว้ว่าขอให้ได้เกิดแล้วพบพระพุทธเจ้า ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า
เช่นป้ายหน้านี้ ก็เป็นศาสนาของพระศรีอารย์
ซึ่งคิดเป็นหน่วยปีจะหนึ่งล้านหรือห้าร้อยล้านอย่างไรก็ไม่มีใครรู้แน่
เราจะระเหเร่ร่อนไปเสี่ยงผิดเสี่ยงถูกในภพไหนภูมิใดเท่าไหร่ก็ไม่ทราบ
แต่ก็คิดๆกันว่าเอาล่ะ ชาตินี้ท้อแล้ว มรรคผลนิพพานไม่ได้กับเราแน่แล้ว
ก็ขออธิษฐานไปเกิดใหม่ในพระศาสนาหน้า แล้วค่อยถึงมรรคผลนิพพานแล้วกัน
หรือถ้าพลาดป้ายหน้า
จับพลัดจับผลูตอนพระศรีอารย์มาโปรดเกิดอยู่ที่อื่น
ขึ้นมารับแสงธรรมไม่ได้ ก็ขอให้ได้เจอพระพุทธเจ้าองค์ต่อๆไปแล้วกัน
..........
..ความเชื่อชนิดนี้ฝังรากมานานสำหรับผู้ที่...
1) มีใจเชื่อและเลื่อมใสพระพุทธเจ้า
2) มีกำลังใจในการปฏิบัติธรรมอ่อน
3) มีภาวะต้องพึ่งพาผู้อื่นสูง
อยากยกพระสูตรหนึ่งมาชี้ให้เห็นว่า
แม้พระพุทธเจ้าอุบัติแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าทุกพระองค์จะออกสั่งสอนทั่วไป
กับทั้งไม่ใช่จะได้เกณฑ์โชคดีกันถ้วนหน้าเสมอไป
ส. อะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นปัจจัย ให้พระศาสนาของพระผู้มีพระ
ภาคพระนามวิปัสสีพระนามสิขี และพระนามเวสสภู ไม่ดำรงอยู่นาน
พระพุทธเจ้าข้า?
ภ. ดูกรสารีบุตร พระผู้มีพระภาคพระนามวิปัสสี พระนามสิขี
และพระนามเวสสภู ทรงท้อพระหฤทัยเพื่อจะทรงแสดงธรรมโดย
พิสดารแก่สาวกทั้งหลาย อนึ่ง สุตตะ เคยยะเวยยากรณะ คาถา อุทาน
อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ ของพระผู้มีพระภาคทั้งสาม
พระองค์นั้นมีน้อย สิกขาบทก็มิได้ทรงบัญญัติ ปาติโมกข์ก็มิได้ทรง
แสดงแก่สาวก เพราะ อันตรธานแห่งพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าเหล่านั้น
เพราะอันตรธานแห่งสาวกผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้าเหล่านั้น สาวกชั้น
หลังที่ต่างชื่อกัน ต่างโคตรกัน ต่างชาติกัน ออกบวชจากตระกูลต่างกัน
จึง ยังพระศาสนานั้นให้อันตรธานโดยฉับพลัน ดูกรสารีบุตร ดอกไม้
ต่างพรรณที่เขากองไว้บนพื้น กระดาน ยังไม่ได้ร้อยด้วยด้าย ลมย่อม
กระจาย ขจัด กำจัด ซึ่งดอกไม้เหล่านั้นได้ ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร
เพราะเขาไม่ได้ร้อยด้วยด้าย ฉันใด เพราะอันตรธานแห่งพระผู้มีพระ
ภาคพุทธเจ้าเหล่านั้น เพราะอันตรธานแห่งสาวกผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธ
เจ้าเหล่านั้น สาวกชั้นหลังที่ต่างชื่อกัน ต่างโคตรกัน ต่างชาติกัน ออก
บวชจากตระกูลต่างกัน จึงยังพระศาสนานั้นให้อันตรธานโดยฉับพลัน
ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าเหล่านั้น ทรงท้อ
พระหฤทัย เพื่อจะทรงกำหนดจิตของสาวกด้วยพระหฤทัย แล้วทรง
สั่งสอนสาวก.
ดูกรสารีบุตร เรื่องเคยมีมาแล้ว พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัม
พุทธเจ้าพระนาม เวสสภู ทรงกำหนดจิตภิกษุสงฆ์ด้วยพระหฤทัยแล้ว
ทรงสั่งสอน พร่ำสอน ภิกษุสงฆ์ประมาณพันรูป ในไพรสนฑ์อันน่าพึง
กลัวแห่งหนึ่งว่า พวกเธอจงตรึกอย่างนี้ อย่าได้ตรึกอย่างนั้น จงทำใน
ใจอย่างนี้ อย่าได้ทำในใจอย่างนั้น จงละส่วนนี้ จงเข้าถึงส่วนนี้อยู่เถิด
ดังนี้ ลำดับนั้นแล จิตของภิกษุประมาณพันรูปนั้น อันพระผู้มีพระภาค
อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามเวสสภูทรงสั่งสอนอยู่อย่างนั้น ทรง
พร่ำสอนอยู่อย่างนั้น ได้หลุดพ้นแล้วจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ถือ
มั่น ในเพราะความที่ไพรสณฑ์อันน่าพึงกลัวนั้นซิ เป็นถิ่นที่น่าสยด
สยอง จึงมีคำนี้ว่า ผู้ใดผู้หนึ่งซึ่ง ยังไม่ปราศจากราคะเข้าไปสู่ไพรสณฑ์
นั้น โดยมากโลมชาติย่อมชูชัน.
ดูกรสารีบุตร อันนี้แลเป็นเหตุ อันนี้แลเป็นปัจจัย ให้พระศาสนา
ของพระผู้มีพระภาค พระนามวิปัสสี พระนามสิขี และพระนามเวสสภู
ไม่ดำรงอยู่นาน.
ให้สรุปง่ายๆคือมีพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ที่ประกาศศาสนาเฉพาะวงจำกัด
คือช่วยให้เวไนยสัตว์บางหมู่เหล่าเข้าถึงพระสัทธรรมด้วยกำลังพระองค์เองโดยตรง
คือด้วยวิธี "กำหนดจิตภิกษุสงฆ์ด้วยพระหฤทัยแล้ว
ทรงสั่งสอน พร่ำสอน ภิกษุสงฆ์ประมาณพันรูป"
แถมหลีกเร้นเข้าไปในป่าที่มนุษย์มนาทั่วไปเขาไม่อยู่กันอีกต่างหาก
การกำหนดจิตแล้วสอนว่าอย่างนี้ถูก อย่างนั้นผิด
ไม่บัญญัติเป็นหลักการที่สามารถเผยแผ่ไปได้กว้างๆนั้น
หมดผู้สามารถกำหนดจิตและสอนโดยตรงแล้ว ก็เป็นอันหมดศาสนากันทันที
.........![]()
โดย ดังตฤณ [27 ก.พ. 2545 , 16:56:56 น.] ( IP = 202.183.157.149 : : )
สลักธรรม 2บางพุทธกาลนั้น
ท่านขนเวไนยสัตว์ไปกันแค่ "ประมาณพัน"
ไม่ใช่เป็นแสนโกฏิตามสำนวน
ถ้าเราเกิดในพุทธกาลดังกล่าว จะแน่ใจอย่างไรว่าเรามีวาสนาบารมีมาหนุน
ให้นึกอยากเข้าไปฟังธรรมใน "ไพรสณฑ์อันน่าพึงกลัว ถิ่นที่น่าสยดสยอง"
จากมหาบุรุษท่านหนึ่งที่ร่ำลือกันว่าเป็นพระพุทธเจ้า
ผมว่าคนที่สั่งสมความเฉื่อย ความท้อถอยในการปฏิบัติ
จะเอาแต่ทำบุญใส่บาตร อาจฟลุกได้เกิดในสมัยของพระพุทธเจ้าดังกล่าว
แต่คงไปใส่บาตรต่ออยู่แถวๆราวป่า
เผลอๆคนส่วนใหญ่ยุคนั้นไม่มีโอกาสได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับอริยสัจ 4 มรรค 8 เลยสักแอะ
เนื่องจากพระพุทธเจ้าบางพระองค์ไม่สถาปนาพระศาสนาในรูปแบบเดียวกับพระโคดมเรา
จะให้ผ่านหูผ่านตากันง่ายๆเหมือนอย่างที่พวกเรามีโอกาสเล่นเน็ต เปิดซีดีพระไตรปิฎกนั้น
เห็นทีคงไม่ใช่
หรือถ้าใครนึกว่าเกิดมาได้พบกับพระพุทธเจ้าที่มีกำลังพระทัยสูงแล้วนับเป็นโชคดีเสมอไป
ก็น่าคิดใหม่
ดังจะยกตัวอย่างมาสักสองสามบุคคล
คนแรกได้แก่เวรัญชพราหมณ์ ซึ่งมีใจเป็นอคติต่อพระพุทธองค์รุนแรงมาก
ยังเคราะห์ดีที่เกิดร่วมสมัยกับพระองค์ท่าน
และมีใจเป็นอคติรุนแรงขนาดผลักดันให้เดินทางไปต่อว่าต่อขานถึงที่
จึงรอดตัวไป เพราะพระองค์สามารถกลับใจด้วยเหตุผลอันฟังขึ้นสำหรับเขา
[๒] หลังจากนั้น เวรัญชพราหมณ์ได้ไปในพุทธสำนัก ครั้นถึง
แล้วได้ทูลปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการทูลปราศรัยพอให้
เป็นที่บันเทิงเป็นที่ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
เวรัญชพราหมณ์นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มี
พระภาคว่า ท่านพระโคดม ข้าพเจ้าได้ทราบมาว่า พระสมณะโคดม
ไม่ไหว้ ไม่ลุกรับพวกพราหมณ์ผู้แก่ ผู้เฒ่า ผู้ใหญ่ ผู้ล่วงกาลผ่านวัยมา
โดยลำดับ หรือไม่เชื้อเชิญด้วยอาสนะ ข้อที่ข้าพเจ้าทราบมานี้นั้นเป็น
เช่นนั้นจริง อันการที่ท่านพระโคดมไม่ไหว้ ไม่ลุกรับพวกพราหมณ์
ผู้แก่ ผู้เฒ่า ผู้ใหญ่ ผู้ ล่วงกาล ผ่านวัยมาโดยลำดับหรือไม่เชื้อเชิญด้วย
อาสนะนี้นั้น ไม่สมควรเลย. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรพราหมณ์
ในโลก ทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณะ
พราหมณ์ เทพ และมนุษย์ เราไม่เล็งเห็นบุคคลที่เราควรไหว้ ควรลุก
รับ หรือควรเชื้อเชิญด้วยอาสนะ เพราะว่า ตถาคตพึงไหว้ พึงลุกรับ
หรือพึงเชื้อเชิญ บุคคลใดด้วยอาสนะ แม้ศีรษะของบุคคลนั้นก็จะพึง
ขาดตกไป.
ว. ท่านพระโคดมมีปกติไม่ไยดี.
ภ. มีอยู่จริงๆ พราหมณ์ เหตุที่เขากล่าวหาเราว่า พระสมณะโคดม
มีปกติไม่ไยดี ดังนี้ ชื่อว่ากล่าวถูก เพราะความไยดี ในรูป เสียง กลิ่น
รส โผฏฐัพพะ เหล่านั้น ตถาคตละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้วทำให้เป็น
เหมือนตาลยอดด้วน ทำไม่ให้มีในภายหลัง มีไม่เกิดอีก ต่อไปเป็น
ธรรมดา นี้แล เหตุที่เขากล่าวหาเราว่า พระสมณะโคดมมีปกติไม่ไยดี
ดังนี้ชื่อว่า กล่าวถูก แต่ไม่ใช่เหตุที่ท่านมุ่งกล่าว.
ว. ท่านพระโคดมไม่มีสมบัติ.
ภ. มีอยู่จริงๆ พราหมณ์ เหตุที่เขากล่าวหาเราว่า พระสมณะโคดม
ไม่มีสมบัติ ดังนี้ ชื่อว่ากล่าวถูก เพราะสมบัติ คือ รูป เสียง กลิ่น รส
โผฏฐัพพะ เหล่านั้น ตถาคตละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำให้เป็น
เหมือนตาลยอดด้วน ทำไม่ให้มีในภายหลัง มีไม่เกิดอีกต่อไปเป็น
ธรรมดา นี้แล
เหตุที่เขากล่าวหาเราว่า พระสมณะโคดมไม่มีสมบัติ
ดังนี้ ชื่อว่ากล่าวถูก แต่ไม่ใช่เหตุที่ท่านมุ่งกล่าว.
ว. ท่านพระโคดมกล่าวการไม่ทำ.
ภ. มีอยู่จริงๆ พราหมณ์ เหตุที่เขากล่าวหาเราว่า พระสมณะโคดม
กล่าวการไม่ทำ ดังนี้ ชื่อว่ากล่าวถูก เพราะเรากล่าวการไม่ทำกายทุจริต
วจีทุจริต มโนทุจริต เรากล่าวการ ไม่ทำสิ่งที่เป็นบาปอกุศลหลายอย่าง
นี้แล เหตุที่เขากล่าวหาเราว่า พระสมณะโคดมกล่าวการไม่ทำ ดังนี้ชื่อ
ว่ากล่าวถูก แต่ไม่ใช่เหตุที่ท่านมุ่งกล่าว.
ว. ท่านพระโคดมกล่าวความขาดสูญ.
ภ. มีอยู่จริงๆ พราหมณ์ เหตุที่เขากล่าวหาเราว่า พระสมณะโคดม
กล่าวความขาดสูญ ดังนี้ ชื่อว่ากล่าวถูก เพราะเรากล่าวความขาดสูญ
แห่ง ราคะ โทสะ โมหะ เรากล่าวความ ขาดสูญแห่งสภาพที่เป็นบาป
อกุศลหลายอย่าง นี้แล เหตุที่เขากล่าวหาเราว่า พระสมณะโคดมกล่าว
ความขาดสูญ ดังนี้ ชื่อว่ากล่าวถูก แต่ไม่ใช่เหตุที่ท่านมุ่งกล่าว.
ว. ท่านพระโคดมช่างรังเกียจ.
ภ. มีอยู่จริงๆ พราหมณ์ เหตุที่เขากล่าวหาเราว่า พระสมณะโคดม
ช่างรังเกียจ ดังนี้ ชื่อว่ากล่าวถูก เพราะเรารังเกียจกายทุจริต วจีทุจริต
มโนทุจริต เรารังเกียจความถึงพร้อมแห่งสภาพที่เป็นบาปอกุศลหลาย
อย่าง นี้แล เหตุที่เขากล่าวหาเราว่า พระสมณะโคดมช่างรังเกียจ ดังนี้
ชื่อว่ากล่าวถูก แต่ไม่ใช่เหตุที่ท่านมุ่งกล่าว.
ว. ท่านพระโคดมช่างกำจัด.
ภ. มีอยู่จริงๆ พราหมณ์ เหตุที่เขากล่าวหาเราว่า พระสมณะโคดม
ช่างกำจัด ดังนี้ ชื่อว่ากล่าวถูก เพราะเราแสดงธรรมเพื่อกำจัด ราคะ
โทสะ โมหะ แสดงธรรมเพื่อกำจัดสภาพที่เป็นบาปอกุศลหลายอย่างนี้
แล เหตุที่เขากล่าวหาเราว่า พระสมณะโคดมช่างกำจัด ดังนี้ ชื่อว่ากล่าว
ถูก แต่ไม่ใช่เหตุที่ท่านมุ่งกล่าว.
ว. ท่านพระโคดมช่างเผาผลาญ.
ภ. มีอยู่จริงๆ พราหมณ์ เหตุที่เขากล่าวหาเราว่า พระสมณะโคดม
ช่างเผาผลาญ ดังนี้ ชื่อว่ากล่าวถูก เพราะเรากล่าวธรรมที่เป็นบาป
อกุศล คือ กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ว่าเป็นธรรมที่ควรเผาผลาญ
ธรรมที่เป็นบาปอกุศลซึ่งควรเผาผลาญ อันผู้ใดละได้แล้ว ตัดรากขาด
แล้ว ทำให้เป็นเหมือนตาลยอดด้วน ทำไม่ให้มีในภายหลัง มีไม่เกิดอีก
ต่อไปเป็นธรรมดา เรากล่าวผู้นั้นว่าเป็นคนช่างเผาผลาญ พราหมณ์
ธรรมทั้งหลายที่เป็นบาปอกุศล ซึ่งควรเผาผลาญตถาคตละได้แล้ว
ตัดรากขาดแล้ว ทำให้เป็นเหมือนตาลยอดด้วน ทำไม่ให้มีในภายหลัง
มีไม่เกิดอีกต่อไปเป็นธรรมดานี้แล เหตุที่เขากล่าวหาเราว่าพระสมณะ
โคดมช่างเผาผลาญดังนี้ ชื่อว่ากล่าวถูก แต่ไม่ใช่เหตุที่ท่านมุ่งกล่าว.
ว. ท่านพระโคดมไม่ผุดเกิด.
ภ. มีอยู่จริงๆ พราหมณ์ เหตุที่เขากล่าวหาเราว่า พระสมณะโคดม
ไม่ผุดเกิด ดังนี้ชื่อว่ากล่าวถูก เพราะการนอนในครรภ์ต่อไปการเกิดใน
ภพใหม่ อันผู้ใดละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำให้เป็นเหมือนตาลยอด
ด้วน ทำไม่ให้มีในภายหลัง มีไม่เกิดอีกต่อไปเป็นธรรมดา เรากล่าวผู้
นั้นว่าเป็นคนไม่ผุดเกิด พราหมณ์ การนอนในครรภ์ต่อไป การเกิดใน
ภพใหม่ ตถาคตละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำให้เป็นเหมือนตาลยอด
ด้วน ทำไม่ให้มีในภายหลัง มีไม่เกิดอีก ต่อไปเป็นธรรมดา นี้แล เหตุที่
เขากล่าวหาเราว่า พระสมณะโคดมไม่ผุดเกิด ดังนี้ ชื่อว่า กล่าวถูก แต่
ไม่ใช่เหตุที่ท่านมุ่งกล่าว.
ทรงอุปมาด้วยลูกไก่
[๓] ดูกรพราหมณ์ เปรียบเหมือนฟองไก่ ๘ ฟอง ๑๐ ฟองหรือ
๑๒ ฟอง ฟองไก่เหล่านั้น อันแม่ไก่พึงกกดีแล้ว อบดีแล้ว ฟักดีแล้ว
บรรดาลูกไก่เหล่านั้น ลูกไก่ตัวใดทำลาย กะเปาะฟอง ด้วยปลายเล็บ
เท้า หรือด้วยจะงอยปาก ออกมาได้โดยสวัสดีก่อนกว่าเขา ลูกไก่ตัว
นั้นควรเรียกว่ากระไร จะเรียกว่าพี่หรือน้อง.
ว. ท่านพระโคดม ควรเรียกว่าพี่ เพราะมันแก่กว่าเขา.
ทรงแสดงฌาน ๔ และวิชชา ๓
ภ. เราก็เหมือนอย่างนั้นแล พราหมณ์ เมื่อประชาชนผู้ตกอยู่ใน
อวิชชา เกิดในฟอง อันกะเปาะฟองหุ้มห่อไว้ ผู้เดียวเท่านั้นในโลกได้
ทำลายกะเปาะฟอง คือ อวิชชา แล้วได้ ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ
อันยอดเยี่ยม เรานั้นเป็นผู้เจริญที่สุด ประเสริฐที่สุดของโลก เพราะ
ความเพียรของเราที่ปรารภแล้วแล ไม่ย่อหย่อน สติดำรงมั่นไม่ฟั่น
เฟือน กายสงบ ไม่กระสับกระส่าย จิตตั้งมั่น มีอารมณ์เป็นหนึ่ง.
เมื่อพระพุทธองค์แก้คำด่าทอซึ่งสมัยนั้นถือว่ารุนแรงมากๆ
เหยียดหยามประณามกันสุดๆด้วยความจริงอันประเสริฐเป็นขั้วตรงข้าม
พราหมณ์ผู้มีอคติก็กลับใจขอเป็นอุบาสกด้วยคน
อันนี้ชี้ให้เห็นว่าคนเรามีกรรมเก่าซับซ้อน
แม้มีวาสนาได้พบพระพุทธองค์ มีสัญญาณนำร่องให้ได้เป็นสัมมาทิฏฐิ
ก็อาจเริ่มต้นรู้จักพระพุทธองค์ พระศาสนาของพระองค์ หรือพระสาวกของพระองค์
ด้วยความรู้สึกอันเป็นอคติรุนแรง คงเป็นประเภทเคยด่าอริยเจ้าโดยไม่รู้ตัวไว้มาก
หากใครแก้ให้ไม่ได้ก็เคราะห์ร้าย
หรือพูดเป็นภาษาง่ายๆว่าซวยเป็นอย่างยิ่ง
ผูกใจ ฝังใจอยู่กับอคตินั้นติดจิตติดวิญญาณไปอบายเป็นที่สำราญแน่
...........โดย ดังตฤณ [27 ก.พ. 2545 , 17:20:58 น.] ( IP = 202.183.157.149 : : )
สลักธรรม 3..อีกรายที่เราคงรู้จักกันดี
คือพระเจ้าอชาตศัตรู
ที่มีบุญญาบารมีมาก
คือมากขนาดมีโอกาสฆ่าพ่อตัวเอง
ความจริงท่านอุตส่าห์มีสิทธิ์พบพระพุทธเจ้า
มีสิทธิ์ฟังธรรมจนได้โสดาปัตติผล
แต่เผอิญเวรกรรมต้องรู้จักกับพระเทวทัต
ถูกยุให้ฆ่าพ่อตัวเอง
แล้วก็เป็นประเภทบ้าจี้ ยุขึ้นเสียด้วย
ขนาดพ่อยกราชสมบัติให้ยังไม่วายกังวลจะถูก
แย่งคืนหน้ามืดตามัวปลงพระชนม์พระบิดาจนได้
อันนี้เมื่อฟังธรรมต่อเบื้องพระพักตร์แล้ว
สำนึกผิดก็สายไป
คือฆ่าพ่อแม่นั้นเป็นอนันตริยกรรม ได้ไปนรกลูกเดียว ห้ามสวรรค์นิพพานหมด
ดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้หลังจากพระเจ้าอชาตศัตรูกราบทูลลากลับ...
[๑๔๐] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ท้าวเธอได้กราบทูล
ลาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันขอทูลลาไปในบัดนี้
หม่อมฉันมีกิจมาก มีกรณียะมาก พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ขอมหาบพิตร
ทรงสำคัญเวลา ณ บัดนี้เถิด.
ครั้งนั้นแล พระเจ้าแผ่นดินมคธพระนามว่า
อชาตศัตรู ทรงเพลิดเพลินยินดีภาษิตของพระผู้มีพระภาค
แล้ว เสด็จลุกจากอาสนะ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทรงกระทำ
ประทักษิณแล้วเสด็จไป. เมื่อท้าวเธอเสด็จไปไม่นาน พระผู้มีพระภาค
ตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระราชาพระองค์นี้ถูกขุด
เสียแล้วพระราชาพระองค์นี้ถูกขจัดเสียแล้ว หากท้าวเธอจักไม่ปลง
พระชนมชีพพระบิดาผู้ดำรงธรรม เป็น พระราชาโดยธรรมไซร้
ธรรมจักษุ ปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน จักเกิดขึ้นแก่ท้าวเธอ ณ ที่
ประทับนี้ทีเดียว. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคำเป็นไวยากรณ์นี้แล้ว. ภิกษุ
เหล่านั้นชื่นชมยินดีภาษิตของพระผู้มีพระภาคแล้วแล.
ทั้งน่าสงสาร ทั้งน่าเสียดายแทนครับ นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง
คือถึงแม้ทำบุญมาระดับที่จะได้บรรลุมรรคผลต่อเบื้องพระพักตร์
ก็หาอะไรเป็นประกันไม่ได้ว่ากิเลสจะไม่ลากไปลงเหวเสียก่อนหน้า
ยังมีตัวอย่างเด็ดๆอีกเยอะ
ที่พบพระพุทธเจ้าแทนที่จะนับว่าโชคดีได้ไปสวรรค์นิพพาน
กลับพุ่งหลาวลงอเวจีมหานรกไปเลย
เช่นพระเทวทัตเป็นต้น
ทั้งอยากเป็นใหญ่แทนพระพุทธเจ้า ทั้งคิดปลงพระชนม์
ใจกล้าหน้าด้านดีจริงๆ
ดูตัวอย่างนักการเมืองทั่วโลกก็ไม่แปลกใจเลย
รสและอำนาจของการเป็นใหญ่นั้นยั่วยวนให้มนุษย์หลงผิดง่ายยิ่ง
สรุปคือเกิดเป็นมนุษย์นั้นยากยิ่ง
เป็นมนุษย์ด้วย พบพุทธศาสนาด้วยนั้นยิ่งยากหนักขึ้นทวีคูณ
พบพุทธศาสนาแล้ว ก็ไม่แน่ว่าจะอยู่ในกาลที่พระศาสดาท่านมีกำลังพระทัย
บัญญัติสิกขาบทเพื่อดำรงศาสนาไว้นานๆ
หรือพบพุทธศาสนาที่บัญญัติสิกขาบทไว้ดีแล้ว
มีศรัทธาปสาทะ ไม่ลบหลู่พระพุทธ พระธรรม
พระสงฆ์
ก็แกว่งไปแกว่งมาอยู่ในความไม่แน่นอน
และท้ายที่สุด ต่อให้เคารพพระรัตนตรัยแล้ว
ก็อาจเป็นการเคารพแบบเลื่อนลอย ขาดเหตุผล
ขาดความรู้ที่ชัดเจนว่าแก่นพระศาสนาคืออะไร
การยุติทุกข์ การดับเชื้อทุกข์เป็นอย่างไร ทำกันท่าไหน
หรือต่อให้รู้แล้ว ก็ใช่ว่าจะเป็นประกัน
ว่าใครสักกี่คนมีกำลังใจปฏิบัติให้ถึงที่สุดทุกข์
เอาชีวิตปัจจุบันเป็นเดิมพัน ไม่หวังน้ำบ่อหน้า
เอวังคือสรุปว่า...
ถ้ารู้แจ้งว่าสรรพสัตว์ในสังสารวัฏมีปริมาณมากนับอนันต์เพียงใด
ก็จะตระหนักว่าเกิดเป็นมนุษย์ พบพุทธศาสนา วาสนาสูงเหลือกล่าวเทียบได้ถูก
แต่น่าเสียดาย ได้แก้วไว้ในมือง่ายไปหน่อย เลยไม่ค่อยเห็นค่า
และลึกๆก็มองว่าพระศาสนาเป็นของโหล
เกิดใหม่ก็ได้เจอใหม่ หรือมีศาสนาอื่น แนวทางปฏิบัติอื่นๆที่พาให้พ้นทุกข์ได้เหมือนกัน
ความจริงเกิดอยู่ตอนนี้น่ะถือว่าแจ็กพ็อตที่สุดแล้ว.........![]()
โดย ดังตฤณ [27 ก.พ. 2545 , 17:26:07 น.] ( IP = 202.183.157.149 : : )
สลักธรรม 4
ขออนุโมทนากับท่านผู้เขียน สาธุ สาธุ
โดย m [27 ก.พ. 2545 , 18:17:19 น.] ( IP = 203.155.236.100 : : )
สลักธรรม 5
ขออนุโมทนาอย่างยิ่งค่ะ
อ่านสนุกน่าสนใจและได้ความรู้อีกต่างหากค่ะ
เห็นด้วยกับข้อเขียนของคุณ ดังตฤน ค่ะ โดยเฉพาะที่ว่า ได้เกิดเป็นมนุษย์และพบพระพุทธศาสนาในตอนนี้ ก็นับว่าประเสริฐสุด ยื่งถ้าได้มีโอกาสศึกษาพระปริยัต และหมั่นนำไปปฏิบัติอยู่เนืองๆ สำรวมกาย วาจา ใจ ไม่เพลิดเพลินอยู่กับกิเลสตัณหา โอกาสที่จะเข้าถึงมรรคผลนิพพานก็ยังมีหวังอยู่ แต่จะเป็นเมื่อใด ในศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์ใด ก็สุดจะคาดคะเน... ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยการตั้งจิตอธิษฐานเพื่อไปสู่เป้าหมายอันสูงสุดนั้นด้วย และดำรงชีวิตตามปัจฉิมโอวาทของพระพุทธองค์ที่ว่า "จงยังชีวิตด้วยความไม่ประมาทเถิด"โดย ธัญธร [27 ก.พ. 2545 , 22:42:12 น.] ( IP = 203.130.138.201 : : )
สลักธรรม 6ขอบคุณมากค่ะคุณดังตฤน
โดย น้องกิ๊ฟ [1 มี.ค. 2545 , 16:00:45 น.] ( IP = 202.183.157.101 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |