มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๘๕)






ตอนที่ (๘๔) อ่านที่นี่

คำบรรยายพระอภิธรรมมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ ๑ (ครั้งที่๑๐)
ณ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๐๘



เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ผมได้บรรยายถึงเรื่องโมหมูลจิตว่า โมหมูลจิตทั้ง ๒ ดวงนั้น แตกต่างกันอย่างไร เป็นตัวการทำให้เราตกอยู่ในความหลงใหลในอะไร ตลอดไปจนถึงผลของโมหะทั้ง ๒ นี้ด้วยว่า มีความสามารถประการใดบ้าง ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

สำหรับในวันนี้ ผมจะได้บรรยายต่อไปถึงเรื่องของอกุศลจิตทั้งหมดในแง่มุมต่างๆ เพื่อท่านนักศึกษาจะได้มีความเข้าใจกว้างขวางยิ่งขึ้น เช่น ผลโดยทั่วไปที่เกิดขึ้นมาจากโลภะ โทสะ โมหะ เป็นต้น

ผลโดยทั่วไปที่เกิดจากโลภะ โทสะ โมหะ

ตามที่ได้ศึกษามาแล้ว ท่านก็จะเห็นได้ว่า ปุถุชนทั้งหลายผู้หนาชาไปด้วยกิเลสคือตัวการที่ทำให้เศร้าหมองเร่าร้อน ถูกครอบงำประจำใจอยู่ด้วยโลภะบ้าง โทสะบ้าง และโมหะบ้าง วันหนึ่งๆ กิเลสเหล่านี้เกิดขึ้นมาเสียนับครั้งไม่ได้ แต่ประชาชนทั้งหลายมีความเข้าใจกันแต่ปลายเหตุ หรือเหตุใกล้ เช่น มีคนมาทำให้รัก ให้โกรธ เป็นต้นเท่านั้น ไม่มีความสามารถล้วงเข้าไปถึงต้นเหตุอันแท้จริงได้

เมื่อเวลาหิวขึ้นมาก็มีความรู้ดีในเรื่องความหิว ก็มีความรู้ดีในเรื่องการกิน ว่าจะกินอะไร และกินอย่างไร แล้วก็แก้ปัญหานั้นด้วยการกิน แต่หาได้ขุดคุ้ยล้วงเข้าไปให้ถึงความจริงแท้แม้แต่น้อยไม่ว่า ความหิวอันเป็นทุกข์ที่เกิดขึ้นมาได้นั้นก็เพราะความมีชาติคือความเกิด ถ้าชาติคือความเกิดไม่มีเสียแล้ว ทุกข์ทั้งหลายก็จะย่างกรายเข้ามาใกล้หาได้ไม่

ด้วยเหตุแห่งการไม่รู้เท่าทันความจริงของธรรมชาติซึ่งก็คือตัวโมหะนั่นเองดังนี้ จึงได้กระทำเหตุให้เกิดขึ้นมาอีก จึงต้องดิ้นรนแสวงหาอารมณ์ที่ดีที่ชอบใจอันเป็นโลภะ จึงต้องลำบากยากเย็นหาหนทางที่จะได้อารมณ์ที่ตนปรารถนา เพียรพยายามที่จะกินอาหารพร้อมกับความอร่อย ถ้ามีร้านใดทำอาหารที่ตนชอบใจ แม้จะเดินทางไปไกลๆ ฝนตก แดดร้อน หรือขับรถฝ่าเข้าไปในถนนที่จอแจไปด้วยผู้คน ก็ย่อมทำได้ ทั้งทำอยู่เสมอด้วยอำนาจของความติดใจผลักไสอยู่เรื่อยๆ ไปดังนี้ นานเท่าใดหรือจะเกิดมีชีวิตขึ้นมาสักกี่ครั้งกี่หน ก็หาได้รู้สึกตัวไม่ หาได้เข้าถึงเหตุอันลึกซึ้งนี้ได้ไม่

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [22 ม.ค. 2549 , 08:40:49 น.] ( IP = 58.136.205.139 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

หรือเกิดมาเป็นคนยากจน ทรัพย์สินเงินทองนั้นมีน้อย แต่ความปรารถนาที่จะร่ำรวยหาได้มีน้อยไปด้วยไม่ ด้วยเหตุดังนี้ จึงดิ้นรนขวนขวายอย่างสุดกำลัง เมื่อหาหนทางสุจริตที่จะทำให้ร่ำรวยไม่ได้ เมื่อแก้ความจนด้วยวิธีการตรงๆ ไม่สำเร็จ จึงเดินไปในหนทางทุจริต แก้ปัญหาความจนด้วยวิถีทางที่คดๆ งอๆ

โดยหาได้ทราบความจริงที่แอบแฝงซ่อนเร้นอยู่ภายในชีวิตไม่ว่าความลำบากยากจนเดือดร้อนของตนนั้น มีสาเหตุมาจากการกระทำของตนเองในปัจจุบีนชาตินี้ด้วย และสาเหตุแห่งการกระทำของตนเองในอดีตด้วยมิใช่น้อย อาจจะเป็นชาติที่แล้วหรือชาติในๆ เข้าไปหลายชาติมาให้ผล ด้วยเหตุแห่งความตระหนี่ที่เหนียวแน่น มีความเห็นแก่ตัวสูง มิได้คิดช่วยเหลือเผื่อแผ่เจือจานผู้ใด นอกจากไม่รู้จักให้แล้วยังมิได้เห็นอกเห็นใจใครว่า เขาจะเดือดร้อนลำบากยากจนประการใด กระทำการกดขี่บีบคั้นหาประโยชน์จากหยาดเหงื่อ จากน้ำตา จากความทุกข์ยากของผู้อื่นอยู่เสมอ แล้วอำนาจของความโง่ ความหลง ความไม่เข้าใจในเรื่องชีวิตนี้จึงได้หันเข็มทิศของตนให้เดินผิดทางที่ควรไป แล้วก็จะปรากฏผลแห่งความยากลำบากดังกล่าวนั้นขึ้นมา ทั้งยังจะได้รับต่อไปข้างหน้าอีกไม่จบสิ้น

หรือเกิดขึ้นมาเป็นคนร่ำรวย มีทรัพย์สินเงินทองเหลือหลาย พ่อแม่ผู้หลักผู้ใหญ่อุ้มชูจนได้ดิบได้ดีมีหน้ามีตา เลยกลายเป็นคนยกตัวถือตัว ชอบข่มขู่อวดดีว่าตัวเองนั้นเก่งกว่า ดีกว่า ในฐานะการงาน การเงิน ความรู้ ตลอดไปจนความมีอำนาจวาสนาต่างๆ กว่าผู้อื่น แม้จะทำกุศลก็เต็มไปด้วยการถือตัวแสดงการทับถมข่มขู่โดยตรงหรือโดยปริยาย ซึ่งแน่ละมีบุคคลที่ถูกข่มขู่ดูหมิ่นถิ่นแคลนนี้อยู่ตรงหน้า หรือแม้ในความคิดก็ตาม หรือการแสดงออกด้วยประการใดให้ผู้อื่นทราบก็ตาม โดยที่การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นเสมอๆแล้ว อำนาจของกรรมเหล่านั้นย่อมจะนำส่งให้ปฏิสนธิ และจะอยู่ ณ ที่ใดก็จะไม่มีเกียรติ ไม่มียศ ไม่มีผู้ใดนับหน้าถือตา ไม่มีผู้ใดรักใคร่ยกย่องนับถือ และได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจจากบุคคลอื่นอยู่บ่อยๆ

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [22 ม.ค. 2549 , 08:41:34 น.] ( IP = 58.136.205.139 : : )


  สลักธรรม 2

แม้จะได้รับความทุกข์ระทมขมขื่นอย่างไร ก็สาวเข้าไปถึงสาเหตุอันลึกซึ้งในอดีตไม่ได้ว่า เพราะอำนาจของความโง่ ความหลง ความรู้ไม่เท่าทันในเรื่องชีวิตของตนเองจึงเป็นเหตุให้สร้างอกุศลกรรมยกตัวถือตัว จนเป็นเหตุให้ได้รับผลที่ตนไม่พึงปรารถนา แล้วก็เป็นไปวนเวียนอยู่เช่นนี้ไม่รู้จักจบสิ้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีความสามารถรู้เท่าทันความจริงจนแล้วจนรอดว่า ผลที่ไม่ชอบใจที่ตนได้รับนั้นมาจากสาเหตุอะไร หรือเหตุใดตนจึงมิได้ร่ำรวยมีหน้ามีตาเหมือนคนอื่น

ทั้งนี้ก็ด้วยมิได้ศึกษาเล่าเรียนในเรื่องของชีวิตจึงได้คิดเอาง่ายๆ ตื้นๆ เผินๆ ว่า ที่ตนร่ำรวยยิ่งใหญ่และมีเกียรตินั้น เป็นความรู้เป็นความสามารถพิเศษเหนือคนอื่นที่ทำขึ้นในชาตินี้ของตนเอง ที่ผู้อื่นมิได้มีเหมือน หรือว่าตนเป็นคนโชคดี มีความสามารถ หรือเพราะเจ้านายรักใคร่ หรือมีของศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองสนับสนุน

เมื่อมนุษย์ทั้งหลายตกอยู่ในฐานะโง่เขลาดังนี้แล้ว จึงเป็นเหตุให้เกิดการกระทำด้วยประการต่างๆไปตามประสาที่ไม่ฉลาดของตนเอง มีการช่วงชิงผลประโยชน์ซึ่งกันและกันอย่างสุดเหวี่ยง อย่างไร้ยางอาย อย่างขาดศีลธรรม และไร้มนุษย์ธรรมด้วยอำนาจของโลภะ มีการประสงค์ร้าย ทำลายล้างซึ่งกันและกันด้วยปัญญา(ทางโลก) อันเร้นลับซับซ้อน โดยปราศจากความเมตตาปรานีด้วยอำนาจของโทสะ จนเป็นเหตุให้เกิดร้อนระอุทั่วไปทุกหย่อมหญ้า ก่อให้เกิดเพลิงขึ้น ตั้งแต่เพลิงกองเล็กๆ ไปจนถึงกองใหญ่ และใหญ่มากจนลุกท่วมโลกดับไม่ไหวมาครั้งแล้วครั้งเล่า ทรัพย์สมบัติมหาศาลเสียหาย ผู้คนมากมายพากันทุพพลภาพและล้มตายกลาดเกลื่อน แม้ประวัติศาสตร์จะชี้บอกให้เห็นชัดเจนอยู่ต่อหน้า แต่มนุษย์ผู้โง่เขลาเบาปัญญาทั้งหลายก็หาได้นำพาไม่

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [22 ม.ค. 2549 , 08:41:59 น.] ( IP = 58.136.205.139 : : )


  สลักธรรม 3

เมื่อมนุษย์ตกอยู่ในฐานะโง่เขลาเบาซึ่งความคิดดังนี้แล้ว จึงมิได้มีความสามารถมองทะลุเข้าไปสู่ความจริงที่แอบแฝงซ่อนเร้นอยู่อย่างมิดชิด จึงมองเท่าใดก็ไม่เห็นทุกข์โทษภัยที่จะได้กับตนทั้งในชาตินี้และชาติหน้า จึงได้คิดไปแต่ในเรื่องเหลวไหลไร้สาระแก่นสาร หลงใหลมัวเมาอยู่แต่ในสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม ไม่มีหนทางที่จะยึดเอาเป็นที่พึ่งได้ หลงใหลอยู่แต่ในอบายมุขอย่างเหนียวแน่น พัวพันอยู่กับเรื่องที่มิได้เกี่ยวข้องกับปัญญา หรือปล่อยให้ชีวิตถูกซัดพาไปในยาเสพติดให้โทษทั้งหลายจนถอนตัวขึ้นมาไม่ได้ แล้วก็จมลงจนหายใจไม่ออกต่อของมึนเมาขาดสติเหล่านั้น จนกลายเป็นใบ้บ้า ปัญญาอ่อนในชาติต่อๆไป แม้จะถึงดังนี้ก็หาได้สำนึกรู้สึกตัวไม่ ด้วยละอองธุลีมาปิดบังขวางกั้นดวงตาเอาไว้เสีย

มีใครจะได้คิดบ้างว่า อำนาจจิตนั้น มีความสามารถเพียงใด เพราะจิตใจนี่เองที่ทำให้รูปเกิดขึ้นและเป็นไปได้ต่างๆ ทำให้หน้าตาซีดหรือหน้าแดงก็ได้ ทำให้เคลื่อนไหวอิริยาบถก็ได้ ทำให้ยิ้ม ทำให้หัวเราะก็ได้ และสามารถแม้ทำให้การย่อยอาหารภายในร่างกาย คือในช่องท้องก็ได้ แล้วยังทำอื่นๆ อีกมากมายอย่างน่าพิศวงอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ทั้งๆที่มันก็มิได้มีตัวมีตนอะไรเลย


โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [22 ม.ค. 2549 , 08:42:19 น.] ( IP = 58.136.205.139 : : )


  สลักธรรม 4


อนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะ

ที่นำคำบรรยายของท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูรมาให้อ่านเป็นประจำ
แม้ดูจากช่วงเวลาที่ท่านบรรยาย ก็ล่วงมาแล้ว ๔๐ ปี แต่คำบรรยายของท่านช่างกินใจและเข้าถึงชีวิตของคนเราทุกวันนี้เลยนะคะ

ขอกราบบูชาท่านพระอาจารย์บุยมี ด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ

โดย พี่ดา [23 ม.ค. 2549 , 10:05:53 น.] ( IP = 61.91.198.169 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ

และด้วยความน้อมเคารพระลึกคุณนี้ไว้เหนือเกล้าครับ



โดย พี่เณร [23 ม.ค. 2549 , 10:18:02 น.] ( IP = 58.8.90.148 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [23 ม.ค. 2549 , 17:52:18 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ


โดย น้องอุ๊ [24 ม.ค. 2549 , 13:09:07 น.] ( IP = 61.47.106.172 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org