มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การให้ด้วยใจที่งดงาม




คงเป็นประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นตัวอย่างแก่การดำเนินชีวิตไปสู่ความสุขได้อย่างราบรื่น....

เพราะที่เรามาศึกษาเล่าเรียนเพียรปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนกันอยู่นี้ก็เพื่อหวังได้พบความสุขในเบื้องปลาย แต่บางครั้ง "ความรู้ที่ไม่ได้เกิดจากการปฏิบัติ" นั้น ให้ประโยชน์แก่ชีวิตน้อยมาก บางครั้งยังอาจเป็นโทษแก่เจ้าของภูมิความรู้นั้นได้

เช่น ทำให้หลงในตนเองว่า เป็นผู้มีความรู้ทางการศึกษามากพอแล้ว จึงประมาทในการประพฤติปฏิบัติบางสิ่งบางอย่างด้วยเห็นว่าเป็นเรื่องพื้นฐาน เล็กน้อย ไม่สำคัญ หรือบางครั้งด้วยความรู้ที่มีจึงตั้งตนเป็นผู้พิจารณา พิพากษาตัดสินการกระทำของคนโน้นคนนี้ว่าไม่ถูกต้อง ไม่สมควร เพราะผิดไปจาทฤษฎีที่เล่าเรียนมา ...สิ่งเหล่านี้คือปัญหาสำคัญของผู้ที่มีความรู้แต่ใช่ความรู้ไม่ถูกทางและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์

ดังนั้น หลายวันที่ผ่านมาจึงทำให้รู้สึกว่า เหมือนมีผู้มากระชากหัวโขนบางหัวให้หลุดไปจากศีรษะ ก็เนื่องมาจากคำสนทนาที่ท่านอาจารย์วิชิตได้บอกว่า ..


โดย น้องกิ๊ฟ [23 ม.ค. 2549 , 10:54:39 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

รออ่านต่อครับน้องกิ๊ฟ...

โดย ตู่ [23 ม.ค. 2549 , 11:09:25 น.] ( IP = 203.151.46.131 : : 10.1.4.27 )


  สลักธรรม 2

"วันนี้ ให้เงินเด็กที่คอยดูแลบ้านไป ๕๐๐ บาท และอนุญาตให้ไปเที่ยวนอกบ้านได้ทั้งวัน"

ขณะที่ฟังประโยคนี้ก็คิดอยู่ในใจว่า "ทำไมต้องให้ด้วย เพราะเงินเดือนก็ให้เต็มที่อยู่แล้ว แถมก็ยังพาไปไหนมาไหนอยู่บ่อยๆ ไม่ต่างกับญาติเลย "

หลังจากนั้นช่วงของการสนทนาก็หยุดไป เพราะท่านอาจารย์วิชิตได้ออกไปมอบเงินให้แก่พนักงานคนหนึ่งของมูลนิธิ

และเมื่ออาจารย์เข้ามาแล้ว ก็มาเล่าว่า "เมื่อสักครู่นี้ได้นำเงินจำนวนหนึ่งไปมอบให้ น้าช่าย โดยนั่งลงที่พื้นแล้วก็กราบขอบพระคุณน้าช่วยที่อยู่ดูแลมูลนิธิมาตลอดนานหลายสิบปี จนมาถึงวันนี้"

ตอนที่อาจารย์กลับมาเล่านั้น หน้าตาร่าเริงมีความสุขและแจ่มใสมาก อาจารย์บอกว่า "รู้เลยว่า เมื่อใจที่เป็นกุศลเกิดขึ้นแล้ว อากัปกิริยาต่างๆที่เกิดขึ้นมาตามก็ล้วนเป็นเพราะเหตุแห่งกุศล แต่ละท่าทางนั้นรู้เลยว่าเป็นอาการที่เกิดจากกุศล ที่ส่งออกมาจากใจและสั่งงานออกมาเป็นท่าทางต่างๆ ของร่างกาย"

ตอนที่ฟังนั้นก็คิดตามแล้วก็พลันพบเห็นข้อบกพร่องของตนเองในการคิดว่า คิดผิดในครั้งแรกที่ฟังเรื่องที่ท่านอาจารย์ให้เงินเด็กที่คอยดูแลบ้าน

โดย น้องกิ๊ฟ [23 ม.ค. 2549 , 11:15:31 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

จึงเรียนกับอาจารย์ไปว่า เมื่อสักครู่นี้ที่ฟังเรื่องการให้เงิน ๕๐๐ บาทนั้น ได้คิดว่าไม่ควรให้ แต่พอฉุกใจคิดและได้ฟังเรื่องที่ท่านเล่าถึงการให้ในช่วงที่ติดๆ กันอีกครั้งหนึ่งนี้ ทำให้รู้เลยว่า เมื่อสักครู่นี้คิดไม่ดี และไม่ถูกต้อง

เพราะการคิดดังกล่าวเป็นความคิดที่มาจากความตระหนี่ ทั้งที่ไม่ใช่ทรัพย์ของตนแต่ก็เกิดความยึดถือไว้ และไม่เห็นโอกาสของการกระทำทานว่าเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะทานนี่แหละที่เป็นศัตรูอันดับแรกของตัณหา

ซึ่งเราก็เรียนกันอยู่ในบทเรียนกันตลอดมาและรู้อยู่จนแคล่วคล่องเหมือนบทอาขยานว่า

โลภะชื่อว่าเป็นรากเหง้าของอกุศลกรรมทั้งมวล อกุศลจิตทั้ง ๑๒ ตัว หรือ ตัณหาในสมุทัย ท่านยกเอาโลภะเจตสิกตัวเดียว ร้ายที่สุด โลภไม่ได้จึงเกิดโทสะ และในโลภก็มีหลงอยู่ด้วย แต่พระพุทธองค์ก็ทรงยกเอาโลภะคือตัณหาเป็นสมุทัย เหตุให้เกิดทุกข์

จึงได้ทรงสอนให้รู้จักละโลภะในเบื้องแรกด้วยการกระทำทาน ตัดโทสะด้วยเมตตาตัดความหลงด้วยปัญญาบารมี เราต่างก็ทราบดีว่า ทั้งสามประการนี้เป็นความดีที่ควรทำให้สม่ำเสมอ


และการให้ทานก็ควรต้องทำให้เร็วที่สุด เพราะถ้าช้าแล้วอกุศลจะมาตัด ทำให้เกิดความลังเล และหวงแหนขึ้นมาได้อีกครั้ง ครูบาอาจารย์จึงได้ย้ำนักย้ำหนาแม้ท่านอาจารย์วิชิตเองก็สอนอยู่เสมอว่า ..เวลาทำบุญให้ทำเร็วที่สุดแล้วอย่าลังเลว่าจะทำดีหรือไม่ทำดี เพราะเวลานั้นล่วงเลยไปทุกนาที และใกล้ความตายเข้าไปทุกทีแล้ว...


แต่ความคิดที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นนั้นกลับลืมเรื่องเหล่านี้ไปเสียสนิท จึงเป็นความชัดเจนที่ฟ้องว่า ความรู้ทางทฤษฎีเดินทางมาถึงช้ากว่ากิเลสที่สะสมไว้อย่างหนาแน่นในใจ ...

โดย น้องกิ๊ฟ [23 ม.ค. 2549 , 11:34:48 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

เพราะไม่แคล่วคล่องในทางปฏิบัติ จึงทำให้คิดอะไรและตัดสินใจอะไรไม่รอบคอบ ทำให้เสียโอกาสที่ดีไปได้มาก

..เมื่อคิดมาถึงตรงนี้แล้วก็ทำให้รู้ว่า ยังไม่รู้ในเรื่องของการดำเนินชีวิตที่ดีงามอีกมากมาย และก็เป็นพลังใจให้ศึกษาหาความรู้และนำไปปฏิบัติต่อไปเพื่อชีวิตที่ดีกว่านี้ ที่ไม่หลงพลาดพลั้งไปในอกุศลง่ายๆอย่างนี้

นอกจากนี้ก็ยังทำให้นึกถึงคำสอนของท่านอาจารย์ว่า เราต้องระวังไว้เสมออย่าคิดว่าเราปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานได้แล้ว และเป็นบุญสูงสุดแล้ว บุญอย่างอื่นไม่ต้องทำนั้นไม่ถูก ต้องทำ เพราะว่า ไตรสิกขาจะสมบูรณ์ไม่ได้ถ้ามีปัญญาโดดเด่นเพียงอย่างเดียว

เริ่มต้นของปุถุชนนั้นจะต้องใช้ศีลเป็นสะพาน ใช้ทานเป็นเสบียง เพื่อจะเดินทางไปในภพภูมิที่สะดวกสบายแก่การปฏิบัติธรรมให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้

เราจึงต้องเป็นคนจนผู้ยิ่งใหญ่ คือแม้เราจะไม่มีเงินทองมาก แต่เราก็สามามารถให้อภัยกันได้ในสิ่งที่พลาดพลั้ง

ซึ่งท่านอาจารย์ก็ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างเสมอว่า แม้จะได้รับความเจ็บช้ำน้ำใจจากใครมากเพียงใด แต่ในที่สุดแล้วท่านก็ไม่ถือโทษโกรธเคืองและกลับมามอบสิ่งดีๆให้แก่บุคคลเหล่านั้นได้เสมอ

นอกจากนี้ท่านยังบอกว่า ให้หาจุดเด่นในการทำความดีให้กับตนเองให้ได้ ลองถามตนเองสิว่า ชีวิตนี้มีอะไรโดดเด่นในเรื่องกุศลบ้างหรือยัง เพราะมีเพียงกุศลเท่านั้นที่จะนำชีวิตให้ไปสู่สุคติ และสิ้นสุดทุกข์ในที่สุดได้ ถ้ายังไม่มีอะไรโดดเด่นก็ให้เริ่มกระทำความชำนาญเสีย ซึ่งอาจเริ่มต้นที่เรื่องของทานนี่ก็ได้ เพราะทานเป็นการตัดตัวโลภะโดยตรง ถ้าเราทำได้บ่อยๆ ก็จะดีแก่ชีวิต

โดย น้องกิ๊ฟ [23 ม.ค. 2549 , 11:48:16 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 5

เรื่องนี้คงเป็นประสบการณ์เล็กๆน้อยๆ ที่อาจให้ประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านได้บ้างว่า ...การให้ด้วยใจที่ถึงพร้อมด้วยปัญญา และรู้ค่าของกุศลนั้นงดงามอย่างไร และความรู้ที่ไม่มีการนำไปใช้นั้น เป็นอุปสรรคแก่กุศลอย่างไรบ้าง

และในท้ายที่สุดนี้จะขอนำคำกลอนของพี่ดอกแก้วซึ่งเป็นข้อเตือนใจตนเองได้ดีมากเกี่ยวกับเรื่องของความไม่รู้อาจทำให้ตาสว่างมาฝากไว้ด้วยค่ะ

เริ่มรู้

มั่นในตนคนเก่งเล็งผลพร้อม
ถูกรุมล้อมกลางวจีที่สรรเสริญ
พูดและทำสิ่งใดดีเหลือเกิน
คนยอเยินว่ารอบรู้ผู้เชี่ยวชาญ

ความเคยชินได้ยินจึงแต่งองค์
สวมชุดผู้ทะนงในคำหวาน
หลงเชื่อตนว่าเก่งไปทุกกาล
จึงดักดานถือแน่แต่จินต์ตัว

ครั้นแผ่นดินผินทางสร้างตระหนก
อีกผืนฟ้าผันผกจนสลัว
คนเก่งกาจเกาะกุมความหวาดกลัว
เริ่มรู้ตัวว่าด้อยน้อยปัญญา

ความทดท้อก่อเกิดเตลิดคิด
หมกมุ่นจิตวกวนล้นปัญหา
เห็นแต่ปวงอุปสรรคเหลือคณา
รำพึงว่าตนเขลาจนเศร้าใจ

เฝ้าตีอกชกหัวระรัวหมัด
หมายกำจัดความไม่รู้ผู้อาศัย
อยากให้ความโศกเศร้าอยู่ห่างไกล
อยากมีไฟส่องสว่างทุกทางเดิน

ที่จริงนั้นเมื่อพลันที่รู้ตัว
ว่าไม่รู้ถ้วน
ทั่วทั้งผิวเผิน
คือเริ่มรู้เปิดประตูสู่ดำเนิน
เพื่อก้าวเดินเรียนรู้อยู่ต้นทาง

ยิ่งรู้ว่าไม่รู้ในสิ่งไหน
ยิ่งเข้าใกล้เหตุผลพ้นหม่นหมาง
ยอมรับและเรียนรู้ไม่ละวาง
จึงไกลห่างความไม่รู้ผู้มิตรเดิม

ผู้ไม่รู้เปิดประตูสู่ปัญญา
ด้วยศรัทธาความเพียรเรียนรู้เสริม
วิจัยธรรมนำปฏิบัติหัดเพิ่มเติม
ผู้ถือตนคนเดิมละอัตตา


โดย น้องกิ๊ฟ [23 ม.ค. 2549 , 11:56:22 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 6

ไม่เสียดายเลยครับ...ที่รออ่าน

การให้ทานก็ควรต้องทำให้เร็วที่สุด เพราะถ้าช้าแล้วอกุศลจะมาตัด ทำให้เกิดความลังเล และหวงแหนขึ้นมาได้อีกครั้ง ครูบาอาจารย์จึงได้ย้ำนักย้ำหนาแม้ท่านอาจารย์วิชิตเองก็สอนอยู่เสมอว่า ..เวลาทำบุญให้ทำเร็วที่สุดแล้วอย่าลังเลว่าจะทำดีหรือไม่ทำดี เพราะเวลานั้นล่วงเลยไปทุกนาที และใกล้ความตายเข้าไปทุกทีแล้ว...

ชอบคำกล่าวนี้มากครับ.....สาธุ

โดย ตู่ [23 ม.ค. 2549 , 12:13:40 น.] ( IP = 203.151.46.131 : : 10.1.4.27 )


  สลักธรรม 7

สวัสดีค่ะคุณตู่

ขอบพระคุณมากนะคะที่ให้ความสนใจและรออ่าน..
ลืมเล่าไปอีกนิดนึงค่ะว่า ..อาจารย์บอกว่า ที่ให้เงินเด็กคนนั้น ก็เพราะท่านมีความพร้อมที่จะให้ทาน และก็ต้องการให้ผู้รับมีความสุข มีโอกาสในชีวิตที่จะได้ออกไปเรียนรู้และทำความรู้จักสถานที่นอกบ้านได้ตามความสนใจของวัย และได้มีโอกาสพบปะมิตรสหายเพื่อผ่อนคลายจิตใจบ้าง ...ซึ่งถ้ามีโอกาสให้เพื่อทำให้คนอื่นมีความสุขแล้วท่านก็จะทำเสมอค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [23 ม.ค. 2549 , 12:22:21 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 8

ท่านยิ่งให้ท่านได้ใจสดชื่น
หัวเราะรื่นลบความขมตรมในจิต
ถ้าท่านไม่เห็นแก่ตัวสักน้อยนิด
ท่านจะมีชีวิตที่สมบรูณ์


เป็นความจริงของสภาพจิตใจ ที่ต่างฝึกฝนไว้จริงๆครับน้องกิ้ฟ การสะสมความคุ้นเคยเท่านั้น ที่จะเป็นตัวการจัดแจงจิตใจของคนนั้นๆให้เกิดปฏิกิริยาออกมาได้ ไม่ว่างามหรือไม่

แต่ถ้าได้รับรู้สภาพธรรมแห่งความจริงที่ควรทำและควรละแล้ว ยังมีความสามารถที่เกิดจากนิสสัยที่ฝึกดีไว้ กระผมว่าจะเป็นหนทางก้าวหน้าแก่ชีวิต ที่มุ่งสร้างบารมีได้อย่างดียิ่งเลยนะครับ

ขอบคุณครับในเรื่อง..ที่น้องกิ้ฟนำมาฝากเป็นข้อคิดสะกิดใจให้รู้สร้างเสริมตนเองกันครับ.


โดย ทับตะวัน [23 ม.ค. 2549 , 12:25:38 น.] ( IP = 58.8.95.107 : : )


  สลักธรรม 9

เห็นด้วยอย่างยิ่ง อนุโมทนากุศลของท่านอาจารย์ค่ะ

โดย น้องถ้วย [23 ม.ค. 2549 , 13:34:01 น.] ( IP = 203.170.228.172 : : )


  สลักธรรม 10

อนุโมทนาครับน้องกิ๊ฟ
นอกจากได้ข้อคิดจากกระทู้ของน้องกิ๊ฟหลายข้อแล้ว ยังได้เรียนรู้วิธีคิดอย่างผู้มีปัญญาของอ.วิชิตอีกด้วย เณรจิ๋วฟังแล้วก็จะนำมาเป็นตัวอย่างสำหรับการทำทานครั้งต่อไปของตัวเองต่อไป (โดยเฉพาะข้อที่น้องกิ๊ฟบอกว่าเมื่อคิดจะทำทานแล้วให้ทำเลย เพราะชีวิตนี้แสนสั้นนักและมิเช่นนั้นกิเลสจะเริ่มเข้ามาก่อกวน)

อนุโมทนากับข้อคิดดีๆที่นำมาแบ่งปันกันครับ

โดย เณรจิ๋ว [23 ม.ค. 2549 , 14:55:05 น.] ( IP = 161.200.51.125 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org