มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คนพูดจาเพ้อเจ้อทำไมถึงได้ดี




คนชอบพูดเพ้อเจ้อ ปากคอเรอะร้าย พูดให้คนเจ็บใจ
เจตนาให้ผู้ฟังเคลิบเคลิ้มมัวเมา อย่างรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง เช่น กาละแมร์ ปากจัดมากยัยคนนี้ แต่ทำไมถึงได้ดิบได้ดี มีแต่คนชอบ รวมทั้งพวกดาราฮอลลีวู๊ดด้วย

โดย ประภพ [25 ม.ค. 2549 , 17:17:27 น.] ( IP = 58.10.90.248 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

คุณประภพคิดอย่างนั้นก็ไม่ถูกนะคะ เพราะการที่คนเราได้รับอะไรในชีวิตดีๆนั้น เกิดจากเหตุอดีตเขาทำมาดีค่ะ เช่นผลของทานนั้น ให้ผลคือ เป็นที่รักของคนหมู่มากเป็นตน แต่ถ้าเป็นผลของของอภิชฌา จะปรากฏผลให้ผู้ที่ได้รับนั้น คือเสื่อมในทรัพย์และคุณงามความดี..มีผู้เกลียดชังมากเป็นต้น.

และอดีตเหตุกับปัจจุบันเหตุ ก็ต่างกันนะคะที่ว่าต่างกันนี้พี่ดอกแก้วมุ่งหมายถึงตรงการให้ผลของกรรม ดังนั้นการที่คนเราทำดี ผลจะปรากฏเลยทันทีนั้นดูจะเห็นได้ยาก เพราะเป็นการให้ผลของชวนะดวงที่ ๑ เท่านั้นแต่ชวนะดวงที่ ๗ ให้ผลในชาติหน้าค่ะ ตรงนี้ละคะชีวิตที่ไปจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่ชวนะดวงที่ ๗ ที่จะเป็นตัวกำหนดให้ ส่วนดวงที่ ๒ ถึงดวงที่ ๖ ก็ยังคงมีอำนาจในการให้ผลแก่ชีวิตอยู่เสมอตราบที่ชีวิตยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่

พี่ดอกแก้วใคร่จะขอร้องคุณประภพนะคะ ว่าพยายามหาสิ่งที่เป็นประโยชน์คิดดีกว่านะคะ อย่ามองอะไรไปไกลตนเองเลย และขอให้พยายามหลีกเลี่ยงในการถามที่เจาะจงไปยังบุคคลอื่นเถิดค่ะ เพราะนอกจากไม่ดีแล้ว ทางลานถามตอบธรรมะของเรานี้ มุ่งหมายเพื่อให้ความรู้ตามหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าค่ะ ทางเราจะไม่วิจารณ์ใดๆ หรือใครๆ เพราะไม่ยังประโยชน์เลยนะคะ.

จึงเรียนมาเพื่อทราบ
พี่ดอกแก้ว

โดย พี่ดอกแก้ว [25 ม.ค. 2549 , 18:05:00 น.] ( IP = 58.8.94.152 : : )


  สลักธรรม 2

อนุโมทนากับการตอบคำถามของพี่ดอกแก้วค่ะ
ที่ให้ความรู้ของการให้ผลของกรรม และจุดมุ่งหมายของลานถามตอบธรรมะ

โดย เซิ่น [25 ม.ค. 2549 , 20:42:44 น.] ( IP = 58.10.92.151 : : )


  สลักธรรม 3

ทำชั่วได้ดี ...ไม่ใช่หลักคำสอนในพระพุทธศาสนาหรอกค่ะคุณประภพ เรื่องของกรรมและการให้ผลของกรรมเป็นเรื่องที่คิดแบบตื้นๆมิได้ ต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนค่ะ แล้วเราก็จะไม่มองไกลไปเกินตัวจนไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเองเลย แต่จะพิจารณาถึงการกระทำของตนเป็นหลัก

โดย น้องกิ๊ฟ [26 ม.ค. 2549 , 09:43:19 น.] ( IP = 203.172.117.76 : : )


  สลักธรรม 4


อนุโมทนาค่ะพี่ดอกแก้ว

ทำดีย่อมได้รับผลดี ทำชั่วก็ย่อมได้รับผลชั่ว
การศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมสอนให้มองดูตนค่ะ

การได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้รู้รส รู้สัมผัส ในสิ่งต่างๆที่ไม่ดี ก็เป็นผลของอกุศลกรรมที่ตัวเราเองเป็นผู้กระทำมาเองทั้งสิ้น

โดย พี่ดา [26 ม.ค. 2549 , 17:36:14 น.] ( IP = 58.9.190.84 : : )


  สลักธรรม 5

น้องถ้วยไปอ่านเจอในปริจเฉท ๒ ค่ะ....

อิสสาเจตสิก คือธรรมชาติที่ปรุงแต่งจิต ให้จิตเกิดความไม่ยินดี ความริษยาในการได้ลาภได้ยศของผู้อื่น มีลักขณาทิจตุกะ ดังนี้

ปรสมฺปตฺตีนํ อุสฺสูยนลกฺขณา....มีการริษยาในสมบัติของผู้อื่น เป็นลักษณะ
ตตฺเถว อนภิรติรสา.....มีการไม่ชอบใจในความมั่งมีของผู้อื่น เป็นกิจ
ตโตวิมุขภาวปจฺจุปฏฺฐานา....มีการเบือนหน้าหนีจากสมบัติของผู้อื่น เป็นผล
ปรสมฺปตฺติปทฏฺฐานา.....มีสมบัติของผู้อื่น เป็นเหตุใกล้

มัจฉริยเจตสิก คือ ธรรมชาติที่ปรุงแต่งจิต ให้จิตเกิดความตระหนี่เหนียวแน่น ไม่ยอมเสียสละ มีลักขณาทิจตุกะ ดังนี้

อตฺตโนสมฺปตฺตีนํ นิคูหนลกฺขณํ....มีการซ่อนสมบัติของตน เป็นลักษณะ
ตาสํ เยว ปเรหิสาธารณภาว อกฺขมนรสํ....มีการไม่ชอบให้สมบัติของตนเป็นสาธารณแก่ผู้อื่น เป็นกิจ
สงฺโกจนปจฺจุปฏฺฐานํ.....มีความหดหู่ หวงแหน ไม่เผื่อแผ่ เป็นผล
อตฺตสมฺปตฺติปทฏฺฐานํ.....มีสมบัติของตน เป็นเหตุใกล้

กุกกุจจเจตสิก คือ ธรรมชาติที่เดือดร้อนรำคาญใจในสิ่งชั่ว อกุสลกรรมที่ได้ทำไปแล้ว และร้อนใจในกุสลกรรม ความดีที่ยังไม่ได้ทำ มีลักขณาทิจตุกะ ดังนี้

ปจฺฉานุตาปลกฺขณํ.....มีความเดือดร้อนอยู่เนืองๆ ในภายหลัง เป็นลักษณะ
กตากตานุโสจนรสํ.....มีการตามเดือดร้อนอยู่เนือง ๆ ถึงบาปที่ได้กระทำแล้ว และบุญที่ไม่ได้กระทำ เป็นกิจ
วิปฺปฏิสารปจฺจุปฏฺฐานํ.....มีความกินแหนงใจอยู่ เป็นผล
กตากตปทฏฺฐานํ.....มีการทำบาป มิได้กระทำบุญ เป็นเหตุใกล้

สัมมาอาชีวเจตสิก คือ ความเป็นอยู่ชอบ การเลี้ยงชีพชอบ ประกอบอาชีพที่สุจริต เว้นจากทุจริตทั้ง ๗ คือ เว้นกายทุจริต ๓ และเว้นวจีทุจริต ๔ ที่เกี่ยวกับอาชีพ
สัมมาอาชีวะ มี ๒ ประการ
ก. วิริยสัมมาอาชีวะ ได้แก่ความเพียรในการกระทำการงานหาเลี้ยงชีพโดยชอบธรรม
ข. วิรตีสัมมาอาชีวะ ได้แก่การงดเว้นจากกายทุจริต ๓ วจีทุจริต ๔ ที่เกี่ยวแก่อาชีพ และเป็นการงดเว้นเฉพาะหน้าขณะมีอารมณ์เกี่ยวกับอาชีพที่ควรล่วงทุจริตกรรมมาปรากฏ

มุทิตาเจตสิก คือ พลอยยินดีด้วยในเมื่อรู้ว่าเขามีความสุข มีความยินดีต่อสัตว์ที่ได้สุข มีลักขณาทิจตุกะ ดังนี้

ปโมทนลกฺขณา....มีความยินดีด้วยในความสุขของผู้อื่น เป็นลักษณะ
อนิสฺสายนรสา....มีการไม่อิสสาริษยา เป็นกิจ
อรติวิฆาตปจฺจุปฏฺฐานา....มีความปรารถนาให้ผู้อื่นเจริญ เป็นผล
สตฺตานํ สมฺปตฺติทสฺสนปทฏฺฐานา....มีการได้เห็นสัตว์มีสมบัติ เป็นเหตุใกล้

โดย น้องถ้วย [27 ม.ค. 2549 , 01:12:06 น.] ( IP = 203.170.228.172 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org