มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ลมหายใจแห่งกุศล (๒)




ลมหายใจแห่งกุศล ๒


การใช้ชีวิตให้เพียบพร้อมไปด้วยกุศลนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ เพราะอนุสัยกิเลสที่เราสั่งสมไว้อย่างหนาแน่นมักจะโลดแล่นออกมาทำงานด้วยความชำนาญ และนี่ก็คงเป็นสิ่งที่บอกเราได้ว่าเพราะเหตุใดเราจึงเนิ่นช้าเวียนเกิดเวียนตายมาจนถึงวันนี้ การฝึกฝนควบคุมจิตใจจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการเดินสวนทางกับวัฏฏะ ยิ่งผู้ที่ยังต้องทำการงาน ต้องพบปะกับผู้คนอยู่ด้วยเรื่องที่นอกเหนือจากการปฏิบัติกรรมฐานนั้น คงต้องพยายามฝึกจิตให้มีความอดทนและความเมตตาให้มาก เพราะโอกาสที่จะกระทบกระทั่งกันด้วยวาจาหรือการกระทำกับผู้อื่นนั้นย่อมมีมากกว่าผู้ที่ปลีกตัวไปอยู่ในที่สงัด การมีชีวิตที่ยังต้องเกี่ยวข้องกับการทำงานทางโลกอยู่จึงเป็นอุปสรรคให้ใจยากที่จะสงบนิ่งเพราะต้องรับรู้ในความเป็นไปของปัญหาต่างๆนั่นเองค่ะ

หลายท่านอาจมีประสบการณ์ที่พบความอ่อนด้อยมากมายในการฝึกจิตใจให้อยู่กับกุศลของตนเอง เช่น ในคราวที่ปัญหายังไม่เกิดขึ้นหรือยังไม่ได้รับรู้ ก็ดูเหมือนเป็นผู้มีจิตใจเข้มแข็งดี ดูสงบเงียบเหมือนไม่มีความร้ายกาจหรือความหลงผิดใดๆ แต่พอมีปัญหามาให้รับรู้เมื่อใด ใจก็กวัดแกว่งไปตามเรื่องราวที่ได้รับรู้ พอแสดงฤทธิ์เดชของความเป็นตนเองจนจบฉากแล้วก็ค่อยคิดได้ว่า ไม่ควรทำ หรือควรทำอย่างอื่นดีกว่า แล้วก็ค่อยเห็นโทษเห็นภัยของการกระทำเหล่านั้นที่ไม่คุ้มค่ากับเวลาและพลังที่เสียไป จากนั้นก็ค่อยคิดว่า "วิปัสสนากรรมฐาน"ปลอดภัยที่สุดจากอกุศล

ใช่ค่ะ วิปัสสนากรรมฐานคือความปลอดภัยของชีวิต แต่ก็นั่นแหละใช่ว่าเราจะมีศรัทธาและความเพียรที่จะเจริญสติอยู่ได้ตลอดเวลา เพราะเงื่อนไขของกรรมที่กำหนดมา เช่น ในเรื่องของความไม่พร้อมเกี่ยวกับฐานะความเป็นอยู่ ทำให้เรายังต้องทำงาน ยังต้องทำในสิ่งต่างๆอันเป็นภาระที่วางไม่ลง โอกาสที่จะพิจารณาชีวิตด้วยปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจึงอาจมีไม่บ่อยครั้ง เพราะฉะนั้นเมื่อยังไม่มีโอกาสที่ดีเช่นนั้น การเพียรพยายามกระทำระลึกอยู่ในกุศลชนิดต่างๆ ให้บ่อยครั้งในชีวิตประจำวัน ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่ไม่เติมอกุศลลงไปให้มีความเข้มข้นในชีวิตมากขึ้น

โดย น้องกิ๊ฟ [27 ม.ค. 2549 , 09:55:14 น.] ( IP = 203.172.117.38 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

ความเมตตา...เป็นกุศลจิตอีกประการหนึ่งที่สามารถกระทำได้ทุกที่ ทุกโอกาสที่มี เคยได้ยินเสมอว่า ผู้ที่เปี่ยมไปด้วยเมตตานั้น ใครที่ได้อยู่ใกล้ก็จะรู้สึกร่มเย็นเป็นสุข คลายจากความเร่าร้อน เพราะอำนาจของเมตตาจิตนั้น

ซึ่งก็มีประสบการณ์เล็กๆน้อยๆ มาเล่าให้ทราบอีกแล้วละค่ะในวันนี้ เพราะมีโอกาสได้ฟังเรื่องราวราวของความเมตตา และมีความรู้สึกเป็นพิเศษที่ใจในขณะที่รับฟังเรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมานั้น คงเป็นเพราะอำนาจใจของผู้เล่าที่เต็มไปด้วยสงบและอิ่มเอิบใจที่ถ่ายทอดเจตนาผ่านกระแสเสียงนั้นนั่นเอง

มาถึงตรงนี้แล้วก็ทำให้นึกถึงชื่อของเจตสิกธรรมฝ่ายกุศลที่เรียกว่าโสภณสาธารณเจตสิกขึ้นมา ที่ต้องมาประชุมพร้อมกันเป็นจำนวนมากเพื่อทำงานแห่งกุศลให้สำเร็จลุล่วงไปในฐานะของมหากุศลจิต และความสงบเบาจากการยึดถือ ความอ่อนโยน ความควรแก่การงานของจิต และความซื่อตรงต่อเจตนานั้น นอกจากจะทำให้กุศลที่กำลังกระทำมีความประณีตและมีความต่อเนื่องแล้ว แม้นในภายหลังที่นำมาเล่าสู่กันฟัง ก็ยังสามารถแสดงพลังออกมาให้ผู้ฟังรับทราบได้

โดย น้องกิ๊ฟ [27 ม.ค. 2549 , 09:59:34 น.] ( IP = 203.172.117.38 : : )


  สลักธรรม 2

เรื่องที่ได้รับฟังก็มีอยู่ว่า ผู้เข้าปฏิบัติธรรมท่านหนึ่ง ขอนุญาตเข้าปฏิบัติธรรมที่สำนักงานสาขาเป็นระยะเวลาหลายสิบวันแล้ว แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นก็มิได้ปฏิบัติอย่างเต็มที่ ทั้งยังออกไปนอกบริเวณอยู่บ่อยครั้งด้วยภารกิจส่วนตัว จนมีการพูดถึงการกระทำเหล่านี้ในเชิงตำหนิ

เมื่อท่านอาจารย์วิชิตในฐานะผู้บริหารได้ทราบเรื่องแล้ว จึงได้ยังเรือนพักของบุคคลดังกล่าว เพื่อถามไถ่ความเป็นไปของบุคคลท่านนี้ ซึ่งท่านอาจารย์เล่าว่า ก่อนที่จะไปพบกับบุคคลท่านนี้ก็ได้ถามตนเองว่า เป็นคนที่เรารัก หรือเป็นคนที่เราเกลียดหรือไม่ ก็ปรากฏว่าไม่ใช่ทั้งสองประการ จึงตัดปัญหาของความอคติไปได้ และท่านอาจารย์ได้ตั้งใจว่า จะไปพูดด้วยความปรารถนาดี ชี้แจงให้ทราบถึงสิ่งที่ควรทำด้วยความจริงใจและตั้งใจพูดด้วยความมีสติ

และด้วยอำนาจแห่งความตั้งใจมั่นนี้เอง เมื่ออาจารย์ไปถึงเรือนพักแล้วจะต้องรอคอยการออกมาสนทนาอยู่เป็นเวลานาน ก็ไม่ได้เกิดความกระวนกระวายใจแต่อย่างใด แม้ในขณะที่พูดคุยกันนั้นก็เป็นไปด้วยความนุ่มนวลจนผู้ที่ติดตามไปด้วยสงบนิ่งในการรับฟังเพียงประการเดียว แม้จะทราบดีว่าบุคคลนั้นจะประพฤติขัดกับระเบียบ มีการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม แต่เมื่อพิจารณาถึงความป่วยไข้ทั้งทางร่างกายและทางใจของผู้นั้นแล้ว การให้ความสงเคราะห์และอุดหนุนให้เกิดกำลังใจในการปฏิบัติธรรมต่อไปนั้นเป็นเรื่องที่อาจารย์เลือกกระทำมากกว่าการตำหนิติเตียน

โดย น้องกิ๊ฟ [27 ม.ค. 2549 , 10:02:24 น.] ( IP = 203.172.117.38 : : )


  สลักธรรม 3

อาจารย์เล่าว่า รู้สึกถึงความตั้งใจมั่นนั้นเป็นพลังที่ประคองการกระทำให้เป็นไปอย่างสงบทั้งทางกายและทางวาจา แม้จะสิ้นสุดการสนทนาแล้ว กำลังแห่งความตั้งใจในการกระทำอย่างมีสตินี้ยังตามมาคุ้มครองความเป็นไปของร่างกายในการใช้อิริยาบถต่างๆ แม้จะเดินห่างจากเรือนพักมามากแต่ความสงบของใจก็ยังมีอยู่ แต่ละก้าวที่เดินมาก็มีความรู้สึกตัวมาก

อาจารย์บอกว่า อำนาจของเจตนาสำคัญมาก หากเราตั้งใจจริงแล้วเราก็จะมีความสำเร็จเกิดขึ้นได้จากเจตนาต่างๆ วันนี้เราอาจมีความสำเร็จในการสนทนากับบุคคลที่เราเฉยๆ แต่ถ้าเราทำเช่นนี้คือตั้งใจดีมีความเมตตาไว้บ่อยๆ สักวันหนึ่งในอนาคตเมื่อเราต้องพบกับคนที่เราไม่พอใจ อำนาจของความเมตตาที่ได้ปลูกฝังไว้บ่อยๆ นี้ก็จะสามารถทำให้เราสนทนาปราศรัยกับผู้ที่ก่อเรื่องไว้กับเราได้ด้วยความสงบใจ ขอเพียงอย่าท้อถอยและไม่ละทิ้งการฝึกหัดนี้ไปเชื่อว่า เราต้องทำกันได้แน่เพราะจิตนั้นมีอำนาจ

อาจารย์ได้เน้นย้ำว่า การฝึกหัดเหล่านี้เป็นการส่งเสริมให้กระทำกุศลในขั้นสูงๆขึ้นไปมีความราบรื่นและประสบความสำเร็จได้ง่าย และการกระทำนี้นอกจากจะป้องกันอกุศลเข้ามารบกวนใจแล้ว ยังจะช่วยให้ลมหายใจแห่งกุศลมีความสะอาดมากขึ้นด้วยส่วนผสมแห่งบุญ คงต้องบอกว่าในขณะที่ฟังเรื่องราวอยู่นี้รู้สึกใจสงบมากเลยค่ะ



โดย น้องกิ๊ฟ [27 ม.ค. 2549 , 10:05:49 น.] ( IP = 203.172.117.38 : : )


  สลักธรรม 4

เข้ามาติดตามเรื่องเล่าวันนี้ครับและก็อ่านไปด้วยความสงบครับ เกิดปิติใจขึ้นเมื่ออ่านจบลง ตรงที่เห็นชัดว่า...

ถ้าเราสามารถกระทำในสิ่งที่ดีงามได้ และรักษาความดีนั้นไว้แล้ว ความต่อเนืองแห่งการกระทำบ่อยๆ ย่อมยังให้เกิดกุศลเช่นนั้นได้แทบทุกวาระนะครับความสำคัญอยู่ตรงที่เราได้หมั่นฝึกการเป็นผู้ให้ (เมตตา) ได้มากน้อยแค่ไหนนั่นเอง

การดำเนินชีวิตไปกับโลก ไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายเลย แต่ถ้าเราได้ศึกษา สิ่งที่เป็นประโยชน์และโทษแล้วว่ามีผลกับชีวิตเราอย่างไร และหมั่นตรวจสอบการกระทำของตนเองอยู่เสมอๆในแต่ละวันว่าวันนี้เราใช้ชีวิตไปกับบุญหรือบาป มากกว่ากัน จะทำให้เกิดสำนึกในชีวิตที่ต้องได้รับผลกรรมนั้นๆ และเป็นเหตุให้เราเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางดีได้มากขึ้นนะครับ

ขอบคุณน้องกิ้ฟมากนะครับ ที่นำเสนอเรื่องที่เล่าวันนี้ เพื่อประโยชน์ส่วนร่วมนะครับผม.



โดย ทับตะวัน [27 ม.ค. 2549 , 19:10:56 น.] ( IP = 58.8.111.190 : : )


  สลักธรรม 5

รักคือความอดทนปนกรุณา
ไม่นินทาไม่ทะนงไม่สงสัย
ไม่เย่อหยิ่งท้าทายให้ขุ่นใจ
รักนั้นไซร้สมหวังดั่งใจปอง


เมื่อปลงใจรักในเส้นทางแห่งความดีแล้ว จริงใจกับความรักนั้น มุ่งมั่นในเจตนา อดทนในอารมณ์ สิ่งที่มีค่าหลากหลายก็จะเป็นทุนให้แก่ชีวิตของเราได้อย่างมั่นคงนะคะ

ขอบคุณน้องกิ้ฟมากค่ะ ที่นำเรื่องดีมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตมาฝากให้อ่านนะคะ

โดย พี่ดอกแก้ว [27 ม.ค. 2549 , 19:30:53 น.] ( IP = 58.8.111.190 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณคุณทับตะวันและพี่ดอกแก้วด้วยค่ะ
ที่กรุณาแวะมาอ่าน และยังให้ข้อคิดที่ดีแถมไว้ที่ตรงนี้ด้วย
ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [27 ม.ค. 2549 , 20:44:35 น.] ( IP = 58.136.205.103 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณค่ะน้องกิ๊ฟ ที่ทำให้ลมหายใจกลับมาสู่ความสมดุลย์อีกครั้ง
รู้สึกเย็นใจกับแนวคิดของท่านอาจารย์ และยังทำให้มองเห็นว่าเจตนาที่สร้างไว้ในสิ่งที่ดี ย่อมเป็นไปปัจจัยให้จิตในอนาคตมีภูมิต้านทานที่ดีด้วย
ขอลองหัดเดินแบบนี้บ้างนะคะ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ม.ค. 2549 , 21:52:19 น.] ( IP = 221.128.113.12 : : )


  สลักธรรม 8

สร้างอำนาจของเจตนาฝ่ายกุศล..ให้มีความตั้งใจในการกระทำความดี ฝึกฝนบ่อยๆ จนกระทั้งมีความชำนาญ
ขอบคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะ...ที่มาฝาก

โดย เซิ่น [27 ม.ค. 2549 , 23:35:47 น.] ( IP = 61.91.127.196 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบคุณพี่น้องกิ๊ฟมากมะคะ ที่นำกรรมอันเป็นกุศลมาให้รับทราบ และมีโอกาสได้ร่วมรับรู้กรรมอันเป็นเยี่ยงอย่าง, ตัวอย่าง และควรทำตามให้ได้ ของท่านอาจารย์มะคะ สาธุ พี่น้องกิ๊ฟน่ารักจริ๊งจริงมะคะ

โดย ช้างน้อยกลอยมะคะ [29 ม.ค. 2549 , 04:14:09 น.] ( IP = 203.209.107.182 : : )


  สลักธรรม 10

เณรจิ๋วได้อ่านเรื่องราวสองตอนต่อกันเกี่ยวกับลมหายใจแห่งกุศลไปก็นึกคิดถึงความรู้สึกตามที่น้องกิ๊ฟเล่ามาไปด้วย เพียงแค่นึกคิดตามเท่านั้นก็สามารถสัมผัสได้ถึงเจตนาแห่งการให้ที่เย็นใจเหลือเกินครับ พอลองนำความรู้สึกเหล่านั้นมาเทียบกับความรู้สึกของตัวเองที่เกิดขึ้นในสถานการณ์คล้ายคลึงกันก็ยิ่งทำให้รู้เลยว่าความรู้สึกเจตนาดีเช่นนั้นช่างเกิดขึ้นได้ยากยิ่งนัก แม้ว่าบางครั้งในเบื้องต้นเราอาจจะมีเจตนาดีที่จะตักเตือนให้ผู้อื่นประพฤติปฏิบัติตัวให้ดีขึ้น แต่เมื่อถึงเวลาที่เราต้องพูดจริงๆ เจตนาเหล่านั้นก็เจือจางไป กลายเป็นตัวมานะหรือความรู้สึกอยากเอาชนะ อยากให้คนๆนั้นเชื่อเราเข้ามาแทน ทำให้วิธีพูดของเราเปลี่ยนไปด้วย

ต่อไปนี้เณรจิ๋วจะพยายามระลึกรู้สึกตัวให้รู้ในสภาวะของความเป็นไปของจิตให้ได้อย่างอาจารย์บ้างครับ อนุโมทนากับเจตนาและความรู้เท่าทันอารมณ์ของท่านอาจารย์และอนุโมทนากับน้องกิ๊ฟที่ได้นำธรรมะและข้อคิดเหล่านี้มาเล่าสู่กันฟังครับ

โดย เณรจิ๋ว [30 ม.ค. 2549 , 11:53:15 น.] ( IP = 161.200.51.125 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org