มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


Diary สีน้ำเงิน




..Diary สีน้ำเงิน

เมื่ออาทิตย์ก่อน
ฉันได้รับพัสดุไปรษณีย์ที่ส่งมาจากเพื่อนคนนึง

เพื่อนซึ่งฉันทำเค้าหล่นหายไปกับกาลเวลา
นานพอดู
เกือบปีที่ไม่ได้เจอะเจอกันเลย

ครั้งสุดท้ายฉันรู้จากเพื่อนอีกคนเพียงว่า
เค้าป่วยแล้วลาออกจากงาน
แล้วพาตัวเองหนีความวุ่นวายของสังคมเมืองกลับไปช่วยกิจการของของที่บ้านที่เกาะแห่งหนึ่งในจังหวัดตราด...

ฉันแกะกล่องพัสดุฯ แล้วฉันก็ได้พบ
“ Diary สีน้ำเงิน”เล่มหนา

ที่ดูเหมือนผ่านการใช้งานมาอย่างหนัก
พร้อมกับข้อความที่เขียนด้ายปากกาเส้นเล็ก ๆ ว่า
“สำหรับความรู้สึกที่ดี ของความเป็นเพื่อน”
พร้อมกับลายเซ็นของตัวเอง ....

นี่มัน Diary
ของฉันที่เคยเขียนไปได้เพียงครึ่งหน้าและได้ให้กับเพื่อนคนนี้ในวันหนึ่งที่ฉัน
ได้รับรู้เรื่องราวไม่สบายใจของเขา

และพบว่าที่เขาเล่าให้ฉันฟังมันไม่ใช่ความทุกข์ที่เค้าอยากจะระบายออกมาทั้งหมด
ฉันเลยแนะนำให้เขาเขียนในสิ่งที่เขาอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้

และให้บรรยายมันลงใน Diary ของฉันเล่มนี้ แล้วบอกเขาด้วยว่า

ถ้าวันนึงที่เขาไว้ใจเพื่อนอย่างฉันเขาคงเล่าความทุกข์ของเขาทั้งหมดให้ฉันได้รับรู้

ฉันพลิกดู Diary สีน้ำเงินเล่มนี้อย่างคร่าว ๆ
จากหน้าแรกจนหน้าสุดท้าย

ไม่หน้าเชื่อเพื่อนของฉันคนนี้เขียนมามันจนหมดทุกหน้า ...

ไม่บ่อยครั้งนักที่ฉันจะได้เห็นผู้ชายมานั่งเขียนอะไรมากมายอย่างนี้และในหน้าสุดท้าย

ฉันก็พบรูปของตัวเอง ที่ถูกแปรเปลี่ยนมาเป็นที่คั่นหนังสือกับข้อความหลังภาพที่ว่า “

หากเธอมองฉันผ่านมิตรภาพของความเป็นเพื่อน
ฉันก็คงเป็นได้แค่เพียงเพื่อน”

ฉันพลิกกลับมาที่หน้าแรก ตั้งต้นอ่านมันอย่างตั้งใจ
จากหนึ่ง เป็นสอง สามและสี่
ตามลำดับเรื่อยมา ...
ฉันได้พบชื่อของตัวเองบ่อยครั้งใน
Diary สีน้ำเงินเล่มนี้

เหมือนกับเป็นการเล่าสู่กันฟังของเพื่อนกับเพื่อน
เรื่องราวที่ฉันได้รับรู้จาก Diary
หลายต่อหลายครั้งทำเอาฉันนั่งน้ำตาซึม ...

ไม่น่าเชื่อนะ ผู้ชายแข็ง ๆ กระด้าง ๆ
ที่มักจะทำอะไรให้คนอื่นได้ยิ้มได้หัวเราะอยู่ตลอดเวลาจะเก็บเอาอะไรมาคิดได้มาก
มายอย่างนี้....

ฉันอ่านมันหน้าแล้วหน้าเล่า...
แล้วฉันก็พบว่าเพื่อนที่ฉันเคยคิดว่าฉันรู้จักเขามากพอดู

มาวันนี้ฉันกลับรู้สึกว่าฉันไม่ได้รู้จักในตัวตนของเขาสักเท่าไหร่เลย



ฉันสัมผัสเค้าได้แค่เพียงเปลือกนอกที่เค้าแสดงออกมาให้คนอื่นได้รับรู้เพียงแค่น
ั้น...
มีบางแง่มุมที่ไม่เคยได้รู้ ฉันก็ได้รู้
บางเรื่องที่ฉันลืมไปอย่างไม่ได้ใส่ใจก็กลับมาอยู่ในความทรงจำอีกครั้ง

ฉันได้อ่าน Diary สีน้ำเงินเล่มนี้ได้มากพอดู ถึงได้รู้ว่า
สาเหตุที่เธอกลับมาอยู่ที่เกาะ มาช่วยกิจการที่บ้าน
เพราะอาการป่วยของเธอนั่นเอง
เธออยากกลับมาอยู่ใกล้ ๆ
กลับมาดูแลแม่ของเธอในวาระสุดท้ายของตัวเอง
.หมอบอกเธอว่า
โรคมะเร็งที่เธอเป็นอยู่มันจะทำให้เธอมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานนัก

เธอไม่กล้าแม้แต่จะบอกเรื่องนี้กับแม่ซึ่งทำงานหนักมาทั้งชีวิต

โดยที่ทั้งแม่และเธอไม่เคยได้รับการใส่ใจดูแลจากผู้เป็นพ่อเลย
เธอกลัวแม่ของเธอรับไม่ได้
เธอไม่เคยบอกใครถึงสิ่งที่เธอเป็นอยู่
ทางบ้านรับรู้เพียงว่าเธอสุขภาพไม่ดี ....
ฉันนั่งนึกถึงแม่เธอที่เคยเจอะเจอเมื่อปีก่อน
ผู้หญิงที่ดูเข้มแข็ง แกร่ง
อย่างไม่น่าเชื่อ
แม่เธอบอกเสมอว่าที่ท่านอยู่ได้ทุกวันนี้
ก็เพราะเธอ

เธอเป็นกำลังใจในการต่อสู้และการดำเนิน
ไปของชีวิต....แม่เธอจะรับได้ไหม

ถ้าวันนึงรู้ว่า กำลังใจของแม่กำลังจะจากไป...

ฉันรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เธอได้รับจากอาการข้างเคียงของโรคผ่านตัวหนังสือใน
Diary สีน้ำเงิน

เธอเขียนไว้ว่า หลายต่อหลายครั้งที่เธอร้องไห้
และคิดถึงเพื่อนอย่างฉัน ยิ่งช่วงท้าย ๆ ของ Diary
ฉันได้เห็นชื่อของตัวเองบ่อยครั้งขึ้น
บ่อยมากจนรู้สึกว่าเวลานั้นเธอคงอยากให้ฉันอยู่ใกล้ๆเธอจริง ๆ

แต่เธอไม่เคยโกรธที่ฉันห่างหายมาอย่างนี้ เธอบอกว่า
เธอรู้ข่าวคราวและความเป็นไปของฉันตลอดจากเพื่อนอีกคน
เธอรู้ว่าฉันเองก็มีเรื่องทุกข์ใจที่ต้องเผชิญอยู่เช่นกันเธอถึงไม่เคยเรียกร้อง
ที่จะให้ฉันไปอยู่ข้างเธอยามนี้

ฉันอ่าน Diary สีน้ำเงินเล่มนี้จนจบ ข้อความท้าย ๆ ของ
Diary คล้ายจะเป็นการสั่งเสีย ..เหมือนเธอรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับเธอ
และเธอกำลังต้องการเพื่อนสักคนในเวลานี้ และคน ๆ
นั้นก็คือฉัน
“ หากเธอมองฉันผ่านมิตรภาพของความเป็นเพื่อน ฉันก็คงเป็นได้แค่เพียงเพื่อน”

แล้วฉันก็พบข้อความนี้อีกครั้ง มันเป็นข้อความสุดท้ายใน Diary สีน้ำเงินเล่มนี้
.ฉันอ่านมันจนจบ
พร้อมกับปิดมันลงด้วยความรู้สึกผิด

นานแค่ไหนแล้วที่ฉันทำเพื่อนคนหนึ่งหายไปกับกาลเวลา
นี่ฉันเป็นเพื่อนชนิดไหนกันนี่

ยามที่เธอต้องการฉัน ฉันกลับห่างหายมาอย่างนี้
ฉันขอโทษ ขอโทษจริง ๆ ฉันสัญญา

พรุ่งนี้ฉันจะกลับไปเป็นเพื่อนที่ดีของเธอเหมือนก่อนกลับไปอยู่ข้างๆ
เธอยามที่เธอต้องการเพื่อนสักคน ....

แล้วพรุ่งนี้ฉันจะรีบไปหาเธอแต่เช้า
กลับไปทำหน้าที่ของเพื่อนที่พึงทำให้เพื่อน
.ฉันสัญญา เธอคงกำลังรอฉันอยู่ ....

วันนี้ฉันมาหาเธอที่บ้าน แต่สิ่งที่ฉันพบ ....
คือร่างของเธอที่นอนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้า
.พบแม่ของเธอที่กำลังร้องไห้แทบขาดใจ
แม่โผเข้ากอดฉันเหมือนกำลังจะบอกว่า
เธอไปแล้ว เธอจากไปแล้ว......ฉันมาช้าไป
มาช้าไปจริง ๆ

ฉันมาไม่ทันลมหายใจสุดท้ายของเธอด้วยซ้ำ ...
แม่เธอเล่าให้ฉันฟังหลังจากงานศพของเธอ
ผ่านไป ...

แม่บอกว่าเธอมักจะพูดคุยถึงเรื่องราวของฉันให้แม่เธอได้รับรู้เสมอ

..เมื่อไหร่ที่เธอรับรู้ว่าฉันกำลังทุกข์ก็ดูเหมือนเธอกำลังทุกข์ไปกับฉันด้วย

แม่เคยบอกให้เธอมาหาฉันแต่เธอปฏิเสธ
เพราะเธอไม่อยากให้ฉันเห็นเธอในสภาพก่อนที่เธอจะจากไป
เธอกลัวว่าฉันจะเป็นห่วงเป็นกังวลไปกับเรื่องราวของเธอ
แม่เธอบอกกับฉันว่าเธอห่วงฉันมาก
แม้กระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตเธอ
เธอยังบอกกับแม่ว่า
ถ้าฉันมาที่บ้าน แสดงว่าฉันคงไม่ค่อยสบายใจ
รู้สึกแย่กับชีวิต

.ฉันถึงพาตัวเองมาหาทะเลมาหาเพื่อนอย่างเธอ
..เธอฝากให้แม่ดูแลฉันแทนเธอด้วย
.

น้ำตาฉันยังคงอาบแก้ม ขอบคุณ ขอบคุณสำหรับทุก ๆ


ความห่วงใยที่เธอมีให้กันเสมอจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตเธอทะเลหน้าบ้านเธอ
ที่ฉันเคยบอกว่า เป็นทะเลที่สวยที่สุด วันนี้มันดูเศร้าไปถนัดตา
หลับให้สบายเถอะเพื่อน
ฉันจะไม่มีวันลืมเพื่อนอย่างเธอไปได้เลย ..ฉันสัญญา...
วันนี้ฉันนั่งสำรวจตัวเองอีกครั้ง พร้อมกับถามตัวเองว่า
ฉันทำใครหล่นหายไปกับกาลเวลาอีกไหม ... แล้วถ้าฉันพบว่ามี
ฉันจะรีบกลับไปทวงถามให้เค้ากลับมาด้วยความรู้สึกดีๆ
และจะพยายามอย่างที่สุดที่จะรักษาเค้าไว้กับฉันตลอดไป
...........

โดย เทพธรรม [27 ก.พ. 2545 , 20:01:13 น.] ( IP = 203.170.155.98 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail


  สลักธรรม 1

อ่านแล้วเศร้าจังเลยค่ะ
แต่ก็น่าภูมิใจนะค่ะที่มีเพื่อนที่รักและให้ความไว้วางใจและเป็นคนที่เพื่อนนึกถึงมากที่สุด แม้กระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต

ขอบคุณพี่เทพธรรมมากค่ะ ดีใจค่ะที่กลับมานำเสนอเรื่องราวน่าสนใจอีก สร้างสีสันให้กลับคืนมา หลังจากที่หายไปหลายวัน
นับวันรอด้วยความคิดถึงค่ะ

โดย ธัญธร [27 ก.พ. 2545 , 23:13:47 น.] ( IP = 203.130.138.201 : : )


  สลักธรรม 2

สวัสดีทั้งพี่เทพธรรม และน้องธัญธรค่ะ
เราสองคนชื่อคล้ายกัน หน้าก็คล้ายกัน (มีคนบอก) แถมเราก็ใจตรงกันอยู่เรื่อยๆ จริงไหมจ้ะ

อ่านจบแล้วพูดไม่ออกค่ะ เพราะเป็นคนที่ไม่เขียน diary เคยแต่เขียนความขุ่นใจลงกระดาษ แล้วก็อ่าน อ่านเสร็จก็เผาไปเลย เพราะไม่ค่อยอยากเอาเรื่องไม่สบายใจไปบอกเพื่อน เพื่อนก็มีเรื่องเยอะอยู่แล้ว ไม่รู้คิดถูกหรือผิด

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็สอนให้รู้ว่าคนเราต้องการเพื่อนค่ะ

โดย ธัญนันทน์ [28 ก.พ. 2545 , 21:37:49 น.] ( IP = 158.108.12.107 : : 158.108.12.107 )


  สลักธรรม 3


ขอแจมด้วย หนูชื่อน้อง อัญ นะ ชื่อก็คล้ายๆพี่ธัญเหมือนกัน พี่ๆอย่าทำหนูหล่นหายไปจากใจนะ
อ่าน blue diary แล้ว blue จังเลยค่ะท่าน บางครั้งสิ่งที่อยากบอกกับใครสักคน อาจจะอยู่ในใจของเขาโดยไม่ได้บอกให้ใครได้รับรู้ แบบนี้มีเยอะเลย

โดย น้องอัญ [1 มี.ค. 2545 , 20:59:26 น.] ( IP = 203.113.38.6 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org